รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว vivo TWS 2 ANC หูฟังไร้สายน้ำหนักเบา เสียงดี เบสแน่น เล่นเกมไม่มีสะดุด พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ

25 ต.ค. 64 921

vivo TWS 2 ANC  หูฟังไร้สาย True Wireless Speaker เจเนอเรชั่นที่ 2 ของ vivo ประเทศไทย ซึ่งรอบนี้ทาง วีโว่ ประเทศไทย นำเข้ามาจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น คือ vivo TWS 2e หูฟังรุ่นน้องเล็กกับจุดเด่นคุณภาพเสียงที่ดีในราคาที่เข้าถึงได้ ส่วนอีกรุ่นคือ vivo TWS 2 ANC หูฟังรุ่นไร้สายรุ่นพี่ใหญ่ที่มีจุดเด่นในเรื่องของประสบการณ์ด้านเสียงระดับสูง และระบบตัดเสียงรบกวน ANC (Active Noise Canceling) ประสิทธิภาพดี โดยรุ่นที่เราได้มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ชมกันในครั้งนี้คือ รุ่นพี่ใหญ่ vivo TWS 2 ANC

สำหรับ vivo TWS 2 ANC เป็นหูฟังไร้สายที่ส่วนตัวผมหลังจากได้ลองฟังแล้ว รู้สึกชอบอะไรหลายๆ อย่างของหูฟังรุ่นนี้ และคิดว่าทางวีโว่ยังคงไว้ลายความเก่งของตนเองในด้านเสียงไว้เหมือนเดิม จึงทำให้หูฟังรุ่นนี้อมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบตัวหูฟังให้มีรูปทรงที่กระชับ มีน้ำหนักเบา ใส่สบาย, เรื่องของคุณภาพเสียง ตัวหูฟังก็สามารถขับเสียงออกมาได้ไพเราะ หรือจะเป็นระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ที่เป็นจุดขายหลักของรุ่นนี้ ก็ทำได้สมกับที่เป็นจุดขายหลักจริงๆ

แต่ความน่าสนใจของ vivo TWS 2 ANC ไม่ได้ดีมีเพียงเท่านี้แน่นอน ยังมีอีกหลายแง่มุมที่ผมอยากพาทุกคนไปรู้จักตัวตน ความสามารถ คุณสมบัติต่างๆ ที่แท้จริงของเจ้า TWS 2 ANC ตัวนี้ เพราะฉะนั้นก็อย่ารอช้ากันอยู่เลย ตามผมไปสัมผัสและลองใช้งาน vivo TWS 2 ANC หูฟังไร้สายคุณภาพดีรุ่นล่าสุดจาก วีโว่ ประเทศไทย ผ่านบทความรีวิวนี้พร้อมกันครับ!

แกะกล่อง (UNBOX)
 

กล่องผลิตภัณฑ์ของ vivo TWS 2 ANC ยังคงเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมาในโทนสีขาวทั้งหมด ด้านหน้ามีรูปและชื่อรุ่น "vivo TWS 2 ANC" ระบุไว้ชัดเจนไม่ผิดตัวแน่นอน ส่วนด้านในเมื่อยกฝากล่องขึ้นมา ก็จะเจอกับตลับชาร์จของหูฟัง ซึ่งด้านในจะมีหูฟัง vivo TWS 2 ANC นอนหลับไหลอยู่ บริเวณใต้ฝากล่องเป็นคู่มือการใช้งาน ส่วนด้านล่างของกล่องก็จะเป็นที่เก็บจุกยางหูฟังสำรองสำหรับเปลี่ยนขนาด 2 ขนาด และสายชาร์จ USB-A to USB-C สำหรับชาร์จไฟเข้าตัวตลับชาร์จ

 
งานออกแบบ (Design)
 

vivo TWS 2 ANC เป็นหูฟังสไตล์ Ear-Buds ที่ทางวีโว่ออกแบบให้ "So Compact and Lightweight" ตัวหูฟังจึงมีขนาดที่กระทัดรัด ใส่สบาย และมีน้ำหนักเบาเพียง 4.7 กรัมเท่านั้น ซึ่งทำให้เราสามารถใส่ทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตลอดวันโดยที่บ้างครั้งตัวผมเองก็ลืมไปเลยว่าใส่หูฟังไว้ที่หู เพราะไม่รู้สึกเจ็บหรือรำคาญเลยล่ะ

ตัวหูฟังจะเป็นหูฟังสไตล์ Ear-Buds ซึ่งทางวีโว่ใช้เทคโนโลยีและหลักการออกแบบพื้นผิวและรูปทรงของหูฟังขั้นสูง เพราะตั้งใจออกแบบให้ตัวหูฟังมีความโค้งมนต่อเนื่องกันไปตลอดทั้งชิ้นตามหลัก Continuity Class G3 ซึ่งเป็นหลักการออกแบบให้พื้นผิวบริเวณรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนนั้น ถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ด้วยพื้นผิวโค้ง (Curvature) ต่อเนื่องในองศามุมที่สูงมากๆ จนทำให้ตัวชิ้นงานมีความต่อเนื่องกันทั้งชิ้นถึงจะเป็นรูปทรงโค้งมนก็ตาม

ลำโพงเสียงของหูฟังจะมีด้วยกันสองจุด ตำแหน่งแรกจะอยู่ที่ด้านในของหูฟัง ส่วนอีกตำแหน่งก็อยู่ตรงปลายด้านซ้ายของหูฟัง (ถ้าหันด้านในเข้าหาตัว) มีจุกยางครอบทับไว้ ตัวจุกยางสามารถถอดเปลี่ยนได้ตามสรีระรูหูแต่ละคน และในกล่องจะมีจุกยางสำรองแถมมาให้ 2 ขนาด ซึ่งการวางตำแหน่งลำโพงไว้สองจุดเช่นนี้ นอกจากมีผลในด้านของเสียงที่ช่วยเพิ่มมิติแล้ว ทางวีโว่ตั้งใจออกแบบเพื่อให้เกิดการปรับระดับความดันที่อาจเกิดขึ้นในหูขณะฟังให้เท่ากันทั้งส่วนด้านหน้าและด้านหลัง

ส่วนด้านนอกของหูฟังก็จะเป็นตำแหน่งของไมค์ตรวจจับเสียงรบกวนจากภายนอก ซึ่งเป็นการตรวจจับเสียงให้แบบอัตโนมัติ และสามารถตัดเสียงรบกวนได้มากถึง 40 dB เลยทีเดียว ทำให้เราสามารถฟังเพลง, สนทนาโทรศัพท์ได้เงียบและเนียนมากๆ

ขยับมาที่บริเวณก้านของหูฟังจะเป็นตำแหน่งของ Touch sensor ซึ่งใช้สำหรับแตะเพื่อสั่งการตัวหูฟังครับ โดยตัวหูฟังรองรับการแตะสั่งการด้วยกันทั้งหมด 4 รูปแบบ คือ

  • Press Once : แตะนิ้วพร้อมกันหน้า-หลังของก้านหูฟัง "หนึ่งครั้ง" เพื่อเป็นการกดรับสายโทรศัพท์, เล่นเพลงหรือวีดีโอ (Play) หรือหยุดเล่นเพลงหรือวีดีโอ (Pause)

  • Press Twice : แตะนิ้วพร้อมกันหน้า-หลังของก้านหูฟัง "สองครั้ง" เพื่อเป็นการกดตัดสายโทรศัพท์, เปลี่ยนเพลงหรือวีดีโอถัดไป (Switch) หรือเรียกใช้งาน Google Assistance

  • Long Press : แตะนิ้วพร้อมกันสองนิ้วหน้า-หลังของก้านหูฟังค้างระยะหนึ่ง เพื่อเปิด-ปิด โหมดตัดเสียงรบกวน (ANC Mode) หรือสลับโหมดเป็นโหมดรับเสียงภายนอก (Transparency Mode)

  • Swipe Up/Down : แตะนิ้วเดียวที่ก้านแล้วลากขึ้น-ลง เพื่อปรับเสียง เพิ่มเสียง-ลดเสียง (Volume +, Volume -)

สุดท้ายที่ด้านล่างสุดของแกนก็จะเป็น Pico Pin สำหรับชาร์จไฟร่วมกับตลับเคสชาร์จนั้นเอง

มากันที่ตลับชาร์จกันบ้างครับ รอบนี้ผมได้สีตลับชาร์จเป็นสี Starry Blue สีโทนน้ำเงิน-เทา ซึ่งเป็นสีโทนสุขุม น่าค้นหา เหมาะกับผู้ชายมากๆ ที่ด้านหน้าของตลับชาร์จ จะมีโลโก้ "vivo", ปุ่ม Pair Bluetooth สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ และไฟแสดงสถานะการใช้งานแบตเตอรี่

ด้านล่างของตลับชาร์จก็จะเป็นตำแหน่งของพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ผ่านสายชาร์จที่แถมมาให้ในกล่อง โดยแบตเตอรี่ของ vivo TWS 2 ANC รองรับการใช้งานได้สูงสุด 29 ชั่วโมงเมื่อใช้งานพร้อมเคสชาร์จ ส่วนในโหมดตัดเสียงรบกวนสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 4.1 ชั่วโมง และแบบปิดโหมด ANC ใช้งานได้นานสูงสุด 7.1 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งตอนใช้งานจริงก็จะบวกลบไปประมาณ 1-2 ชั่วโมงครับ ส่วนการชาร์จไฟกลับเข้าตลับชาร์จผมใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ก็เต็มแล้ว!!

น้ำหนักรวม (ตลับชาร์จ + หูฟัง) : 41.9 กรัม

สเปกของ vivo TWS 2 ANC (Specification)
 
  • Color : Starry Blue, Moonlight White
  • น้ำหนักตัวหูฟัง : 4.1 กรัม
  • น้ำหนักรวม : 41.9 กรัม
  • ตัวหูฟังกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP54
  • ขนาดไดร์เวอร์ : 12.2 มิลลิเมตร
  • Frequency range : 20Hz - 20,000Hz (HiFi)
  • Codec : aptX Adaptive | AAC | SBC
  • Microphone : 3 Microphones
  • Mic ANC : 3 Mic ANC
  • Wireless Technology : Dual Channel Transmission 2.0, AI Dynamic Low Latency
  • Latency : 88ms (ต่ำสุด)
  • Bluetooth 5.2
  • Wear Detection Sensor
  • รองรับการเชื่อมต่อ Google Fast Pair
  • รองรับ Play and Stop
  • รองรับการสั่งการด้วยเสียงผ่าน Google Assistance
  • รองรับการค้นหาหูฟังผ่าน Find My Device ของ Google
  • รองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟน Android OS
  • รองรับการใช้งานร่วมกับ iOS
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C
  • แบตเตอรี่ตัวหูฟังข้างละ 45mAh
  • แบตเตอรี่ตัวตลับชาร์จ 505 mAh
  • ระยะเวลาชาร์จเพื่อใช้งาน (โดยประมาณ) : 1 ชม. 10 นาที ตลับชาร์จ | 1 ชั่วโมง สำหรับหูฟัง
  • รองรับกระแสไฟ Input 5V, 0.7A | Output 5V, 0.3 A
เริ่มต้นใช้งาน - การเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน (Usage)
 

การเริ่มต้นใช้งาน vivo TWS 2 ANC กับสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต ตัวหูฟังรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 ทำให้รองรับการใช้งานการเชื่อมต่อพร้อมกันตั้งแต่ 2 อุปกรณ์ขึ้นไปด้วย และยังสามารถสลับการใช้งานไปยังอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งานด้านเสียงให้อัตโนมัติ รวมทั้งตัวหูฟัง vivo TWS 2 ANC ยังรองรับคุณสมบัติการเชื่อมต่อ "Google Fast Pair" ฟีเจอร์ใหม่ถอดด้ามของ Google ด้วย เพราะฉะนั้นหลังจากเปิด Bluetooth บนสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตแล้ว ให้นำตัวหูฟังและตลับชาร์จไปวางใกล้ๆ และเปิดฝาตลับขึ้น บนหน้าจอสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตของเราก็จะขึ้นป็อปอัปการเชื่อมต่อให้ทันทีเลยครับ ง่ายมากๆ

หรือจะเชื่อมต่อผ่านเมนู "Bluetooth" บนสมาร์ตโฟนอื่นๆ ที่ไม่ใช่สมาร์ตโฟน vivo โดยตรงเลยก็สามารถทำได้เช่นกันครับ หรืออีกวิธีก็คือเชื่อมต่อตัวหูฟังกับสมาร์ตโฟนผ่านตัวแอปพลิเคชั่น "vivo Earphone" เลยก็ได้ เพราะยังไงไม่ว่าจะเชื่อมต่อด้วยวิธีไหน สุดท้ายตัวระบบจะบังคับนำทางให้เราดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น vivo Earphone มาใช้งานคู่กับหูฟังอยู่ดี

หลังจากเชื่อมต่อตัวหูฟังกับอุปกรณ์ของเราได้แล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาเข้ามาตั้งค่าข้างในแอปพลิเคชั่น เพื่อดึงประสิทธิภาพของตัวหูฟังออกมา โดยด้านในแอปฯ vivo Earphone จะมีเมนูการตั้งค่าหูฟังหลักๆ ด้วยกัน คือ

  • เลือกโหมดของหูฟัง : มีให้เลือก 3 โหมด คือ Transparency Mode, ปิด, เปิด Active Noise Canceling
  • เลือกระดับการตัดเสียงรบกวนจากโหมด ANC : มีเลือกปรับด้วยกัน 4 รูปแบบ คือ อัตโนมัติ, สูง, ทั่วไป และเบา
  • ตั้งค่าการแตะสัมผัส : ตั้งค่าการสัมผัสแบบกด และ ตั้งค่าการสัมผัสแบบเลื่อน ทั้งสองรูปแบบสามารถตั้งค่าหูฟังได้ทั้งข้างซ้ายและข้างขวา

สำหรับใครที่ใช้สมาร์ตโฟนของ vivo อยู่แล้ว ก็จะ Exclusive มากกว่าสักหน่อย ซึ่งผมใช้ตัวหูฟังคู่กับ vivo X70 จึงสามารถเข้าไปปรับแต่งเสียงเพิ่มเติม เพื่อดึงศักยภาพของตัวหูฟังให้เก่งขึ้นอีกได้ โดยเริ่มต้นจากเข้าไปที่เมนู "ปรับแต่งเอฟเฟ็กต์เสียงให้เหมาะกับการรับฟัง" ซึ่งจะซ่อนอยู่ในหน้าเมนู 'เสียง' บนตัวเครื่อง

โดยเมื่อเข้ามาแล้ว ก็ให้เลือกตั้งค่าด้วยตนเอง หรือ จะเลือกแบบสำเร็จรูปตามอายุก็ได้นะครับ แต่ถ้าเลือกตั้งค่าด้วยตัวเอง ตัวซอฟต์แวร์ก็จะนำทางให้เราตั้งค่าเสียงตามระดับความถี่เสียงต่างๆ ที่รันลูปทดสอบไล่ไปเรื่อยๆ จนครบ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ค่าเสียงตามโปรไฟล์ส่วนตัวของเราแล้ว การที่เราเข้ามาปรับแต่งตรงนี้เพิ่ม ก็จะมีส่วนช่วยให้เราได้เต็มอิ่มกับตัวหูฟังยิ่งขึ้น เพราะคลื่นเสียงที่ถูกขับออกมาจะมีความถี่คลื่นที่ตรงกับหูของเรามากที่สุดนั่นเอง

นอกจากนี้ภายในแอปพลิเคชั่นจะมีหน้าแนะนำความสามารถของหูฟังให้เราอ่านเพิ่มด้วยนะ

 
 
"ใส่สบาย เสียงคุณภาพ HD เบสแน่น ตัดเสียงเนียน" (Highlights)
 
  • ระบบตัดเสียงรบกวนสูงถึง 40dB , ระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ

จุดขายหลักของ vivo TWS 2 ANC จะอยู่ที่ระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก หรือ Active Noise Canceling ที่ครั้งนี้ทางวีโว่พัฒนาขีดความสามารถให้เก่งและฉลาดมากขึ้นจากรุ่นแรกแบบชัดเจน โดยระบบ ANC ของ vivo TWS 2 ANC จะเป็นรูปแบบ "Adaptive" ที่สามารถปรับการตัดเสียงรบกวนจากภายนอกตามสถานการณ์เสียงต่างๆ ให้อัตโนมัติ โดยสามารถตัดเสียงรบกวนจากภายนอกให้เหลือเสียงได้สูงสุดที่ระดับ 40dB ซึ่งเสียงระดับ 40 dB เป็นอย่างไร? ถ้าหากเทียบแถบระดับเสียงสเปกตัม เสียงระดับ 40dB ก็จะเป็นเสียงระดับที่เบา เหมือนตอนที่เราอยู่ในห้องสมุดหรือห้องนอนที่เราสามารถนอนกลางวันได้นั่นแหละครับ คือระดับเสียงที่เงียบในระดับนั้นเลย

สำหรับขั้นตอนการทำงานของระบบ ANC บนตัวหูฟัง โดยถ้าหากเราเปิดให้ตัวหูฟังตรวจจับแบบอัตโนมัติ ตัวหูฟังจะเริ่มตรวจจับเสียงรอบข้าง พร้อมกับลด Noise ของเสียงลงไม่ว่าเสียงนั้นจะเป็นเสียงจราจร, เสียงพูดคุย หรือเสียงลมที่พัดมาปะทะ ทุกเสียงจะถูกตรวจจับ วิเคราะห์ผ่านซอฟต์แวร์ และทำการ Noise Reduce ให้เหมาะสมผ่านไมค์สองตัวที่ถูกติดตั้งไว้ด้านนอกข้างหูฟัง ก่อนที่จะส่งสัญญาณเสียงที่เหลือไปยังไมค์ตัวที่สาม ที่ถูกติดตั้งไว้ด้านใน โดยมีค่า SNR (Signal to Noise Ratio)  สูง ซึ่งค่า SNR เป็นค่าอัตราสัญญาณเสียงต่อเสียงรบกวนครับ ดังนั้นถ้าค่ายิ่งสูงจะยิ่งช่วยเพิ่มความคมชัดของเสียงดนตรีมากขึ้น โดยแปรผันตามเสียงรบกวนที่เข้ามา

เพราะฉะนั้นจะเห็นได้เลยว่าเสียงรบกวนจากภายนอกเมื่อเข้าสู่เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนของหูฟัง vivo TWS 2 ANC แล้ว แทบจะเหลือเสียงรบกวนที่ต่ำมากๆ ในระดับ 40dB ตามที่ผมได้กล่าวไป และจากประสบการณ์จริงที่ผมได้ใช้ฟังเพลง หรือใช้คุยโทรศัพท์บนรถไฟฟ้าระหว่างยืนรอ หรือริมถนนขณะเดินกลับบ้าน ในส่วนของการสนทนาปลายสายทุกสาย ที่ถูกผมทดสอบไม่มีประโยคคำถามที่ว่า "อะไรนะ?", "ไม่ได้ยินเลย" กลับมาเลยระหว่างสนทนา ส่วนการฟังเพลงถ้าไม่ใช่เพลงดนตรีหนักๆ เรายังพอได้ยินเสียงรอบข้างอยู่แบบเบาบางนะครับ ประมาณ 2-3% ซึ่งที่ยังได้ยินก็เพราะเป็นเหตุผลด้านความปลอดภัยในการใช้งานนั่นเอง

  • ไดร์เวอร์ไดนามิกขนาด 12.2 mm

หูฟัง vivo TWS 2 ANC เป็นอีกหนึ่งในสามของหูฟังไร้สายจากแบรนด์มือถือในตลาด ณ เวลานี้ ที่ใส่ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 12 มิลลิเมตร มาให้ โดยทางวีโว่เลือกใช้ไดร์เวอร์ขนาด 12.2 มิลลิเมตรติดตั้งมาให้ในหูฟังรุ่นนี้ด้วย ดังนั้นพลังเสียงที่ขับผ่านหูฟังออกมาให้เราได้ยินจะยิ่งมีอิมแพ็คและทรงพลังพอสมควร โดยเฉพาะเสียงเบสที่หลายคนชื่นชอบเป็นการส่วนตัว เพราะขนาดของไดร์เวอร์ยิ่งใหญ่จะมีผลกับเสียงเบสที่ถูกขับออกมาด้วย เพราะฉะนั้นการันตีเรื่องเบสได้เลยว่า "แน่นๆ " แน่นอนรุ่นนี้

  • vivo Golden Ears Acoustics

หลายคนอาจสงสัยนะครับว่า vivo Golden Ear Acoustics คืออะไร? ก็ต้องย้อนกลับไปก่อนที่ทางวีโว่จะมาลุยตลาดสมาร์ตโฟน วีโว่เคยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและพัฒนาอุปกรณ์ด้านเสียงมาก่อน และทำได้ดีที่เดียว ต่อมาเมื่อมาลุยธุรกิจสมาร์ตโฟนทางวีโว่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ โดยพยายามถ่ายทอดลงสู่ผลิตภัณฑ์มือถือมาอย่างต่อเนื่อง แบบที่เราเคยเห็นสมาร์ตโฟนระบบเสียง HiFi จากวีโว่กันมาหลายรุ่นในอดีต จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาทาง วีโว่ ได้ตัดสินใจตั้งห้องปฏิบัติการด้านเสียงโดยเฉพาะขึ้นนามว่า "vivo Golden Ear Acoustics Lab"

พร้อมกับนำทีมงานระดับหัวกระทิด้านเสียงเข้ามารวมไว้ในแล็ปนี้ เพื่อทุ่มเทวิจัยและพัฒนาด้านเสียงโดยเฉพาะ และ vivo TWS 2 ANC ก็เป็นหนึ่งในผลผลิตจากห้องแล็ปนี้ของวีโว่ครับ ที่ทางทีมวิจัยได้เลือกสรรวัสดุที่นำมาใช้ผลิตมากกว่า 10 วัสดุ ผ่านกระบวนการทดสอบด้านเสียงมากกว่า 20 ขั้นตอน จนออกมาเป็นหูฟังไร้สายตัวนี้แหละครับ ดังนั้นก็การันตีเรื่องคุณภาพด้านเสียงได้เลยว่าระดับคุณภาพแน่นอน!

  • โหมดเล่นเกมด้วยค่าความหน่วงต่ำ 88ms 

นอกจากเรื่องราวการฟังเพลงหรือดูหนังแล้ว vivo TWS 2 ANC ยังถูกพัฒนาในเรื่องของค่าความหน่วงสัญญาณหรือ Latency ที่ต่ำ เพื่อครอบคลุมไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการเล่นเกมผ่านสมาร์ตโฟนมากขึ้น โดยหูฟังไร้สายรุ่นไหนที่มีค่า Latency ยิ่งต่ำจะยิ่งส่งผลในเรื่องของเสียงและภาพที่ทันกันมากขึ้น ซึ่ง vivo TWS 2 ANC มีค่า Latency ที่ต่ำสุดอยู่ 88ms. เท่านั้น เพราะฉะนั้นเรื่องของปากกับเสียงไม่ตรงกันไม่มีให้เห็นแน่นอนครับ และจากที่ใช้ลองเล่นเกมยอดนิยมหลายๆ เกม ไม่ว่าจะเป็น ROV, ROX, LOL หรือ PUBG ทุกเกมเล่นได้ราบรื่นไม่มีปัญหา เสียงทันกับภาพแบบเรียลไทม์เลยล่ะ ไม่มีดีเลย์ให้หงุดหงิด

และที่สำคัญตัวหูฟังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการนำหูฟังออกจากหูด้วยนะ ถ้าหากระหว่างที่เรารับชมคอนเทนท์หรือฟังเพลงอยู่ เรานำหูฟังข้างใดข้างหนึ่งออกจากหู เพลงหรือหนังจะหยุดให้ทันที และจะกลับมาเล่นต่อให้อัตโนมัติเมื่อเราใส่หูฟังกลับเข้าที่

  • เทคโนโลยี DeepX 2.0 คุณภาพเสียงสมจริง และ คุณภาพระดับ DEEP-HD Audio เสียงคมชัด

DEEP HD Audio เป็นเทคโนโลยีการรับส่งสัญญาณเสียงที่ทางวีโว่พัฒนาและนำมาติดตั้งบน vivo TWS 2 ANC รุ่นนี้ โดยถ้าหากเทียบกับหูฟังบลูทูธทั่วไป DEEP HD Audio จะช่วยให้ vivo TWS 2 ANC มีการรับส่งสัญญาณที่ดีขึ้นถึง 100% และถ้าเทียบกับหูฟัง Truewireless เหมือนกันก็จะทำได้ดีกว่า 50% เลยทีเดียว ซึ่งผมลองทดสอบเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน vivo X70 แล้วใส่หูฟังเดินออกไปล้างมือในห้องน้ำ ที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 5-10 เมตร ผลคือ เสียงยังคงชัดแจ๋ว ไม่มีคลื่นรบกวนหรือสัญญาณหลุดให้เห็นเลย ซึ่งประทับใจมากๆ เพราะปกติหูฟังไร้สายที่ผมใช้อยู่แค่เดินไปหยิบของนอกห้องก็เริ่มเสียงขาดๆ แล้ว

ส่วนเทคโนโลยี DeepX 2.0 จะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้หลักการสร้างเสียงแบบ Deep Field ที่คมชัดทุกย่านเสียง ตั้งแค่คลื่นความถี่ 1000-3000Hz ขึ้นมา เพื่อทดแทนคลื่นความถี่เสียงที่ขาดหายไประหว่างทางจากการนำส่งข้อมูล ดังนั้นเราจึงได้รับฟังเสียงคมชัดไม่มีขาดหายไประหว่างฟังนั่นเอง

และด้วยการที่มีสองเทคโนโลยีด้านเสียงแบบนี้เข้ามา ทำให้ประสบการณ์เสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาส่วนตัวผมมองว่า เป็นประสบการณ์เสียงที่ระดับคุณภาพเลยนะครับ เพราะไม่คิดว่าทางวีโว่จะปรับจูนหูฟังราคาระดับนี้ออกมาได้ดี น่าใช้มากๆ เสียงเพลงฟังได้เพลิน เสียงดนตรีก็มีรายละเอียดที่ค่อนข้างครบ เสียงร้องใสเคลียชัด และแอบมีเบสแน่นๆ กระตุ้นอรรถรสไปตามโน็ตดนตรีได้เพลินๆ จะติหน่อยก็ตรงผมรู้สึกว่าอิมแพ็คและสเตจเสียของหูฟังยังไม่โอบล้อมเรามากเท่าไรนัก ถ้าทำได้อีกสักหน่อยจะเป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ 

  • น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ใช้งานได้ตลอดวัน

อย่างที่ผมได้เกริ่นไปในช่วงต้นว่า "เรื่องของน้ำหนักและความสบาย" เป็นจุดที่ผมประทับใจในหูฟังตัวนี้มากๆ ซึ่งขอชมทางวีโว่ว่าออกแบบมาดีมากๆ ในเรื่องนี้ เพราะถ้าเทียบกับหูฟังแบรนด์มือถือด้วยกัน ในเรื่องของความสบายขณะใส่ตลอดวัน vivo TWS 2 ANC ไม่เป็นรองใครแน่นอน ผมการันตีเลยว่าคุณสามารถใส่ทำงานหรือกิจกรรมได้ตลอดวัน โดยที่ไม่มีรำคาญ แถมยังจะลืมด้วยซ้ำว่ามีหูฟังค้างอยู่ในหู ไม่เชื่อลองดู!! ได้เลยครับ 

  • ค้นหาหูฟังจากระยะไกลผ่าน Find My TWS

อันนี้ค่อนข้างเจ๋งเลยกับฟีเจอร์ค้นหาหูฟังระยะไกลด้วย "Find My TWS" เป็นซอฟต์แวร์ติดตามตัวหูฟัง เพื่อดูพิกัดว่าเราลืมหรือทำหล่นไว้ที่ไหนของโลกใบนี้ โดยเราติดตามผ่านการดู Maps หรือสั่งให้ส่งเสียงแจ้งเตือนดัง แต่ขีดจำกัดของความสามารถนี้คือ หูฟังของคุณจะต้องมีพลังงานพอให้ใช้งานด้วยนะครับ เพราะจากที่ผมทดสอบถ้าหูฟังแบตฯ หมด ตัว Maps จะส่ง Location สุดท้ายมาแสดงแทน 

แอบบอกนิดว่าฟีเจอร์นี้ซ่อนอยู่ในโหมดการเชื่อมต่อ "Bluetooth" นะครับ เพราะตอนแรกกว่าผมจะหาเจอก็เอาเหงื่อตกเหมือนกัน ดังนั้นใครที่ต้องการใช้งานก็อย่าลืมเปิดการขออนุญาตติดตามก่อนด้วย

บทสรุป (Conclusion)
 

มาถึงบทสรุปกันแล้วนะครับ สำหรับตัวผมที่ได้มีโอกาสทดลองใช้หูฟัง vivo TWS 2 ANC เป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์ ก็พอจะสรุปใจความได้ว่านี้คือ "หูฟังไร้สายที่เด่นในเรื่องการตัดเสียงรบกวน ไปพร้อมกับคุณภาพเสียงที่ฟังสนุก ได้อรรถรส ในราคาที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้" โดยถ้าหากเทียบกับคู่แข่งที่แบรนด์มือถือด้วยกัน และพิจารณาจากราคาวางจำหน่ายแล้ว ผมขอยกให้เป็นหนึ่งในหูฟังไร้สายในช่วงราคาไม่เกิน 4,000 บาท จากแบรนด์มือถือ ณ เวลานี้ ที่น่าซื้อและควรมีไว้ใช้งานมากๆ เลย และน่าจะเป็นหูฟังไร้สายที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเป็นอย่างมาก เพราะจัดว่าเป็นหูฟังไร้สายที่ทำระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอกออกมาได้ดีมากๆ ตัวหูฟังสามารถตัดเสียงรบกวนได้เงียบจนสามารถใช้งานคุยโทรศัพท์ หรือฟังเพลงยามอยู่ข้างนอกได้จริง พร้อมทั้งยังมีลูกเล่นพื้นฐานที่หูฟังไร้สายควรมีให้ครบถ้วน

ส่วนประสบการณ์ด้านเสียง ส่วนตัวไม่ได้มีโอกาสลองใช้งานรุ่นแรกเลยไม่สามารถบอกได้ว่าพัฒนาขึ้นมากแค่ไหน แต่ถ้าหากนำมาเทียบกับหูฟังไร้สายจากแบรนด์มือถือในเรทราคาใกล้กัน ที่ผมเคยรีวิวมา ผมสามารถยืนยันได้เลยว่า vivo TWS 2 ANC สู้ได้สบายครับ ตัวหูฟังให้เสียงดนตรีได้ละเอียด แยกเสียงซ้าย-ขวาได้ดี การเก็บรายละเอียดของชิ้นดนตรีพื้นหลังสามารถเก็บของเครื่องเล่นหลักได้ครบ ตัวเบสไม่ได้หนักแบบตุบๆ กระฮึ่มแบบชาวร็อค จะออกไปแนวผู้ดีๆ แน่นๆ ให้พอมีจังหวะได้อรรถรสมากกว่า ซึ่งในภาพรวมด้านเสียงผมว่าคาแร็คเตอร์ของหูฟังตัวนี้จะไปแนวใส-เคลีย สามารถฟังได้เพลินต่อเนื่องยาวๆ โดยที่เราไม่รู้สึกล้า แต่ยังคงสัมผัสถึงอรรถรสของจังหวะดนตรีในเพลงที่สนุกได้

ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาหูฟังไร้สายดีๆ เอาไว้ใช้คุยงาน ฟังเพลงในยามพักกายหูฟังรุ่นนี้ให้คุณได้แน่นอน ตัดเสียงรบกวนได้เนียน ใช้งานได้จริง ไปพร้อมกับการฟังเพลงที่ได้อารมณ์ ในราคาที่สบายกระเป๋าและเข้าถึงได้ในยามนี้ "vivo TWS 2 ANC" คือตัวเลือกที่ควรมีไว้ใช้งานครับ

 

 
การวางจำหน่ายและโปรโมชั่น (Price & Promotion)
 

vivo ประเทศไทย ประกาศวางจำหน่ายหูฟังไร้สาย vivo TWS 2 ANC  อย่างเป็นทางการ ในราคา 2,999 บาท พร้อมสีตัวหูฟังและตลับให้เลือก 2 สี คือ สีน้ำเงิน Starry Blue และสีขาว Moonlight White สามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้ผ่านร้านค้า vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ส่วนใครที่สนใจรุ่นน้องคนเล็กอย่าง vivo TWS 2e ทาง วีโว่ ประกาศวางจำหน่ายในราคา 2,490 บาท โดยใครที่สั่งซื้อ vivo X70 Series 5G แบบพรีออเดอร์ก็จะได้รับน้องเล็กเป็นหนึ่งในของแถม Exclusive ด้วย คุ้มมากๆ เลย

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง vivo review Review vivo TWS 2 ANC หูฟังไร้สาย anc vivo TWS 2e vivo TWS 2
เขียนโดย วินระพี นาคสวัสดิ์ Mobile Guru

ช่องทางติดตาม Mobile Guru