GEELY STARRAY EM-R เปรียบเทียบ PRO vs MAX ต่างกันตรงไหน? เพิ่ม 1 แสนบาท คุ้มไหม?
ตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกในไทยกำลังมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าสนใจคือ REEV หรือ Range Extended Electric Vehicle ที่ให้ความรู้สึกในการขับขี่แบบรถไฟฟ้า แต่ยังมีเครื่องยนต์เข้ามาช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่อจำเป็น
ล่าสุด GEELY STARRAY EM-R เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ PRO และ MAX โดยมีราคาต่างกัน 100,000 บาท
- STARRAY EM-R PRO ราคา 699,900 บาท*
- STARRAY EM-R MAX ราคา 799,900 บาท
โดยราคา PRO ที่ 699,900 บาท เป็นราคาพิเศษสำหรับ 300 คันแรก จากราคาปกติ 729,900 บาท
คำถามสำคัญคือ เพิ่มเงินอีก 100,000 บาทเพื่อเลือกรุ่น MAX จะได้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง และคุ้มค่าหรือไม่?
GEELY STARRAY EM-R คือรถแบบไหน?
ก่อนจะเปรียบเทียบ PRO กับ MAX ต้องทำความเข้าใจกับระบบขับเคลื่อนของ STARRAY EM-R กันก่อน
ชื่อ EM-R ย่อมาจาก Electric Motive – Range Extended โดยเป็นระบบ REEV ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ส่วนเครื่องยนต์เบนซินไม่ได้ทำหน้าที่ส่งกำลังไปยังล้อ แต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจ่ายพลังงานให้กับระบบเมื่อจำเป็น
STARRAY EM-R มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ กำลังสูงสุด 99 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้า 11-in-1 กำลังสูงสุด 160 kW หรือประมาณ 218 แรงม้า แรงบิด 262 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า
ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.
แบตเตอรี่เป็นแบบ LFP ความจุ 18.4 kWh สามารถขับด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 104.8 กม. ตามมาตรฐาน NEDC และมีถังน้ำมันขนาด 51 ลิตร จึงเหมาะกับคนที่ต้องการใช้ไฟฟ้าเป็นหลักในชีวิตประจำวัน แต่ยังต้องการความอุ่นใจเมื่อต้องเดินทางไกล
PRO กับ MAX ใช้ขุมพลังเดียวกัน
จุดที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจคือ STARRAY EM-R PRO และ MAX ใช้ระบบขับเคลื่อนเดียวกัน
ทั้งสองรุ่นมี
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร
- มอเตอร์ไฟฟ้า 160 kW
- แรงบิด 262 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่ LFP 18.4 kWh
- ขับเคลื่อนล้อหน้า
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ประมาณ 8 วินาที
- วิ่งไฟฟ้าล้วนสูงสุด 104.8 กม. NEDC
ดังนั้น MAX ไม่ได้แรงกว่า PRO และไม่ได้วิ่งด้วยไฟฟ้าได้ไกลกว่า
เงินเพิ่ม 100,000 บาท จึงไม่ได้จ่ายเพื่อสมรรถนะ แต่เป็นการจ่ายเพิ่มเพื่อ อุปกรณ์ ความสะดวกสบาย ความพรีเมียม และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครบกว่า
แล้ว PRO มีอะไรให้บ้าง?
STARRAY EM-R PRO เป็นรุ่นที่เน้นความคุ้มค่า แต่ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์จะน้อยจนใช้งานไม่ครบ
ภายนอกได้ไฟหน้า Full LED ไฟท้าย Full LED พร้อม Light Bar ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/55 R18 รวมถึงราวหลังคา และระบบไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ
ภายในมาพร้อมหน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 10.2 นิ้ว และหน้าจอกลาง Touchscreen ขนาดใหญ่ 15.4 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบ Flyme Auto, Navigation, OTA และระบบสั่งงานด้วยเสียง
ด้านระบบเสียงเป็น FlyMe Audio พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง
เบาะคู่หน้าเป็นเบาะหนังสังเคราะห์ โดยเบาะคนขับปรับมือ 6 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง ขณะที่เบาะหลังสามารถพับแบบ 60:40 ได้
ที่สำคัญ PRO ก็มีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มาให้หลายรายการ เช่น Adaptive Cruise Control, Lane Keeping Assist, Lane Departure Warning, AEB และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง รวมถึงระบบช่วยขับขี่ระดับ Level 2+ ตามข้อมูลอุปกรณ์ของรุ่นไทย
พูดง่าย ๆ คือ PRO ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่อุปกรณ์ค่อนข้างครบแล้ว
MAX เพิ่มอะไรจาก PRO?
