รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

แกะกล่องของใหม่! แนะนำหูฟังแบรนด์มือถือเปิดตัวใหม่ปี 2022 ที่น่าไปโดนที่งาน Thailand Mobile EXPO วันที่ 12 - 15 พ.ค. 65 นี้

8 เม.ย. 65 2,282
แกะกล่องของใหม่! แนะนำหูฟังแบรนด์มือถือเปิดตัวใหม่ปี 2022 ที่น่าไปโดนที่งาน Thailand Mobile EXPO วันที่ 12 - 15 พ.ค. 65 นี้
ในที่สุดก็ Come Back แล้วค่ะ สำหรับ Thialand Mobile EXPO งานมหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หลังจากที่ห่างหายไปเป็นปี ๆ ลุ้นว่าจะได้จัดหรือไม่ได้จัดอยู่นาน ล่าสุดก็ถึงเวลาปลดล็อก ประกาศเตรียมจัดงานอย่างเป็นทางการแล้ว ในวันที่ 12 - 15 พฤษภาคม 2565 นี้ ที่ไบเทค บางนา (ฮอลล์ EH98 - EH99) ภายในงานนี้ก็ไม่ได้มีสินค้าที่น่าสนใจเฉพาะแค่โทรศัพท์มือถืออย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแก็ดเจ็ตและอุปกรณ์ AIoT ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หูฟัง ลำโพง สายชาร์จ แบตเตอรี่สำรอง โน๊ตบุ๊ก สมาร์ตวอทช์ ฯลฯ และอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนมักจะมาเดินเลือกซื้อเลือกชมกันในงานนี้ก็คือ "หูฟัง" นั่นเองค่ะ ในวันนี้ Mobile GURU Thailand ขอแนะนำ "หูฟังแบรนด์มือถือเปิดตัวใหม่ปี 2022 ที่น่าไปโดนในงาน Thailand Mobile EXPO วันที่ 12 - 15 พ.ค. 65 นี้" คัดมาให้เน้น ๆ เฉพาะแบรนด์ฝั่ง Mobile และรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ เพราะของใหม่ใคร ๆ ก็อยากจะแกะกล่อง! มีอะไรน่าสนใจบ้าง? มาเช็คก่อนไปชมกันเลยค่ะ
1. Xiaomi Buds 3 Series (ราคาเปิดตัวเริ่มต้น 2,999 บาท)
หูฟัง Xiaomi Buds 3 Series เปิดตัวมาด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น คือ Xiaomi Buds 3T Pro และ Xiaomi Buds 3 ที่มาพร้อมจุดเด่นในการตัดเสียงรบกวนแบบ Adaptive สามารถตัดเสียงรบกวนได้สูงสุด 40dB
โดย Xiaomi Buds 3T Pro เป็นหูฟัง ANC แบบ Adaptive สูงสุด 40dB ฟังเพลงได้ดีกว่าด้วยระบบตัดเสียงรบกวนต่อเนื่องอัจฉริยะ มาพร้อมระบบเสียง Luxury Dynamic Driver แม่เหล็กคู่ 10 มม. เคลือบด้วยไดอะแฟรม DLC และรองรับ LHDC 4.0 codec ให้คุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ เที่ยงตรง และไพเราะ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ Carbon Black และสีขาว Gloss White วางจำหน่ายในราคา 3,999 บาท
ในขณะที่หูฟัง Xiaomi Buds 3 มาพร้อม 3 โหมด ANC สำหรับการตัดเสียงรบกวน โดยสามารถช่วยตัดเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการได้สูงสุดที่ 40dB โดดเด่นในเรื่องคุณภาพเสียงด้วย Dual-magnetic Dynamic Driver ความถี่กว้าง 3 แบนด์ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดของเสียงได้ลึกและแม่นยำขึ้น มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ Carbon Black และสีขาว Gloss White วางจำหน่ายในราคา 2,999 บาท

