จุดเด่นของ BRAVIA XR Line-up ปี 2022
- ระบบประมวลผล Cognitive Processor XR™ - เป็นระบบประมวลผลที่อยู่บน Sony BRAVIA XR™ ที่พร้อมจะนำคุณไปสู่อีกระดับของภาพ และเสียง โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อจำลองแบบการมองเห็น และการได้ยินของมนุษย์ พร้อมสร้างประสบการณ์เสียงที่สมจริงได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งยังสามารถวิเคราะห์ปรับปรุงองค์ประกอบของภาพโดยเฉพาะจุดโฟกัส เพื่อให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับคอนทราสต์ของภาพที่โดดเด่น รวมถึงให้สีสันที่สดใสสมจริงในทุกมุมมอง
- เทคโนโลยี Acoustic Surface Audio+™/ Acoustic Multi-Audio™ - จะทำหน้าที่เปลี่ยนหน้าจอให้เป็นลำโพงแบบ Multi-Channel ทำให้คุณได้ยินเสียงที่ตรงกับสิ่งที่อยู่บนหน้าจอได้อย่างแม่นยำ พร้อมมอบประสบการณ์ภาพและเสียงที่ชวนดื่มด่ำได้อย่างแท้จริง
- เทคโนโลยี 360 Spatial Sound Personalizer - เมื่อใช้ร่วมกับทีวี BRAVIA XR™ จะมอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางที่ปรับให้เหมาะสมที่สุดเมื่อคุณใช้งานร่วมกับลำโพงไร้สายแบบคล้องคอ (Neckband) อาทิ SRS-NS7 รวมถึงหูฟังโซนี่ในรุ่นอื่น ๆ ที่รองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์เสียงของโซนี่ - BRAVIA XR™ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์เสียงของโซนี่ อาทิ ระบบโฮมเธียเตอร์ และซาวด์บาร์ระดับเรือธงในตระกูล “HT-A Series” ได้แก่ HT-A9 และ HT-A7000 รวมถึง HT-A5000 (วางจำหน่ายตุลาคม 65) ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี 360 Spatial Sound Mapping ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่อยู่ในรุ่น HT-A7000 และ HT-A5000 จะสร้างลำโพง Phantom ที่ได้รับการจัดเรียงอย่างเหมาะสมจะช่วยสร้างสนามเสียงที่กว้างและสมจริงยิ่งขึ้น ผสานการทำงานร่วมกับ Acoustic Center Sync จะเป็นช่องสัญญาณกลางระหว่างระบบโฮมเธียเตอร์หรือซาวด์บาร์จะช่วยให้เสียงตรงกับการเคลื่อนไหวบนหน้าจอได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- รองรับ BRAVIA CAM - รองรับการเชื่อมต่อ BRAVIA XR TV เข้ากับ BRAVIA CAM ที่จำหน่ายแยกต่างหาก พร้อมมอบประสบการณ์การรับชมที่สมจริงยิ่งขึ้น โดย BRAVIA CAM จะจดจำวาคุณอยู่ตำแหน่งใดในห้องและคุณอยู่ห่างจากทีวีเท่าใด จากนั้นจึงทำการปรับการตั้งค่าเสียงและภาพให้เหมาะสม เพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่สนุกสนานด้วย BRAVIA CAM รวมถึงสามารถสั่งการผ่านท่าทาง, แชท, วิดีโอ และอื่นๆ อีกมากมายอีกด้วย
- Ambient Optimization Pro - ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อ BRAVIA XR TV กับ BRAVIA CAM เพื่อให้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การรับชมได้อย่างมีอรรถรส ด้วยเทคโนโลยี Ambient Optimization Pro ที่ไม่เหมือนใครพร้อมเซนเซอร์แสงจะปรับภาพและเสียงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของคุณได้โดยอัตโนมัติ
- ระบบปฏิบัติการ Google TV - สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่จาก Google TV ในการรวบรวมภาพยนตร์และรายการที่ถ่ายทอดสดมากกว่า 700,000 รายการมาไว้ในแอปพลิเคชั่น ในขณะที่การสมัครรับข้อมูลและการจัดระเบียบคอนเทนต์ เพื่อให้ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการรับชมได้อย่างง่ายดาย โดยมาพร้อมคำแนะนำส่วนบุคคลและการบันทึกรายการ และภาพยนตร์ไว้ในเพลย์ลิสต์ สำหรับการติดตามและรับชมก็สามารถทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มรายการที่ชื่นชอบลงในโทรศัพท์มือถือหรือแล็ปท็อปได้ด้วย Google Search อีกด้วย
