รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

คุยกับ "เฮียใช้" ที่ใครๆ ก็ว่า "บ้าไปแล้ว" คนเดียวที่ขี่รถเก่าๆ ผ่าน 32+1 ประเทศ กว่า 60,000 กิโลเมตร

17 เม.ย. 64 26,713
คุยกับ "เฮียใช้" ที่ใครๆ ก็ว่า "บ้าไปแล้ว" คนเดียวที่ขี่รถเก่าๆ ผ่าน 32+1 ประเทศ กว่า 60,000 กิโลเมตร

คุยกับ "เฮียใช้" ที่ใครๆ ก็ว่า "บ้าไปแล้ว" คนเดียวที่ขี่รถเก่าๆ ผ่าน 32+1 กว่า 60,000 กิโลเมตร

การขับขี่มอเตอร์ไซค์นั้น สำหรับบางคนเป็นเพียงการใช้งานในชีวิตประจำวัน บางคนขี่เพื่อความเพลิดเพลิน หรือเพื่อเร้าใจในสมรรถนะของรถ แต่มีบางคน "บ้า" แม้จะต้องจากบ้านไปเกือบ 2 ปี และขายบ้านขายรถที่มีเพื่อรวบรวมเงินทั้งหมด ออกไปใช้ชีวิตตามความฝัน แค่ตั้งโจทย์ว่า "ทำตามความฝัน มันจะมีหนทางเสมอ" 


เฮียใช้เป็นใคร  

ใช้ ศุภเศรษฐอนันต์ หรือเรียกกันติดปากว่า เฮียใช้ เจ้าของเฟสบุ๊คชื่อ "SHAI DON KING" และรีสอร์ตสุดชิล "นิทานคำกลอน 2" ใกล้ๆ ตลาดน้ำท่าคา อ.อัพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี มองโลกแง่ดี และบางครั้งก็มีความเพี้ยนในแง่คิดและมุมมองที่หักดิบสุดๆ 


เฮียใช้คือใคร? "เป็นคนง่ายๆ ไม่ซับซ้อนอะไร บ้าๆ สบายๆ เพี้ยนๆ นิดๆ ร่าเริง น่ารัก ก็ไม่รู้จะเศร้าไปทำไม" เฮียใช้เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่มีความชอบด้านการท่องเที่ยวมาตั้งแต่เด็ก โดยการเป็นนัก "โบกรถ" ในสไตล์แบ็คแพ็คเกอร์มานานหลายปี 

รูปแบบทางเดินทางท่องเที่ยวในแรกๆ คือ การไปด้วยรถสาธารณะ และโบกรถที่ผ่านมาเป็นส่วนใหญ่ และได้เดินทางท่องเที่ยวสะสมความเชี่ยวชาญเรียกว่าหลงใหลในการท่องเที่ยวมาตลอด หลังจากถึงจุดอิ่มตัวก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้วิธีการขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยวบ้าง ซึ่งก็ยิ่งทำให้ค่อยๆ สะสมความฝันทีละน้อย

เฮียใช้เริ่มเป็นไบค์เกอร์มา 10 กว่าปี สั่งสมประการณ์จากการออกทริปเล็กทริปน้อยไปจนถึงทริปใหญ่ๆ อย่างเทือกเขาเอเวอร์เรสต์ ด้วย BMW 1200GS มาแล้ว กับกลุ่มผู้ "บ้า" การเดินทางที่ร่วมอุดมการณ์ไปด้วยกัน แต่ในครั้งนั้นเป็นการขับขี่ผ่านไม่กี่ประเทศจากประเทศไทยไปสิ้นสุดที่เทือกเขาเอเวอร์เรสต์

หลังจากนั้นก็เกิดความคิดที่จะทำตามความฝันยิ่งใหญ่ขึ้น ด้วยการเดินทางท่องโลกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้ด้วยตัวคนเดียวเพราะความเชื่อที่ว่า "ที่ไหนบนแผ่นดินโลก ที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ มันมีจิตใจที่งดงามซ่อนอยู่เสมอ" จึงเกิดเรื่องราวคนไทยคนแรกที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์รอบโลกในครั้งนี้

