มนุษย์เงินเดือนควรเลือกประกันสุขภาพยังไง

icon 1 ก.ย. 66 icon 1,968
มนุษย์เงินเดือนควรเลือกประกันสุขภาพยังไง
มนุษย์เงินเดือนทุกคนจะมีสิทธิคุ้มครองเรื่องการรักษาพยาบาลจากประกันสังคมหรือประกันกลุ่มจากออฟฟิศกันอยู่แล้วใช่มั้ยคะ แต่หลายคนก็ต้องการความคุ้มครองที่เพิ่มมากขึ้น การเลือกซื้อประกันสุขภาพด้วยตัวเองก็ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการค่ะ แต่ว่ามนุษย์เงินเดือนควรเลือกประกันสุขภาพแบบไหนดีล่ะ ถึงจะไม่ทับซ้อนกับสิทธิที่มีอยู่แล้ว แบบไหนคุ้มที่สุดกันแน่... วันนี้ไปดูวิธีเลือกประกันสุขภาพแบบง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อกันค่ะ
เรื่องต้องประเมินก่อนซื้อประกันสุขภาพ
 
ประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเอง
ดูประวัติสุขภาพและความเจ็บป่วยของตนเอง รวมถึงบุคคลในครอบครัวและญาติพี่น้อง เพราะโรคบางกลุ่มสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ และควรพิจารณาเรื่องโรงพยาบาลที่เรามีแนวโน้มจะได้ใช้หรือที่ใช้บริการอยู่เป็นประจำประกอบด้วย
 
เปรียบเทียบวงเงินการรักษาที่จะได้รับ กับวงเงินการรักษาจากสวัสดิการที่มีอยู่
ทั้งนี้ก็เพื่อหาความคุ้มครองที่ต้องการเพิ่มเติม อย่าลืมคิดครอบคลุมเมื่อลาออกจากงาน หรือในวันที่ไม่มีสวัสดิการประกันกลุ่มอีกต่อไป ก็เป็นอีกแนวทางเพื่อนำไปเลือกแบบประกันสุขภาพที่จะซื้อเพิ่มเติมได้
 
เกณฑ์การเลือกซื้อประกันสุขภาพ

หลักเกณฑ์เบื้องต้นในการเลือกซื้อประกันสุขภาพ ควรพิจารณาจาก "รูปแบบความคุ้มครอง" แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 
 
1. ประกันสุขภาพแบบแยกค่ารักษา จะระบุรายการค่ารักษาพยาบาลต่าง ๆ กับวงเงินคุ้มครองสูงสุดเฉพาะรายการนั้นๆ ไว้อย่างชัดเจน เช่น ค่าห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ในห้องผ่าตัด 7,000 บาทต่อครั้ง, ค่าตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา 5,000 บาทต่อครั้ง เป็นต้น
 
2. ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายตามจริง ซึ่งเราสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามที่จ่ายจริงภายใต้วงเงินคุ้มครองสูงสุดต่อปี เช่น วงเงินเหมาจ่าย 10 ล้านบาท แต่ไม่เกินผลประโยชน์สูงสุดต่อปี ผู้เอาประกันต้องพิจารณาว่าวงเงินคุ้มครองเหล่านี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่อครั้งในการเข้ารับการรักษาพยาบาลของเราหรือไม่
 
และอีกประเด็นที่ต้องคำนึงก็คือ เบี้ยประกันสุขภาพจะปรับขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะหากเป็นช่วงอายุหลังเกษียณ เบี้ยประกันค่อนข้างจะสูงมากเลยทีเดียว อัตราส่วนเบี้ยประกันเทียบกับรายได้ควรจะอยู่ที่ประมาณ 10 - 15% ของรายได้ จะได้ไม่จ่ายเบี้ยหนักจนเกินไปนะคะ
 
ลดหย่อนภาษีด้วยประกันสุขภาพ

ในส่วนเบี้ยประกันสุขภาพของตัวเราเองนั้น ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ส่วนเบี้ยประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อแม่ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง รวมกันสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่าพ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จึงจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้นะคะ 

การซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติมไม่ใช่เรื่องยากค่ะ แต่ก่อนตัดสินใจก็ต้องคำนึงถึงสวัสดิการที่เรามีอยู่แล้วว่าคุ้มครองพอแล้วหรือเปล่า หากซื้อเพิ่มแล้วเราสามารถรับผิดชอบค่าเบี้ยประกันที่จะต้องจ่ายได้มากน้อยแค่ไหน จะได้ไม่เสียเงินเสียเวลาไปฟรี ๆ นะคะ ไปดูข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อประกันสักกรมธรรม์เพิ่มเติม คลิกเลย
 
yes ขอบคุณข้อมูล : SET, Tiscowealth
แท็กที่เกี่ยวข้อง ประกันสุขภาพ ซื้อประกันสุขภาพ ซื้อประกัน ประกันแบบไหนดี
Money Guru
เขียนโดย ชไมพร มีศิริ Money Guru

พูดคุยกับกูรูได้ที่



เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)