:
รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว - ทดลองขับ Nissan Terra ใหม่ เพิ่มออปชั่นปรับพวงมาลัยเบา ช่วงล่างนุ่ม ดิกส์ 4 ล้อ คันเร่งมาไวขับสบายขึ้น

23 ส.ค. 64 2,252

รีวิว - ทดลองขับ Nissan Terra ใหม่ เพิ่มออปชั่นปรับพวงมาลัยเบา ช่วงล่างนุ่ม ดิกส์ 4 ล้อ คันเร่งมาไวขับสบายขึ้น
นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ (Nissan Terra) รถครอบครัวอเนกประสงค์ปรับโฉมใหม่ "ไมเนอร์เชนจ์" เกือบทั้งคันตั้งแต่ด้านหน้าได้แก่ ฝากระโปรงและกันชนหน้าทรงใหม่ กระจังที่ออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เส้นโครเมียมแนวนอนด้านในกระจังช่วยเสริมบุคลิกที่หรูหรา ไฟหน้า Quad LED 4 ดวง ดีไซน์ใหม่รายแรกในรถระดับนี้ พร้อมประสิทธิภาพสูงให้ความสว่างมากขึ้นถึง 34% ไฟ Daytime Running Light ที่มีให้ทุกรุ่นย่อย ไฟตัดหมอก LED ประสิทธิภาพสูงล้อมรอบด้วยแถบโครเมียมขนาดใหญ่ และมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่คุ้มค่าตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น  


เกริ่นก่อนว่าก่อนวันเปิดตัวและราคานั้น ทางนิสสันได้ส่งมอบรถเทอร์ร่าใหม่ รุ่น 2.3 VL 4WD ให้ทำการทดสอบถึงบ้านทีละสื่อเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 โดยใช้เวลา 1 วันเต็มรับรถช่วงเช้าและส่งคืนเย็น จึงอาจได้สัมผัสรถในระยะเวลาไม่มานัก และทำบทความเอาไว้ก่อนวันเปิดตัวเป็นทางการในวันพฤหัสที่ 19 สิงหาคม 2564 (วันที่ทดสอบ 3 ส.ค.2564) จึงเน้นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถให้มากที่สุดครับ




ด้านท้ายถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่สปอยเลอร์บนหลังคาจนถึงชายกันชนด้านล่าง ฝาท้ายเพิ่มความหรูหราและโดดเด่นมากขึ้นในทุกรายละเอียด ด้วยการใช้วัสดุโครเมียม และชิ้นส่วนสีเงินเข้ามาตกแต่งมากขึ้น ขณะที่ไฟท้ายลดความสูง และเพิ่มความกว้างมากขึ้นให้ดูโฉบเฉี่ยว โดยเป็น ไฟ LED แบบ Light Guide เส้นคู่ ให้ความรู้สึกล้ำสมัย ไฟเบรกแบบ LED ก่อนจะเข้าเรื่องทดสอบมาดูความแตกต่างและการปรับปรุงต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นจากโฉมก่อนหน้านี้ 
นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ มีขนาดตัวถัง ยาว 4,890 มม. กว้าง 1,865 มม. และสูง 1,865 มม. ระยะฐานล้อ 2,850 มม. ระยะความสูงใต้ท้องรถ 225 มม. รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.7 เมตร มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย
  • 2.3 E 2WD 7AT ราคา 1,199,900 บาท 
  • 2.3 VL 2WD 7AT ราคา 1,449,000 บาท
  • 2.3 VL 4WD 7AT ราคา 1,499,000 บาท 

ขุมพลัง YS23DDTT 190 แรงม้า เกียร์ 7 สปีด

Nissan Terra ใหม่ เครื่อง 2.3 ลิตร YS23DDTT ขนาด 2,298 ซีซี ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (PS) ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร (Nm) 1,500 - 2,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมแมนนวลโหมด (M mode) รองรับน้ำมันดีเซลทุกชนิดทั้ง B7, B10 และ B20 และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 20,000 กิโลเมตร***  

ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง และระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ 5 ลิ้งค์ (5-Link) พร้อมคอยล์สปริง ระบบเบรกใหม่โดยในไทยนับเป็นประเทศแรกในโลกที่ติดตั้งดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่ 350 มม. ในเทอร์ร่าใหม่และดิสก์หลังขนาด 330 มม. พร้อมครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ ยกเว้นในรุ่น 2.3 E ส่วนล้อแม็กลายใหม่ 18 นิ้ว และยาง 255/60R18 ทุกรุ่นย่อย


แตกต่างเพียงแค่ในรุ่น 4X4 มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อที่ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนจากการขับขี่แบบสองล้อ หรือ two-wheel drive (2H) เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ four-wheel drive ได้ทั้ง 4H และ 4L ผ่าน Rotor Switch ที่บริเวณแผงคอนโซลกลาง พร้อม ฟังก์ชัน shift-on-the-fly ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ขณะขับขี่ จาก 2H เป็น 4H ได้ทันทีขณะรถวิ่งไม่เกิน 100 กม./ชม. เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน 
ขณะที่โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบความเร็วต่ำ low range four-wheel drive หรือ 4LO สำหรับการขับขี่บนพื้นที่ทุรกันดาร เช่น ทราย โคลน ลุยน้ำ ปีนขึ้นที่สูงชัน หรือลงในเส้นทางลาดชัน มาพร้อมระบบ Electronic Locking Rear Differential (Diff-Lock) ช่วยกระจายกำลังไปยังล้อหลังทั้ง 2 ข้างเพื่อเสริมกำลังฉุดให้ขับออกจากหล่มหรือในสถานการณ์ที่ต้องการแรงบิดสูงในโหมด 4L ได้ง่ายขึ้น และระบบป้องกันการลื่นไถล Brake Limited Slip Differential (B-LSD) โดยระบบจะส่งแรงไปยังล้อที่ลื่นไถลให้การออกตัวที่ลื่น พร้อมกระจายแรงขับขี่ไปที่ล้อแต่ละข้างเมื่อขับขี่ในโหมด 4H 
ภายนอก-ภายใน 

ภายนอกไฟหน้าแบบ Quad LED 4 ดวงไฟต่ำด้านล่าง 2 ดวง และไฟสูงด้านบน 2 ดวงเมื่อเปิดไฟสูงจะติด 4 ดวงพร้อมกันเลย เพิ่มระบบปรับระดับไฟหน้าอัตโนมัติ ช่องไฟตัดหมอกสี่เหลี่ยมตั้งแบบ LED และไฟท้าย LED Light Guide ทุกรุ่นย่อย เสาอาการครีบฉลาม ราวหลังคาสีเงิน สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต กันชนท้ายสีทูโทน คิ้วโครเมียมขนาดใหญ่ 








ฝาท้ายออกแบบใหม่ สัญลักษณ์ TERRA ใหม่  ฝาประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์ด้านใต้กันชนหลัง (Auto Lift Gate)* ไม่ต้องใช้มือเพียงแค่ยื่นเท้าเข้าหาบริเวณกึ่งกลางของกันชน  

ภายในใหม่หมดต้ังแต่คอนโซลหน้า คอนโซลกลาง คอนโซลกลางดีไซน์ใหม่ และเปลี่ยนมาใช้เบรกมือไฟฟ้า เทคโนโลยีชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger) ให้กำลังการชาร์จไฟสูง 15 วัตต์ (เว้นรุ่น 2.3E) แผงหน้าปัดดีไซน์ใหม่ พวงมาลัย D-shape แบบสปอร์ต ปรับอัตราทดใหม่ให้ควบคุมได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัย 

มาตรวัดใหม่จอแสดงผลขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 7 นิ้ว บอกสถานะการทำงานของรถ ได้แก่ แสดงระบบขับเคลื่อน ทิศทางเลี้ยวล้อหน้า เข็มทิศ แสดงการเตือนของระบบความปลอดภัยต่าง ๆ แสดงแรงดันลมยาง อัตราสิ้นเปลือง และตั้งค่าต่าง ๆ ของรถ เป็นต้น





