รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์รุ่นอัปเกรดความโปร ครบเครื่องยิ่งขึ้น ในราคา 4,999 บาท

1 ต.ค. 64 6,783
รีวิว realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์รุ่นอัปเกรดความโปร ครบเครื่องยิ่งขึ้น ในราคา 4,999 บาท
realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ของ เรียลมี ประเทศไทย ที่จะบอกว่าเป็นรุ่นตีบวกหรืออัปเกรดจากรุ่น Watch S ให้มีความโปรมากขึ้นก็คงจะทำให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจนที่สุด โดยรูปร่าง หน้าตา และงานออกแบบตามสัดส่วนต่าง ๆ ยังคงยกมาจาก Watch S แทบจะทั้งหมด สิ่งที่แตกต่างจะเป็นเรื่องราวของการอัปเกรดวัสดุตัวเรือนให้แข็งแรงและคงทนยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มความสามารถ และคุณสมบัติใหม่ ๆ ในด้านสุขภาพเข้ามา ทำให้มีความครบเครื่องมากขึ้น
ซึ่งส่วนตัวมองว่าด้วยราคาวางจำหน่ายเรทนี้และสิ่งที่ทางเรียลมีอัปเกรดใส่มาให้ใหม่ ทำให้เจ้า Watch S Pro กลายเป็นหนึ่งในสมาร์ทวอทช์จากแบรนด์มือถือที่น่าสนใจจนต้องหยิบมาเป็นหนึ่งในสามตัวเลือกแรกเลยทีเดียว ส่วนจะจริงตามที่ผมกล่าวไว้หรือไม่ และคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่อัปเกรดเข้ามาจะเป็นอย่างไร ตามผมไปสัมผัสและลองใช้งานพร้อมกันได้ที่ได้ล่างเลยครับ!
แกะกล่อง (Unbox)
กล่องของ realme Watch S Pro ยังคงมาในสไตล์และโทนสีเหมือนรุ่นก่อนเป๊ะเลยครับ โดยตัวกล่องเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวยาว คุมโทนสีด้วยสีเหลืองของแบรนด์ และภายในกล่องจะมีอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับเริ่มต้นใช้งานมาให้ ดังนี้
  • realme Watch S Pro พร้อมสายรัดข้อมือวัสดุซิลิโคน
  • คู่มือการใช้งานเริ่มต้น
  • แท่นชาร์จไร้สาย พอร์ต Poco Pin - USB
รายละเอียดสเปกของ realme Watch S Pro
  • หน้าปัดแสดงผล AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล (ค่าความสว่าง 450 nits)
  • ชิปประมวลผล Dual Core Processor 
  • Dual-Satellite GPS
  • เซ็นเซอร์ในการประมวลผลทั้ง 5 ตัว ประกอบด้วย
    -- 6-axis Accelerometer Sensor
    -- Geomagnetic Sensor
    -- Gyroscope Sensor
    -- Heart Rate Sensor
    -- Wearing Monitoring Sensor 
  • รองรับ Bluetooth 5.0
  • รองรับการทำงานร่วมกับ Android 5.0 ขึ้นไป (realme Link Application)
  • รองรับการทำงานร่วมกับ iOS 9.0 ขึ้นไป (realme Link Application)
  • ป้องกันแรงดันได้ที่ระดับ 5ATM (50เมตร)
  • แบตเตอรี่ขนาด 420 mAh
  • ชาร์จผ่านแท่นชาร์จไร้สาย 0-100% ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
  • น้ำหนัก 63.5 กรัม
งานออกแบบ (Design)