มาถึงจุดที่น่าสนใจที่สุด เพราะส่วนต่างระหว่าง PRO และ MAX อยู่ที่ 100,000 บาท
สิ่งที่ MAX เพิ่มเข้ามามีหลายรายการ และส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้รถดูหรูและใช้งานสะดวกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
1. ล้อใหญ่ขึ้น
PRO ใช้ล้อ 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/55 R18
ขณะที่ MAX เพิ่มเป็นล้อ 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50 R19
นอกจากทำให้รูปลักษณ์ดูสปอร์ตขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความโดดเด่นของตัวรถเมื่อมองจากภายนอก
2. Panoramic Roof
MAX ได้หลังคากระจก Panoramic ที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า
ฟังก์ชันนี้จะเห็นความแตกต่างได้ชัด โดยเฉพาะคนที่ชอบห้องโดยสารโปร่ง ๆ หรือใช้รถเป็นประจำและต้องการบรรยากาศที่พรีเมียมขึ้น
3. ประตูท้ายไฟฟ้า
MAX เพิ่มฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้การขนสัมภาระสะดวกขึ้น โดยเฉพาะเวลาถือของเต็มมือ
4. เบาะไฟฟ้า + Memory Seat + Seat Ventilation
นี่ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่น่าสนใจที่สุดของ MAX
เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อม Memory Seat ส่วนเบาะผู้โดยสารด้านหน้าก็ปรับไฟฟ้าเช่นกัน
ที่สำคัญคือ เบาะคู่หน้ามีระบบระบายอากาศ ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยเป็นอย่างมาก
5. เพิ่ม HUD ขนาด 13.8 นิ้ว
MAX มี W-HUD ขนาด 13.8 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า ช่วยให้ผู้ขับสามารถดูข้อมูลสำคัญได้โดยไม่ต้องละสายตาลงไปมองหน้าจอ
6. ระบบเสียงจัดเต็มกว่าเดิม
จากลำโพง 6 ตำแหน่งใน PRO รุ่น MAX เพิ่มเป็นระบบเสียง 16 ตำแหน่ง พร้อมลำโพงบริเวณพนักพิงศีรษะคู่หน้า
สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงระหว่างขับรถ จุดนี้ถือเป็นความแตกต่างที่สัมผัสได้จริง
7. Wireless Charger และ Ambient Light
MAX เพิ่มแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายกำลัง 15W และไฟ Ambient Light ที่สามารถปรับได้ถึง 256 สี
เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้เพิ่มสมรรถนะของรถ แต่ช่วยยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้ดูพรีเมียมมากขึ้น
ระบบความปลอดภัย MAX ก็เหนือกว่า
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ MAX มีความน่าสนใจมากขึ้น คือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่
ทั้ง PRO และ MAX มีระบบพื้นฐาน เช่น Adaptive Cruise Control, Intelligent Cruise Control, AEB, Lane Departure Warning, Lane Keeping Assist และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
แต่ MAX เพิ่มระบบช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น
- Blind Spot Detection
- Lane Change Assist
- Rear Cross Traffic Alert
- Rear Cross Traffic Braking
- Door Opening Warning
- ระบบป้องกันการชนด้านหลัง
- กล้องรอบคัน 360 องศา
- Transparent Chassis
- เซนเซอร์ช่วยจอดด้านหน้า
ดังนั้นถ้ามองเรื่อง ความสะดวกในการขับขี่และความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน MAX จะได้เปรียบกว่าอย่างชัดเจน
เปรียบเทียบ GEELY STARRAY EM-R PRO vs MAX
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
*ราคา PRO 699,900 บาท เป็นราคาพิเศษสำหรับ 300 คันแรก จากราคาปกติ 729,900 บาท
เพิ่มเงิน 100,000 บาท คุ้มไหม?
คำตอบอาจแตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน
ถ้าคุณมองหารถที่ เน้นความคุ้มค่า ต้องการขุมพลัง REEV และไม่ได้ซีเรียสกับอุปกรณ์ Luxury รุ่น PRO ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะสิ่งสำคัญอย่างระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ ระยะทางไฟฟ้า และสมรรถนะหลักไม่ได้แตกต่างจาก MAX
แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้รถทุกวัน และให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย การเพิ่มเงิน 100,000 บาทไป MAX ก็มีเหตุผลไม่น้อย
เพราะสิ่งที่ได้เพิ่มไม่ได้มีเพียงล้อ 19 นิ้วหรือหลังคา Panoramic แต่ยังรวมถึง เบาะไฟฟ้า Memory Seat เบาะระบายอากาศ HUD ระบบเสียงที่ใหญ่ขึ้น กล้อง 360 องศา และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่เพิ่มเติม
โดยเฉพาะ เบาะระบายอากาศ + กล้อง 360 องศา + Blind Spot + RCTA/RCTB เป็นฟังก์ชันที่มีโอกาสได้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
สรุป GEELY STARRAY EM-R รุ่นไหนดี?
ถ้าต้องการ รถ REEV ที่คุ้มค่าและเน้นใช้งานเป็นหลัก
STARRAY EM-R PRO คือคำตอบที่น่าสนใจ เพราะได้ขุมพลังเดียวกับ MAX และมีระบบความปลอดภัยพื้นฐานมาให้ค่อนข้างครบ
แต่ถ้าเป็นคนที่คิดว่า
"ซื้อรถทั้งที อยากได้ออปชั่นครบ ใช้ยาว ๆ และไม่อยากเสียดายทีหลัง"
STARRAY EM-R MAX จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า เพราะเงินเพิ่ม 100,000 บาท แลกกับอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นหลายรายการ โดยเฉพาะด้านความสะดวกสบายและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่
ดังนั้นความแตกต่างของสองรุ่นนี้จึงไม่ใช่ "รุ่นไหนแรงกว่า?"
แต่เป็นคำถามว่า
"คุณต้องการรถที่คุ้มค่า หรือรถที่ครบกว่า?"
เพราะไม่ว่าจะเลือก PRO หรือ MAX หัวใจสำคัญของ STARRAY EM-R ยังคงเหมือนกัน นั่นคือการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก พร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรที่ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยผลิตพลังงาน ทำให้ได้ความรู้สึกในการขับแบบ EV พร้อมความอุ่นใจเรื่องระยะทางในการเดินทางไกล
สำหรับคนที่กำลังมองหารถ SUV รุ่นใหม่ในช่วงราคาไม่เกิน 8 แสนบาท GEELY STARRAY EM-R จึงเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองในตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกของไทยในปี 2026
