รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

เฟิร์สทไดรฟ์ HAVAL H6 Hybrid เอสยูวีที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ

29 มิ.ย. 64 4,742
 
เฟิร์สทไดรฟ์ HAVAL H6 Hybrid เอสยูวีที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ 
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดทดสอบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ครั้งแรกให้กับสื่อมวลชน นับเป็นการเตรียมพร้อมก่อนการเปิดราคาจริงในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ด้วยการทดสอบขับทางไกลและลองระบบช่วยเหลือที่โดดเด่นของ HAVAL H6 Hybrid ภายใต้แนวคิด DRIVE TO A NEW xEV WORLD เส้นทางกรุงเทพฯ - ชลบุรี พร้อมเตรียมสถานีทดสอบระบบช่วยเหลือต่างๆ เสมือนการจำลองใช้งานจริงให้สื่อมวลชนได้ลองเพื่อเห็นภาพที่ชัดเจน


การทดสอบ  HAVAL H6 Hybrid เริ่มกันจากโรงแรมอวานีย่านอ่อนนุช ผู้เขียนได้ขับรถหมายเลข 16 สีซิลเวอร์ เริ่มออกตัวกันราว 10.00 น. ขับไปตามถนนสุขุมวิทช่วงสั้นๆ ได้โอกาสทำความคุ้นเคยการขับของตัวรถไปสักพักก่อนหลีกหนีการจราจรที่วุ่นวาย จึงได้ลองเรื่องออกตัวและความคล่องตัว พบว่าตอบสนองได้ดีเยี่ยม ด้วยแรงบิดรวมสูงสุดถึง 530 นิวตันเมตรจากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ไดเรคอินเจคชันผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงม้าสูงสุด 243 พีเอส ทำให้ออกได้อย่างฉับไว รู้สึกได้ถึงความกระฉับกระเฉง สามารถฉุดตัวถังขนาดใหญ่บนล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วในรุ่น ULTRA ได้อย่างสบาย ส่วนการใช้เบรกช่วงความเร็วต่ำก็ให้ความรู้สึกตอบกลับที่ดีให้น้ำหนักได้ง่าย มาถึงด้านจุดขึ้นทางด่วนบูรพาวิถีก็ได้จังหวะกดคันเร่งเต็มที่และต่อเนื่องมากขึ้น ขณะขับสายสายตามองแทบไม่ต้องละไปมองหน้าจอเล็กที่เป็นมาตรวัดความเร็ว เพราะมีระบบ HUD สะท้อนข้อมูลการขับขึ้นบนกระจกบานหน้า ช่วยให้มีสมาธิกับการขับมากขึ้น นอกจากนี้ผู้เขียนพยายามรักษาระดับความเร็วไม่ไห้เกิน 120 กม./ชม. ตามที่กฎหมายกำหนด อาจมีบ้างที่เผลอผ่านระดับความเร็วที่กำหนดไปบ้างอย่างไม่รู้ตัว ส่วนหนึ่งมาจากการทำงานผสานกันของเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำได้ดีมากจริงๆ ส่วนการขับเปลี่ยนเลน นับว่าทำได้คล่องแคล่วเหมือนขับเอสยูวีขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) รวมถึงระบบระบบเอนเตอร์เทนเม้นท์ต่างๆ ส่วนหน้าจอหลักสื่อสารง่ายด้วยภาษาไทย ช่วยให้ใช้งานง่ายและสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ลองจับอาการตัวถังเวลาโดนลมข้างว่าลักษณะทรงตัวรถส่งผลมากน้อยแค่ไหน โดยรวมก็นับว่าไม่รู้สึกอะไรมากนัก อาจเป็นวันที่กระแสลมไม่แรงมากนัก หลังขับสิ้นสุดทางด่วน ก็ลงเข้าชลบุรีเลี้ยวไปถนนเลียบชายทะเลบนสะพานชลมารควิถี ผ่านเข้าพื้นที่ตัวเมืองยังรู้สึกได้ว่าเบาะนั่งสบายไม่มีอาการเมื่อยล้า




 HAVAL H6 Hybrid รุ่น ULTRA ที่ผู้เขียนขับมาถึงสนามบินเล็กหนองค้อ เตรียมขับทดสอบตามสถานีต่างๆในช่วงบ่าย เพื่อทดสอบระบบช่วยเหลือต่างๆ โดยมี 5 สถานี ได้แก่
1. สถานีทดสอบอัตราการเร่งและเบรก 