ตกแต่งด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ที่ให้สัมผัสนุ่มสบาย ระบบปรับอากาศด้านหน้าแบบอัตโนมัติแยกปรับอุณภูมิตาม (เว้นรุ่น 2.3E) พร้อมช่องแอร์ครอบคลุมผู้โดยสารทั้ง 7 ที่นั่ง และที่นั่งแถว 2 มีคงฟังก์ชั่น Auto Tumble Seat ที่คอนโซลกลาง โดยจะพับอัตโนมัติเบาะแถวที่ 2 อัตโนมัติแค่กดปุ่มเพียงจากสวิตช์แบบ "1-Touch Remote Fold & Tumble" ห้องโดยสารเพิ่มฉนวนลดเสียงรบกวน กระจกตอนหน้าและประตูคู่หน้าแบบ Acoustic Glass และยังเป็นผู้นำเทคโนโลยี Intelligent Rear View Mirror มาใช้เป็นรายแรก ติดกล้องความละเอียดสูงที่กระจกบานหลัง 









ความบันเทิง 

ความบันเทิงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว หน้าจอด้วยความละเอียดที่สูงขึ้นกว่าเดิมที่ระดับ WXGA (1024x768) ครั้งแรกกับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย (Wireless Apple CarPlay) โดยในรุ่น VL มาพร้อมระบบ Bose Premium Audio System ซึ่งนิสสันร่วมกับ Bose ออกแบบการจัดวางลำโพงทั้ง 8 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์ ส่วนทุกรุ่นย่อยติดตั้ง NissanConnect ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ Apple CarPlay และ Android Auto** ระบบนำทาง และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition) 

Nissan Terra ใหม่ ใจดีจัดหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 11 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง สามารถสตรีมมิ่งช่องโปรด เช่น NetFlix และ YouTube ผ่านช่อง HDMI ได้อย่างง่ายดาย พร้อมช่องชาร์จไฟ และจุดชาร์จ USB สำหรับผู้โดยสารแถวทีสาม โดยทั้งคันมี USB-A 3 จุด USB-C 2 จุด รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ และการชาร์จแบตเตอรี่ แถมด้วยระบบเทคโนโลยีชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger) ให้กำลังการชาร์จไฟสูง 15 วัตต์     



นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เชื่อมต่อดูหนัง MI TV Stick ต่อกับช่อง HDMI ตรงเท้าแขนผู้โดยสารแถวที่สาม มาพร้อมกับรีโมทใช้งานได้ทันที และขอบอกว่าเป็นอุปกรณ์ที่นิสสันให้มากับรถไม่ต้องไปหาซื้อเองเลย เพียงแค่เสียบ HDMI และแชร์ Hotspot Wifi จากโทรศัพท์ก็ใช้งานได้ทันทีครับ 
ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกนิด

ความปลอดภัยที่โดดเด่นด้วย เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน (Intelligent Around View Monitor - IAVM) บนจอกลาง โดยในรุ่น 4WD ที่จะทำงานทันทีที่เริ่มขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD) และเพิ่มระบบ Off-Road Mode เมื่อเปิดระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ช่วยเพิ่มมุมมองรอบตัวรถอีกด้วยครับ นอกจากนี้ยังมีระบบ Parking Sonar คอยเตือนอีกชั้นหนึ่ง


นิสสัน เทอร์ร่าใหม่ ยังมาพร้อมความปลอดภัยมาตรฐาน 
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง 
  • เทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (IFCW)
  • เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (IEB) 
  • เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (LDW) สำหรับรุ่น 2.3 VL 2WD /4WD เพิ่มระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (MOD) 
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) 
  • กล้องแสดงภาพด้านหลังที่กระจกมองหลัง 
  • เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (RCTA) 
  • เทคโนโลยีเตือนรถในมุมอับสายตา (BSW) 
  • ระบบเตือนแรงดันลมยาง 
  • สำหรับรุ่น 2.3 VL 4WD เพิ่ม Diff-Lock กล้องที่มีระบบ Off-Road Mode และควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)

สมรรถนะและการทดลองขับ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ (Nissan Terra)

ทางบริษัทฯ นิสสัน ได้ส่งรถให้ทดสอบเดี๋ยวถึงบ้านตามมาตรการความปลอดภัยของสถาณการณ์โควิด-19 แต่จำกัดระยะเวลานั่นคือ เหมือนเป็นการลองขับสั้น ๆ ในหนึ่งวัน ซึ่งก็อาจจะไม่ได้สัมผัสกันยาวนัก และน่าจะเป็นการทดลองแบบพรีวิว คงต้องรอหลังจากนี้ อาจได้มีโอกาสนำมาทดสอบยาว ๆ อีกครั้ง   

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ (Nissan Terra) 
ภายนอกดูเปรียวและมีความมนมาขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า ไฟหน้าให้มาดีสุดในกลุ่ม PPV ปัจจุบัน ส่วยท้ายปรับประตูและไฟท้ายเล็กน้อยเป็นไฟหรี่และไฟเบรก LED หลังคามาพร้อมราวสีเงิน ด้านข้างแทบไม่มีอะไรแตกต่างยังใช้โครงประตูเดิม ในส่วนประตูท้ายที่เพิ่มระบบไฟฟ้าพร้อมกับเซ็นเซอร์ใช้เท้ากวาดนั้น ยังไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ บางครั้งกวาดเท้าครั้งเดียวใช้ได้เลย บางครั้งหลายทีกว่าจะเปิดได้ 

ภายในนี่สิใช่เลย!..มาช้าแต่ก็น่าประทับใจ คอนโซลหน้า กลาง แผงควบคุมแอร์ รวมถึงมาตรวัดใหม่หมด จอแสดงผลขนาดใหญ่ดูสบายตาขึ้น สัญลักษณ์การแจ้งเตือนของระบบเตือนออกนอกเลนและเตือนก่อนชนพร้อมเบรกอัตโนมัติชัดเจนมาก (สามารถดูในวิดีโอรีวิว) และก็มีรูปภาพรายละเอียดการแจ้งเตือนต่าง ๆ ที่มองง่ายขึ้น






พวงมาลัยใหม่มีขนาดเล็กเหมือนกำลังขับ คิกส์หรืออัลเมร่าเพราะทรงเดียวกันเป็นแบบ "ท้ายตัด" หรือ "D-shape" ส่วนหนังหุ้มพวงมาลัยแข็งไปหน่อยเหมือนไม่มีนวมบุมาให้ แต่โดยรวมสวยน่าใช้มากขึ้น พร้อมปุ่มควบคุมมาตรวัดกับเครื่องเสียงและครุซคอนโทรล ไฟหน้าและที่ปัดน้ำฝนหน้ามีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ 


จอความบันเทิงใหม่ใหญ่คมชัดยกเว้นภาพจากกลองรอบคัน ที่ยังไม่ชัดเท่าไหร่เหมือนอาจเป็นเพราะตัวกล้องยังใช้ของเดิมจากรุ่นก่อนหน้า แต่ก็พอมองได้ ส่วนระบบทันสมัยอื่น ๆ อีกมากมายอย่างการเชื่อมต่อ Apple Carplay แบบไร้สายสะดวกมากและแต่สำหรับ Android Auto ต้องเสียบสายนะครับ 
รุ่นที่นำมาทดสอบขับเป็นตัวท็อปสุดจึงให้พลังเสียงจาก BOSE ที่นุ่มลึกแต่เมื่อเปิดดัง ๆ เบสแน่นโดยไม่กระด้าง ความรู้สึกแตกต่างจาก Bose ที่อยู่ในรถระดับเดียวกันกหลายรุ่น อาจเพราะการซับเสียงเก็บความเงียบที่ดีขึ้น เงียบมากขึ้นเสียงภายนอกเข้ามาน้อยลงกว่ารุ่นก่นหน้าเยอะ ยกเว้นเสียงเครื่องยนต์ที่ยังมีเบา ๆ ให้พอได้ยิน 