การเดินทางครั้งนี้  "เป้าหมายไม่ใช่เรื่องสำคัญ" 

จุดเริ่มต้นความฝันคือ "อยากไปจากที่เดิมไปเรื่อยๆ ให้มันไกลที่สุด แต่ด้วยความที่โลกกลมมันก็เลยวนกลับมาที่เดิมเท่านั้นเอง ครั้งแรกไม่ตั้งใจว่าจะไปให้ไกลขนาดนั้น เพียงแต่ว่าพาตัวเองจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งไม่มีความคาดหวังอะไรแบบนั้น"

เฮียใช้เน้นว่าการก้าวตามความฝันนั้นจะต้อง "คิดให้มันง่าย ถ้าคิดให้มันยากก็ไม่ได้ไป จะไปก็มุ่งมั่นว่าไป" มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ ผมมีเงินเพราะขายสิ่งเหล่านี้ บางคนบอกว่าก็ผมรวย หรือต้องมีเงินถึงไปได้ ใช่ผมรวยแบบไม่มีจะแดก" และ "ความฝันผมสำเร็จตั้งแต่บิดกุญแจสตาร์ทรถออกจากบ้านแล้ว"


"ผมมองว่าการเดินทางนั้นอยู่ที่มุมมอง ถ้ามองว่าจะต้องไปถึงที่นั่นที่นี่ หรือ พิชิตสิ่งนั้น จนลืมมองระหว่างทาง ที่มีทั้งผู้ให้ มิตรภาพ ความสุขระหว่างทาง ถ้าเรายืนบนความสูงที่จนมีนกบินผ่านระดับเดียวกับที่เรายืนนั่นคือ ความสุข มันอยู่รอบตัวเรา"  

"ขี่ผ่านช่วง เอวกวาดอร์-เปรู-ชิลี เป็นทะเลทรายยาวๆ 3 - 4 พันกิโลเมตร ใช้เวลา 4 - 5 วัน บางช่วงฝนไม่ตกมาเป็นพันๆ ปี ไม่มีสิ่งมีชีวิตเลย ขี่ไปโผล่อยู่ที่หนึ่ง มีกิ่งไม้เล็กโผล่มาออกมางอกอยู่บนภูเขาทราย ผมจอดรถนั่งมองมัน 2 - 3 ชั่วโมง รู้สึกว่าน่าสนใจกว่า หอไอเฟลซะอีก ในความรู้สึกของผมนะ" 


รถเก่าๆ แต่ทน ถึก 

การไปครั้งนี้เฮียใช้ รวบรวมเงินจากการขายสมบัติเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งไม่มากมายนัก แต่ด้วยการช่วยเหลือของเพื่อนๆ ในแวดวงบิ๊กไบค์ รุ่นพี่รุ่นน้องรู้จักกัน ค่อยช่วยเหลือในหลายๆ เรื่อง การเดินทางครั้งจึงสำเร็จได้ด้วยดี

รถคู่ใจที่เฮียใช้ขี่ผ่านร้อนผ่านหนาวกว่า 33 ประเทศนั้นคือ Kawasaki KLR650 ทำไมต้องเป็นรุ่นนี้?
รถคันที่ใช้นี้ซื้อต่อมาจากคนรู้จักเพื่อเอามาขี่ในครั้งนี้โดยเฉพาะ เริ่มจากการปรับปรุงระบบช่วงล่างด้วยการเปลี่ยนสปริงให้มีค่าความแข็งที่มากขึ้น รองรับสัมภาระที่ต้องแบกไปตลอดการเดินทาง ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เช่น กล่องใส่ของ ชุดไฟส่องสว่าง ชุดเสียบชาร์จไฟ ชิลด์หน้าปรับขนาดใหญ่ขึ้น ยกตุ๊กตาแฮนด์ให้สูงขึ้น และสวิตช์ระบบอุ่นมือ เป็นต้น 




