รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

ใช้เครื่องกรองน้ำดื่มในบ้าน คุ้มไหม ? ใช้แบบไหนดี ?

7 ต.ค. 64 1,653
ใช้เครื่องกรองน้ำดื่มในบ้าน คุ้มไหม ? ใช้แบบไหนดี ?
ช่วงนี้จะออกไปไหนก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้แต่จะไปหาซื้อน้ำมาดื่มกินที่บ้าน ถึงจะเป็นเรื่องจำเป็น แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงอยู่ดี อีกทางเลือกหนึ่งของการดื่มน้ำ นอกจากการซื้อน้ำขวด หรือสั่งน้ำถังมาที่บ้านแล้ว การใช้เครื่องกรองน้ำ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเช่นกันค่ะ แต่ราคาของเครื่องกรองน้ำก็ถือว่าไม่ถูก หลายคนก็กังวลว่าซื้อมาใช้แล้วจะคุ้มไหม วันนี้เราจะมาพูดถึง เหตุผลจริงๆ ที่เราควรจะใช้เครื่องกรองน้ำ แล้วมาดูกันค่ะว่า จะคุ้มไหม นอกจากนี้ยังจะมาพูดถึง เครื่องกรองน้ำแต่ละแบบ พร้อมบอกข้อดี-ข้อเสีย ของแต่ละแบบ เพื่อเป็นตัวพิจารณาว่าเราจะเลือกใช้เครื่องกรองน้ำแบบไหนดีนั่นเองค่ะ
ทำไมต้องใช้เครื่องกรองน้ำ ?
 
ช่วงเวลานี้ มีผู้คนหันมาสนใจเครื่องกรองน้ำกันมากขึ้น แต่เครื่องกรองน้ำเครื่องหนึ่งราคาก็ค่อนข้างสูง ดังนั้นเพื่อจะให้การใช้เครื่องกรองน้ำนั้นคุ้มค่ากับเรา มาดูกันว่า ทำไมเราต้องใช้เครื่องกรองน้ำ ? แล้วมันจะคุ้มค่าอย่างไร ?
1. มีสมาชิกในบ้านหลายคน ใช้น้ำดื่มเยอะ
สำหรับบ้านไหนที่มีสมาชิกในครอบครัวอยู่หลายคน ยิ่งต้องมีการใช้น้ำดื่มเยอะตามไปด้วย ทั้งในการอุปโภค และการประกอบอาหาร การใช้เครื่องกรองน้ำ ก็จะทำให้สามารถหาน้ำดื่มน้ำใช้ได้อย่างทันใจ ยิ่งถ้าใครเป็นคนชอบดื่มน้ำเยอะๆ เครื่องกรองน้ำก็จะยิ่งตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว
ตัวอย่างในภาพประกอบเป็นการคำนวณการใช้น้ำดื่มของครอบครัวหนึ่งอย่างคร่าวๆ เท่านั้น ซึ่งการใช้งานจริงก็จะแตกต่างกันไป ซึ่งถ้าปีนึงเราต้องสั่งน้ำมา 4000 ลิตร เท่ากับว่าเราต้องใช้น้ำขวด 1.5 ลิตร ถึง 2,666 ขวดเลยทีเดียว
2. อยากประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อน้ำขวด
จริงอยู่ว่าราคาเครื่องกรองน้ำก็ไม่ได้ถูกมากนัก เมื่อเทียบกับการซื้อน้ำขวดหรือสั่งน้ำถัง แต่เมื่อคำนวณจากการซื้อน้ำขวดหลายๆ ขวด จากตัวอย่างในข้อแรกที่ปีนึงเราต้องใช้น้ำขวดขนาด 1.5 ลิตรถึง 2,666 ขวด ในราคาขวดละ 15 บาท ทำให้เราต้องจ่ายปีละ 39,990 บาทเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามต่อให้เป็นน้ำขวดใหญ่ 6 ลิตร ราคาเฉลี่ยก็ยังแพงกว่าเครื่องกรองน้ำอยู่ดีค่ะ เราจะยกตัวอย่างคร่าวๆ ให้ดูกันที่ด้านล่างนี้
ตัวอย่างน้ำ 6 ลิตรเป็นน้ำขวดใหญ่ที่มีขายในห้างทั่วไป ที่ยกตัวอย่างมาจะเป็นยี่ห้อเพียวไลฟ์ขายใน Tops ค่ะ ขวดละ 43 บาท คำนวณต่อลิตรแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 7 บาทหน่อยๆ ซึ่งถ้าซื้อขวดที่เล็กลงราคาเฉลี่ยก็จะแพงขึ้นไปอีก ราคาต่อลิตรก็จะแพงขึ้นไปอีก
ส่วนเครื่องกรองน้ำระบบ RO โดยทั่วไป ราคาจะตั้งแต่ 5,000 - 15,000 บาท ในที่นี้เราคำนวณจากเครื่องกรองน้ำราคาเฉลี่ย 10,000 บาท ปีนึงเราใช้ทั้งน้ำดื่มกิน และประกอบอาหารภายในครอบครัว ปีละ 4,000 ลิตร ทำให้ค่าน้ำดื่มตกลิตรละ 2.5 บาทเท่านั้น
3. ต้องการลดขยะจากพลาสติก
ในกรณีที่เราซื้อขวดน้ำจากร้านค้า หรือห้างต่างๆ มาใช้ดื่มกินที่บ้านเป็นประจำ ก็จะประสบกับปัญหาขวดน้ำดื่มที่กลายมาเป็นขยะกองพะเนิน ที่ต้องคอยขนไปทิ้งบ้าง ไปขายบ้าง หรืออาจจะเอาไปรีไซเคิลได้ แต่เชื่อว่าหลายๆ คนก็น่าจะเอาไปทิ้งให้กลายเป็นขยะ แต่ถ้าเราใช้เครื่องกรองน้ำ ก็จะสามารถลดขยะตรงนี้ไปได้เยอะมากๆ เลยทีเดียวค่ะ
4. ไม่สะดวกที่จะสั่งน้ำถัง
อีกความสะดวกของการหาน้ำดื่มเข้าบ้านก็คือการสั่งน้ำถังขนาดใหญ่ 18 ลิตรนั่นเองค่ะ หลายๆ บ้านก็ใช้วิธีนี้กันอยู่ แต่ก็มีอีกหลายบ้านที่ไม่สะดวกจะใช้วิธีนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่ามัดจำที่แพงเกินไป พื้นที่ไม่ได้อยู่ในที่ที่บริษัทน้ำจะมาส่งให้ได้ หรือคำนวณแล้วว่าน้ำถังแพงเกินไป และนอกจากนี้ การพบปะ รับของ หรือสัมผัส กับคนอื่นๆ ยังเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงอีกด้วย อีกทางเลือกที่จะทำให้การหาน้ำดื่มกินได้ง่ายขึ้นก็คือการใช้เครื่องกรองน้ำนี่เองค่ะ
เพียงเท่านี้ก็สามารถตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการใช้เครื่องกรองน้ำได้แล้วค่ะ
 