realme Watch S Pro ไม่ได้มีการเปลี่ยนงานออกแบบตัวเรือนไปจากรุ่นก่อนเลย ดังนั้นภาพรวมของดีไซน์จะยังคงละม้ายคล้ายคลึงกับ Watch S เกือบทั้งหมด แต่มีการอัปเกรดวัสดุให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งตัวเรือนจะใช้วัสดุเป็นสแตนเลส และตัวกระจกหน้าปัดนาฬิกา รอบนี้เลือกใช้เป็นกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass ครอบทับลงบนหน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล (326 ppi) ทำให้มีความแข็งแรงมากขึ้น กันรอยขีดข่วนได้ดีขึ้นจากรุ่นก่อน
ตัวหน้าจอแสดงผล หรือหน้าปัดนาฬิกาจะมีค่าความสว่างอยู่ที่ 450 nits และด้วยการที่เป็นหน้าจอพาแนล AMOLED จึงทำให้สีสันของภาพที่แสดงออกมาจะมีสีที่จัดจ้าน ทำให้ยามที่ใช้งานท่ามกลางแสงจ้า ก็สามารถที่จะมองเห็นข้อมูลบนหน้าปัดได้สบาย ๆ ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่าหน้าจอของเจ้า Watch S Pro ทำออกมาได้สวยและคมชัดดีครับ เมื่อใช้งานจริงดูลงตัวดีเลยล่ะ
นอกจากนี้ Watch S Pro ยังมีคุณสมบัติการแสดงผลแบบ Always-on Display (AOD) ที่เป็นหนึ่งในคุณสมบัติใหม่เพิ่มเข้ามาด้วย ทำให้เวลาเข้าสู่การสแตนบายเราก็ยังสามารถดูเวลาจากหน้าปัดได้ตลอดเวลา และประหยัดพลังงานด้วย
บริเวณขอบของหน้าปัดนาฬิกา จะมีการทำลวดลายเป็นเฟรมตัวเลขสำหรับใช้บอกเวลาหน่วย 'นาที' ซึ่งไม่สามารถหมุนปรับได้นะ
ด้านหลังของตัวนาฬิกาจะเป็นตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกน ซึ่งใช้การสแกนด้วยการฉายแสง LED โดยจะแบ่งเป็นเซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ 2 ตัว และเซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดระดับ SpO2 ในเลือดอีก 2 ตัว
ด้านข้างขวาของนาฬิกา จะมีเม็ดมะยมหรือปุ่มกดอยู่ 2 ปุ่ม โดยที่ปุ่มบนจะเป็นปุ่มโฮม สำหรับกดกลับสู่หน้าปัดแสดงเวลา ส่วนอีกปุ่มจะเป็นปุ่มเข้าสู่หน้ารายการโหมดออกกำลังกาย ซึ่งมีโหมดให้เลือกมากถึง 15 โหมดออกกำลังกายเลยทีเดียว
ตัวสายรัดข้อมือที่แถมมาพร้อมกับตัวนาฬิกาจะเป็นสายซิลิโคนแบบถอดเปลี่ยนได้ ตัวสายจะมีผิวสัมผัสที่นุ่ม และจากที่ลองใส่ออกกำลังกายในยิมดูส่วนตัวไม่รู้สึกคันนะครับเวลาเหงื่อออก ส่วนการปรับระดับตัวสายจะปรับระดับด้วยตะขอเกี่ยว เลื่อนปรับเอา โดยมีความยาวที่สามารถปรับได้สูงสุดประมาณ 223 มิลลิเมตร และตัวสายกว้าง 22 มิลลิเมตร ซึ่งออกแบบมาให้เป็น Unisex ใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
เริ่มต้นใช้งานด้วย realme Link
เริ่มต้นใช้งาน
ก่อนจะเริ่มใช้งานตัวนาฬิกา เราจะต้องทำการเชื่อมต่อกับตัวแอปพลิเคชัน "realme Link" ก่อนนะครับ ไม่งั้นตัวนาฬิกาจะติดอยู่หน้า QR Code ตลอดทำอะไรไม่ได้เลย โดยให้เข้าไปดาวน์โหลดตัวแอปฯ จาก Google Play Store หรือ App Store กันก่อน จากนั้นก็เข้าตัวแอปพลิเคชันไปสมัครบัญชีของเรียลมีให้เรียบร้อย และกลับมาสแกน QR Code ที่ขึ้นบนหน้าปัด ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการเชื่อมต่อตัวนาฬิกา และการสร้างบัญชีเรียลมีลิงก์สำหรับเก็บข้อมูลบนแอปพลิเคชันแล้ว
การปรับแต่งและตั้งค่าบน Watch S Pro ผ่าน realme Link
ความสามารถของแอปพลิเคชั่น realme Link นอกจากเก็บข้อมูลการใช้งานต่าง ๆ แล้ว ตัวแอปพลิเคชันยังทำหน้าที่เป็น "Setting" ของตัวนาฬิกา realme Watch S Pro ด้วย ซึ่งเราจะสามารถตั้งค่าการแสดงผล เช่น การเปิด-ปิด Always-on Display, การเปิด-ปิดการแจ้งเตือนข้อความต่าง ๆ, การเซ็ต Goal ในการออกกำลังกาย รวมถึงการเลือกปรับเปลี่ยน UI ของหน้าปัดนาฬิกาก็สามารถทำได้บนตัวแอปพลิเคชันได้เลย
โดยหน้าปัดนาฬิกาเป็นอีกจุดเด่นของสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้เลยก็ว่าได้ เพราะทางเรียลมีเคลมว่ามีหน้าปัดให้ผู้ใช้งานเข้าไปเลือกปรับเปลี่ยนมากกว่า 100 แบบ และที่สำคัญส่วนมากจะเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้ฟรี! ด้วย
หน้าเมนูการตั้งค่าบน realme Link Application
ความสามารถแบบโปร ๆ ของ realme Watch S Pro (Highlights)
Heart Rate Monitor
ความสามารถแรกที่น่าจะเป็นความสามารถพื้นฐานบนสมาร์ตวอทช์ทุกเรือนไปแล้ว กับการรองรับการตรวจวัดและตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ซึ่งบน Watch S Pro จะสามารถรองรับการตรวจวัดได้ถี่สุดคือ ทุก ๆ 5 นาที และนานสุดคือทุก ๆ 30 นาที ยังไม่สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ได้นะครับ ส่วนความแม่นยำผมลองเทียบกับสมาร์ทวอทช์อีกสองแบรนด์ที่ใช้ส่วนตัวอยู่ และลองเอาไปใช้เทียบกับเครื่องออกกำลังกายลู่วิ่งในยิม ผลที่ได้คือวัด Heart Rate ได้ตรงกับอีกสองแบรนด์และเครื่องออกกำลังกายเลยครับ ดังนั้นไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้แต่อย่างใด
ส่วนคนที่ตั้งใจจะใช้ Watch S Pro ไปออกกำลังกายในยิม ตัว Watch S Pro สามารถแสดงการแบ่งโซนของอัตราการเต้นหัวใจให้ด้วยแถบสี โดยจะขึ้นที่ขอบของหน้าเมนูการออกกำลังกาย ซึ่งจุดนี้แหละครับเกือบจะดีแล้วถ้าขึ้นข้อความให้สักหน่อยว่าแต่ละช่วงคืออะไรบ้าง คนที่ออกกำลังกายบ่อยก็น่าจะจำโซนได้ แต่ถ้ามือใหม่อาจต้องใช้เวลาจำกันสักหน่อยว่าโซนไหนสีอะไร และ Heart Rate อยู่ช่วงไหน
SpO2 (Blood Oxygen Monitor)
อีกหนึ่งความสามารถที่กำลังได้ความนิยมตอนนี้ กับการรองรับการตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) ซึ่งแน่นอนว่าเจ้า Watch S Pro ก็รองรับด้วยเช่นกันนะ สำหรับข้อดีของการมีฟีเจอร์นี้อยู่บนนาฬิกาก็คือ จะช่วยให้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ โรคปอด หรือกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการหายใจล้มเหลวขณะนอนหลับ ได้วิเคราะห์และประเมินตนเองคร่าว ๆ ว่า ร่างกายเราสามารถนำเข้าออกซิเจนได้ดีแค่ไหน โดยปกติค่าระดับ SpO2 ของคนทั่วไปจะอยู่ประมาณ 95 - 100%
Track Your Move with Dual GPS
บนสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ ทางเรียลมีได้ติดตั้งโมดูล GPS แบบ Dual-Satellite GPS มาด้วย ทำให้เราสามารถที่จะให้ตัวนาฬิกาติดตามการเคลื่อนไหวของเราผ่านกิจกรรมออกกำลังต่าง ๆ ได้ เช่น การวิ่งกลางแจ้ง, การปั่นจักรยาน หรือการเดินก็สามารถทำได้หมดเลย โดยรองรับการทำงานบน Google Maps ด้วย ดังนั้นเราจึงสามารถดูระยะทางไปพร้อม ๆ กับดูแผนที่ได้แบบเรียลไทม์เลย ส่วนการจับสัญญาณผมลองใช้งานเดินออกกำลังกายทั้งในเมืองและโซนบ้านจังหวัดนนทบุรี ก็สามารถจับสัญญาณได้เร็ว แม่นยำ และมีอาการสัญญาณหายน้อยมาก ๆ ครับ
15 Sport Modes
ในด้านของโหมดการออกกำลังกาย (Sport Mode) ที่เป็นพื้นฐานของสมาร์ตวอทช์ในยุคนี้ ทางเรียลมีก็ยังคงใส่โหมดการออกกำลังกายพื้นฐานมาให้ครบ 15 โหมดพื้นฐานเลยครับ นอกจากนี้ยังเพิ่มโหมดออกกำลังกายที่หลายคนอยากได้มาตั้งแต่รุ่นก่อนอย่างโหมดว่ายน้ำมาให้ด้วย และรองรับการตรวจจับแบบ SWOLF ในตัว ซึ่งเป็นโหมดสำหรับเน้นการเบิร์นไขมันโดยเฉพาะของเหล่านักว่ายน้ำ เพราะเป็นโหมดที่เน้นใช้เวลาที่เร็วที่สุดในการว่ายน้ำ
ดังนั้นการมี Tracking โหมดนี้เข้ามาบนนาฬิกาด้วยก็เป็นอะไรที่ดีมาก ๆ เหมือนกับการมีแบ่งโซน Heart Rate แบบนั้นเลย และสุดท้ายคือเมื่อมีโหมดออกกำลังกายว่ายน้ำ ตัวนาฬิกาก็ต้องมีคุณสมบัติกันน้ำด้วยเช่นกัน โดย Watch S Pro มีคุณสมบัติในการกันน้ำลึกได้ที่ระดับ 50 เมตร (5ATM) แต่ยังเป็นสมาร์ตวอทช์ที่ไม่เหมาะกับการใส่ไปดำน้ำนะครับ เพราะน่าจะทนแรงดันน้ำระดับนั้นยังไม่ได้
Noti-Health Feature
นอกเหนือจากโหมดออกกำลังกายแล้ว ทางเรียลมียังได้ใส่ความสามารถในการแจ้งเตือนด้านสุขภาพอย่างการดื่มน้ำ, ติดตามการนอนหลับ, การเตือนให้ลุกเมื่อนั่งเป็นเวลานาน หรือแม้แต่การเตือนให้ควบคุมการหายใจ เมื่อนาฬิกาจับได้ว่าคุณอาจกำลังเข้าสู่ภาวะ "ตึงเครียด" ได้ด้วย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดก็สามารถที่จะบันทึกลงไปในแอปพลิเคชัน realme Link เพื่อดูย้อนหลังได้หมดเลย
Smart Control
ในด้านความอเนกประสงค์ realme Watch S Pro ก็มีลูกเล่นที่ใส่เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานพื้นฐานให้ด้วยเช่นกันครับ เช่น
  • ฟีเจอร์ไฟฉาย : จะเป็นการทำหน้าจอแสดงผลให้เป็นสีขาวและเพิ่มความสว่างขึ้น ซึ่งตอนใช้งานจริงก็พอช่วยให้คล้ำทางหรือส่องหาของในรถได้อยู่ครับ แต่ถ้าจะใช้จริงจังอันนี้ไม่เหมาะเท่าไร
  • ชัตเตอร์กล้องถ่ายรูป : ฟีเจอร์นี้จะเป็นการแปลงสมาร์ทวอทช์ของเราให้เป็นปุ่มชัตเตอร์ไร้สายเหมือนรีโมตที่มาคู่กับก้านไม้เซลฟี่นั่นแหละครับ ซึ่งมีประโยชน์ในยามที่เราไปเที่ยวเป็นกลุ่มหรือไปคนเดียว แล้วต้องตั้งสมาร์ทโฟนไว้ไกล ๆ เพื่อถ่ายรูป ตรงนี้ก็สามารถแตะถ่ายผ่านสมาร์ทวอทช์ของเราได้เลยครับ สะดวกและไม่ต้องง้อใครเลย
  • แจ้งเตือนข้อความ : เป็นความสามารถพื้นฐานกับการแจ้งเตือน (Notification) ผ่านข้อความจากมือถือสู่สมาร์ทวอทช์บนข้อมือเรา ตรงนี้ก็ช่วยให้เราสามารถอัปเดตเรื่องราวต่าง ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูเลย
  • Music Player Control : สุดท้ายคือการรองรับการสั่งการแอปพลิเคชันเล่นเพลงหรือ Music Player บนเครื่องได้ในตัวครับ ซึ่งผมลองใช้กับ Youtube Music ก็สามารถสั่งการได้เหมือนกันครับ สะดวกเวลาออกกำลังกายสุด ๆ เลย
สรุป (Summary)
มาถึงบทสรุปกันแล้ว สำหรับส่วนตัวแล้วถือว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีความครบเครื่องมากขึ้นจากรุ่นก่อน มีความลงตัวทั้งในเรื่องของวัสดุตัวเรือนที่มีความแข็งแรงมากขึ้น ด้านลูกเล่นหรือความสามารถทางเรียลมีก็เติมเต็มเข้ามาให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนมากขึ้นด้วยเช่นกัน และโดยเฉพาะเรื่องของแบตเตอรี่ที่ผมมองว่าเป็นจุดเด่นหลักของ realme Watch S Pro เลย เพราะสามารถใช้งานได้นานเป็นสัปดาห์เลย เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทวอทช์ในตลาดที่แบตเตอรี่อึดมาก ๆ ใครที่ต้องเดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดบ่อย ๆ น่าจะไม่ต้องกังวลเรื่องของการลืมสายชาร์จเลย
ในขณะที่เรื่องของฟีเจอร์ในส่วนนี้ผมมองว่า ทางเรียลมีได้เติมเต็มให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ดีขึ้น แต่เมื่อมองภาพรวมก็ถือว่าทำได้ในระดับพื้นฐานที่สมาร์ทวอทช์ในยุคนี้ควรจะเป็น แต่ความน่าสนใจจะอยู่ตรงเรื่องของราคาวางจำหน่ายมากกว่าว่า ราคาเรทเท่านี้แต่ใส่คุณสมบัติต่าง ๆ มาให้ครบเลย สุดท้ายถ้าถามผมว่า realme Watch S Pro มีจุดเด่นอะไรที่ชัดเจนที่สุด 3 อย่างแรก ก็ตอบเลยว่า "จอใหญ่คมชัด แบตอึด และกันน้ำ" และคุณกำลังมองหาสมาร์ทวอทช์สำหรับใช้งานเป็น Second Display หรือใช้สำหรับออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพทั่วไปในราคาที่จับต้องได้ และมีความคุ้มค่าในงบที่จ่ายไป ทั้งหมดที่กล่าวมา realme Watch S Pro จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดให้กับคุณแน่นอนครับ!
การวางจำหน่าย
realme ประเทศไทย วางจำหน่าย realme Watch S Pro ในราคา 4,999 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ ผ่านทาง realme Brand Shop ทุกสาขา และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังจัดโปรโมชั่น Flash Sale ลดราคาเหลือเพียง 3,999 บาท ในวันที่ 11, 16 และ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ผ่านช่องทางออนไลน์ Lazada, Shopee และ Thisshop
 
แท็กที่เกี่ยวข้อง review smartwatch 2021 realme watch s pro realme smartwatch realme review smartwatch 2021 realme watch s pro realme smartwatch realme review smartwatch 2021 realme watch s pro realme smartwatch realme
เขียนโดย วินระพี นาคสวัสดิ์ Mobile Guru

ช่องทางติดตาม Mobile Guru