ท่านั่งการขับขี่ยังไม่ประทับใจนักเพราะว่าพวงมาลัยปรับได้แค่ 2 ทิศทาง ไม่สามารถปรับใกล้-ไกลได้ จึงต้องปรับที่เบาะนั่งอย่างเดียว และผู้ทดสอบขายาวแขนสั้นทำให้การนั่งเหมือนห่อไหล่และต้องโน้มตัวไปด้านหน้าเยอะกว่าปกติ แต่ถ้าเลื่อนเบาะเข้าใกล้ ขาก็จะงอมากไป และไม่มีพักเท้าซ้ายมาให้ ซึ่งจุดนี้อาจต้องหาท่าความถนัดให้คุ้มชินกันอีกทีครับ 
ตัวเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าทรงกระชับขึ้นแต่ลวดลายแบบไดมอนทำให้รู้สึกแข็งไปบ้าง ยังดีที่นวมเบาะนุ่มจึงไม่มีพลมากนัก แผงประตูคนขับชิดเบาะมากทำให้ ทำให้เวลาหมุ่นพวงมาลัยบางครั้งข้อศอกขวาจะติดที่เท้าแขน ส่วนเท้าแขนกลางตำแหน่งกำลังดี พอดีกับการวางและเข้าเกียร์

สมรรถนะดีขึ้นหลายด้าน!
พวงมาลัยน้ำหนักเบาขึ้นชัดเจน และคมมากขึ้นหมุนรอบน้อยลงเหลือเพียง 3.4 รอบ (จากเดิม 3.8 รอบ) เพราะมีการปรับอัตราทดใหม่ ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าที่หนักเกินไป ด้วยน้ำหนักที่เบาลงเยอะผู้หญิงขับได้สบายไม่ต่างจากการขับรถยนต์ซีดานที่ใช้พวงมาลัยแบบไฮดรอลิกส์ 
การตอบสนองเครื่องยนต์ดีขึ้น มาไว้ คันเร่งเบาลงเยอะ ควบคุมง่าย ออกตัวไม่หนืด ช่องว่างระบบฟรีของคันเร่งน้อยลง แม้ว่าจะเหมือนเดิมทั้งกำลังและแรงบิด แต่มีการปรับจูนคันเร่งใหม่ให้ "มาไว้ขึ้น" นั่นเองครับ 

ระบบช่วงล่างถูกใจคนในครอบครัว แต่อาจขัดใจขาซิ่งเล็กน้อย เพราะว่าให้ความนุ่มนวลมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนมาก การขึ้น-ลงเนินกระดก นุ่มไม่เด็งหรือดีด ขับที่ความเร็วต่ำไม่ค่อยรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนแม้จะวิ่งผ่านถนนคอนกรีจที่เป็นลอนคลื่น 
***รูปรอแคปจากคลิป
ส่วนความเร็วสูงนั้น ถ้าขับทางตรงถือว่าให้ความนุ่มนวลดี แต่เมื่อโยนหรือเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็ว ก็เริ่มมีอาการ "ย้วย" ให้รู้สึกบ้าง และด้วยน้ำหนักพวงมาลัยที่เบาขึ้นเยอะ ก็อาจยิ่งทำให้ต้องเกร็งมือมากขึ้นตามไปด้วยครับ อาจต้องใช้การปรับตัวสักพักก็น่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก เพราะเน้นการเดินทางที่สะดวกสบายปลอดภัย ความนุ่มนวลและราบรื่นของเครื่องยนต์จึงสำคัญกว่า 

ระบบเบรกยุโรปเรียกน้อง!...
ระบบเบรกที่ปรับปรุงได้ประทับใจมาก นุ่มเท้า ไม่ต้องใช้น้ำหนักมาก เบรกได้ดีเนียบ และหนึบ หลังจากทดลองขับแล้วได้สอบถามวิศวะกรนิสสันจึงทราบว่า ดิกส์หน้าเปลี่ยนมาใช้จานเบรกขนาด 350 มม. และดิกส์หลัง 330 มม. ทำให้การเบรกดีขึ้นเยอะ และยังบอกด้วยว่าเป็นประเทศแรกที่ได้ระบบเบรกชุดนี้เลยครับ และใส่ระบบเบรกไฟฟ้ามาแล้ว ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่มี Auto Hold Brake มาด้วย

ระบบความปลอภัยเยอะพอตัว
ระบบความปลอดภัยที่โดดเด่นได้แก่ ระบบเตือนก่อนการชนพร้อมเบรกอัตโนมัติ ที่ได้มีโอกาสลองใช้จริงอยู่หลายครั้ง ทำงานได้แม่นยำ แต่มีระบบกระชั้นมากไปหน่อย อาจขึ้นกับระดับความเร็วรถด้วย แต่สรุปว่าไว้ใจได้ครับทำงานได้ดี ขยันเตือนตลอด 
***รอรูปจากคลิก

