ได้ใบสั่ง จ่ายค่าปรับง่ายๆ ที่กรุงไทยทุกช่องทาง ทั้งใบสั่งจากกล้องและแบบเล่ม รวมถึงใบเตือนทุกชนิด

ธนาคารกรุงไทยร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาระบบรับชำระค่าปรับผ่านธนาคารกรุงไทยทุกช่องทาง
โดยตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2560 ธนาคารสามารถให้บริการรับชำระค่าปรับได้ทั้งใบสั่งจากกล้องจราจร ใบสั่งแบบเล่มที่ไม่ถูกยึดใบขับขี่ และใบเตือนทุกชนิดที่มีบาร์โค้ดและเครื่องหมาย PTM ซึ่งจะมีข้อความระบุว่า "สามารถชำระได้ที่ช่องทางของธนาคารกรุงไทย" โดยสามารถนำใบสั่ง/ใบเตือนดังกล่าวมาทำรายการผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคารได้ ดังนี้
เอกสาร/สลิป / ข้อความ (SMS) ที่ได้จากการชำระเงินผ่าน ธ.กรุงไทยทุกช่องทาง และ/หรือหลักฐานการชำระเงินของหน่วยบริการรับชำระเงินต่างๆ (Banking Agent) สามารถใช้เป็นหลักฐานแทนใบเสร็จรับเงิน โดยไม่จำเป็นต้องส่งหลักฐานการชำระเงินไปที่สถานีตำรวจอีก ระบบจะทำการบันทึกข้อมูลการชำระค่าปรับของท่านโดยอัตโนมัติ
โดยตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2560 ธนาคารสามารถให้บริการรับชำระค่าปรับได้ทั้งใบสั่งจากกล้องจราจร ใบสั่งแบบเล่มที่ไม่ถูกยึดใบขับขี่ และใบเตือนทุกชนิดที่มีบาร์โค้ดและเครื่องหมาย PTM ซึ่งจะมีข้อความระบุว่า "สามารถชำระได้ที่ช่องทางของธนาคารกรุงไทย" โดยสามารถนำใบสั่ง/ใบเตือนดังกล่าวมาทำรายการผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคารได้ ดังนี้
- เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
- ตู้ ATM และตู้ ADM กรุงไทย
- KTB netbank
- จุดรับชำระที่มีสัญลักษณ์ ชำระค่าปรับจราจร PTM (Police Ticket Management)
เอกสาร/สลิป / ข้อความ (SMS) ที่ได้จากการชำระเงินผ่าน ธ.กรุงไทยทุกช่องทาง และ/หรือหลักฐานการชำระเงินของหน่วยบริการรับชำระเงินต่างๆ (Banking Agent) สามารถใช้เป็นหลักฐานแทนใบเสร็จรับเงิน โดยไม่จำเป็นต้องส่งหลักฐานการชำระเงินไปที่สถานีตำรวจอีก ระบบจะทำการบันทึกข้อมูลการชำระค่าปรับของท่านโดยอัตโนมัติ
ค่าธรรมเนียมการทำรายการ
- เคาน์เตอร์ธนาคาร (Teller) 20 บาท ต่อรายการ
- เครื่อง ATM /ADM 15 บาท ต่อรายการ
- KTB Netbank 15 บาท ต่อรายการ
- หน่วยบริการรับชำระเงินต่างๆ (Banking Agent) 20 บาท ต่อรายการ
ข้อแนะนำการใช้บริการทางการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
- เก็บรักษาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้กับตนเอง เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์หรือบัตรที่ใช้เก็บข้อมูลส่วนบุคคล (Token หรือ Smart Card)
- ไม่เปิดเผยเลขประจำตัวและรหัสผ่านให้บุคคลอื่นทราบ
- ไม่เขียนหรือจดรหัสผ่านไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย
- ทำลายเอกสารที่ใช้แจ้งเลขประจำตัวและรหัสผ่าน และเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ
- ตรวจสอบรายการธุรกรรมเป็นประจำ
- ออกจากระบบการให้บริการการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกครั้ง หลังจากทำรายการเสร็จสิ้น
- ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสให้ทันสมัยและใช้บริการกรองไวรัสทางอินเทอร์เน็ตที่เชื่อถือได้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2111-1111