"ตอนที่ได้รถคันนี้มาใส่ท่อแต่งมาครบเลย แต่ถอดออกใส่ของเดิมแทน เพราะผมต้องการให้อยู่ในสภาพเดิมที่สุด เครื่องยนต์ก็เดิมๆ ไม่มีการปรับแต่งใดๆ เพื่อให้มีสภาพที่ทนทานมากที่สุด และในขณะนั้นรถรุ่นนี้มีประมาณ 10 คันในประเทศไทยและสิ่งที่ภูมิใจมากๆ คือ เป็นรถที่ผลิตในไทยอีกด้วย"   




"รถรุ่นนี้เป็นที่นิยมมากในสหรัฐอเมริกาเหนือ, อเมริกาใต้ เพราะมีความโลวเทคอยู่ ดูแลรักษา แม้กระทั่งซ่อมเองได้ง่าย อะไหล่หาได้ทั่วไป ระบบจ่ายน้ำมันเป็นคาร์บูเรเตอร์ และระบบอื่นๆ ส่วนมากยังเป็นแมคคานิค ไม่ใช่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ แม้ร้านซ่อมตามข้างทางในต่างประเทศก็สามารถอนุมานอาการของรถได้ว่าอะไรเสีย"

เปลี่ยนยางรวมกว่า 4 ชุดตลอดการเดินทาง และเส้นที่ติดรถนำกลับมาด้วยนับเป็นยางที่วิ่งระยะทางมากที่สุดในโลกเส้นหนึ่ง "ยางนี่เรียกว่ายาง 4 ทวิป เปลี่ยนที่ชายแดนอเมริกาเหนือและขี่ผ่านอเมริกากลาง ออสเตรเลีย เอเชีย และมาเปลี่ยนอีกทีที่อินโดนีเซีย"


ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง?

นอกจากเตรียมความพร้อมคนและรถแล้ว การเดินเรื่องเอกสารนั้น ต้องติดต่อประเทศที่จะเข้าไปให้จบก่อน มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเริ่มจากการส่งอีเมล์ไปประเทศนั้นๆ ซึ่งผลคือ มีเพียง 5 - 6 ประเทศที่ติดต่อกลับมา นอกจากนั้นจำเป็นต้องไปลุ้นเอาตอนเดินทางไปถึง ว่าจะเข้าได้หรือไม่ได้ 

เอกสารต่างๆ ที่เตรียมติดตัวไปตลอดคือ พาสปอร์ต เอกสารเกี่ยวกับรถหรือการนำเข้าเครื่องจักร (มอเตอร์ไซค์) ซึ่งเรื่องที่ยากที่สุดคือ ประเทศไทยมีข้อจำกัดเรื่องวีซ่าในการเดินทางไปต่างประเทศ เช่น ประเทศอื่นๆ อาจฟรีวีซ่ามากถึง 80 - 90 ประเทศ ส่วนไทยเพียง 20 กว่าประเทศเท่านั้น เราจึงต้องศึกษาข้อมูลที่มีไม่มากนักและเป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละประเทศ  

"อย่างประเทศเอลซัลวาดอร์ หาข้อมูลยากมาก เพราะไม่ค่อยมีใครไป โดยเฉพาะเกี่ยวกับการนำมอเตอร์ไซค์เข้าประเทศ เบื้องต้น ส่งจดหมายไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลก พยามยามดิ้นรนหาวิธีไปให้ได้ สุดท้ายตอบรับกลับมา 5 - 6 ประเทศ และก็หาข้อมูลเองไปเรื่อยๆ จนได้ระดับหนึ่งแล้วก็ลุย"  