2. OPPO Enco Air2 (ราคาเปิดตัว 1,999 บาท)
OPPO Enco Air2 หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดของ ออปโป้ ที่เปิดตัวมาในสโลแกน "Fresh Sound in the Air" ดีไซน์สวย โดดเด่นด้วยเคสชาร์จแบบโปร่งแสง พร้อมมอบประสบการณ์การฟังที่คุ้มค่าเหนือราคา ด้วยคุณภาพเสียงใส คมชัด ทรงพลัง ในราคา 1,999 บาท
หูฟัง OPPO Enco Air2 ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้พอดีกับส่วนโค้งของหูมนุษย์ และมีน้ำหนักเบา ทำให้ไม่หลุดง่าย สวมใส่สบายตลอดทั้งวัน เสียงคุณภาพสูงและทรงพลัง ด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์ที่โดดเด่นอย่าง Composite Titanized Diaphragm Driver ขนาด 13.4 มม. เสียงเบสที่ทรงพลัง เสียงกลางที่กระจ่างใส และเสียงแหลมที่ไพเราะ ไร้กังวลเรื่องเสียงดีเลย์ด้วยการรับรองคุณภาพระดับโลกจาก TÜV Rheinland พร้อม AI Deep Noise Cancellation for Calls ไร้เสียงรบกวน โทรได้ชัดเจน
แบตเตอรี่พร้อมใช้งานได้ยาวนาน 24 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ และสามารถชาร์จเต็มได้ในเวลาเพียง 1.5 ชั่วโมงเท่านั้น โดยมีให้เลือกเพียงสีเดียว คือ สีขาว White ให้ลุคพรีเมียม วางจำหน่ายในราคา 1,999 บาท

3. Sony LinkBuds (ราคาเปิดตัว 6,990 บาท)
สำหรับ Sony เป็นแบรนด์ที่มีสินค้าค่อนข้างหลากหลาย (และก็มีในส่วนของโทรศัพท์มือถือด้วยเช่นกัน) แม้ว่าในตลาดประเทศไทยจะไม่ได้มุ่งทำตลาดทางฝั่งมือถือเป็นหลัก แต่ก็ถือว่ายังมีกระแสตอบรับแรงดีใช้ได้ โดยในพาร์ทของหูฟัง ก็มีการเปิดตัว LinkBuds รุ่น WF-L900 หูฟังไร้สายดีไซน์สุดล้ำรุ่ โดดเด่นด้วยการออกแบบเป็นรูปวงแหวนเปิด (Open Ring) มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ให้ความโปร่งใสของเสียง ไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสาร
Sony LinkBuds รุ่น WF-L900 ได้รับการออกแบบมาให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ มีขนาดเล็ก กะทัดรัด และน้ำหนักเบาเพียง 4 กรัม สวมใส่สบาย ให้คุณภาพเสียงคมชัด มาพร้อมเทคโนโลยี Precise Voice Pickup ทำให้สามารถใช้งานโทรออกได้โดยไม่มีเสียงรบกวนรอบข้าง คุณภาพเสียงชัดเจน คมชัด และแม่นยำ นอกจากนี้ LinkBuds ยังมากับเทคโนโลยีเสียง DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) ชดเชยรายละเอียดเสียงที่อาจสูญหาย โดยจะสร้างรายละเอียดเสียงทั้งหมดในเพลงให้มีการบิดเบือนน้อยที่สุด ผสานการทำงานร่วมกับไดรเวอร์ขนาด 12 มม. พร้อมป้องกันละออองน้ำตามมาตรฐาน IPX4 ช่วยป้องกันความชื้นจากเหงื่อได้ดี แบตเตอรี่ในหูฟังที่สามารถใช้งานได้นาน 5.5 ชั่วโมง และยังสามารถชาร์จเพิ่มได้อีก 12 ชั่วโมงผ่านเคส และรองรับ Quick Charge มีให้เลือก 2 สี คือ สีขาว และสีดำ วางจำหน่ายในราคา 6,990 บาท

4. Nokia Essential True Wireless Earphones E3500, E3200, E3101, E3102 (ราคาเปิดตัวเริ่มต้น 1,790 บาท)
หูฟังไร้สาย True Wireless ภายใต้แบรนด์ Nokia ที่ปีนี้ออกมาลุยตลาดทางฝั่งนี้แบบหนัก ๆ กับเขาบ้าง โดยเน้นคุณภาพ และความคุ้มค่าเป็นหลัก ออกแบบให้สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนค่ายต่าง ๆ ได้ รวมถึงอุปกรณ์อย่างโน้ตบุ๊ก หรือคอมพิวเตอร์พีซีที่มีบูลทูธ พร้อมออกแบบมาให้มีสีสันสดใส สามารถเลือกใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้อย่างไม่มีเบื่อ มีมาแนะนำด้วยกัน 4 รุ่น ได้แก่
Nokia Essential True Wireless Earphones E3500 หูฟังไร้สายที่ออกแบบมาให้ลดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดี โดยติดตั้งไมโครโฟนรุ่นพิเศษข้างละ 2 ชุด ทำหน้าที่ตรวจจับคลื่นเสียงจากภายนอก พร้อมเทคโนโลยี Qualcomm cVc ให้การประมวลผลที่แม่นยำและรวดเร็วในการตัดเสียงรบกวน และมาพร้อมกับไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 10 มม. ช่วยเพิ่มมิติและเสียงเบสที่ชัดเจน สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ทันทีผ่าน Google Assistant หรือ Siri
หูฟังไร้สาย Nokia รุ่น E3500 ใช้งานได้ต่อเนื่องนานสูงสุด 7 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และใช้งานได้สุงสุด 25 ชั่วโมง* สามารถชาร์จแบตเตอรี่กับเคสแบบพกพาได้ประมาณ 3 ครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานตลอดทั้งวัน น้ำหนักเบาเพียง 5 กรัม สวมใส่ได้สบาย และแข็งแกร่งทนทานด้วยมาตรฐาน IPX5 มีให้เลือก 3 สี คือ สีน้ำเงิน, สีดำ และสีขาว วางจำหน่ายในราคา 2,790 บาท

Nokia Essential True Wireless Earphones E3200 มาพร้อมโหมด Ambient ที่แค่กดปุ่มก็จะได้ยินเสียงรอบข้างอย่างชัดเจน รองรับ Bluetooth 5.0 ให้การเชื่อมต่อได้ระยะไกล และยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานเพิ่มขึ้น เคสแบตเตอรี่ที่เพรียวบางและกะทัดรัด
ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 17 ชั่วโมง* ป้องกันเหงื่อหรือละอองน้ำระดับ IPX5 พร้อมรองรับการใช้งานร่วมกับ Google Assistant และ Siri สามารถสั่งงานได้ทันที หูฟังไร้สาย Nokia รุ่น E3200 มีให้เลือก 3 สี คือ สีเขียว, สีดำ และสีชมพู วางจำหน่ายในราคา 1,890 บาท

Nokia Essential True Wireless Earphones E3101 หูฟังไร้สายที่ได้รับการถ่ายทอดความเป็นอะคูสติกที่มีเอกลักษณ์ เพื่อให้ผู้รับฟังสัมผัสคุณภาพเสียงตรงตามที่นักดนตรีต้องการ สวมใส่สบาย ใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถเก็บใส่ไว้ในกระเป๋าได้พอดี พร้อมให้หยิบใช้งานได้ทันทีที่ต้องการ พร้อมจับคู่หูฟังกับอุปกรณ์ที่ต้องการได้ทันที ด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.1
ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 13 มม. ที่ออกแบบเพื่อให้การถ่ายทอดเสียงที่เที่ยงตรง มีความสมดุล คมชัด และหนักแน่น ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของการเล่นคอนเสิร์ตที่สมจริง ใช้งานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะได้ทั้ง Siri และ Google Assistant หูฟังไร้สาย Nokia รุ่น E3101 สามารถสลับใช้งานได้ทั้งแบบฟังข้างเดียว หรือฟังทั้ง 2 ข้างได้ ใช้งานได้สูงสุด 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และมาพร้อมแคสชาร์จแบบพกพาที่สามารถชาร์จหูฟังได้อีก 3 ครั้ง วางจำหน่ายในราคา 1,790 บาท