- รีโมทระดับพรีเมี่ยม - รีโมทอลูมิเนียมรูปแบบใหม่มาพร้อมปุ่มที่ใช้งานง่ายและไฟ Backlight ช่วยให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นทุกสิ่งได้อย่างชัดเจนแม้ในที่มืด หมดกังวลในการทำรีโมทหายอีกต่อไป ด้วยฟังก์ชัน Finder โดยผู้ใช้สามารถบอกให้ทีวีค้นหารีโมทได้อีกด้วย
- โหมด BRAVIA CORE Calibrated - เป็นบริการสตรีมมิ่งที่มีภาพยนตร์จำนวนมากรอให้คุณรับชม ซึ่งถูกติดตั้งไว้เรียบร้อยแล้วบน BRAVIA XR รุ่นปี 2022 โดยคุณสามารถ Redeem ภาพยนตร์ได้สูงสุดถึง 10 เรื่อง และสตรีมมิ่งแบบไม่จำกัดสูงสุดถึง 24 เดือน ผ่านทาง BRAVIA XR TV นอกจากนี้เทคโนโลยี BRAVIA XR, Pure Stream™ และ IMAX® Enhanced ยังทำให้ทุกสิ่งที่คุณรับชมได้รับการถ่ายทอดด้วยภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจและคุณภาพเสียงที่น่าประทับใจ ด้วยโหมด BRAVIA CORE Calibrated จะทำการปรับการตั้งค่าภาพได้โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่บ้านได้อย่างยอดเยี่ยม
- โหมด Netflix Adaptive Calibrated - เป็นโหมดการแสดงผลใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากเซ็นเซอร์วัดแสงรอบข้างที่อยู่ใน BRAVIA XR ของโซนี่ ผสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง Sony กับ Netflix จะทำให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับเนื้อหา Netflix ในคุณภาพระดับสตูดิโอที่น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยสีและคอนทราสต์ที่แม่นยำ รวมถึงการเคลื่อนไหวที่สมจริง ไม่ว่าเนื้อหาที่รับชมจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มืดหรือมีแสงสว่างเพียงพอก็ตาม
- Perfect for PlayStation®5 - เมื่อจับคู่ BRAVIA XR TV กับคอนโซล PlayStation®5 คุณจะได้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยม รวมถึงสามารถปรับแต่งภาพให้เหมาะสมกับคอนโซล PlayStation®5 โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าคุณจะเล่นเกม หรือชมภาพยนตร์ คุณจะได้ภาพและเสียงที่สมจริงราวกับอยู่ในเกมหรือภาพยนตร์นั้นๆเลยทีเดียว ทั้งยังมาพร้อมจอแสดงผลแบบ 4K ที่ 120fps พร้อมช่องต่อแบบ HDMI ที่ให้คุณเพลิดเพลินไปกับการเคลื่อนไหวในเกมที่ราบรื่นและประสิทธิภาพในการตอบสนองที่ฉับไว
- การออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม - โซนี่มุ่งมั่นในการพัฒนาตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงประสบการณ์ในการรับชม โดยในปีนี้โซนี่เลือกใช้พลาสติกรีไซเคิล SORPLAS™ ที่พัฒนาโดยโซนี่ ซึ่งเป็นวัสดุรีไซเคิล 99% ช่วยให้ลดปริมาณการใช้พลาสติกบริสุทธิ์ลงไปได้ถึง 60% นอกจากนี้ขนาดบรรจุภัณฑ์สำหรับทีวียังลดลงประมาณ 15% ทำให้สามารถลดการใช้หมึกลงได้ถึง 90% และลดพลาสติกลงไปได้ถึง 35% เลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน BRAVIA CAM ยังช่วยประหยัดพลังงานในขณะที่ผู้ชมไม่ได้อยู่ที่หน้าทีวีอีกด้วย
ผลิตภัณฑ์ทีวีบราเวียรุ่นใหม่จากโซนี่ ประกอบด้วย
- BRAVIA XR OLED TV รุ่น A90K
