ฮัลโหลลลลลล พวกเธอ! วันนี้มีเรื่องจะมาเมาท์มอยให้ฟัง ใครที่เคยโดนคุณสาบ่น โดนเพื่อนแซวว่า "ซื้ออีกแล้วนะกระเป๋าเนี่ย เอาเงินไปลงทุนไม่ดีกว่าหรอ?" ขอให้แคปบทความนี้แล้วปาใส่หน้าคนพูดไปเลยค่ะ! เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะยุคนี้ "ของแบรนด์เนม" ไม่ใช่แค่ของฟุ่มเฟือยประดับบารมีอีกต่อไป แต่มันคือ "สินทรัพย์ทางเลือก" (Alternative Investment) ที่เผลอๆ ผลตอบแทนแซงหน้าหุ้นบางตัวไปแล้วนั่นเองจ้า
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ลองไปส่องกรุของเหล่าซุปตาร์ตัวแม่ระดับท็อปดูสิคะ แต่ละใบที่ชีๆ ถือเดินสับๆ ตามสนามบินเนี่ย มูลค่ารวมกันซื้อบ้านจัดสรรพร้อมที่ดินได้เลยนะแก! วันนี้ขอพาไปเจาะลึกว่า ทำไมวงการแฟชั่นถึงกลายมาเป็นวงการนักลงทุนได้แบบเนียนๆ

The Big 3 แบรนด์ระดับตำนานที่ขึ้นหิ้ง "สินทรัพย์"
เอาล่ะ มาเข้าเรื่อง! กฎเหล็กข้อแรกที่วงในเขารู้กันคือ "ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะไปต่อ" นะจ๊ะ ถ้าจะลงทุนให้ได้กำไรเหนาะๆ มันก็ต้องเป็นแบรนด์ระดับตัวท็อปเท่านั้น!
-
น้องม้าผู้สูงศักดิ์ (Hermès) ตำนานเล่าขานว่ามีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้องมีแต้มบุญ (และยอดซื้อสะสมที่สูงปรี๊ดดด) ด้วย! อย่างรุ่น Birkin หรือ Kelly เนี่ย ถือเป็นจอกศักดิ์สิทธิ์ของวงการ ซื้อปุ๊บ เดินออกจากช็อปปั๊บ ราคา Resale ในตลาดมือสองพุ่งไปอีก 30-50% แล้วแม่! ยิ่งถ้าเป็นหนังหายากหรือสีพิเศษนะ... ราคาซื้อรถสปอร์ตได้เลยจ้า
-
ลูกคุณหนูผู้ทรงอิทธิพล (Chanel) โดยเฉพาะรุ่น Classic Flap ที่ขยันประกาศปรับราคาขึ้นทุกปี! ปรับทีเป็นหมื่น ปรับจนคนที่มีรุ่นนี้ในกรุเมื่อ 5 ปีก่อน นั่งยิ้มกริ่มรับกำไรบานตะไท นี่แหละค่ะที่เขาเรียกว่า "ซื้อก่อน รวยก่อน" ของแท้!
-
ราชาแห่งข้อมือ (Rolex / Patek Philippe) ขอข้ามฝั่งมาที่นาฬิกาบ้าง แอบเมาท์ว่าพวกดาราชายหรือไฮโซเขาเก็บกันเงียบๆ รุ่นสปอร์ตยอดฮิตบางรุ่น จองคิวกันข้ามปี พอได้ของมา ปล่อยต่อบวกกำไรไปเลยหลักแสน!
ทำไมราคาถึงพุ่งทะยาน?
แอบกระซิบว่า กลยุทธ์ของแบรนด์ระดับโลกพวกนี้เขาฉลาดล้ำลึกมากค่ะพวกเธอ เขาใช้หลักการ "Scarcity" หรือ "ความจำกัด/หายาก" ผลิตมาน้อยๆ ให้คนแย่งกัน ยิ่งพวกดาราเซเลบระดับโลก หยิบมาสะพายแค่แชะเดียวลง IG นะ... หึหึ วันรุ่งขึ้น Sold Out ทั่วโลกจ้า! พอของในช็อปไม่มี ตลาดมือสองก็เริ่มทำงาน ใครมีของอยู่ในมือตอนนั้นก็คือโก่งราคากันสนุกสนาน รับทรัพย์อื้อซ่า

ทริคลงทุนฉบับสายแฟ (เตือนสติก่อนรูดบัตร!)
แต่เดี๋ยวก่อนค่ะสาวๆ! ก่อนจะพุ่งตัวไปรูดบัตรเครดิตจนวงเงินเต็ม เดี๊ยนขอเบรกเอี๊ยดดด ไว้ตรงนี้ก่อน การลงทุนมีความเสี่ยงนะคะ จะซื้อกระเป๋าทั้งทีต้องมีสตินิดนึง
-
สภาพคือพระเจ้า ซื้อมาลงทุน ไม่ใช่เอาไปลากดินนะคะ! รอยขีดข่วน มุมถลอก อะไหล่หมอง โดนหักเงินรัวๆ ค่ะ ต้องเก็บรักษาอย่างดีในห้องแอร์ อุปกรณ์ กล่อง ถุงผ้า ใบเสร็จ การ์ด ต้อง-อยู่-ครบ!
-
สีคลาสสิก เซฟสุด ดำ ขาว เบจ เทา ทอง คือสีที่ปล่อยง่าย ปล่อยคล่องที่สุด อย่าเพิ่งไปเล่นสีนีออนสะท้อนแสงเชียวนะ ถ้าไม่ใช่รุ่น Limited แรร์ไอเทมจริงๆ อาจจะหาคนรับช่วงต่อยากและติดดอยกระเป๋าได้ค่ะ
-
อย่าตามกระแส (จนเกินไป) บางรุ่นฮิตพลุแตกแค่ช่วงสั้นๆ พอหมดเทรนด์ราคาร่วงกราวรูด ให้เน้นลงทุนกับรุ่น Iconic หรือ Classic ที่อยู่เหนือกาลเวลาจะปลอดภัยกว่า
อัปเดตข่าวลือ! (เตรียมตัวช้อปปิ้ง)
ล่าสุดดดดด! นกกระจอกเทศแถวยุโรปแอบกระซิบมาว่า ไตรมาสหน้าอาจจะมีแบรนด์ดังเตรียม "ปรับราคาขึ้นอีกแล้ว" จ้าาาา! งานนี้ใครเล็งใบไหนไว้ ต้องรีบตัดสินใจแล้วนะ จะรอโบนัสออกอาจจะไม่ทันการ เพราะราคาแบรนด์เนมเดี๋ยวนี้มันวิ่งไวกว่าเงินเฟ้อไปอี๊กกก!
สรุปเลยละกัน! การซื้อแบรนด์เนมเดี๋ยวนี้ ถ้าเราศึกษาดีๆ เลือกแบรนด์ถูก เลือกชิ้นที่ใช่ มันก็คือการลงทุนที่จับต้องได้ แถมยังสะพายไปอวดความสวยปัง สานฝันวัยเด็กได้อีกต่างหาก เรียกว่า "สวยด้วย รวยด้วย" ของจริง! เอาล่ะ เดี๊ยนขอตัวไปเช็กราคาพอร์ตกระเป๋าในตู้ก่อนนะพวกเธอ เผื่อจะปล่อยสักใบไปสมทบทุนถอยใบใหม่ อิอิ แล้วพบกันใหม่ค่าาาาา
สนใจดูเรื่องราวการเงินเพิ่มเติมได้ที่ : Money Guru Thailand