นอกจากนี้ก็มีระบบเตือนออกนอกเลนด้วยสัญลักษณ์บนมาตรวัดและเสียงเตือนแต่ยังไม่มีระบบดึงกลับอัตโนมัติ และระบบที่สายแม่บ้านต้องชอบคือ ระบบเตือนเมื่อมีรถวิ่งผ่านขณะถอยหลังออกจากช่องจอด แต่ก็ยังไม่มีระบบเบรกอัตโนมัติ ระบบนี้ดีมากเพราะในชีวิตระจำวันมีการถอยออกจากช่องบ่อย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้เยอะเลยครับ 

ระบบกล้องมองรอบคัน 360 องศา ที่ภาพยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ น่าจะเปลี่ยนตัวกล้องให้ชัดเจนสมกับหน้าจอ 9 นิ้วใหม่ที่แสดงภาพได้อย่างละเอียด สำหรับกล้องมองหลังบนกระจกมองหลังมีประโยชน์มากเมื่อมีผู้โดยสารหรือว่าบรรทุกสิ่งจนบดบังมุมมองท้ายรถ เพียงปรับเป็นกล้องก็มองเห็นรถด้านหลังชัดเจน 
สำหรับในรุ่น 4WD ก็มีของแถมด้วยคือ กล้องแบบ "ซูม" ใกล้ขึ้นให้เห็นอุปสรรครอบรถได้ใกล้มากขึ้นและมีระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวรอบ ๆ ตัวรถอีกด้วย ตรงจุดนี่ติดเพียงแค่ "ภาพไม่คมชัด" เท่านั้นเอง  


มาถึงเบาะนั่งผู้โดยสารแถวที่สองกว้างขวางนั่งได้เต็มก้นและเป็นแบบยกระดับสูงขึ้นเหมือนเบาะโรงหนัง (Theater Seat) แต่เบาะแถวที่สามนั้นยังเป็นเหมือนเดิมคือ เบาะวางกับพื้นแบบ "เบาะญี่ปุ่น" เมื่อนั่งเข่าจะต้องยกสูง แต่ก็แอบสะดวกสบายด้วยสวิตช์ช่วยพับเบาะไฟฟ้าที่คอนโซลกลางมาให้เช่นเดิม   


สรุปความคุ้มค่ากับราคา

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ (Nissan Terra) มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์เบา ๆ ด้วยการอัพสเปคเพิ่มฟังก์ชั่นที่มีอยู่ในรถยนต์หลายรุ่นโดยเฉพาะในนาวาร่า ใหม่ จึงเห็นได้ว่าหลายอย่างมีให้เยอะมากกว่าหรือเทียบรถคู่แข่งบางรุ่นที่ราคาระดับเกือบ 2 ล้านบาท แต่ระบบความปลอดภัยที่ทางนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่เน้นให้มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น สมรรถนะที่ดีขึ้น พวงมาลัยเบา ช่วงล่างนุ่มนวล สบายมากขึ้น เครื่องยนต์ตอบสนองเร็วทันใจมากขึ้น การเก็บเสียงดี ระบบความบันเทิงทันสมัย น่าจะพอเป็นข้อมูลให้ช่วยตัดสินใจได้ สุดท้ายต้องไปลองขับได้สัมผัสด้วยตัวเองก่อนว่า เทอร์ร่าใหม่ดีกว่าเดิมจริงหรือไม่ครับ!  
New Nissan Terra มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย 
  • 2.3 E 2WD 7AT ราคา  บาท
  • 2.3 VL 2WD 7AT ราคา  บาท
  • 2.3 VL 4WD 7AT ราคา  บาท (รุ่นที่นำมาทดสอบ) 
แท็กที่เกี่ยวข้อง รีวิวนิสสัน เทอร์ร่า รีวิว nissan นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ (nissan terra) ข่าวนิสสัน เทอร์ร่า nissan terra nissan
เขียนโดย เช็คราคา.คอม CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU