รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว Honda Civic EL+ ฟังก์ชั่นเพียบเทียบเคียง RS ประหยัดไป 190,000 บาท!

28 ต.ค. 64 682
รีวิว Honda Civic EL+ ฟังก์ชั่นเพียบเทียบเคียง RS ประหยัดไป 190,000 บาท!
Honda Civic EL+ รถที่เหมาะกับชีวิตครอบครัวเรีบบง่าย เน้นความสะดวกสบายราคาเบา ๆ แต่ได้สมรรถนะเดียวกับรุ่น RS ในราคาประหยัดกว่า 190,000 บาท แล้วในรุ่น EL+ มีออปชั่นอะไร คุ้มค่าแค่ไหนเพียงพอหรือไม่? ต้องอ่านครับ!
ก่อนอื่นมาดูว่า Civic ใหม่ ทั้ง 3 รุ่นย่อยแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
EL
ภายนอก ไฟหน้า Halogen Projector ไฟตัดหมอก LED ปัดน้ำฝนแบบหน่วง มือจับสีเดียวกับรถ เสาอากาศครีบฉลาดสีเดียวกับรถ ล้อ 16 นิ้ว 
ภายใน พวงมาลัยยูรีเทน เบาะผ้าสีเบจหรือดำขึ้นกับสีตัวรถ ปรับอากาศอัตโนมัติ มาตรวัด TFT 7 นิ้ว เครื่องเสียงจอสัมผัส 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay ช่อง USB 1 ตำแหน่ง ลำโพง 4 ตัว
EL+ 
ภายนอก ไฟหน้า Halogen Projector ไฟตัดหมอก LED ปัดน้ำฝนแบบหน่วง มือจับสีเดียวกับรถ กระจกปรับและพับไฟฟ้าอัตโนมัติ เสาอากาศครีบฉลาดสีเดียวกับรถ ล้อ 16 นิ้ว 
ภายใน เบาะสีเบจหรือดำขึ้นกับสีตัวรถ หนังแท้สลับสังเคราะห์คนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ปรับอากาศอัตโนมัติ มาตรวัด TFT 7 นิ้ว เครื่องเสียงจอสัมผัส 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay ช่อง USB 3 ตำแหน่ง ลำโพง 8 ตัว
RS 
ภายนอกไฟหน้า LED มือจับสีดำ ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ปลอกท่อไอเสีย สปอยเลอร์หลัง เสาอากาศครีบฉลาดสีดำ ล้อ 17 นิ้ว 
ภายใน เบาะสีดำ หนังกลับสลับสังเคราะห์เดินด้ายแดง ไฟส่องสว่างเท้าและประตู ปรับอากาศอัตโนมัติแยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวา เบาะโดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ Wireless Charger แป้นคันเร่งสปอร์ต แพดเดิ้ลชิฟบนพวงมาลัย เพิ่มโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต มาตรวัด TFT 10.2 นิ้ว เครื่องเสียงจอสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay ไร้สาย ช่อง USB 4 ตำแหน่ง Honda CONNECT, Honda LaneWatch ลำโพง 8 ตัว
ภายนอกไม่เท่าไหร่แต่ภายในว้าวหนักมาก!
ความเห็นส่วนตัวนั้นภายนอกของซีวิคใหม่ อาจยังไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่นัก "หน้ามน-ก้นเหลี่ยม" โดยส่วนหน้าของรถยาว ๆ ลักษณะทู้ ๆ มีส่วนโค้งมนที่สัดส่วนยังไม่ค่อยพอเท่าไหร่ แต่ว่าเมื่อเข้าไปนั่งภายใน "สวยใจละลาย" เพราะให้ฟิวลิ่งสปอร์ตพรีเมี่ยม ตั้งแต่ทรงของพวงมาลัย ลายเบาะหนังที่เหมือนค่ายยุโรป ท่านั่งแบบจมแบบติดพื้นรถ และขาที่เหยียดเกือบจะตรงคล้ายขับรถสปอร์ต แต่อาจจะลุกนั่งลำบากไปซักหน่อยเพราะเบาะต่ำมาก ๆ ส่วนตำแหน่งอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น แผงชุดควบคุมที่ประตูคนขับ ตำแหน่งคันเกียร์ที่พอดีมือไม่ต้องขยับเยอะ และที่เท้าแขนได้ระดับพอดีอีกด้วย ทำให้รู้สึกว่าไม่ต้องเอื้อมหรือควานหา
ทัศนะวิสัยเกือบจะดีทั้งหมดส่วนหน้ามองโปร่งสบาย เสา "A" บางเฉียบไม่บังสายตาเวลาเลี้ยวโค้ง กระจกมองข้องขนาดใหญ่พอตัวมองง่ายชัดเจน เสียดายที่ไม่มีระบบเตือนมุมอับมากให้ ส่วนด้านหลังยอมรับว่ายังไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะว่ากระจกบานหลังของรถทรงท้านลาดมีความเอียงมาก ทำให้เหลือช่องมองทะลุแคบลงไปเยอะ นอกจากนี้เสาหลังมุมซ้ายมีขนาดหนาทำให้มองลำบาก จึงต้องขับให้คุ้มชินสักพักจึงจะปรับตัวได้ครับ       
ความแรงและประหยัดไปกันได้ 18.8 กม./ลิตร!!
แม้ว่าจะได้รับรถทดสอบมาใช้งานสั้น ๆ เพียง 6 วัน แต่ก็ได้ใช้งานในหลากหลายรูปแบบทั้งนอกเมืองหรือในเมือง เดินทางออกต่างจังหวัด รวมระยะทางที่ขับทั้งหมดเกือบ 1,200 กม. พอจะรับรู้ถึงสมรรถนะและการใช้งานได้พอสมควรครับ เริ่มที่สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่แรงสะใจด้วยพลังเบนซิน 1.5 ลิตร VTEC TURBO เรี่ยวแรง 178 แรงม้า แรงบิด 240 นิวตันเมตร เกียร์ CVT ตอบสนองอัตราเร่งได้เกินตัว 
การออกตัวการเร่งแซงนั้นฉับไวมีอาการรอรอบเล็กน้อย แต่เมื่อรอบเครื่องยนต์และระบบเกียร์เข้าที่ก็พุ่งทยานไปอย่างทันใจ ยิ่งช่วงต้องการอัตราเร่งแซงนั้นมีกำลังให้ใช้งานเกินพอเลย ซึ่งสมรรถนะของเจ้า 1.5 ลิตร เทอร์โบก็สำแดงให้เห็นตั้งแต่ในโฉมก่อนหน้านี้ (FC) ไปแล้ว แต่ในโฉมใหม่นี้ มีการปรับปรุงระบบเครื่องยนต์อีกเล็กน้อยทำให้คันเร่งตอบสนองไว้ขึ้น เกียร์ไหลลื่นขึ้น และช่วงล่างที่แน่นหนึบมากขึ้นแม้จะเป็นรุ่น EL+ 
ความนุ่มนวลของช่วงล่างเมื่อใช้งานนั้น ยอกได้เลยครับว่า นุ่มนวลสะดวกสบายมาก เพราะล้อขนาด 16 นิ้ว และยางที่แก้มสูงกว่าในรุ่นสปอร์ต RS จึงช่วยให้การใช้งานทั่วไปนั้นยิ่งเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้ใหญ่ร่วมเดินทางไปด้วย พร้อมกับความสะดวกสบายของออปชั่นที่มีให้ค่อนข้างคุ้มค่า ได้แก่ พงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นรองรับคำสั่งเสียง ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ กระจกคู่หน้าแบบขึ้น-ลงอัตโนมัติ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ระบบแอร์อัตโนมัติแม้จะไม่แยกปรับอุณหภูมิแต่ก็ใช้งานได้ดีเย็นจนหนาวสั่น 
สำหรับมาตรวัดจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว ที่มีในฝั่งด้านซ้าย สามารถแสดงการทำงานและระบบต่าง ๆ ของรถได้ครบถ้วน ส่วนช่องขวาก็เป็นเข็มแบบอนาล็อก แต่ก็มีไฟเรืองแสงสวย ๆ ในชวนมองไม่น้อยครับ ตรงจอความบันเทิงขนาด 7 นิ้ว อาจจะมีขนาดเล็กไปถ้าเทียบกับสัดส่วนของคอนโซล แต่รองรับการเชื่อมต่อได้ครบถ้วนเทียบเคียงกับรุ่น RS และยังให้ลำโพง 8 ตัว ขาดเพียงการเชื่อมต่อ Honda Connect และกล้อง Honda Lane Wacth เท่านั้น  
ระดับความประหยัดน้ำมันนั้นต้องบอกว่าในโหมด ECON นั้นสุดยอดมากครับ เพราะสามารถทำตัวเลขได้สูงสุดถึง 18.8 กม./ลิตร จากการขับทางไกลจากกทม. - เขาใหญ่ ซึ่งก็มีการจราจรหนาแน่นในบางช่วง ส่วนในโหมดปกตินั้นทำอัตราสิ้นเปลืองได้ดีที่สุดอยู่ที่ 16 กม./ลิตร ครับ ก็ไม่ต่างจากทางโรงงานเคลมเอาไว้ที่ 17.2 กม.ลิตร ส่วนขับขี่ในเมืองรถติดสลับหยุดนิ่งมีเร่งออกตัวบ่อย ๆ ขับแบบเท้าหนักปกติตัวเลขได้ประมาณ 12 - 13 กม./ลิตร ความประหยัดกับความแรงไปกันได้จริง ๆ ครับ 
ความปลอดภัยจัดเต็ม HONDA SENSING
รถยนต์ซีวิคใหม่ทั้ง 3 รุ่นย่อยติดตั้ง Honda Sensing มาให้ครบ ซึ่งในการทดสอบใช้งานจริงตลอด 6 วันนั้น ชอบระบบเตือนเบรกและเตือนออกนอกเลนมาที่สุด เหมาะกับ ผู้ที่ชอบแอบส่องเฟสชาวบ้านขณะขับรถอย่างผม หรืออาจมีความจำเป็นต้องเปิดโทรศัพท์เพื่อเช็คข้อความจากเจ้านาย และละสายตาออกจากถนน ระบบนี้แหละที่ช่วยเตือนสติให้เรากลับมาตั้งใจขับรถต่อได้อย่างปลอดภัย ระบบที่ชอบถัดมาก็เป็นระบบความความเร็วแบบแปรผันตามรถคันหน้าพร้อมกับการแปรผันที่ความเร็วต่ำจนจุดหยุดนิ่ง และเมื่อรถออกตัวก็เร่งตามคันหน้าได้ด้วย หากจอดไม่เกิน 3 วินาที แต่ถ้าเกินจะตัดการทำงานและผู้ขับขี่ต้องควบคุมเองต่อไป และก็มีระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ออกไป เหมาะกับการใช้งานจริงมาก ๆ เลยครับ     
ในส่วนของระบบการเตือนต่าง ๆ นั้นเป็นเพียงการช่วย "สกิต" หรือการ "ย้ำเตือน" ผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวัง มีสมาธิและใส่ใจกับการขับขี่ให้มากขึ้น แม้ระบบจะมีการช่วยเหลือผู้ขับในหลาย ๆ รูปแบบ แต่ก็เป็นเพียงการช่วยเตือนเท่านั้นนะครับ ผู้ขับขี่เองต้องมีสามาธิและไม่ประมาทด้วย เพราะในบางสถานการณ์ระบบนี้ก็ยังมีข้อผิดพลาดหรือตรวจจับไม่ได้ ดังนั้นผู้ขับขี่เองต้องไม่ประมาณและตั้งใจขับรถอยู่เสมอด้วยครับ 
สรุปความคุ้มค่า Civic EL+ ราคา 1,009,900 บาท
Honda Civic EL+ เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถใช้งานในครอบครัว ไม่เน้นออปชั่นตกแต่งแนวสปอร์ตหรืออาจมีแนวทางการตกแต่งของตัวเองในใจแล้ว สมรรถนะ ระบบความบันเทิงและระบบความปลอดภัยเทียบเท่ารุ่น RS ที่ต้องเพิ่มอีก 190,000 บาท และให้ความพรีเมี่ยมและออปชั่นความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นจากรุ่นเริ่มต้นอย่าง EL ที่ต่างกันราว ๆ  40,000 บาท รุ่น EL+ จึงเป็นตัวเลือกที่อยู่ระหว่างความพรีเมี่ยมและประหยัดได้พอดิบพอดีครับ  
หากไม่ซีเรียสเรื่องของไฟหน้าโปรเจคเตอร์ใช้หลอดแบบฮาโลเจน กระจกมองหลังปรับลดแสงด้วยมือ ล้ออัลลอย 16 นิ้วลายเรียบง่าย หรือกล้องมองมุมด้านข้างแล้วละก็ EL+ จะเป็นหนึ่งในรถยนต์ครอบครัวที่คุ้มค่ามากที่สุดสำหรับปัจจุบันเลยครับ  
 
แท็กที่เกี่ยวข้อง รีวิว honda รีวิว Honda Civic
เขียนโดย สินธนุ จำปีศรี CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU