
ไปเที่ยวญี่ปุ่น : "บัตรเครดิต JCB" เปรียบเทียบบัตรต่อบัตร.. บัตรไหนคุ้มสุดถ้าใช้ที่ญี่ปุ่น
ใกล้วันหยุดยาวเข้าไปทุกที หลายๆ ท่านคงเริ่มวางแผนเพื่อไปท่องเที่ยวกันแล้วนะคะ สำหรับใครที่วางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ วันนี้เรามีความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศ และการซื้อของออนไลน์ในสกุลเงินตราต่างประเทศมาฝากกันค่ะ
อัตราแลกเปลี่ยนบัตรเครดิตแต่ละค่ายไม่เท่ากัน
ทราบกันหรือไม่ว่าเวลาที่เราใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศหรือใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์นั้น อัตราแลกเปลี่ยนที่จะนำมาใช้คำนวณกลับมาเป็นสกุลเงินบาทของเรานั้นจะใช้อัตราอ้างอิงจากที่ไหน?
คำตอบก็คือ อัตราแลกเปลี่ยนที่จะใช้อ้างอิงขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการบัตรเครดิตแต่ละเจ้านั่นเอง ทั้งนี้ เราไม่สามารถใช้อัตราแลกเปลี่ยนของ Super Rich หรืออัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตมาใช้ในการคำนวณค่ะ โดยผู้ให้บริการบัตรเครดิตแต่ละเจ้าหลักๆ ในประเทศไทย ก็จะมีอยู่ด้วยกัน 4 เจ้า คือ VISA, MasterCard, JCB และ UnionPay ค่ะ
ประโยชน์ที่เราจะได้รับแน่ๆ จากการทราบอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ให้บริการบัตรเครดิตแต่ละเจ้าที่แตกต่างกันก็คือ จะทำให้สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องชำระเมื่อมีการเรียกเก็บ และที่สำคัญเราจะได้ทราบว่าควรใช้บัตรใบไหนในการใช้จ่าย เพราะค่าอัตราแลกเปลี่ยนถูกที่สุดด้วยนะคะ
เอาล่ะค่ะ แล้วทีนี้เราจะสามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ให้บริการบัตรเครดิตแต่ละเจ้าได้อย่างไร? คำตอบก็คือ.. เราสามารถตรวจสอบได้ผ่านทางหน้า website ของผู้ให้บริการบัตรเครดิตแต่ละเจ้าตาม Link ด้านล่างนี้ค่ะ
Tips : วิธีตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ให้บริการบัตรเครดิตแต่ละเจ้าด้านบนมันยุ่งยากใช่มั้ยคะ? เรามีวิธีที่ดีและสะดวกกว่านั้นค่ะ!! นั่นก็คือ การตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนผ่าน Credit Card Exchange Rate Application![]() สามารถดาวน์โหลดได้แล้ว ทั้งระบบปฏิบัติการ โดย Application นี้จะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ให้บริการบัตรเครดิตเจ้าต่างๆ ได้พร้อมๆ กัน ซึ่งจะทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้นว่า เราควรใช้บัตรเครดิตของผู้ให้บริการเจ้าไหนในการใช้จ่ายนะคะ |
แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ!! นอกจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำความคุ้มเคยกันไว้ให้ดี คือ "ค่าความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน" โดยเจ้าค่าความเสี่ยงนี้จะถูกเรียกเก็บโดยธนาคารที่ออกบัตรเครดิตให้กับเรา ซึ่งแต่ละธนาคารจะเรียกเก็บในอัตราที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็จะอยู่ในอัตรา 2 - 2.5% โดยขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารจะเป็นผู้กำหนดเอง
JCB บัตรเครดิตที่น่าใช้ที่สุด ถ้าเราไปเที่ยวญี่ปุ่น
ส่วนวันนี้เรามีบัตรเครดิตที่ขอแนะนำเป็นพิเศษสำหรับทุกท่านที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศยอดนิยมในขณะนี้อย่างประเทศญี่ปุ่นกันค่ะ โดยบัตรเครดิตดังกล่าวก็คือ บัตรเครดิต JCB ซึ่ง JCB คือผู้ให้บริการบัตรเครดิตจากประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น ก็จะต้องมีสิทธิพิเศษดีๆ ในประเทศญี่ปุ่นจากบัตรเครดิต JCB มาให้แน่นอนค่ะ
อย่างแรกเลยก็คือ สิทธิพิเศษมากมายกว่า 1,000 ร้านค้าทั่วญี่ปุ่น โดยสามารถค้นหาร้านค้าง่ายๆ ได้ทาง JCB Japan Guide Application และ Application นี้ ยังมีข้อมูลการท่องเที่ยว และข้อมูลที่มีประโยชน์อื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่นไว้ให้ด้วย สามารถดาวน์โหลดได้แล้วทั้งระบบปฏิบัติการ

มาต่อกันที่สิทธิพิเศษในการใช้ห้องพักรับรองที่สนามบิน หรือ Airport Lounge ที่สนามบินทั้ง 28 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่นค่ะ หรือถ้าใครต้องต่อเครื่องมาญี่ปุ่น โดยต้องแวะพักที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลี และเซี่ยงไฮ้ (เฉพาะสนามบินซางไห่ผู่ตง) (ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2562) โดยระยะเวลาในการให้บริการของห้องรับรองแต่ละแห่งอาจจะแตกต่างกันไปนะคะ นอกจากนี้ยังมีบริการนัดพบที่สนามบินเมื่อเราไปถึงสนามบินที่ญี่ปุ่น โดยจะมีพนักงานมาคอยช่วยเหลือตามจุดที่นัดหมายไว้ (บริการนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ)
เปรียบเทียบ JCB ค่ายไหน.. คุ้มสุด ถ้าใช้ที่ญี่ปุ่น?
สำหรับประเทศไทย มีธนาคารที่ออกบัตร JCB ด้วยกันทั้งหมด 4 ธนาคาร คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTC) และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ 1 ผู้ให้บริการ คือ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ จำกัด (มหาชน) โดยเราได้รวบรวมเงื่อนไขและสิทธิพิเศษต่างๆ มาไว้ให้แล้วตามตารางด้านล่างเลยค่ะ
| หัวข้อ | SCB | Krungsri | KTC | KBANK | AEON |
| หน้าบัตรเครดิต | |||||
| ค่าธรรมเนียมรายปี | ฟรี | ฟรี | ฟรี | 3,500 บาท (ฟรี เมื่อใช้บัตรครบ 12 ครั้งต่อปี) | 500 บาท (ฟรีตลอดอายุบัตร เมื่อสมัครบัตรออนไลน์) |
| ค่าอัตราความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน | 2.5% | 2.5% | 2% | 2.5% | 2.5% |
| เครดิตเงินคืนเมื่อใช้จ่ายที่ต่างประเทศ | 3% ตั้งแต่บาทแรกที่ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน (จำกัด 2,000 บาท ต่อรอบบัญชี) | 1% สำหรับรายการใช้จ่ายครบทุก 4,000 บาท/เซลล์สลิป ที่ประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ (จำกัด 80 บาทต่อรอบบัญชี) |
| ไม่มี | 2% ตั้งแต่บาทแรกที่ประเทศญี่ปุ่น (จำกัด 1,500 บาท ต่อรอบบัญชี) |
| คะแนนสะสม | 25 บาท = 1 คะแนน | 20 บาท = 1 คะแนน | 25 บาท = 1 คะแนน (X2 ที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่จำกัดยอด ยกเว้นรับเงินคืนจะไม่ได้รับคะแนน) | 25 บาท = 1 คะแนน (X2 ที่ประเทศญี่ปุ่น จำกัด 2,000 คะแนน ต่อรอบบัญชี) | 20 บาท = 1 คะแนน |
| สิทธิพิเศษอื่นๆ ที่น่าสนใจ | รับส่วนลดค่าบริการ Grab 100 บาท |
| - | ส่วนลด 0.15 บาท สำหรับทุก 100 เยน เมื่อแลกเงินเยนที่สาขาธนาคารกสิกรไทย ผ่านบัตรเครดิตเจซีบีกสิกรไทย - ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง - จำกัดการแลก 50,000 บาท/ ครั้ง/ ท่าน - สำหรับการแลกเงิน JPY (Selling Rate) |
|
| คุณสมบัติผู้สมัคร |
|
|
|
|
|
ข้อมูลแน่นปึ้กขนาดนี้แล้ว ไปเที่ยวญี่ปุ่นรอบหน้าก็อย่าลืมหาบัตรเครดิต JCB จากธนาคารต่างๆ มาพกไปเที่ยวสักใบนะคะ จะได้ใช้สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต JCB กันได้อย่างคุ้มสุดๆ ไปเลยค่ะ เดี๋ยวคราวหน้าเราจะมาแนะนำบัตรเครดิตดีๆ พร้อมโปรโมชั่นคุ้มๆ อะไรอีก อย่าลืมติดตามกันนะคะ
เขียนโดย
เช็คราคา.คอม
Money Guru
พูดคุยกับกูรูได้ที่