ประเภทของเครื่องกรองน้ำ
 
1. เครื่องกรองน้ำระบบ Reverse Osmosis (RO)
คือระบบการกรองน้ำผ่านไส้กรองหลายๆ ชั้น ภายในไส้กรองมีลักษณะเป็นเส้นใยสังเคราะห์ขดอยู่ในกระบอก ตัวเส้นใยนั้นใช้กรองเอาพวกสิ่งสกปรกทั้งหลายออก ซึ่งในการกรองชั้นนึงจะมีแผ่นกรองที่เรียกว่า RO Membrance ที่มีความละเอียดถึง 0.0001 ไมครอน เป็นความละเอียดที่สูงที่สุดของระบบทั้งหมด ทำให้สามารถกรองสิ่งปนเปื้อนได้อย่างหมดจด ทั้งตะกอน เชื้อโรคต่างๆ ทำให้ได้น้ำบริสุทธิ์ถึง 99% อย่างไรก็ตาม ก็จะกรองเอาแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายออกไปด้วยเช่นกัน
ระบบ RO จะมีขั้นตอนหลักๆ ในการกรองน้ำ 4 ขั้นตอนด้วยกัน คือ
1. การกรองหยาบ สำหรับกรองตะกอน เศษทราย ผงต่างๆ
2. การกรองคลอรีน ช่วยกรองสี กลิ่นและรสของน้ำ
3. RO Membrance ซึ่งถือเป็นหัวใจของการกรองแบบ RO ที่มีความละเอียดถึง 0.0001 ไมครอน สามารถกรองสิ่งปนเปื้อน และเชื้อโรคต่างๆ ได้
4. ขจัดกลิ่นที่คงเหลือ และปรุงแต่งรสชาติน้ำ ให้เป็นรสชาติน้ำบริสุทธิ์
ตัวอย่างเครื่องกรองน้ำระบบ RO

FUJIKA เครื่องกรองน้ำ FP-564RO (5 ขั้นตอน) ราคา 8,790 บาท หาซื้อได้ที่ Powerbuy

MAZUMA เครื่องกรองน้ำ รุ่น RO50GPD ราคา 8,790 หาซื้อได้ที่ Powerbuy
2. เครื่องกรองน้ำระบบ Ultre Filtration (UF)
ระบบกรองแบบ Ultra Filtration คือระบบการกรองน้ำแบบเป็นชั้นๆ เหมือนกับ RO เลยค่ะ ซึ่งหลักการกรองแต่ละขั้นตอนนั้นเหมือนกันทุกประการ ยกเว้นขั้นตอนที่ 3 การกรอง UF จะใช้แผ่นกรองแบบ Ultrafiltration Membrance ที่มีความละเอียด 0.01 ไมครอน ซึ่งสามาระดักจับ แยกสิ่งสกปรก และเชื้อโรคได้เช่นกัน และยังคงแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไว้ด้วย
ตัวอย่างเครื่องกรองน้ำระบบ UF