ทีวีระดับพรีเมี่ยมในตระกูล BRAVIA XR OLED TV ขนาดพิเศษ 48” ที่มาพร้อมชิปประมวลผลอันชาญฉลาดอย่าง Cognitive Processor XR™ ซึ่งเป็นระบบประมวลผลแบบใหม่ที่เหนือกว่า AI ทั่วไป ได้รับการออกแบบมาเพื่อจำลองแบบการมองเห็นและการได้ยินของมนุษย์ อีกทั้งยังทำการวิเคราะห์ข้อมูลปรับปรุงภาพในลักษณะเดียวกับที่สายตามนุษย์โฟกัส ทั้งยังผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี XR OLED Contrast Pro ที่จะทำหน้าที่ปรับความสว่างให้สว่างเจิดจรัสในที่แสงจ้าและเงาในส่วนมืดที่ดำสนิท รวมถึง XR Triluminos Pro™ ช่วยให้จอแสดงผลที่เป็นเอกลักษณ์สามารถเข้าถึงขอบเขตสีที่กว้างขึ้น ทำให้การแสดงสีมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยได้อย่างครบถ้วน ทำให้เฉดสีสดใสและพื้นผิวที่สมจริงอีกด้วย ในขณะที่โหมด BRAVIA CORE Calibrated จะทำหน้าที่ปรับการตั้งค่าภาพได้โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่บ้านได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงเทคโนโลยี Acoustic Surface Audio+ และ Acoustic Center Sync ยังมอบตำแหน่งเสียงที่แม่นยำยิ่งขึ้นและให้เสียง เซอร์ราวด์แบบภาพยนตร์ ทำให้ภาพและเสียงมีความกลมกลืนกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง BRAVIA CAM และเทคโนโลยี Ambient Optimization Pro ที่ทำหน้าที่ปรับคุณภาพของภาพและเสียงให้เข้ากับทุกสภาพแวดล้อมของผู้รับชมโดยอัตโนมัติ อีกทั้งสามารถรับชมประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่จากระบบปฏิบัติการ Google TV ที่รวบรวมภาพยนตร์และรายการที่ถ่ายทอดสดมากกว่า 700,000 รายการมาไว้ในแอปพลิเคชั่น โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มรายการที่ชื่นชอบลงในโทรศัพท์มือถือหรือแล็ปท็อปได้ด้วย Google Search อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังรองรับ Hand Free Voice Capabilities เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมได้อย่างมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมรีโมทแบบพรีเมี่ยมที่ได้รับการออกแบบมาให้มีปุ่มกดที่ใช้งานง่ายและไฟ Backlight ช่วยให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นทุกสิ่งได้อย่างชัดเจนแม้ในที่มืด หมดกังวลในการทำรีโมทหายอีกต่อไป ด้วยฟังก์ชัน Finder ทำให้ผู้ใช้สามารถบอกให้ทีวีค้นหารีโมทได้อีกด้วย โดย BRAVIA XR OLED TV Master Series รุ่น A90K ขนาดพิเศษ พร้อมวางจำหน่ายสิ้นเดือนกรกฎาคมศกนี้
- BRAVIA XR OLED TV รุ่น A80K
ทีวีระดับพรีเมี่ยมในตระกูล BRAVIA XR OLED TV ที่มอบคุณภาพของภาพที่ดีที่สุดด้วยความละเอียดหน้าจอ 8 ล้านพิกเซล และ 4K HDR ที่ให้คุณรับชมภาพที่เป็นธรรมชาติ สีสันสมจริง และคอนทราสต์ที่แม่นยำ มาพร้อมชิปประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง Cognitive Processor XR™ ซึ่งเป็นระบบประมวลผลแบบใหม่ที่เหนือกว่า AI ทั่วไป ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อจำลองแบบการมองเห็นและการได้ยินของมนุษย์ อีกทั้งยังทำการวิเคราะห์ข้อมูลปรับปรุงภาพในลักษณะเดียวกับที่สายตามนุษย์โฟกัส ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี XR OLED Contrast Pro ทำหน้าที่ปรับความสว่างให้สว่างอย่างสูงสุดในที่แสงจ้าและเงามืดที่ดำสนิท รวมถึง XR Triluminos Pro ที่ช่วยให้จอแสดงผลที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ภาพมีสีสันสดใสและพื้นผิวที่สมจริงมีมิติเหมือนต้นฉบับ อีกทั้งยังมาพร้อมโหมด BRAVIA CORE Calibrated ที่จะทำการปรับการตั้งค่าภาพได้โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่บ้านได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะที่เทคโนโลยี Acoustic Surface Audio+ ที่ใช้ Actuators แบบพิเศษในการเปลี่ยนหน้าจอให้เป็นลำโพงแบบ Multi-Channel เพื่อให้ได้ยินเสียงที่ตรงกับสิ่งที่อยู่บนหน้าจอได้อย่างแม่นยำ โดยทีวีจะประกอบไปด้วย Actuators ถึงสามตัวและซับวูฟเฟอร์สองตัว ซึ่ง Actuators สองตัวใช้สำหรับเสียงแหลม พร้อมมอบเสียงเซอร์ราวด์แบบโรงภาพยนตร์ ทำให้ภาพและเสียงมีความกลมกลืนกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อม Acoustic Center Sync จะช่วยในการปรับเอาท์พุตจากเสียงทีวีและซาวด์บาร์ให้เหมาะสม เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง BRAVIA CAM และเทคโนโลยี Ambient Optimization Pro ที่ทำหน้าที่ปรับคุณภาพของภาพและเสียงให้เข้ากับทุกสภาพแวดล้อมของผู้รับชมโดยอัตโนมัติ อีกทั้งสามารถรับชมประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่จากระบบปฏิบัติการ Google TV ที่สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างง่ายได้ด้วยการออกคำสั่งด้วยเสียงภาษาไทยโดยไม่ต้องใช้รีโมทคอนโทรล ระบบจะส่งคอนเทนต์ต่างๆจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตให้ไปแสดงบนหน้าจอทีวีได้ผ่านทาง Chrome Cast และ Apple Airplay ได้อย่างสะดวก ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆภายในบ้านที่รองรับ Internet of Things ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่เทคโนโลยี XR 4K Upscaling ซึ่งเป็นการยกระดับสัญญาณ 2K ให้ใกล้เคียงกับคุณภาพ 4K ที่แท้จริง เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดสมจริงและมีรายละเอียดอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งยังรองรับ Hand Free Voice Capabilities เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมได้อย่างมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น โดย BRAVIA XR OLED TV รุ่น A80K พร้อมวางจำหน่าย 3 รุ่น 3 ขนาด
- BRAVIA XR 4K LED TV รุ่น X90K
เป็น 4K LED TV ที่อยู่ในตระกูล BRAVIA XR Series ที่โดดเด่นด้วยจอแสดงผลในระดับ 4K ที่ 120fps สามารถรองรับความละเอียดและความคมชัดได้แม้ในฉากที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการรับชมกีฬาและวิดีโอแอ็คชั่นได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลใหม่ล่าสุดอย่าง Cognitive Processor XR™ ที่ถูกออกแบบมาให้เข้าใจการมองเห็นและการได้ยินของมนุษย์ รวมถึงสามารถวิเคราะห์ตำแหน่งเสียงสัญญาณ เพื่อให้เสียงตรงกับสิ่งที่อยู่บนหน้าจอได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังสามารถแปลงเสียงให้เป็นเสียงเซอร์ราวด์แบบ 3 มิติ เพื่อให้ได้ภาพและเสียงที่สมจริง ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Full Array LED และ XR Contrast Booster ซึ่งเป็นแผงหลอดไฟที่อยู่บริเวณด้านหลังจอ ที่จะช่วยเพิ่มระดับความสว่างบนหน้าจอทีวีให้มากขึ้น พร้อมควบคุมระดับความดำของภาพให้เข้มกว่าการรับชมจากทีวี LED ทั่วไป โดยนำความลึกและรายละเอียดของภาพออกมา เพื่อให้ได้ภาพที่สมจริงสูงสุดด้วยสีดำเข้มและความสว่างสูงสุด รวมถึงเทคโนโลยี XR TRILUMINOS PRO™ ที่จะทำให้ผู้ชมตื่นตาตื่นใจไปกับเฉดสีต่างๆได้อย่างละเอียดและคมชัดมากยิ่งขึ้น ทำให้ได้คุณภาพของภาพที่น่าประทับใจและเป็นธรรมชาติ ในขณะเดียวกันยังมอบสุดยอดความคมชัดที่เหนือกว่าด้วยระบบประมวลผลภาพแบบ XR 4K Upscaling ที่มาพร้อม 4K Resolution เพื่อเพิ่มความละเอียดของภาพให้มากกว่าระดับ Full HD เท่านั้นยังไม่พอยังรองรับ Acoustic Multi-Audio ที่ทำงานร่วมกับลำโพง X-Balanced รวมถึงทวีตเตอร์ควบคุมตำแหน่งเสียง ทำให้เสียงเข้ากันได้ดีกับสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอได้อย่างแม่นยำ เสมือนเสียงออกจากหน้าจอทีวีเลยทีเดียว
ในขณะเดียวกัน X90K ยังมาพร้อม Acoustic Center Sync จะช่วยในการปรับเอาท์พุตจากเสียงทีวีและซาวด์บาร์ให้เหมาะสม เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงโหมด BRAVIA CORE Calibrated ที่จะทำการปรับการตั้งค่าภาพได้โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่บ้านได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งสามารถรับชมประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่จากระบบปฏิบัติการ Google TV ที่สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างง่ายได้ด้วยการออกคำสั่งด้วยเสียงภาษาไทยโดยไม่ต้องใช้รีโมทคอนโทรล ระบบจะส่งคอนเทนต์ต่าง ๆ จากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตให้ไปแสดงบนหน้าจอทีวีได้ผ่านทาง Chrome Cast และ Apple Airplay ได้อย่างสะดวก ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆภายในบ้านที่รองรับ Internet of Things ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง BRAVIA CAM และเทคโนโลยี Ambient Optimization Pro ที่ทำหน้าที่ปรับคุณภาพของภาพและเสียงให้เข้ากับทุกสภาพแวดล้อมของผู้รับชมโดยอัตโนมัติ รวมถึงรองรับการถ่ายทอดสัญญาณภาพ Dolby Vision และระบบเสียง Dolby Atmos เพื่อให้คุณเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นยังโดดเด่นด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายในสไตล์ Minimalist One Slate ด้วยการขยายหน้าจอให้ใหญ่ที่สุดและลดกรอบให้เล็กลง เพื่อให้ผู้ใช้จดจ่ออยู่กับภาพในจอซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการรับชมโดยไม่รบกวนสมาธิแต่อย่างใด มาพร้อมรีโมทที่ใช้งานง่ายและทำความสะอาดง่าย รวมถึงขาตั้งแบบสองทางให้คุณเลือกวางได้อย่างสวยงาม โดย BRAVIA XR 4K LED TV รุ่น X90K พร้อมวางจำหน่าย 4 รุ่น 4 ขนาด
- BRAVIA 4K LED TV รุ่น X85K
เป็นทีวีระดับพรีเมี่ยมที่มาพร้อมความละเอียดหน้าจอ 8 ล้านพิกเซล และจอแสดงผลในระดับ 4K ที่ 120fps สามารถรองรับการเล่นเกมที่มีความละเอียดสูงและเฟรมเรตที่รวดเร็ว พร้อมมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงได้อย่างมีอรรถรส ผสานชิปประมวลผล 4K HDR Processor X1™ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของโซนี่ ทำให้ภาพมีมิติได้อย่างน่าอัศจรรย์มาพร้อมความละเอียดของภาพที่คมชัดและสมจริงและคอนทราสต์ที่ยอดเยี่ยม ทั้งยังโดดเด่นด้วยระบบประมวลผลภาพ 4K X-Reality Pro เพื่อมอบความคมชัดที่เหนือกว่า ที่มาพร้อม 4K Resolution เพื่อเพิ่มความละเอียดของภาพให้มากกว่าระดับ Full HD รวมถึง TRILUMINOS PRO™ ที่ สามารถแสดงผลให้ภาพที่มีสีสันสมจริงในเฉดสีที่หลากหลายและกว้างขึ้นกว่า LED TV ปกติ ในขณะที่ยังให้คุณเพลิดเพลินไปกับคุณภาพเสียงที่ชัดเจนและเสียงเบสที่ลงลึกด้วยเทคโนโลยีของลำโพง X-Balanced Speaker มาพร้อมขุมพลังจากระบบ ปฏิบัติการ Google TV ที่สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างง่ายได้ด้วยการออกคำสั่งด้วยเสียงภาษาไทยโดยไม่ต้องใช้รีโมทคอนโทรล เพียงพูดคำว่า Hey Google และพูดสิ่งที่คุณต้องการรับชมออกมา ระบบจะส่งคอนเทนต์จากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตให้ไปแสดงบนหน้าจอทีวีได้ผ่านทาง Chrome Cast และ Apple Airplay ได้อย่างสะดวก พร้อมช่องต่อแบบ HDMI รวมถึงรองรับ Digital TV และ Hand Free Voice Capabilities เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมได้อย่างมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น โดย BRAVIA 4K LED TV รุ่น X85K พร้อมวางจำหน่าย 4 รุ่น 4 ขนาดด้วยกัน
- BRAVIA 4K LED TV รุ่น X80K
ทีวีระดับพรีเมี่ยมที่มาพร้อมความละเอียดหน้าจอ 8 ล้านพิกเซล ผสานชิปประมวลผล 4K HDR Processor X1™ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของโซนี่ ทำให้ภาพมีมิติได้อย่างน่าอัศจรรย์มาพร้อมความละเอียดของภาพที่คมชัดและสมจริงเหมือนตาเห็น ทั้งยังโดดเด่นด้วยจอแสดงผลแบบ TRILUMINOS PRO™ ที่สามารถแสดงผลให้ภาพที่มีสีสันสมจริงในเฉดสีที่หลากหลายและกว้างขึ้นกว่า LED TV ปกติ ในขณะที่ยังให้คุณเพลิดเพลินไปกับคุณภาพเสียงที่ชัดเจน และเสียงเบสที่ลงลึกด้วยเทคโนโลยีของลำโพง X-Balanced Speaker มาพร้อมขุมพลังจากระบบปฏิบัติการ Google TV ที่สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างง่ายได้ด้วยการออกคำสั่งด้วยเสียงภาษาไทยโดยไม่ต้องใช้รีโมทคอนโทรล เพียงพูดคำว่า Hey Google และพูดสิ่งที่คุณต้องการรับชมออกมา นอกจากนี้ยังสามารถส่งคอนเทนต์ต่างๆจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตให้ไปแสดงบนหน้าจอทีวีได้ผ่านทาง Chrome Cast และ Apple Airplay ได้อย่างสะดวก ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆภายในบ้านที่รองรับ Internet of Things โดยผ่าน Apple Homekit ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังได้รับเครื่องหมาย Netflix Recommended ซึ่งเป็นการ การันตีว่า เป็นทีวีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการรับชม Netflix อีกด้วย นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับระบบ Dolby Vision และ Dolby Atmos เพื่ออรรถรสในการรับชมเสมือนยกโรงภาพยนตร์มาอยู่ในบ้านเลยทีเดียว โดย BRAVIA 4K LED TV รุ่น X80K พร้อมวางจำหน่าย 5 รุ่น 5 ขนาด
- BRAVIA 4K LED TV รุ่น X75K
มาพร้อมชิปประมวลผล 4K Processor X1™ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของโซนี่ พร้อมด้วยคุณภาพความละเอียดคมชัด และมีมิติได้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยความละเอียดของภาพที่สวยงามในระดับ 4K HDR ที่ช่วยเพิ่มความคมชัดของสีที่สมจริงและคอนทราสต์ของทุกภาพที่คุณรับชมอย่างแม่นยำ โดดเด่นด้วยระบบประมวลผลภาพ 4K X-Reality Pro เพื่อมอบความคมชัดที่เหนือกว่า มาพร้อม 4K Resolution เพื่อเพิ่มความละเอียดของภาพให้มากกว่าระดับ Full HD รวมถึงขุมพลังจากระบบปฏิบัติการ Google TV ที่สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างง่ายได้ด้วยการออกคำสั่งด้วยเสียงภาษาไทยผ่านรีโมทคอนโทรลนอกจากนี้ยังสามารถส่งคอนเทนต์ต่าง ๆ จากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตให้ไปแสดงบนหน้าจอทีวีได้ผ่านทาง Chrome Cast และ Apple Airplay ได้อย่างสะดวก ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆภายในบ้านที่รองรับ Internet of Things โดยผ่าน Apple Homekit ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่องต่อแบบ HDMI รวมถึงรองรับ Digital TV ทั้งยังช่วยให้คุณจัดระเบียบสายต่างๆที่เชื่อมต่อกับทีวีให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย Cable Management ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย BRAVIA 4K LED TV รุ่น X75K พร้อมวางจำหน่าย 4 รุ่น 4 ขนาด
กำหนดวางจำหน่าย และราคาทีวีบราเวียรุ่นใหม่
| XR-48A90K | 52,990.00 | กลางเดือนกรกฎาคม |
| XR-77A80K | 139,990.00 | วางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ |
| XR-65A80K | 89,990.00 | กลางเดือนกรกฎาคม |
| XR-55A80K | 74,990.00 | กลางเดือนกรกฎาคม |
| XR-85X90K | 126,990.00 | วางจำหน่ายแล้ว |
| XR-75X90K | ประกาศเร็ว ๆ นี้ | วางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ |
| XR-65X90K | 49,990.00 | วางจำหน่ายแล้ว |
| XR-55X90K | 40,990.00 | กลางเดือนกรกฎาคม |
| KD-85X85K | ประกาศเร็ว ๆ นี้ | วางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ |
| KD-75X85K | ประกาศเร็ว ๆ นี้ | วางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ |
| KD-65X85K | ประกาศเร็ว ๆ นี้ | วางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ |
| KD-55X85K | 34,990.00 | กลางเดือนกรกฎาคม |
| KD-75X80K | ประกาศเร็ว ๆ นี้ | วางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ |
| KD-65X80K | 37,990.00 | วางจำหน่ายแล้ว |
| KD-55X80K | 30,990.00 | วางจำหน่ายแล้ว |
| KD-50X80K | 27,990.00 | วางจำหน่ายแล้ว |
| KD-43X80K | 23,490.00 | วางจำหน่ายแล้ว |
| KD-65X75K | 31,990.00 | วางจำหน่ายแล้ว |
| KD-55X75K | 23,990.00 | วางจำหน่ายแล้ว |
| KD-50X75K | 23,990.00 | วางจำหน่ายแล้ว |
| KD-43X75K | 19,990.00 | วางจำหน่ายแล้ว |
อุปกรณ์เสริม
- BRAVIA CAM อุปกรณ์เสริมที่ใช้งานได้กับ Sony BRAVIA ในรุ่น X80K, X85K, X90K, X95K, A80K และ A90K โดยมาพร้อมเทคโนโลยี Ambient Optimization Pro ที่ทำหน้าที่ตรวจจับตำแหน่งของผู้รับชม เพื่อปรับคุณภาพของภาพและเสียงให้เข้ากับทุกสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ ผสานการทำงานร่วมกับ Gesture Control ที่ทำหน้าที่ควบคุมทีวีได้โดยไม่ต้องใช้รีโมท ไม่ว่าจะเป็น การปิดทีวี, เพิ่มเสียง/ลดเสียง หรือการเปลี่ยนช่องรายการที่รับชม รวมถึงฟีเจอร์ Proximity Alert ที่คอยตรวจจับระยะของผู้รับชม และจะทำการแจ้งเตือนด้วยเสียงหากผู้รับชมเข้าใกล้ทีวีมากเกินไป ทั้งยังมาพร้อมฟีเจอร์ Auto Power Saving Mode โดยเมื่อระบบตรวจจับได้ว่าไม่มีผู้รับชมทีวีอยู่ ระบบจะทำการปรับลด ความสว่างของหน้าจอให้โดยอัตโนมัติ เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นผู้รับชมยังสามารถวิดีโอแชทผ่านแอปพลิเคชั่น Google Duo บนจอทีวีขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ ผู้รับชมสามารถปิดสวิตซ์ชัตเตอร์ที่อยู่บริเวณด้านบนของตัวกล้องได้ด้วยตัวเอง เพื่อความเป็นส่วนตัวได้เช่นกัน โดย BRAVIA CAM สามารถตรวจจับได้ที่ระยะน้อยสุดถึง 1.5 เมตร และไกลที่สุดได้ถึง 4.5 เมตร รวมถึงมอบมุมมองกว้างถึง 90 องศาเลยทีเดียว โดย BRAVIA CAM พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 6,990 บาท
