บริษัท ธนบุรีบลูสกาย จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบรนด์ NIO (นีโอ) ในประเทศไทย ประกาศเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยโฉมยนตรกรรมไฟฟ้าพวงมาลัยขวารุ่นแรก Firefly (ไฟเออร์ฟลาย) พรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด Freedom to Glow อิสระทุกการเดินทาง ก้าวไปอย่างมั่นใจ ซึ่งทาง ธนบุรีบลูสกาย ก็ได้จัดให้สื่อมวลชนไปร่วมสัมผัส Firefly ก่อนที่จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่กำลังจะถึงนี้ (ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน) สำหรับทาง Checkraka ก็มี กูรูช้าง-สินธนุ จำปีศรี ไปร่วมกิจกรรมดังกล่าว ไปดูพร้อมกันครับว่ารถพรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้าคันนี้ จะมีดีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง
อ่านบทความและข่าว Firefly ที่เกี่ยวข้อง
- กลุ่มธนบุรี ผนึกกำลัง NIO รุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม เปิดตัว Firefly เตรียมพบการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน มอเตอร์โชว์
- กลุ่มธนบุรี จับมือ NIO ปักธงพันธมิตร รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในไทย
.jpg.webp)
ดีไซน์ภายนอก: ขนาดกะทัดรัด แต่รายละเอียดทันสมัย
เริ่มต้นจากการออกแบบภายนอก ตัวรถมีรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยและค่อนข้างโดดเด่น ไฟหน้ามีลักษณะคล้ายแบบโปรเจกเตอร์ พร้อมโลโก้แบรนด์บริเวณด้านหน้า
.jpg.webp)
ล้อที่ติดตั้งมาเป็นขนาด 215/50 R18 ซึ่งถือว่าเป็นไซซ์เดียวกับรถไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมอย่าง ORA Good Cat ทำให้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้รถดูสปอร์ตขึ้น

บริเวณตัวรถยังติดตั้ง กล้องรอบคันหลายตำแหน่ง ทั้งด้านข้าง ด้านหน้า และด้านหลัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วยขับขี่และระบบมองภาพรอบคัน ด้านท้ายรถมีดีไซน์ที่ดูคล้ายกับรถไฟฟ้าหลายรุ่นในกลุ่มเดียวกัน โดยมีสปอยเลอร์ด้านหลังพร้อมกล้องมองหลังติดตั้งอยู่บริเวณด้านบน

อีกจุดที่น่าสนใจคือ พื้นที่เก็บของด้านหน้า (Frunk) ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถใช้เก็บของได้สะดวก และยังมีไฟส่องสว่างสำหรับการใช้งานตอนกลางคืน ถือเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนถึงความใส่ใจในการออกแบบ

ห้องโดยสาร: วัสดุดีเกินคาด พร้อมดีไซน์ทันสมัย
เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร สิ่งที่รู้สึกได้ทันทีคือ คุณภาพวัสดุที่ค่อนข้างดีเกินคาดสำหรับรถระดับนี้ แผงประตูและหลายส่วนของห้องโดยสารใช้วัสดุแบบ Soft-touch รวมถึงวัสดุคล้ายหนังกลับที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกพรีเมียม ดีไซน์ภายในโดยรวมมีความเรียบง่าย แต่ดูทันสมัย คล้ายกับแนวทางของรถไฟฟ้ารุ่นอื่นในตลาด เช่น ORA Good Cat
องค์ประกอบหลักภายในประกอบด้วย

- หน้าจอมาตรวัดขนาดเล็กสำหรับแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น
- ความเร็ว
- ระดับแบตเตอรี่
- อัตราการใช้พลังงาน
- ตำแหน่งเกียร์

- หน้าจอกลางขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมระบบต่าง ๆ ของรถ เนื่องจากตัวรถแทบไม่มีปุ่มกดแบบดั้งเดิม การควบคุมหลายอย่างจึงต้องทำผ่านหน้าจอกลาง เช่น
- การตั้งค่าระบบปรับอากาศ
- ระบบความบันเทิง
- ระบบช่วยขับขี่

เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น
Firefly มาพร้อมกับอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ถือว่าให้มาค่อนข้างครบสำหรับรถไฟฟ้าขนาดเล็ก
ระบบความบันเทิง
ระบบเครื่องเสียงติดตั้ง ลำโพงถึง 14 ตำแหน่ง พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่น่าประทับใจแม้จะฟังวิทยุทั่วไป


หลังคากระจกพาโนรามา
รถมาพร้อม หลังคากระจกแบบ Panorama ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งและทันสมัยมากขึ้น
ระบบช่วยขับขี่
รถติดตั้งระบบช่วยขับขี่หลายรายการ เช่น
- Adaptive Cruise Control
- ระบบเตือนรถในจุดอับสายตา
- ระบบเตือนออกนอกเลน
- กล้องรอบคัน 360 องศา
นอกจากนี้ยังมีระบบแสดงสัญญาณเตือนบนหน้าจอและกระจกมองข้าง เมื่อมีรถเข้ามาในจุดอับสายตา
โหมดพักผ่อน (Nap Mode)
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ โหมดพักผ่อน ซึ่งสามารถปรับเบาะให้เอนนอนได้อัตโนมัติ พร้อมตั้งเวลาพักได้ เช่น 30 นาที และเมื่อครบเวลา เบาะจะปรับกลับสู่ตำแหน่งเดิม

พื้นที่โดยสาร
พื้นที่เบาะหลังมีขนาดใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง EX2 โดยไม่ได้กว้างมากนัก อย่างไรก็ตาม คุณภาพวัสดุและการตกแต่งถือว่าทำได้ดี ทำให้ภาพรวมของห้องโดยสารดูพรีเมียมเกินกว่าขนาดตัวรถ

สมรรถนะและระบบขับเคลื่อน
Firefly ใช้ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) สเปกเบื้องต้นประกอบด้วย
- กำลังสูงสุดประมาณ 143 แรงม้า
- แรงบิด 200 นิวตันเมตร
ตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับ ORA Good Cat ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ประมาณ 1,400 กิโลกรัม
.jpg.webp)
แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง
รถเคลมระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 400 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) จากการทดลองขับจริง ระยะทางที่หน้าจอแสดงอยู่ประมาณ 321 กิโลเมตร ระหว่างการขับขี่ในช่วงแรก พบว่า
- ระดับแบตเตอรี่ประมาณ 80%
- ระยะทางคงเหลือประมาณ 288 กม.
ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองแบบ Daily Use หากใช้รถวันละประมาณ 60–70 กม. อาจชาร์จเพียง 2–3 วันต่อครั้ง ก็ยังใช้งานได้สบาย
การชาร์จไฟ
Firefly รองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charge สูงสุดประมาณ 100 kW ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีสำหรับรถไฟฟ้าขนาดเล็ก

ความรู้สึกในการขับขี่
จากการทดลองขับช่วงสั้น ๆ พบว่า
จุดเด่น
- ห้องโดยสารค่อนข้างเงียบ
- ช่วงล่างนุ่มนวล
- อัตราเร่งตอบสนองดีในโหมด Sport
ข้อสังเกต
- ช่วงล่างค่อนข้างนุ่ม เมื่อขับเร็วอาจมีอาการโยนเล็กน้อย
- การควบคุมแอร์ผ่านหน้าจออาจต้องใช้เวลาปรับตัว
โดยรวมแล้วถือว่า ขับสบาย เหมาะกับการใช้งานในเมือง
เปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด
เปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด
เมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน ช่วงล่างอาจนุ่มกว่า ORA Good Cat สมรรถนะอาจสู้ AION UT รุ่น 200 แรงม้า ไม่ได้ แต่ยังถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป
.jpg.webp)
สรุปจาก...กูรูช้าง
Firefly เป็นรถไฟฟ้าขนาดเล็กที่เน้นความพรีเมียมและเทคโนโลยี โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ
- ออปชันจัดเต็ม
- ระบบช่วยขับขี่ครบ
- วัสดุภายในดีเกินคาด
- ระยะทางวิ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องรอลุ้นมากที่สุดคือ ราคาเปิดตัว หลายฝ่ายคาดว่าราคาอาจอยู่ประมาณ 700,000 – 900,000 บาท ซึ่งหากทำราคาได้ในระดับนี้ ก็มีโอกาสกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถไฟฟ้าขนาดเล็กในประเทศไทย
เขียนโดย
วโรดม อิ้วลันตา
CAR GURU
พูดคุยกับกูรูได้ที่
