ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ช่วงอัปเดตเรื่องราวที่เป็นกระแสในสังคม วันนี้เราขออนุญาตพักเรื่องดราม่าร้อนแรงบนโซเชียล มาคุยกันเรื่องใกล้ตัวที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือเรื่องของ "เงินในกระเป๋า" ของพวกเราทุกคนนี่แหละค่ะ
พอดีว่าทีมงานตาดีไปเห็นคอนเทนต์ที่กำลังถูกแชร์ต่อกันเยอะมากจากเพจ Money Guru Thailand ที่เขาออกมาเปิดเผยถึง "4 ของแพงที่คนรายได้น้อยชอบซื้อ แต่คนรวยมักเลี่ยง" พออ่านหัวข้อข่าวจบเมื่อกี้ แอบสะดุ้งเบา ๆ เหมือนโดนทีมงานเอาสคริปต์มาฟาดหน้าเลยค่ะ เพราะบางข้อก็แอบตรงกับชีวิตตัวเองอยู่เหมือนกัน ถือซะว่าวันนี้เรามานั่งจับเข่าคุย เล่าสู่กันฟังแบบพี่ ๆ น้อง ๆ ก็แล้วกันนะคะ มาดูกันค่ะว่ามีพฤติกรรมไหนที่เราเผลอทำไปบ้างโดยไม่รู้ตัว

1. อาหารและเครื่องดื่มราคาสูงเกินจำเป็น (The Latte Factor)
เริ่มต้นกันที่ข้อแรก เรียกว่าเป็นหลุมพรางทางสถิติที่หลายคนตกม้าตายกันมานักต่อนักค่ะ นั่นคือเรื่องของ "Daily Micro-Expenses" หรือรายจ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะค่ากาแฟแก้วโปรด หรือมื้อหรูหราทุกเย็นวันศุกร์เพื่อฉลองสุดสัปดาห์
ในทางเศรษฐศาสตร์เขามีคำศัพท์ที่เรียกว่า 'Latte Factor' ค่ะ มันคือพลังของเงินก้อนเล็ก ๆ ที่เราจ่ายทิ้งทุกวัน ลองคิดกันดูเล่น ๆ นะคะ กาแฟแก้วละร้อยกว่าบาท ซื้อทุกวัน 30 วัน ก็ปาเข้าไปสามพันกว่าบาทแล้ว เผลอแป๊บเดียวกลายเป็นเงินก้อนโตที่หายไปตอนสิ้นเดือนแบบงง ๆ
ในขณะที่กลุ่มคนที่มีความมั่งคั่ง เขาจะให้ความสำคัญกับ "ผลลัพธ์และความฉลาดในการใช้เงิน" ค่ะ แน่นอนว่าเราไม่ได้บอกให้คุณผู้ชมต้องอดมื้อกินมื้อ หรือห้ามดื่มกาแฟนะคะ แต่ทริคที่เพจเขานำเสนอคือ การ "กำหนดงบประมาณ (Budget)" ต่อเดือนให้ชัดเจนต่างหากค่ะ ดื่มได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่เราคอนโทรลได้นั่นเองค่ะ

2. หนี้บริโภคที่ "เกินกำลัง" (Luxury Goods on Credit)
มาถึงข้อที่สอง ข้อนี้ขออนุญาตจริงจังขึ้นมานิดนึงนะคะ เพราะเป็นปัญหาที่พบเจอได้บ่อยมากในยุคที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อเรา นั่นคือการสร้างหนี้เพื่อซื้อของแบรนด์เนม หรือโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งที่รายได้อาจจะยังไม่ซัพพอร์ตเพียงพอ
ทางเพจเขาให้ Key Message ที่คมมาก ๆ ค่ะ เขาบอกว่า "ความหรูหราที่ยืมเขามา คือภาระที่เราต้องจ่ายด้วยเวลาในอนาคต" คนรวยตัวจริง เขามักจะนำเงินไปออมหรือลงทุนในสินทรัพย์ (Assets) ที่ มูลค่าเพิ่มขึ้น ตามกาลเวลาค่ะ เช่น หุ้น กองทุน หรืออสังหาริมทรัพย์ แต่คนทั่วไปมักจะเผลอเอาเงินอนาคต (บัตรเครดิต) ไปรูดซื้อสิ่งของที่พอซื้อมูลค่าก็ ด้อยค่าลง

3. หวยและค่าใช้จ่าย "ความหวัง" (The Cost of Hope)
เดินทางมาถึงข้อที่สาม สำหรับคนที่รอคอยวันที่ 1 และ 16 ของเดือนหน่อยค่ะ! ข้อนี้เราเข้าใจกันดีเลยค่ะว่ามันคือ "ความหวัง" ของหมู่บ้าน แต่ในมุมมองของการบริหารเงิน นี่คือรายจ่ายที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งเลยนะคะ
รู้หรือไม่คะว่า โอกาสที่เราจะถูกรางวัลที่ 1 นั้น มีเพียง 1 ในล้าน เท่านั้น! แต่โอกาสที่เราจะเงินหมดกระเป๋าจากการซื้อหวยคือ 100% เต็มค่ะ
ความแตกต่างทางความคิดที่ชัดเจนมาก ๆ คือ กลุ่มคนที่มีปัญหาทางการเงินมักจะมองหาโชคชะตาและปาฏิหาริย์ แต่กลุ่มคนรวยเขาจะมองหา "ความน่าจะเป็น (Probability)" ผ่านกราฟ สถิติ และการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าแต่ให้ผลตอบแทนที่จับต้องได้จริงค่ะ ถือเป็นข้อคิดที่เตือนสติสายมูเตลูและสายลุ้นโชคอย่างเรา ๆ ได้ดีทีเดียวค่ะ

4. สังคมและการอวดรวย (Keeping up with the Joneses)
ข้อสุดท้าย ข้อนี้เป็นเรื่องของจิตวิทยาและสังคมล้วน ๆ เลยค่ะ กับพฤติกรรมที่พยายามจะ "รวยในสายตาคนอื่น" หรือที่ฝรั่งเขามีสำนวนว่า Keeping up with the Joneses (การพยายามมีข้าวของเครื่องใช้ให้ทัดเทียมเพื่อนบ้าน)
ยุคนี้ยอดไลก์บนโลกออนไลน์มันหอมหวานนะคะ บางคนยอมรูดบัตรซื้อของแบรนด์เนม จัดปาร์ตี้ กินดื่มราคาแพง เพียงเพราะคำว่า #ของมันต้องมี หรือเพื่อให้สังคมยอมรับ จนสุดท้ายต้องมานั่งปวดหัวเพราะ "ขัดสนในกระเป๋าตัวเอง" ในขณะที่เทรนด์ของมหาเศรษฐียุคนี้คือ "Quiet Luxury" หรือการใช้ชีวิตที่สมถะกว่าที่เราคิดค่ะ พวกเขาอยู่บ้านสบาย ๆ อ่านหนังสือ จิบกาแฟ ไม่มีความจำเป็นต้องพิสูจน์ความรวยให้ใครเห็นผ่านหน้าจอโซเชียลเลยค่ะ

บทสรุปส่งท้าย
ภาพสุดท้ายของคอนเทนต์นี้เขาสรุปไว้ประโยคหนึ่งที่ทัชใจดิฉันมาก ๆ เขาบอกว่า "การออมไม่ได้ทำให้เราดูจน แต่การใช้เงินเกินตัวต่างหากที่ทำให้เราไม่รวย"
มันคือเรื่องจริงที่สุดเลยค่ะ การที่เราพกข้าวกล่องมากินที่ทำงาน หรือชงกาแฟมาจากบ้าน ไม่ได้แปลว่าเราลำบากนะคะ แต่แปลว่าเราเป็นคน "ฉลาดเลือก" ที่จะจัดสรรเงินเพื่ออนาคตที่มั่นคงกว่าต่างหาก
ก่อนจะลากันไป ขออนุญาตโยนคำถามที่ทางเพจเขาทิ้งท้ายไว้ กลับมาถามผู้ชมทางเว็บไซต์ของเราบ้างดีกว่าค่ะ เพื่อน ๆ คิดว่ามีอะไรอีกบ้างคะ ที่เป็นของ 'แพงแต่คนชอบซื้อ'? คอมเมนต์และแชร์กันเข้ามาผ่านทางแฟนเพจได้เลยนะคะ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ
สามารถอ่านและรับชมบทความผ่านทาง Facebook Fanpage ได้ที่ : Money Guru Thailand
