รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว Fitbit Charge 5 สาย Fitness Tracker สำหรับการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ จอสีคมชัด ฟีเจอร์สุขภาพแน่น

14 ม.ค. 65 630
รีวิว Fitbit Charge 5 สาย Fitness Tracker สำหรับการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ จอสีคมชัด ฟีเจอร์สุขภาพแน่น
Fitbit Charge 5 เป็น Fitness Tracking รุ่นท็อปของ  Fitbit ประเทศไทย ในเวลานี้ ซึ่งทาง Fitbit ตั้งใจวาง Position ของโปรดักส์ในกลุ่มของ Fitness Traking อย่าง Charge 5 ไว้เป็นอุปกรณ์ผู้ช่วยในการแนะนำ (Wellness Guidance) หรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนที่อยากเริ่มต้นออกกำลังกายหรือดูแลสุขภาพไปจนถึงระดับที่เริ่มออกกำลังกายหรือคุ้นเคยกับการดูแลสุขภาพในระดับหนึ่งเลยทีเดียว 
สำหรับจุดเด่นของ Fitbit Charge 5 ที่เห็นได้ชัดเลยคงจะเป็นการมาของหน้าจอแสดงผลแบบสีเป็นครั้งแรกของซีรีย์ "Charge" และงานออกแบบไม่ว่าจะเป็นสายรัดหรือตัวเรือนที่ออกแบบได้หรูหรามาก ๆ ในขณะที่ตัวซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นก็เป็นจุดที่ผมสัมผัสได้เลยว่า ทำออกมาได้ตรงโจทย์ในการออกกำลังกายได้ดีมาก ๆ และเป็นแอปพลิเคชั่นที่ส่วนตัวมองว่าดีที่สุดของตลาด "Fitness Tracking Band" ในเวลานี้เลยก็ว่าได้ครับ 

อุปกรณ์ภายในกล่อง (Unbox)

  • Fitbit Charge 5 พร้อมสายรัดแบบปัดขนาดได้
  • สายชาร์จ Pogo pin - USB
  • สายรัด (ฝั่งรูปัดขนาด) 1 เส้น
  • คู่มือการใช้งาน

Design (งานออกแบบ)

Fitbit Charge 5 มีงานออกแบบที่เรียบหรูมาก ๆ ไล่ตั้งแต่สายรัดที่ใช้เลือกใช้วัสดุซิลิโคนคุณภาพดี น้ำหนักเบา เมื่อสวมใส่แล้วรู้สึกสบาย และเป็นมิตรกับผิวหนังไม่เกิดอาการระคายเวลาเหงื่อออก ไปจนถึงตัวเรือนที่ทองเงาวาบ ซึ่งใช้วัสดุเป็นสแตนเลสเกรดทางการแพทย์ผสมกับอลูมิเนียมชุบด้วยอะโนไดซ์ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบสี AMOLED ขนาด 1.04 นิ้ว รองรับการแตะสัมผัส และรองรับการแสดงผลแบบ Always on Display ด้วย
สำหรับการปลดสายรัดเพื่อเปลี่ยนสายใหม่ของ Fitbit Charge 5 สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ดันสลักล็อคที่อยู่ด้านหลังตัวเรือน พร้อมกับสไลด์ตัวสายรัดออกในแนวตั้งก็เป็นอันเสร็จครับ ซึ่งในกล่องจะมีสายรัดอีกเส้นให้มาด้วย ถ้าหากสายติดตัวเรือนสั้นไป
ด้านหลังตัวเรือนจะเป็นตำแหน่งของชุดเซ็นเซอร์ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย เซ็นเซอร์ accelerometer แบบ 3 แกน (x,y,z), ตัวรับสัญญาณ GPS ในตัว + GLONASS, เซ็นเซอร์ตรวจวัดและติดตามอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคัล (Optical Heart rate Tracker, เซ็นเซอร์ Ambient light, เซ็นเซอร์ตรวจวัดปริมาณระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) และมอเตอร์สั่น (Vibration motor)
นอกจากนี้บริเวณด้านข้างตัวเรือนซ้าย-ขวาของ Charge 5 ยังมีแถบเซ็นเซอร์ Multipurpose electrical ใช้ทำงานควบคู่กับเซ็นเซอร์ตัวอื่น เพื่อวัดค่า EDA ที่เป็นค่าการเปลี่ยนแปลงไฟฟ้าอิเล็กโทรดในระดับโมเลกุลของเหงื่อเมื่อร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น เข้าสู่สภาวะเครียด ซึ่งคุณสมบัตินี้เป็นตัวชูโรงของรุ่นนี้เลยทีเดียว

รูปแบบการใช้งาน

สำหรับการสั่งการด้วยการแตะบนหน้าจอของ Fitbit Charge 5 จะเป็นการปัดหน้าจอทิ้งจากซ้ายไปขวา หรือ บนลงล่าง ส่วนจากหน้าจอหลักถ้าเราปัดจากบนลงล่างจะเป็นการเรียกเมนูการตั้งค่าขึ้นมา
 
 ถ้าจากหน้าจอหลักปัดจากล่างหน้าจอขึ้นข้างบนจะเป็นการเข้าเมนูการออกกำลังกาย
ในขณะที่ถ้าปัดจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายก็จะเป็นหน้าเมนู Widget ที่จะแสดงรายการของแอปพลิเคชั่นหรือโหมดต่าง ๆ ที่เราเลือกการแสดงผลไว้จากแอปฯ บนสมาร์ตโฟน

รายละเอียดสเปกของ Fitbit Charge 5

  • จอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.04 นิ้ว รองรับการแสดงผล Always on Display
  • รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และ NFC
  • รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน Android OS แบบรวดเร็วด้วย Google Fast Pair
  • เซ็นเซอร์ตรวจวัด ประกอบด้วย
    • 3-axis accelerometer
    • Built-in GPS + GLONASS Red
    • infrared sensors for oxygen saturation (SpO2)
    • monitoring Device temperature sensor (skin temperature variation available in the Fitbit app)
    • Vibration motor
    • Ambient light sensor
    • Multipurpose electrical sensors compatible with ECG app & EDA Scan app
  • Built in GPS + GLONASS
  • รองรับการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์
  • EDA Scanner ตรวจวัดความเครียดจากไฟฟ้าบนผิวหนัง
  • ตรวจวัดอุณหภูมิบนผิวหนัง
  • ตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด SpO2
  • ติดตามการนอนหลับ, หายใจ และความเครียด
  • ติดตามสุขภาพรอบเดือนของคุณผู้หญิง
  • ติดตามและตรวจวัดการออกกำลังกายผ่านโหมดออกกำลังกาย 20 รูปแบบ
  • ติดตามการว่ายน้ำ
  • กันน้ำได้ลึกระดับ 50 เมตร
  • รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Android OS ตั้งแต่เวอร์ชั่น 8.0 ขึ้นไป
  • รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ iOS ตั้งแต่เวอร์ชั่น 12.2 ขึ้นไป
  • แบตเตอรี่ Lithium-polymer รองรับการใช้งานนานสูงสุด 7 วัน โดยไม่ชาร์จ และถ้าหากชาร์จกลับใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเต็ม

เริ่มต้นใช้งาน (Fitbit Application)

การเริ่มต้นใช้งาน Fitbit Charge 5 ตัวเครื่องจำเป็นต้องกระตุ้นไฟก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นให้เรานำตัวเครื่องไปชาร์จกับสายชาร์จที่แถมมาให้ในกล่อง เสียบไว้สัก 1 นาที หน้าจอจะติดขึ้นมาและแสดงไอคอนการเชื่อมต่อ เมื่อหน้าจอเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่น Fitbit ปรากฏ ก็ให้นำสมาร์ตโฟนมาถือใกล้ ๆ ได้เลย จะมีป็อปอัปเด้งขึ้นบนสมาร์ตโฟนให้เราดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นทันที
เพราะตัว Charge 5 รองรับฟีเจอร์ Google Fast Pair ซึ่งจะรองรับการทำงานร่วมกับสมาร์ตโฟน Android OS เวอร์ชั่น 8.0 ขึ้นไป และ iOS เวอร์ชั่น 12.0 ขึ้นไป หลังจากดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Fitbit เสร็จแล้ว ก็ให้ทำการสมัครบัญชีเพื่อใช้งาน ส่วนใครมีแล้วก็ทำตามขั้นตอนที่ตัวแอปฯ นำทางไปเรื่อย ๆ ได้เลยครับ แค่นี้ก็พร้อมใช้งานแล้ว

หน้าเมนูการใช้งาน Fitbit Application

 
 
 
 

ครบเครื่องเรื่องการดูแลสุขภาพ

เห็นขนาดเล็กแบบนี้ แต่ Fitbit Charge 5 เป็นแบรนด์ที่มีความสามารถในด้านสุขภาพที่ครบเครื่องมาก ๆ มีคุณสมบัติในการตรวจจับและวัด Health Metric ต่าง ๆ ได้ครบเครื่อง รวมทั้งยังสามารถแสดงผลลัพธ์ของ Health Metric ได้ค่อนข้างละเอียด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์หรือประเมินการออกกำลังกายของเราให้ละเอียดมากขึ้นและตรงตามแพลนที่เราตั้งไว้นั่นเอง 
  • EDA Scanner
เริ่มกันความสามารถตัวแรกและเป็นคุณสมบัติทีเด็ดที่เป็นจุดขายของ Fitbit เลย กับ EDA (Electrodermal Activity) Scanner การตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของไฟฟ้าที่อยู่บริเวณผิวหนัง ซึ่งตามหลักทฤษฎีแล้วการเปลี่ยนแปลงของไฟฟ้าที่อยู่บริเวณผิวหนังของคนเรานั้น จะมาจากต่อมเหงื่อที่อยู่ใต้ผิวหนังที่ถูกควบคุมโดยระบบประสาทสัมผัสอีกที่ ดังนั้นถ้าหากร่างกายเราเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น เกิดความเครียด เหงื่อก็จะออกสู่ผิวหนังมากขึ้น และทำให้ไฟฟ้าบริเวณผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ และนำไปสู่การอ่านค่าของฟีเจอร์นี้นั่นเองครับ 
การใช้งาน EDA Scanner สามารถทำได้ด้วยการแตะนิ้วไปที่แป้นสัมผัสที่อยู่บริเวณด้านข้างของตัวเรือน Fitbit Charge 5 แตะค้างไว้นาน 2 นาทีเป็นอย่างน้อย จากนั้นตัวระบบก็จะทำการอ่านค่าโดยนำเอาผลจากการตรวจวัด Heart rate และ SpO2 มาแสดงให้พร้อมกันทีเดียว ซึ่งความสามารถนี้ทาง Fitbit เผยว่ามีผู้ใช้งานมากกว่า 70-80% เมื่อได้ลองใช้ฟีเจอร์นี้แล้ว สามารถลดระดับความเครียดลงได้จากการควบคุมการหายใจผ่านความสามารถของ EDA Scanner 
  • วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) และตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate)
สองฟีเจอร์มาตรฐานที่ต้องมีในยุคนี้ของการอุปกรณ์ด้านสุขภาพเลยก็ว่าได้ครับ และแน่นอนว่าเจ้า Fitbit Charge 5 ก็ใส่สองฟีเจอร์นี้มาให้ด้วย และยังสามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจของเราได้แบบเรียลไทม์ด้วย แต่ความแตกต่างจากแบรนด์ทั่วไปจะอยู่ที่แอปพลิเคชั่นอีกนั้นแหละครับ เพราะการรายงานข้อมูล รวมถึงการนำข้อมูลจากการติดตาม ตรวจวัด SpO2 และ Heart rate ไปใช้ประโยชน์
เช่น การไปแสดงผลรวมกับการออกกำลังกายในรูปแบบค่า VO2MAX ที่ใช้เป็นค่าอ้างอิงความฟิตของร่างกาย หรือการนำระดับออกซิเจนในเลือดไปวิเคราะห์รวมกับ EDA Scan เพื่อวิเคราะห์ระดับความตึงเครียด หรือแม้แต่การติดตามการนอนก็นำสองโหมดนี้ไปวิเคราะห์ด้วยเช่นกัน ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะการรายงานผลข้อมูลที่ลึกถึงระดับสามารถรายงานค่า HRV หรือค่าการแปรผันของการเต้นหัวใจที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มความเครียดของตัวเราได้ด้วย ซึ่งผมเลยคิดว่าเป็นจุดเด่นและข้อดีของ Fitbit ที่ทำให้เราได้ประโยชน์ด้านสุขภาพเป็นอย่างมาก
 
  • ติดตามการนอนหลับ
การติดตามการนอนหลับของ Fitbit Charge 5 ในด้านของการรายงานผล ถ้าหากเราไม่ได้สมัครเมมเบอร์ไว้ก็จะทราบแค่ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป เช่น ระยะเวลาการนอนและรูปแบบการนอนของเราเท่านั้นครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อมูลพื้นฐานที่พอจะช่วยวิเคราะห์การนอนหลับของเราได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากสมัครเมมเบอร์ของ Fitbit ไว้ ข้อมูลที่ได้จากการติดตามจะละเอียดเป็นอย่างมาก บอกได้ถึงขนาดว่าตอนเรานอนมีสภาวะการขาดอากาศหรือไม่? หรือมีอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติไหม พร้อมทั้งยังแนะนำ ให้คะแนน และวิเคราะห์รูปแบบการนอนเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานให้เราได้ทราบด้วย ซึ่งส่วนตัวรู้สึก Charge 5 ติดตามการนอนของเราได้แม่นยำ และดาต้าที่รายงานมาก็ค่อนข้างสอดรับกับความรู้สึกของตัวผมเอง ดังนั้นผมว่าถ้าใครอยากติดตามพฤติกรรมการนอนของเรา เจ้า Fitbit Charge 5 ไว้ใจเขาได้เลยนะ
  • ตรวจจับความเครียดจากการทำงานหรือใช้ชีวิต
การตรวจจับความเครียดและรายงานผลให้ผู้ใช้ทราบ เป็นไฮไลท์สำคัญของ Fitbit Charge 5 เลยก็ว่าได้ เพราะตัวเรือนนอกจากจะตรวจติดตามให้อัตโนมัติแล้ว ยังฟีเจอร์ในโหมด EDA Scanner ที่จะให้เราลดความตรึงเครียด ณ ขณะนั้นลง ด้วยการฝึกการหายใจ ยาวนาน 2-3 นาที พร้อมบันทึกค่าการฝึกด้วยว่าหลังจากฝึกแล้วคุณรู้สึกอย่างไร? เพื่อนำไปประเมินรูปแบบในครั้งหน้าให้ ซึ่งปกติถ้าเป็นแบรนด์ทั่วไปก็จะใช้วิธีการเตือน เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบเท่านั้น 
  • ติดตามการออกกำลังกายด้วยโหมดออกกำลังกาย 20 รูปแบบ และแสดงผล Active Zone minute ได้ด้วย
ใครที่เป็นสายคาดิโอน่าจะถูกใจกันแน่นอน เพราะ Fitbit Charge 5 สามารถแสดงผล Active Zone minute ขณะที่อัตราการเต้นของหัวใจเรากำลังบูสขึ้นขณะออกกำลังกายให้เราทราบได้ด้วย รวมถึงค่า VO2MAX ที่บ่งบอกถึงความฟิตของร่างกายก่อนออกกำลังกายเจ้า Charge 5 ก็สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังรองรับการติดตามการออกกำลังกายให้อัตโนมัติ และยังมีโหมดออกกำลังกายให้ใช้งานมากถึง 20 รูปแบบเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละโหมดที่ใส่มาให้ผมรู้สึกว่าครอบคลุมรูปแบบการออกกำลังกายในปัจจุบันได้ครบอยู่นะครับ 

เป็น Band ที่ Built-in GPS

Fitbit Charge 5 มาพร้อมระบบ GPS ในตัว ดังนั้นทำให้ตัวแบรนด์สามารถที่จะอ่านค่าการเดินทางหรือการวิ่งของเราผ่านแอปพลิเคชั่น หรือโหมดการออกกำลังกายได้ พร้อมกับส่งข้อมูล Sync ไปยังแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟน เพื่อระบุเส้นทางและคำนวณระยะทางการวิ่ง, เดิน, ปั่นจักรยานได้ 

Premium membership ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับด้านสุขภาพ

ระบบ Premium membership เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่เป็นเลือกของ Fitbit ซึ่งต้องเสียเงินสมัครสมาชิกนะครับ แต่ในช่วงแรกที่เราซื้อ Charge 5 มา ทาง Fitbit จะแถมแพ็กเกจมาให้ลองใช้งานฟรีเป็นระยะเวลา 6 เดือน มูลค่า 2,625 บาท โดยข้อดีของการเป็นสมาชิกก็คือ การที่จะปลดล็อคฟังก์ชั่นด้านสุขภาพให้มากขึ้น และละเอียดยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคนที่เคร่งครัดในการดูแลสุขภาพเลยก็ว่าได้ครับ
เพราะระบบเมมเบอร์จะนำข้อมูลของตัวเราไปประเมินเป็นรูปแบบการดูแลสุขภาพให้ เช่น ประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนออกกำลังกายว่าควรพักหรือไม่, การวิเคราะห์การนอนหลับด้วยข้อมูลเชิงลึก, แนะนำรูปแบบการหายใจเพื่อระดับความเครียดลง หรือการแนะนำ Active Time Zone ให้เหมาะกับความต้องการในการออกกำลังกาย เป็นต้น  และนอกจากนี้ในหน้าของ Discover ก็ปลดล็อควีดีโอ Guideline สำหรับแนะนำการออกกำลังกาย ให้เราได้ออกกำลังกายตามคลิปหรือศึกษารูปแบบการออกกำลังกายจากวีดีโอแนะนำด้วย

บทสรุปและการวางจำหน่าย

Fitbit Charge 5 สำหรับผมถ้าตัดเรื่องของการที่ยังไม่ได้รองรับภาษาไทยไป ก็คิดว่านี้คือ "Band" ที่มีแอปพลิเคชั่น และซอฟต์แวร์ด้านสุขภาพที่ใช้งานร่วมกันได้ดีมากที่สุดอีกรุ่นของตลาดในเวลานี้เลยก็ว่าได้ ถึงแม้จะไม่ได้เสียค่าสมัครเมมเบอร์เพื่อปลดล็อค Premium membership แต่ข้อมูล Health Metric ที่ใส่มาให้เป็นความสามารถพื้นฐานของรุ่นนี้ ถือว่าครอบคลุมการดูแลสุขภาพในแต่ละวันได้ดีมาก ๆ
ในขณะที่ตัวเรือนออกแบบมาได้ครอบคุลมไลฟ์สไตล์ เรียบหรู เบาสบาย ทำให้สามารถใส่ใช้งานแทนนาฬิกาปกติได้อย่างลงตัว และใส่ใช้งานได้ตลอดวันจนนอนเลยก็ได้ รวมทั้งยังมีสายอุปกรณ์เสริมให้เราเลือกเปลี่ยนเพิ่มเติม (ซื้อเพิ่มเอง) เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานได้ด้วย ดังนั้นถ้าหากใครที่อยากได้อุปกรณ์แนว ๆ สายรัด (Band) สำหรับดูแลสุขภาพแบบครบเครื่อง ไปพร้อมกับสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว เช่น ใส่ไปงานสำคัญต่าง ๆ , ใส่ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ Advance เป็นต้น เจ้า Fitbit Charge 5 จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัวเลยทีเดียวครับ 
โดยทาง Fitbit วางจำหน่าย Fibit Charge 5 ในประเทศไทย ด้วยราคา 7,690 บาท ผ่านตัวแทนจำหน่ายห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ Fitbit.com, Lazada, Shopee และ JD Central, Dotlife, B2S และ PowerBuy
แท็กที่เกี่ยวข้อง fitbit Fitbit Charge 5
เขียนโดย วินระพี นาคสวัสดิ์ Mobile Guru

ช่องทางติดตาม Mobile Guru