"มีอยู่ครั้งหนึ่งรถติดด่านอยู่ที่อเมริกา ถูกเจ้าหน้าที่รับเรื่องปฎิเสธหลายครั้งไม่ยอมให้ผ่าน ให้ไปติดต่อหาบริษัทฯ ที่รับดำเนินการเอาเอง เมื่อติดต่อไปบริษัทฯ นั้นก็ไม่รับทำให้ จนครั้งสุดท้ายขอร้องอ้อนวอนเจ้าหน้าที่คนเดิมให้ช่วยนำเอกสารเข้าไปให้หัวหน้างานช่วยตรวจก่อน หลังจากนั้นราวๆ 5 - 10 นาทีก็เดินกลับมาประทับตาผ่านอย่างง่ายดาย และได้คำตอบว่าหัวหน้างานรู้ว่า Mr.Shai don king from Thailand จะเอารถมอเตอร์ไซค์คันนี้มาขี่ที่อเมริกา เพราะคุณเป็นคนมีชื่อเสียงมากๆ ซึ่งผมเองเคยโพสต์รูปการเดินทางครั้งในเพจ kawasaki klr 650 owners ที่ฮับของเพจอยู่ในอเมริกา และหัวหน้างานก็อยู่ในเพจนี้ขับรถรุ่นนี้เหมือนกัน ดังนั้น หัวหน้างานรู้ว่าจะมาที่นี่จึงรอ Approve ให้อยู่ โอ้โหโครตยืด ขนลุกเลยตอนนั้น"   

หลังจากการเดินทางครั้งนี้จะทำอะไรบ้าง?


ด้วยความเป็นนักเดินทางของเฮียใช้ ในทริปต่อไปก็มีแพลนคร่าวๆ เพียงแต่ว่าครั้งที่ผ่านมานั้น ใช้เงินทุนส่วนตัวไปค่อนข้างเยอะ เพื่อต้องการไปในประเทศที่อยากไป ทำในสิ่งที่อยากทำ ไม่มีกรอบ ไม่ต้องมีใครคาดหวัง และไม่กดดัน เก็บเกี่ยวความสุขรอบๆ ตัว เดินทางคนเดียวต้องการคุยกับตัวเอง มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด และสุดท้ายได้ทำตามความฝัน เพราะในชีวิตเราคงมีโอกาสไม่กี่ครั้งจะเดินทางรอบโลกได้มากนัก 

การเดินทางครั้งต่อไป
"ผมอยากไปแอฟริกา เลบานอน ซีเรีย จอร์เดน อิรัก เพราะผมชอบรากเง้าวัฒนธรรม เอเซีย ไมเนอร์ ที่เป็นรากวัฒนธรรมของโลกเหมือนกัน และชอบพวกกฏกวีของพวกอาหรับ"

แต่หากคราวต่อไปก็เริ่มคุยๆ กับหลายๆ ฝ่าย ในเรื่องการหาผู้สนับสนุน ทั้งรถ ค่าใช้จ่าย ฯลฯ หรือการเดินทางแบบกลุ่มเพื่อไปยังจุดหมายต่างๆ ก็ยินดีอย่างยิ่ง 


"ในตอนนี้ก็มีโอกาสเป็นวิทยากรให้กับคนที่เห็นคุณค่าของการเดินทางของผม เพื่อถ่ายทอด แรงบันดาลใจ วิธีคิดตามความฝัน การบริหารจัดการความกลัว การดีไซน์ความฝันให้กับโรงเรียนต่างๆ" นอกจากนี้ยังมีโอกาสร่วมการเดินทางในกลุ่ม "BMW ปีลึก" ไปบอกเล่าเกี่ยวกับพื้นฐานการปรับแต่งรถให้เหมาะสมกับการใช้งาน    

สุดท้ายเฮียใช้ได้ทิ้งท้ายให้กับผู้ที่ต้องการพิชิตความฝันด้วยคำพูดง่ายๆ แต่โดนใจนั่นคือ "อย่าไปคิดอะไรเยอะ คิดแล้วไม่ได้ไป คิดอะไรอย่าไปซับซ้อนเยอะ จะไปก็มุ่งมั่นให้ไป ใจไปก่อน น้ำลายไปทีหลัง" ฟังแล้วไม่ต้องคิดอะไรให้เยอะจริงๆ ครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง เฮียใช้ ขี่รถ ขี่รถข้ามประเทศ shai don king เฮียใช้ ขี่รถ ขี่รถข้ามประเทศ shai don king เฮียใช้ ขี่รถ ขี่รถข้ามประเทศ shai don king
เขียนโดย เช็คราคา.คอม Motorbike Guru

ช่องทางติดตาม Motorbike Guru