ไอคอนบทความ

บทความดอกเบี้ยเงินฝาก

icon-filter ค้นหาดอกเบี้ยเงินฝากแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter

7 ประเภทการออมอย่างชาญฉลาด ... ที่ไม่ต้องเสียภาษี!

Share
7 ประเภทการออมอย่างชาญฉลาด ... ที่ไม่ต้องเสียภาษี!

7 ประเภทการออมอย่างชาญฉลาด ... ที่ไม่ต้องเสียภาษี!
เพื่อนๆ หลายคนคงมีปัญหากับการออม ที่เมื่อออมแล้วยังจะต้องเสียภาษี ทั้งๆ ที่ดอกเบี้ยหรือเงินปันผลก็น้อยอยู่แล้ว แต่เดี๋ยวก่อน! ทุกคนรู้หรือไม่คะว่า ภาษีเงินได้จากการออมบางประเภทเราสามารถหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย วันนี้เราจึงนำประเภทการออม โดยไม่ต้องเสียภาษีเลยสักบาท มาฝากเพื่อนๆ ชาว CheckRaka กันค่ะ ซึ่งเราจะขอจำแนกประเภทการออมเหล่านี้เป็น "7 ประเภทการออมอย่างชาญฉลาด...ที่ไม่ต้องเสียภาษี!" ดังนี้
การออมประเภทที่ 1 : เงินฝากเผื่อเรียก (สลากออมทรัพย์) จากธนาคารออมสิน และ ธกส.

เงินฝากเผื่อเรียก หรือที่เรียกกันว่า "สลากออมทรัพย์" เป็นการออมเงินที่เหมือนการฝากเงินกับธนาคาร โดยผู้ซื้อสลากนั้นจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่ธนาคารกำหนด แต่จะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษที่มากกว่าเงินฝากธนาคารทั่วไป โดยผู้ซื้อสลากจะได้รับสิทธิ์ในการลุ้นรางวัลทุกเดือนหรือทุกงวดจนกว่าจะครบกำหนดอายุของสลากนั้นๆ โดยตามกฎหมาย (มาตรา 42(8)(ก) และ (11) แห่งประมวลรัษฎากร) ได้ระบุไว้ว่า "ดอกเบี้ยสลากออมสิน หรือดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของรัฐบาลเฉพาะประเภทฝากเผื่อเรียก" และ "รางวัลบัตรออมทรัพย์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร" ได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีนะคะ
การออมประเภทที่ 2 : ฝากเงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์

"สหกรณ์" เป็นคณะบุคคลร่วมกันดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม โดยช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่ก่อนที่เราจะฝากเงินกับสหกรณ์ได้นั้น เราจะต้องเป็นสมาชิกของสหกรณ์นั้นๆ ก่อน (ตามเงื่อนไขและจุดประสงค์ของแต่ละสหกรณ์) โดยผลตอบแทนที่ได้จากสหกรณ์จะมีทั้งในรูปแบบของ "เงินปันผล" และ "ดอกเบี้ยเงินฝาก(ออมทรัพย์)" ซึ่งผลตอบแทนทั้ง 2 รูปแบบนี้จะสูงกว่าดอกเบี้ยจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป แถมยังได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎหมาย (มาตรา 42 (8)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร และพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 40) อีกด้วยนะคะ
การออมประเภทที่ 3 : เงินฝากประจำระยะเวลาตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป สำหรับผู้มีอายุ 55 ปีบริบูรณ์
คุณสมบัติของเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์ทั่วไปที่จะได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมาย (มาตรา 50(2) และมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร) นั้น จะต้องเป็นดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาการฝากตั้งแต่ 1 ปี (12 เดือน) ขึ้นไป และเมื่อรวมกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภทรวมกันแล้วต้องมีจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 30,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น และผู้ฝากเงินดังกล่าวจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ โดยนับตามวัน เดือน ปีเกิดของผู้ฝาก
การออมประเภทที่ 4 : การฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ โดยดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 20,000 บาท
เงินฝากประเภทออมทรัพย์ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องเป็นออมทรัพย์ที่ไม่ใช้เช็คในการถอน ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ผ่านระบบการหักหรือโอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์นี้ไปยังบัญชีเงินฝากกระแสรายวันหรือบัญชีเงินฝากอื่นใด และจะต้องมีจำนวนดอกเบี้ยรวมกันทุกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของทุกธนาคารทั้งสิ้นไม่เกิน 20,000 บาท ตลอดปีภาษีนั้น
การออมประเภทที่ 5 : เงินฝากประจำปลอดภาษี
"เงินฝากปลอดภาษี" เป็นการฝากเงินรายเดือนติดต่อกันมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 24 เดือนนับแต่วันที่เริ่มฝาก โดยยอดเงินฝากแต่ละครั้งต้องมีจำนวนเท่ากันทุกเดือน และยอดเงินที่ฝากในแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน ซึ่งรวมทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 600,000 บาท ทั้งนี้ ดอกเบี้ยของเงินฝากดังกล่าวจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ข้อจำกัดของบัญชีประเภทนี้ที่สำคัญที่สุด คือสามารถเปิดได้คนละ 1 บัญชีเท่านั้นนะคะ (รวมทุกธนาคาร) ห้ามขี้โกงเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น คุณจะไม่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีแน่นอน!

การออมประเภทที่ 6 : ลงทุนในกองทุนรวมที่ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล

เงินได้จากการขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมประเภทนี้ จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษี เนื่องจากเงินปันผลของกองทุนรวมต่างๆ นั้น จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 10% (มาตรา 48(3) วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร) ไว้แล้วซึ่งถือเป็นสิทธิพิเศษสำหรับเงินได้ประเภทนี้ที่จะเลือกเสียภาษีในอัตราที่ถูกหักไว้ (Final TAX) โดยไม่ต้องนำไปคำนวนเป็นเงินได้เมื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ การเลือกลงทุนในกองทุนแต่ละกองจะต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขหลายๆ ปัจจัยประกอบกันนะคะ
การออมประเภทที่ 7 : ลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund)

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure Fund คือ กองทุนรวมประเภทหนึ่งที่ตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนจากผู้ลงทุนเพื่อนำไปใช้พัฒนากิจการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสาธารณประโยชน์ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการของรัฐหรือเอกชน เช่น ไฟฟ้า ประปา ถนน ทางพิเศษ ทางสัมปทาน ท่าอากาศยาน ท่าเรือน้ำลึก โทรคมนาคม รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นต้น โดยกองทุนรวมที่จัดตั้งต้องระบุเฉพาะเจาะจงว่าจะนำเงินไปลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานประเภทใด ซึ่งกองทุนดังกล่าวถูกกำหนดให้บุคคลธรรมดาได้รับสิทธิ์ยกเว้นสำหรับเงินปันผลที่ได้จากกองทุนรวมนี้ เป็นเวลา 10 ปีภาษีต่อเนื่องกันนับแต่ปีภาษีที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนรวม นอกจากนี้แล้วกำไรที่ได้จากการขายหลักทรัพย์ก็ยังได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีอีกด้วยเช่นกัน

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ถือได้ว่าเป็น 7 ทางเลือกในการออมแบบชาญฉลาด ที่จะทำให้เพื่อนๆ ได้มีเงินออมแบบปราศจากภาษีได้อย่างไม่ต้องกังวล แต่ในทางกลับกัน จาก 7 ทางเลือกที่กล่าวมานี้เช่นกัน จะเห็นได้ว่าผลตอบแทนของการออมแต่ละประเภทก็จะมีทั้งสูงและต่ำแตกต่างกันไป มีทั้งความเสี่ยงจากการลงทุนในกองทุน และผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝาก ดังนั้น ก่อนการตัดสินใจทุกครั้ง เพื่อนๆ อย่าลืมศึกษาหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการออมจากทุกสถาบันการเงินที่เราเลือกให้เข้าใจ โดยนำปัจจัยเรื่อง "ไม่เสียภาษี" ที่เรานำเสนอนี้มาเป็นข้อมูลในการช่วยตัดสินใจนะคะ
แท็กที่เกี่ยวข้อง การออม
เขียนโดย เช็คราคา.คอม Money Guru

Line กูรู
พูดคุยกับกูรูได้ที่

แนะนำบัญชีเงินฝากประจำล่าสุด

ธนาคารทิสโก้ ธนาคารทิสโก้
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

บทความดอกเบี้ยเงินฝากล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวดอกเบี้ยเงินฝากล่าสุด

ดูทั้งหมด