
รู้หรือไม่... เงินฝากเราได้รับความคุ้มครองแค่ไหน?
ทุกวันนี้ เวลาเราฝากเงินกับธนาคาร แล้วถ้าต่อมาธนาคารนั้นถูกปิด หรือโดนถอนใบอนุญาตขึ้นมา ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้รับเงินฝากคืนทั้งหมดนะคะ วันนี้ CheckRaka.com จะมาอธิบายแบบง่ายๆ ให้พวกเราดูกันค่ะว่า ถ้าธนาคารเรามีปัญหา เราจะได้คืนเต็มจำนวนหรือเปล่า และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง
คนฝากเงินเป็น "เจ้าหนี้" ธนาคารเสมอ
ต้องอธิบายเบื้องต้นก่อนว่า โดยหลักการนั้น การฝากเงินกับธนาคารจะทำให้เรามีสถานะเป็น "เจ้าหนี้" ธนาคาร ดังนั้น ไม่ว่าธนาคารจะมีปัญหา ล้มละลาย ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ไม่มีปัญหาเลย หรือสถานะดียังไงก็ตาม ธนาคารก็มีหนี้ต่อเราที่จะต้องจ่ายคืนเงินฝากให้เราทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยทุกจำนวนเสมอ
สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
ตั้งแต่ปี 2551 ที่ผ่านมา บ้านเรามีการตั้ง "สถาบันคุ้มครองเงินฝาก" (Deposit Protection Agency) ขึ้นมาภายใต้ พรบ. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พศ. 2551 โดยมีวัตถุประสงค์หลักๆ เพื่อลดภาระทางการคลังของรัฐบาล และเพื่อให้สถาบันการเงินแข่งขันกันในแง่ความมั่นคงกับผู้ฝากเงินมากกว่าการแข่งขันกันในเรื่องของแถมแจกโน่นฟรีนี่ แต่การคุ้มครองก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ไม่ครอบคลุมธนาคารรัฐ และจำนวนที่คุ้มครองจะเป็นจำนวนจำกัด สาเหตุที่ไม่คุ้มครอง 100% เพราะในแง่เศรษฐศาสตร์ หากคุ้มครอง 100% ทุกกรณี จะเกิดสภาวะที่ผู้ฝากเงินจะเล่นกับความเสี่ยงฝากเงินกับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูงๆ โดยไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะรู้ว่าในท้ายที่สุดจะมีคนเข้ามาแบกรับภาระเงินฝากตรงนี้ให้ในทุกกรณี (ทฤษฎีนี้เมืองนอกเรียกกันง่ายๆ ว่า "Moral Hazard")

เราจะได้คืนหรือไม่ และแค่ไหน?

ทีนี้ ถ้าสมมติเราฝากเงินกับสถาบันการเงินแล้ว พอครบกำหนดเงินฝาก สถาบันการเงินนั้นไม่มีปัญหา ก็จะสามารถคืนเงินให้เราได้เต็มจำนวน แต่ถ้าสถาบันการเงินนั้นเกิดโดนเพิกถอนใบอนุญาต ปิดกิจการ หรือล้มละลายระหว่างทางขึ้นมาก่อนเงินฝากเราครบกำหนด เราจะได้การคุ้มครอง หรือค้ำประกันโดยสถาบันคุ้มครองเงินฝากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 อย่างคือ
1. ฝากกับใคร?
| ประเภท สถาบันการเงิน | ขอบเขตความคุ้มครอง |
| ธนาคารรัฐ | พรบ. สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะไม่ครอบคลุมธนาคารรัฐ (ซึ่งหลักๆ ก็มีธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ซึ่งหมายถึงว่าสถาบันคุ้มครองเงินฝากจะไม่รับผิดชอบเงินฝากของประชาชนถ้าธนาคารรัฐเหล่านี้ปิดกิจการ หรือล้มละลาย แต่คำถามที่สำคัญที่สุดในเรื่องนี้ก็คือ แล้วรัฐบาลจะเข้ามารับผิดชอบเงินฝากของประชาชนที่ฝากไว้กับธนาคารรัฐเหล่านี้หรือไม่? คำถามนี้ดูจะมีความไม่ชัดเจนอยู่บ้าง ฝ่ายรัฐบาลก็บอกว่าจะรับผิดชอบหมดเพราะถือว่าเป็นธนาคารของรัฐ แต่ก็มีเอกชนหลายๆ ท่านได้แสดงความเห็นแตกต่าง และยังมีข้อสงสัยกันอยู่ แต่ในระหว่างธนาคารรัฐด้วยกันเองนั้น สิ่งหนึ่งที่ธนาคารออมสินแตกต่างจากธนาคารรัฐอื่นๆ ในแง่กฎหมายก็คือในตัวกฎหมายจัดตั้งธนาคารออมสิน (คือพรบ.ธนาคารออมสิน (มาตรา 21)) มีการระบุไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลไทยจะค้ำประกันเงินฝากของธนาคารออมสิน ในขณะที่กฎหมายจัดตั้งของธนาคารรัฐอื่นไม่มีการเขียนเรื่องการค้ำประกันโดยรัฐบาลไว้อย่างชัดเจนแบบของธนาคารออมสินนี้ |
| ธนาคาร และสถาบันการเงินเอกชนทั่วไป | กรณีนี้ พรบ.สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะเข้ามามีบทบาท ซึ่งหมายถึงว่าเงินฝากกับสถาบันการเงินเอกชนตามรายชื่อข้างล่างนี้ จะได้รับความคุ้มครองโดยหน่วยงานของรัฐที่เรียกว่า "สถาบันคุ้มครองเงินฝาก" แต่ทั้งนี้ต้องดูรูปแบบ หรือตราสารเงินฝาก และจำนวนที่จะได้รับความคุ้มครองในข้อ (ข) และ (ค) ข้างล่างนี้ต่อไปด้วย รายชื่อสถาบันการเงินที่ได้รับความคุ้มครอง ธนาคารพาณิชย์
|
2. ฝากในรูปแบบไหน?
| ประเภท สถาบันการเงิน | ขอบเขตความคุ้มครอง |
| ธนาคารรัฐ | ตามที่พูดมาแล้วในตารางข้างต้น ในกรณีของธนาคารรัฐอาจไม่ค่อยชัดเจนว่ารัฐบาลจะเข้ารับผิดชอบเงินที่พวกเราฝากไว้กับธนาคารรัฐหรือไม่ เพียงใด ยกเว้นในกรณีของธนาคารออมสิน ซึ่งตัวกฎหมายจัดตั้งเขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลค้ำประกันเงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสิน ดังนั้น กรณีของธนาคารออมสิน ถ้าเราฝากในรูปของบัญชีเงินฝาก เราก็จะได้รับการค้ำประกันโดยรัฐบาลเต็มจำนวน |
| ธนาคารและสถาบันการเงินเอกชนทั่วไป | แม้จะได้รับความคุ้มครองตาม พรบ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก แต่เงินฝากเฉพาะรูปแบบเหล่านี้เท่านั้น ถึงจะได้รับความคุ้มครอง
![]() ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 (วงเงินคุ้มครองไม่เกิน 25 ล้านบาท) หากธนาคารยิ่งรวยถูกปิดกิจการ
หากธนาคารยิ่งรวยถูกปิดกิจการ
อนึ่ง ตราสารหรือรูปแบบการฝากต่อไปนี้จะไม่ได้รับการคุ้มครอง (ก) เงินฝากในบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (ข) เงินฝากที่มีอนุพันธ์แฝง เช่น Structured Deposit (ค) เงินฝากระหว่างสถาบันการเงิน (ง) ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และหุ้นกู้ ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองเช่นกัน เพราะถือว่าเป็นสถาบันการเงินกู้เงินจากเรา ไม่ใช่รับฝากเงินจากเรา |
3. สถาบันการเงินถูกปิดกิจการเมื่อใด?
| ประเภท สถาบันการเงิน | ขอบเขตความคุ้มครอง |
| ธนาคารรัฐ | ตามที่พูดมาแล้วในตารางข้างต้น ในกรณีของธนาคารรัฐอาจยังมีความไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะเข้ารับผิดชอบเงินที่พวกเราฝากไว้กับธนาคารรัฐหรือไม่ ยกเว้นในกรณีของธนาคารออมสิน ซึ่งตัวกฎหมายจัดตั้งเขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลค้ำประกันเงินฝากของลูกค้าธนาคารออมสินโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวน และเวลา ดังนั้น ในแง่หลักการ เราจะได้รับความคุ้มครองและได้เงินคืนเต็มจำนวนไม่ว่าธนาคารออมสินจะล้มละลาย หรือถูกปิดกิจการเมื่อใดก็ตาม |
| ธนาคารและสถาบันการเงินเอกชนทั่วไป | เราจะได้รับเงินคืน หรือได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าสถาบันการเงินที่ถือเงินฝากเราอยู่ ถูกปิดกิจการเมื่อใด ซึ่งวงเงินคุ้มครองตามพระราชกฤษฏีกำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2555 เป็นดังนี้
ตัวอย่าง สมชายฝากเงินไว้กับธนาคารยิ่งรวย และธนาคารเจริญทรัพย์ ดังนี้ ![]() หากธนาคารทั้งสองแห่ง ถูกปิดกิจการพร้อมกันในวันที่ 1 กันยายน 2559 นายสมชายจะได้รับคืนเงินฝากในธนาคารยิ่งรวย 1,000,000 บาท และได้รับคืนเงินฝากในธนาคารเจริญทรัพย์ 1,000,000 บาทเช่นกัน |
ขั้นตอนการยื่นขอรับเงินของผู้ฝาก


ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
ดังนั้น โดยสรุปแล้ว D-Day ที่สำคัญสำหรับคนทั่วๆ ไปอย่างเราก็คือ วันที่ 11 สิงหาคม 2559 (ถ้ารัฐบาลไม่มีการเลื่อนวันออกไป) เพราะเงินฝากหลังจากวันนี้ พวกเราจะได้รับการคุ้มครองแค่ 1 ล้านบาทเท่านั้นนะคะ ดังนั้น หลังจากวัน D-Day นี้เป็นต้นไป ใครที่มีเงินสดเก็บไว้เกิน 1 ล้านบาท ก็เตรียมกระจายเงินฝากออกไปหลายๆ ที่ได้เลยค่ะ

เขียนโดย
เช็คราคา.คอม
Money Guru
พูดคุยกับกูรูได้ที่


