รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

Best Value Smart Watch of the Year 2021 สมาร์ตวอทช์สุดคุ้ม (ราคาไม่เกิน 7,000 บาท) ประจำปี 2021

22 ธ.ค. 64 1,103
Best Value Smart Watch of the Year 2021 สมาร์ตวอทช์สุดคุ้ม (ราคาไม่เกิน 7,000 บาท) ประจำปี 2021
สำหรับผู้คนในยุคสมัยนี้ การใส่นาฬิกาธรรมดา ๆ ทั่วไป ที่เอาไว้เฉพาะแค่ดูเวลา อาจจะดูไม่ตอบโจทย์อีกต่อไปแล้ว ด้วยการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน ทำให้อะไรที่แต่ก่อนอาจเคยอยู่แยกกันเป็นสัดส่วน ถ้ามารวมกันเป็นแบบ All-in-one พร้อมความสามารถที่หลากหลาย ย่อมได้รับความนิยมสูงกว่า จึงไม่น่าแปลกใจนัก หากในวันนี้ "สมาร์ตวอทช์" จะกลายมาเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญ เสมือนหนึ่งอวัยวะของร่างกาย ที่อาจจะยังไม่ถึงขนาดกับขาดไม่ได้ แต่ถ้าเคยมีแล้วหายไปก็คงแย่เลยเหมือนกัน เพราะนอกจากจะทำหน้าที่ในการบอกเวลาแล้ว สมาร์ตวอทช์ยังเป็นผู้ช่วยที่จะคอยช่วยจัดการทั้งเรื่องการทำงาน การใช้ชีวิต สุขภาพ และอีกหลายเรื่องที่เราคิดไม่ถึงได้เป็นอย่างดีเลยละค่ะ
ดังนั้น ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ มีสมาร์ตวอทช์จากแบรนด์ไหน รุ่นไหน ที่ Mobile GURU Thailand ยกให้เป็น "The Best Value Smart Watch of the Year 2021" สมาร์ตวอทช์สุดคุ้มค่า ประจำปี 2021 (ราคาไม่เกิน 7,000 บาท) กันบ้าง? และสำหรับการจัดอันดับครั้งนี้ เช่นเคยว่าเราจะไม่ได้เรียงตามลำดับราคาว่าถูกที่สุดคือคุ้มที่สุด แต่เราจะเลือกพิจารณาจากงบประมาณที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อสมาร์ตวอทช์หนึ่งเรือนนั้น มีประโยชน์ในการใช้งานสมเหตุสมผลมากน้อยขนาดไหน จะมีรุ่นในดวงใจของเพื่อน ๆ ที่เชียร์อัพอยู่หรือเปล่า ตามมาชมไปพร้อมกันเลยค่ะ
อันดับที่ 5 : Redmi Watch 2 Lite
ราคาเปิดตัว 1,690 บาท
ราคา 1,590 บาท (ธันวาคม 2564) Early-bird Promotion
Redmi Watch 2 Lite สมาร์ตวอทช์รุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมานี่เอง โดยมาภายใต้คอนเซ็ปต์​ 'Get Fit, Start Now' ชูจุดเด่นตัวเลือกเพื่อสุขภาพ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อาจจะกำลังมองหาสมาร์ตวอทช์เรือนแรกให้ตัวเอง
ตัวเรือนของ Redmi Watch 2 Lite มาในดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยม ทันสมัย หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 1.55 นิ้ว แสดงผลสีสันสวยงาม พร้อมด้วยหน้าปัดที่มีให้เลือกกว่า 100 รูปแบบ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟีเจอร์ด้านสุขภาพและฟิตเนสให้เลือกใช้งานแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโหมดสำหรับการออกกำลังกาย ที่มีให้เลือกมากกว่า 100 โหมด รองรับกิจกรรมทั้งในร่มและกลางแจ้ง รองรับการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) รวมไปถึงการตรวจวัดระดับการนอนหลับและความเครียด การฝึกการหายใจ การบันทึกรอบประจำเดือนสำหรับสาว ๆ และสามารถติดตามตำแหน่งได้อย่างแม่นยำด้วยชิปเซ็ต GNSS สายชอบเดินหรือวิ่งออกกำลังกายน่าจะถูกใจ การกันน้ำระดับ 5ATM ทำให้สามารถสวมใส่ว่ายน้ำ อาบน้ำ หรือใส่ตอนฝนตกได้ พร้อมด้วยแบตเตอรี่ที่สามารถรองรับการใช้งานได้นานสูงสุดถึง 10 วัน
Redmi Watch 2 Lite วางจำหน่ายในราคาเปิดตัวเพียง 1,690 บาท แถมยังมี Early Bird Promotion โปรโมชันสำหรับคนที่สั่งซื้อระหว่างวันที่ 12 - 25 ธันวาคม 2564 จะสามารถซื้อได้ในราคาพิเศษเพียง 1,590 บาทเท่านั้น! ให้มาครบ จบในงบไม่ถึงสองพันแบบนี้ มือใหม่หัดฟิต ก็ถือว่าคุ้มสุด ๆ
จุดเด่น
  • หน้าจอแสดงผล TFT แบบสัมผัส ขนาด 1.55 นิ้ว
  • Multi-System Standalone GPS ชิปเซ็ต GNSS ให้ประสิทธิภาพการติดตามตำแหน่งที่แม่นยำ
  • รองรับโหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด
  • ตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2)
  • ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • ระดับการกันน้ำ 5ATM (กันน้ำลึก 50 เมตร)
  • แบตเตอรี่ 262 mAh ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 10 วัน
  • ราคา 1,590 บาท (ธันวาคม 2564)

อันดับที่ 4 : realme Watch 2 Pro
ราคาเปิดตัว 3,499 บาท
ราคา 2,299 บาท (ธันวาคม 2564)
อีกหนึ่งตัวเลือกที่จับต้องได้สำหรับสายสุขภาพ กับ realme Watch 2 Pro สมาร์ตวอทช์อัจฉริยะ ดีไซน์ทันสมัย ในคอนเซปต์ 'Style Meets Sports' เอาใจคนรุ่นใหม่สายรักสุขภาพ ที่ต้องการทั้งภาพลักษณ์ที่ดูดีและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบพร้อม
realme Watch 2 Pro มากับหน้าจอแสดงผลสีทรงสี่เหลี่ยมขนาด 1.75 นิ้ว พร้อมค่าความสว่างสูงสุด 600 nits ทำให้สามารถใช้งานกลางแจ้งได้โดยไม่มีปัญหาจอมืด และอัตรารีเฟรช 30fps ให้การอบสนองที่ดีและไหลลื่นยิ่งขึ้น ทางด้านของฟีเจอร์สำหรับสุขภาพและฟิตเนส realme Watch 2 Pro รองรับโหมดออกกำลังกายมากถึง 90 ประเภทกีฬา พร้อมด้วยฟีเจอร์มาตรฐาน รองรับการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งการตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) และใช้ GPS Dual-Satellite ที่ทำให้สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วและความแม่นยำ
สมาร์ตวอทช์ realme Watch 2 Pro มาพร้อมขนาดแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 14 วัน มีให้เลือก 2 สี คือ Metallic Silver และ Space Grey วางจำหน่ายในราคาเปิดตัว 3,499 บาท ราคาอัปเดตปัจจุบันอยู่ที่ 2,299 บาท คุ้ม ครบ งบเบา ๆ แถมดีไซน์สวย ใครมองหาสมาร์ตวอทช์ดี ๆ ไว้ใช้งาน รุ่นนี้ยังไงก็ต้องมีเป็นตัวเลือกเลยนะ!
จุดเด่น
  • หน้าจอแสดงผล TFT แบบสัมผัส ขนาด 1.75 นิ้ว
  • Dual-Satellite GPS ให้ความแม่นยำในการระบุตำแหน่งสูงสุด 2.5 เมตร และเวลาระบุตำแหน่งที่เร็วสุด 2 วินาที
  • รองรับโหมดออกกำลังกาย 90 ประเภทกีฬา
  • ตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2)
  • ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง
  • มาตรฐานกันน้ำ IP68
  • แบตเตอรี่ 390 mAh ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 14 วัน
  • ราคา 2,299 บาท (ธันวาคม 2564)

อันดับที่ 3 : HUAWEI Watch Fit new
ราคาเปิดตัว 3,499 บาท
ราคา 2,499 บาท (ธันวาคม 2564)
HUAWEI Watch Fit New เป็นสมาร์ตวอทช์ราคาประหยัดอีกหนึ่งรุ่นที่มาพร้อมฟรเจอร์จัดเต็มแบบเกินราคา รุ่นนี้เป็นรุ่นอัปเกรดจาก HUAWEI Watch Fit ที่เปิดตัววางขายไปเมื่อปี 2020 สำหรับวอร์ชันที่วางขายในไทย ฟีเจอร์จะแตกต่างกันแค่นิดเดียวเท่านั้น แถมตอนนี้ราคายังปรับมาเท่ากันแล้วด้วย ดังนั้นถ้าใครจะจัด ก็ซัดรุ่นใหม่ไปเลยคุ้มกว่า
สำหรับ HUAWEI Watch Fit New มาในดีไซน์ที่ดูกึ่ง ๆ จะเป็นสมาร์ตแบนด์ หน้าปัดทรงสี่เหลี่ยม พร้อมแสดงสีสันสวยงาม สดใส รายละเอียดครบถ้วน ด้วยหน้าจอ AMOLED ความชัดระดับ HD ขนาด 1.64 นิ้ว สามารถเปิดใช้โหมด Always-On เพื่อยกมาดูเวลาได้ทุกเมื่อ ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันและสายรุกสุขภาพ ด้วยโหมดออกกำลังกายที่มีให้เลือกถึง 97 โหมด พร้อมโหมดพิเศษ Animated Fitness Coach แนะนำท่าทางการออกกำลังแบบบเป็นอนิเมชันให้เห็นบนหน้าจอสมาร์ตวอทช์กันไปเลย ส่วนที่ใช้งานกันบ่อย ๆ อย่างการติดตามการนอนหลับ การตรวจวัดความเครียด การติดตามและแจ้งเตือนรอบเดือน รวมทั้งการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การตรวจวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2) พร้อมด้วยการติดตามตำแหน่งที่มีความแม่นยำสูง
แบตเตอรี่ของ HUAWEI Watch Fit New สามารถใช้งานได้ติดต่อกันยาวนานสูงสุดถึง 10 วัน พร้อมการกันน้ำระดับ 5ATM (กันน้ำลึก 50 เมตร) โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือ Graphite Black, Distilled Blue, Pomelo Red และ Sakura Pink ในราคาอัปเดต ณ ปัจจุบันที่ 2,499 บาท จากราคาเปิดตัว 3,499 บาท ฟังก์ชันครบ ราคาคุ้มขนาดนี้ ขอยกให้เป็นสมาร์ตวอทช์คุ้มราคาของปีนี้
จุดเด่น
  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ความคมชัดระดับ HD สีสันสดใส ขนาด 1.64 นิ้ว
  • รองรับโหมดออกกำลังกาย 97 โหมด
  • โหมดแนะนำการออกกำลังกายแบบแอนิเมชัน
  • ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ตรวจวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2)
  • ระดับการกันน้ำ 5ATM (กันน้ำลึก 50 เมตร)
  • แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปยาวนานสูงสุด 10 วัน
  • ราคา 2,499 บาท (ธันวาคม 2564)

อันดับที่ 2 : Garmin Forerunner 55
ราคาเปิดตัว 6,790 บาท
ราคา 6,790 บาท (ธันวาคม 2564)
Forerunner 55 สมาร์ตวอทช์สำหรับการเริ่มต้นเป็น "นักวิ่ง" จาก Garmin ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดจากในรุ่น Forerunner 45 ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการวิ่ง แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ ตัวนี้ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์สุด ๆ ของปีนี้เลยก็ว่าได้
Garmin Forerunner 55 มีฟีเจอร์การใช้งานครอบคลุม มาพร้อมระบบ GPS ที่สามารถติดตามตำแหน่งการวิ่งและบอกสถิติต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ดีไซน์สปอร์ต จอแสดงผลทรงกลมขนาด 1.04 นิ้ว แบบ Transflective Memory-in-pixel (MIP) ที่ทำให้สามารถแสดงผลได้ชัดเจน แม้จะใช้งานกลางแสงแดดจ้า มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การตรวจวัดความเครียด, การติดตามรอบประจำเดือน, การติดตามระดับพลังงานของร่างกาย, การติดตามการนอนหลับ ฯลฯ พร้อมรองรับโหมดออกกำลังกายที่หลากหลายทั้งกลางแจ้งและในร่ม เน้นหนักที่ฟีเจอร์เกี่ยวข้องกับการวิ่ง เช่น Daily Suggested Workout คำแนะนำการออกกำลังกายรายวัน ที่ช่วยแนวทางในการฝึกซ้อมส่วนบุคคล โดยอิงตามประวัติการฝึก ระดับความฟิตของร่างกาย, PacePro เทคโนโลยีช่วยให้คำแนะนำเส้นทางการวิ่ง โดยอิงตามระบบ GPS เพื่อช่วยในการวางแผนการวิ่งล่วงหน้าได้, Finish Time ประเมินเวลาจบ โดยหลังจากเลือกระยะทาง จะแสดงข้อมูลเวลาเสร็จสิ้นโดยประมาณให้ทราบ, Race Predictor ช่วยประเมินสภาพร่างกาย พร้อมบันทึกประวัติการฝึกซ้อม เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อถึงเวลาสิ้นสุดตามที่คาดหมาย และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมาย
แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 7 วัน ในโหมด Smartwatch และนานสูงสุด 20 ชั่วโมง ในโหมด GPS พร้อมกันน้ำลึก 50 เมตร (5ATM) มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือ Black, Aqua, White และ Monterra Grey ในราคา 6,790 บาท ใครชอบวิ่งเป็นพิเศษ บอกเลยว่า Garmin Forerunner 55 ตัวนี้แหละ แจ่มสุด!
จุดเด่น
  • หน้าจอแสดงผลคมชัดแบบ Transflective Memory-in-pixel (MIP) ขนาด 1.04 นิ้ว สามารถใช้งานกลางแดดจ้าได้
  • มาพร้อม GPS ในตัว ติดตามตำแหน่ง การก้าว ระยะทาง และบอกสถิติต่าง ๆ ได้อย่างวดเร็วและแม่นยำ
  • รองรับโหมดออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ
  • มีคำแนะนำการฝึกซ้อมและการวิ่งอย่างละเอียด พร้อมฟีเจอร์เด่นที่เกี่ยวกับการวิ่งให้เลือกใช้งานมากมาย
  • ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • ระดับการกันน้ำ 5ATM (กันน้ำลึก 50 เมตร)
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 14 วัน ในโหมด Smartwatch และนานสุด 20 ชั่วโมง ในโหมด GPS
  • ราคา 6,790 บาท (ธันวาคม 2564)

อันดับที่ 1 : Amazfit GTS 3
ราคาเปิดตัว 6,090 บาท
ราคา 5,290 บาท (ธันวาคม 2564)
Amazfit GTS 3 สมาร์ตวอทช์อัจฉริยะรุ่นใหม่ใน Amazfit GT3 Series ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ "Smart Health Made Easy - Built to Move" ซึ่งเป็นรุ่นที่ราคาเบาที่สุดของซีรีส์นี้ แต่มาพร้อมฟีเจอร์สำหรับดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายที่ครบพร้อม แมทช์กับวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคนี้เป็นอย่างดี
ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย โฉบเฉี่ยว เบา และมีสไตล์ พร้อมคุณสมบัติด้านสุขภาพและฟิตเนสที่ล้ำสมัย ทำให้ Amazfit GTS 3 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสมาร์ตวอทช์ที่น่าสนใจ และเราขอยกให้เป็น Best Value Smart Watch ในช่วงราคาไม่เกิน 7,000 บาท ในปีนี้ โดยมาพร้อมจุดเด่นหน้าจอแสดงผล Ultra HD AMOLED ขนาด 1.75 นิ้ว สีสันสดใน คมชัด พร้อมค่าความสว่างสูงสุดถึง 1,000-nit ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาในการใช้งานกลางแสงแดดจ้าอย่างแน่นอน รอบรับโหมดออกกำลังกายมากกว่า 150 ประเภท ฟีเจอร์ตรวจประมวลผลสุขภาพ 4 อย่างในครั้งเดียว ทั้งการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การวัดค่าความเครียด, การวัดค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2) และการวัดค่าอัตราการหายใจ พร้อมระบบ PAI ตัวช่วยเรื่องสุขภาพ ที่จะช่วยตรวจวัดการออกกำลังที่เหมาะสมของแต่ละคนตามความเหมาะสม โดยรวบรวมจากข้อมูลตามกิจกรรมใน 7 วันที่ผ่านมา แล้วแสดงค่าออกมาเป็นคะแนน รวมไปถึงฟีเจอร์การตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับ, การติดตามระดับความเครียด, การติดตามรอบเดือนของผู้หญิง และฟีเจอร์สำคัญอื่น ๆ ก็มีให้ครบ
Amazfit GTS 3 มาพร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่สามารถใช้ได้นานสูงสุดถึง 12 วัน และนานถึง 20 วัน ในโหมดประหยัดพลังงาน พร้อมระดับการกันน้ำ 5 ATM (ลึก 50 เมตร) ใส่ว่ายน้ำ อาบน้ำได้สบาย ๆ นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วย Alexa ที่สามารถควบคุมด้วยเสียงได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น
จุดเด่น
  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ความคมชัดระดับ Ultra HD ขนาด.ใหญ่ 1.75 นิ้ว พร้อมค่าความสว่างสูงสุดถึง 1,000-nit
  • GPS ติดตามตำแหน่งที่รวดเร็วและแม่นยำ
  • มีเซ็นเซอร์ BioTracker PPG 3.0 ในตัว สามารถตรวจวัดสุขภาพแบบ 4-in-1 (อัตราการเต้นของหัวใจ, ออกซิเจนในเลือด (SpO2), ระดับความเครียด และ อัตราการหายใจ) ได้ในเวลาเพียง 45 วินาที
  • รองรับโหมดออกกำลังกาย 150+ ประเภทกีฬา
  • ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถใช้งานในโหมดว่ายน้ำได้
  • ควบคุมด้วยเสียงผ่านผู้ช่วย Alexa ได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
  • ระดับการกันน้ำ 5ATM (กันน้ำลึก 50 เมตร)
  • แบตเตอรี่ 250 mAh ใช้งานทั่วไปได้นาน 12 วัน และนานถึง 20 วัน ในโหมดประหยัดพลังงาน
  • ราคา 5,290 บาท (ธันวาคม 2564)

และทั้งหมดนี้ คือ 5 อันดับสมาร์ตวอทช์ที่เราคัดมาให้เป็น Best Value Smart Watch ในช่วงราคาไม่เกิน 7,000 บาท ประจำปี 2021 ซึ่งจริง ๆ แล้ว ยังมีสมาร์ตวอทช์อีกหลายรุ่นที่น่าสนใจและฮอตฮิตสุด ๆ ยกตัวอย่างเช่น COROS Pace 2 ที่แม้จะกำลังปังสุด ๆ ที่บ้านเราในตอนนี้ แต่ที่เมืองนอกเปิดตัวมาตั้งแต่เมื่อปลายปี 2020 แล้ว เราจึงไม่ได้นำเอามาจัดอันดับในครั้งนี้ด้วย ใครที่กำลังมองหาสมาร์ตวอทช์เรือนใหม่ ก็หวังว่าทุกท่านจะได้ผู้ช่วยดูแลสุขภาพที่ดีไว้ใช้งาน ที่สำคัญคือแต่ละคนต่างมีความชอบและความจำเป็นในการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน อย่าลืมมองหารุ่นที่เหมาะสมและแมทช์กับไลฟ์สไตล์ของตัวเองด้วยนะคะ
หมายเหตุ
  • การจัดลำดับเป็นไปตามดุลพินิจและความสนใจของผู้เขียนบทความเท่านั้น
  • ราคาของแต่ละรุ่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา
แท็กที่เกี่ยวข้อง smart watch xiaomi Redmi Watch 2 Lite realme realme watch 2 pro huawei Huawei Watch Fit new garmin garmin forerunner 55 amazfit Amazfit GTS 3
เขียนโดย สโรชา ศรีชัย Mobile Guru

ช่องทางติดตาม Mobile Guru