Nokia Essential True Wireless Earphones E3102 เป็นหูฟังที่ออกแบบมาพร้อมการแสดงผลแบบดิจิทัล โดยจะมีจอแสดงผล Digital LED บนบนตัวเคสชาร์จช่วยให้สามารถตรวจเช็คระดับแบตเตอรี่ได้อย่างแม่นยำ เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ต้องการได้ในทันที พร้อมให้สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงที่เร้าใจด้วยค่า Latency ที่ต่ำลงบนเทคโนโลยี Bluetooth 5.1 ถ่ายทอดการฟังเพลงด้วยเสียงสูงที่ชัดเจน เสียงกลางที่คมชัด และเสียงเบสที่หนักแน่น
หูฟังไร้สาย True Wireless รุ่น E3102 มาพร้อมไดรเวอร์แบบไดนามิคขนาด 13 มม. และการดีไซน์ในลักษณะอินเอียร์ที่ช่วยลดเสียงรอบข้างไม่ให้เข้ามารบกวนขณะใช้งาน มาพร้อมระบบแฮนด์ฟรีที่สามารถเรียกใช้ผู้ช่วย Google Assistant และ Siri ได้ง่าย เพียงแค่สั่งงานด้วยเสียง โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา เพลิดเพลินตลอดวันด้วยการฟังเพลงได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมง โดยฟังเพลงได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง และชาร์จเพิ่มระหว่างวันด้วยเคสชาร์จแบบพกพาที่มีแบตเตอรี่ในตัว 350 mAh ได้อีก 3 รอบ พร้อมป้องกันละอองน้ำได้ในระดับมาตรฐาน IP44 มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว, สีดำ และสีส้ม วางจำหน่ายในราคา 1,990 บาท

5. realme Buds Air 3 (ราคาเปิดตัว 1,999 บาท)
realme Buds Air 3 หูฟัง TWS รุ่นล่าสุดที่ เรียลมี ประเทศไทย เปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้ มาพร้อมคุณภาพเสียงระดับพรีเมียม จุดเด่นเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation สูงสุดถึง 42 เดซิเบล พร้อมระบบขับเสียงเบสขนาดใหญ่ 10 มม. และสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 30 ชั่วโมง*
realme Bud Air 3 มาในสโลแกน "Noise Off, Rock on." เป็นหูฟังรุ่นแรกในอุตสาหกรรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน TÜV Rheinland High Performance Noise Cancellation รองรับการใช้งานที่ยาวนานขึ้นด้วยแบตเตอรี่มากถึง 546 mAh ฟังเพลงต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 30 ชั่วโมง และมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว สามารถชาร์จไฟเต็ม 100% ได้ในเวลา 1 ชั่วโมง (ชาร์จ 10 นาที  สามารถฟังเพลงได้นาน 100 นาที) มีให้เลือก 2 สี คือ สีน้ำเงิน Blue และสีขาว White ในราคาวางจำหน่าย 1,999 บาท

และนี่ก็คือหูฟังรุ่นใหม่ของฝั่งแบรนด์มือถือที่เพิ่งเปิดตัวในช่วงต้นปี 2022 นี้ค่ะ ซึ่งแต่ละรุ่นก็ดูน่าสนใจมาก ๆ เพราะแน่นอนว่าของใหม่ก็ต้องมาพร้อมความสดและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สำคัญคือ งาน Mobile EXPO นี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นมหกรรมสินค้าไอทีลดราคาแห่งชาติ และไม่ใช่แค่ลดเพียงอย่างเดียว เรียกว่าทั้งแจกทั้งแถมไม่อั้นอีกต่างหาก ใครที่มองหาหูฟังใหม่ ๆ ไปใช้งาน ก็ลองมองดูรุ่นที่ถูกใจก่อนไปเดินงานจริงกันได้ค่ะ
โดยงาน Thailand Mobile EXPO 2022 (ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2022) ครั้งที่ 1 จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 12 - 15 พฤษภาคม 2565 นี้ ที่ศูนย์ประชุม ไบเทค บางนา (ฮอลล์ EH98 - EH99)
แท็กที่เกี่ยวข้อง Thailand Mobile EXPO 2022 mobile expo งานมือถือ headphone หูฟัง gadget sony oppo xiaomi nokia realme Mobile Expo 2022
เขียนโดย สโรชา ศรีชัย Mobile Guru

ช่องทางติดตาม Mobile Guru



เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)