เครื่องกรองน้ำดื่ม CAMARCIO UF011 ราคา 4,490 บาท หาซื้อได้ที่ homepro

เครื่องกรองน้ำดื่ม BRITA รุ่น ON TAP ราคา 3,590 บาท หาซื้อได้ที่ homepro
(เครื่องกรองน้ำแบบติดหัวก๊อก ดูเพิ่มเติมได้ที่ รวม "เครื่องกรองน้ำ" แบบต่อหัวก๊อก ติดตั้งง่าย ประหยัดพื้นที่ สำหรับชาวคอนโด)
3. เครื่องกรองน้ำระบบ Ultra Violet (UV)
คือการใช้หลอดไฟที่สร้างแสง Ultra Violet เพื่อทำลายเชื้อโรคที่อยู่ในน้ำ สามารถกำจัดเชื้อไวรัส และแบคทีเรียได้ถึง 99% แต่จะยังคงแร่ธาตุต่างๆ ไว้ ทั้งนี้ระบบ UV นั้น ไม่ใช่ระบบกรอง จึงไม่มีผลกับคลอรีน หรือโลหะหนักทั้งหลาย ทำให้ยังไม่สามารถนำมาใช้เป็นน้ำดื่มได้อย่างบริสุทธิ์ โดยทั่วไป ระบบ UV จะนำมาใช้ร่วมกับระบบการกรองแบบ RO เพื่อเพิ่มขั้นตอนในการกรองน้ำสำหรับดื่ม แต่ถ้าเป็นระบบ UV อย่างเดียว ยังใช้ดื่มไม่ได้ค่ะ
ตัวอย่างเครื่องกรองน้ำระบบ UV

เครื่องกรองน้ำดื่ม CARINA CA-5UV ราคา 6,290 บาท หาซื้อได้ที่ homepro
 
ข้อดี - ข้อเสีย ของเครื่องกรองน้ำ แต่ละแบบ
 
ระบบเครื่องกรองน้ำ ข้อดี ข้อเสีย
ระบบ Reverse Osmosis (RO)
  • กรองได้น้ำบริสุทธิ์ 99%
  • สามารถกรองน้ำได้ในปริมาณมาก
  • กรองน้ำได้ทุกชนิด อาทิ น้ำประปา, น้ำโคลน, น้ำบาดาล
  • กรองเชื้อโรคได้
  • กรองสิ่งแปลกปลอมได้ด้วยความละเอียด 0.0001 ไมครอน
  • แร่ธาตุถูกกรองออกไปหมด
  • ดูแลรักษายาก
  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ติดตั้งยาก
ระบบ Ultre Filtration (UF)
  • ไม่ใช้ไฟฟ้า
  • สามารถใช้ได้ในสภาวะแรงดันน้ำต่ำ เพราะไม่ต้องปั๊มน้ำ
  • เปลี่ยนไส้กรองได้ง่าย
  • มีราคาให้เลือกหลายระดับ
  • ติดตั้งง่าย
  • กรองเชื้อโรคได้
  • กรองสิ่งแปลกปลอมได้ด้วยความละเอียด 0.01 ไมครอน
  • กรองน้ำบาดาลไม่ได้
  • ต้องทำความสะอาดไส้กรองอยู่เสมอ
ระบบ Ultra Violet (UV)
  • เหลือแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย
  • ราคาไม่แพง
  • ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ถึง 99%
  • ต่อไฟฟ้าตลอดเวลา
  • ใช้กรองสารต่างๆ และโลหะไม่ได้
  • ไม่เหมาะกับการใช้ดื่ม
 

เครื่องกรองน้ำอาจจะไม่ใช่อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีอยู่ทุกบ้าน หรือต้องซื้อเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งถ้าเหตุผลในการที่จะต้องใช้เครื่องกรองน้ำของเรา สอดคล้องกับเหตุผลด้านบน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่าค่ะ ทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อน้ำดื่มเอง ยังช่วยรักษ์โลกจากการลดขยะพลาสติก นอกจากนี้ก็ยังปลอดภัยจากการใกล้ชิด สัมผัสผู้คนจากที่อื่นได้อีกเช่นกันค่ะ ที่เหลือก็ต้องมาคิดว่าจะเลือกใช้เครื่องกรองน้ำยี่ห้อไหนดี ซึ่งก็มีให้เลือกอยู่เยอะแยะ ทั้งในห้างร้านต่างๆ และ Online Shopping เดี๋ยวนี้หาซื้อได้ไม่ยากเลยค่ะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง ของใช้ในบ้าน
เขียนโดย พชรธรณ์ ถิ่นสอน Property Guru

ช่องทางติดตาม Property Guru