ซึ่งได้ลองออกตัวจากจุดหยุดนิ่งเต็มที่นับเป็นครั้งแรกที่ลองออกตัวแบบสปอร์ตจริงจังตัวรถทะยานไปข้างหน้าอย่างดุดัน มีแรงจีมากพอให้ความรู้สึกหลังติดเบาะ เมื่อถึงจุดเบรกได้ลองกดให้หยุดแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ได้กระแทกเพื่อหวังผลหยุดทันที ทำให้มีโอกาสรับความรู้สึกตลอดช่วงที่เพิ่มน้ำหนักการเบรกไปทีละนิดจนรถหยุดนิ่ง ซึ่งทำได้ดีมากๆ มั่นใจเลยว่าเบรกของรถสามารถแบกรับภาระน้ำหนักรถใหญ่และสูงขนาดนี้ได้อยู่จริง

2. สถานีทดสอบระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA : Auto Reversing Assistance) 

นับเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการทดสอบเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของ HAVAL H6 Hybrid โดยระบบฯ สามารถบันทึกเส้นทางภายใต้ความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. ได้สูงสุด 50 เมตร เพื่อไว้ใช้ถอยหลังกลับอัตโนมัติ นับเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ไม่ใช่น้อย 
 3. สถานีทดสอบระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP Integration Auto Parking)

ด้วยกล้อง 360 องศา และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค ช่วยให้ HAVAL H6 Hybrid สามารถค้นหาที่จอดรถ คำนวณพื้นที่สำหรับจอดรถได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถช่วยจอดได้ทั้งในรูปแบบการถอยเข้าช่องจอด การจอดขนานเส้นทางเดินรถ และการจอดตามแนวเฉียง จุดที่ต้องเน้นเห็นจะเป็นการเตรียมพร้อมตั้งลำรถเข้าที่จอด คือ ควรเป็นมุมที่ดีและเหมาะสมที่สุดในการเข้าจอด 
และเมื่อระบบฯหาที่จอดได้แล้ว กราฟฟิกในจอจะขึ้นกรอบสีเขียวเต็มหมายถึงจุดนั้นมีพื้นที่เพียงพอต่อการเข้าจอดไม่ว่าจะเป็นแบบขนาน เข้าซอง หรือแบบก้างปลาก็ตาม หน้าที่คือกดยืนยันให้ระบบทำงาน จากนั้นก็เข้าสู่การเข้าจอดอัตโนมัติพวงมาลัยจะหมุนเอง รถถอยหลังเองทุกอย่างง่ายและรวดเร็ว นับเป็นระบบช่วยที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองมากๆ 
4. สถานีทดสอบระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถหรือวัตถุเข้ามาในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA+RCTB Rear Cross Traffic Alert and Rear Cross Traffic Breaking) 

ระบบจะช่วยทำการแจ้งเตือนในขณะถอยรถ โดยจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับรถยนต์ที่เข้าใกล้บริเวณด้านหลังรถ และด้านซ้าย-ขวา และเมื่อตรวจพบความผิดปกติระบบจะทำการส่งสัญญาณเตือนและเบรคให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชน
5. สถานีทดสอบระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC : Adaptive Cruise Control) 

ทดสอบการใช้งานกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ Q4 ของโมบายอาย (EYEQ4) ช่วยควบคุมในช่วงความเร็วให้อยู่ในค่าที่ตั้งไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า โดยรักษาระยะห่างกับรถคันข้างหน้าตามระยะใกล้-ไกลที่เราปรับตั้งไว้อยู่ตลอด ซึ่งระบบนี้อาจคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วเพราะรถรุ่นใหม่ๆ มักมีฟังก์ชันนี้ให้ใช้กันมากขึ้น แต่ที่ชอบของใน HAVAL H6 Hybrid ก็คือ ครูซคอนโทรลทำเป็นก้านแยกออกมาจากพวงมาลัยปรับตั้งง่าย เพิ่มค่าความเร็วก็ง่ายเช่นกัน


สำหรับการขับทดสอบ HAVAL H6 Hybrid ครั้งแรกในประเทศไทย แม้ระยะทางไม่ไกลมาก และยังไม่ได้ลองเส้นทางชันขึ้น-ลงเขา แต่ก็รู้สึกประทับใจในสมรรถนะและเทคโนโลยีจริงๆ นับว่าเกิดคาดในหลายๆด้านกับที่คิดไว้ ด้วยราคาเริ่มต้น 1,149,000 บาท กับรุ่น PRO และ 1,249,000 บาท แบบจัดเต็มครบทุกฟังก์ชันกับรุ่น ULTRA ต่างกันแสนเดียว การเลือกอาจไม่ใช่ราคา แต่อยู่ที่ว่าใช้พอแค่รุ่นไหน ถ้า PRO ก็แฮปปี้แล้วก็เสมือนเหลือแสนไว้ช่วยซับดาวน์ สำหรับการรับประกันคุณภาพตัวรถ (Factory Warranty & Roadside Assist) ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่แบบไม่จำกัดระยะทางนานถึง 8 ปีเต็ม

แท็กที่เกี่ยวข้อง suv hybrid haval h6 hybrid gwm
เขียนโดย เช็คราคา.คอม CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU