บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมของไทย ครองอันดับหนึ่งในเซกเมนต์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แม้ว่าจะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยส่วนแบ่งการตลาดรวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 47% จากยอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิรวม 12,247 คัน
นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม BEV ของทั้งสองแบรนด์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 43% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมสูงสุดที่ 45%
มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์พรีเมียมได้ถึง 6 ปีติดต่อกัน นับเป็นเกียรติยศและเครื่องพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ลูกค้าในประเทศไทยมอบให้กับแบรนด์ของเรา รวมถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรทางธุรกิจทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง แต่เรายังคงยึดมั่นในการส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนนหรือในทุกๆ บริการของเรา นอกจากนี้ ผลงานของเราในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BEV ยังช่วยยืนยันอีกครั้งถึงความสำเร็จของเราในการร่วมกำหนดทิศทางแห่งอนาคตของวงการยานยนต์ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้สร้างสรรค์และยกระดับประสบการณ์แห่งอนาคตให้ลูกค้าทุกคนได้สัมผัสไปด้วยกัน”
นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม BEV ของทั้งสองแบรนด์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 43% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมสูงสุดที่ 45%
มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์พรีเมียมได้ถึง 6 ปีติดต่อกัน นับเป็นเกียรติยศและเครื่องพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ลูกค้าในประเทศไทยมอบให้กับแบรนด์ของเรา รวมถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรทางธุรกิจทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง แต่เรายังคงยึดมั่นในการส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนนหรือในทุกๆ บริการของเรา นอกจากนี้ ผลงานของเราในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BEV ยังช่วยยืนยันอีกครั้งถึงความสำเร็จของเราในการร่วมกำหนดทิศทางแห่งอนาคตของวงการยานยนต์ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้สร้างสรรค์และยกระดับประสบการณ์แห่งอนาคตให้ลูกค้าทุกคนได้สัมผัสไปด้วยกัน”

ผลการดำเนินงานที่มั่นคงและการเติบโตแบบก้าวกระโดดของมินิ
ในปี 2568 บีเอ็มดับเบิลยูยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมด้วยส่วนแบ่งการตลาด 40.5% โดยมียอดส่งมอบอยู่ที่ 10,582 คัน ส่วนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม บีเอ็มดับเบิลยูทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอด้วยยอดส่งมอบ 1,261 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 24.2%
ทางด้านมินิ สามารถสานต่อแนวโน้มการเติบโตจากปีก่อนหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดฉากปี 2568 ด้วยยอดส่งมอบที่เพิ่มขึ้น 15% มาอยู่ที่ 1,665 คัน ขณะที่ไลน์อัพรุ่นพลังงานไฟฟ้า All-Electric MINI Family ตอบโจทย์การขับขี่ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าของมินิพุ่งสูงขึ้นถึง 372% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นจำนวน 1,104 คัน มินิจึงสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมได้ถึง 21.2% ตามหลังบีเอ็มดับเบิลยูมาในอันดับที่ 3 เมื่อรวมยอดส่งมอบของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกันแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมสูงถึง 45.4% ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายแห่งความสำเร็จของบริษัทในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคงรักษาตำแหน่งในตลาดบิ๊กไบค์ระดับพรีเมียมด้วยยอดจดทะเบียนรวม 1,033 คันในปี 2568 เพิ่มขึ้นประมาณ 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเกิน 500 ซีซี บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมียอดจดทะเบียน 848 คัน และเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจ: ปีแห่งความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
นอกจากการมุ่งเน้นการส่งมอบยานยนต์แล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงทุ่มเทให้กับการสร้างความพึงพอใจและความไว้วางใจ จากการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูในด้านประสบการณ์การขายและบริการตลอดปี 2568 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่มั่นคง โดยมีคะแนน Net Promoter Score (NPS) สำหรับการขายอยู่ที่ 95 (คงที่จากปี 2567) และ 94 สำหรับบริการ (เพิ่มขึ้น 1 จุดจากปี 2567) ความรู้สึกเชิงบวกเหล่านี้ยังสะท้อนในผลการสำรวจของนิตยสาร BrandAge ซึ่งจัดอันดับให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นอันดับ 1 ของ Thailand’s Most Admired Company ในหมวดยานยนต์เป็นปีที่ 8 ติดต่อกันด้วยคะแนนสูงสุดในด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และบริการ
ในปี 2568 บีเอ็มดับเบิลยูยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมด้วยส่วนแบ่งการตลาด 40.5% โดยมียอดส่งมอบอยู่ที่ 10,582 คัน ส่วนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม บีเอ็มดับเบิลยูทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอด้วยยอดส่งมอบ 1,261 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 24.2%
ทางด้านมินิ สามารถสานต่อแนวโน้มการเติบโตจากปีก่อนหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดฉากปี 2568 ด้วยยอดส่งมอบที่เพิ่มขึ้น 15% มาอยู่ที่ 1,665 คัน ขณะที่ไลน์อัพรุ่นพลังงานไฟฟ้า All-Electric MINI Family ตอบโจทย์การขับขี่ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าของมินิพุ่งสูงขึ้นถึง 372% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นจำนวน 1,104 คัน มินิจึงสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมได้ถึง 21.2% ตามหลังบีเอ็มดับเบิลยูมาในอันดับที่ 3 เมื่อรวมยอดส่งมอบของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกันแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมสูงถึง 45.4% ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายแห่งความสำเร็จของบริษัทในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคงรักษาตำแหน่งในตลาดบิ๊กไบค์ระดับพรีเมียมด้วยยอดจดทะเบียนรวม 1,033 คันในปี 2568 เพิ่มขึ้นประมาณ 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเกิน 500 ซีซี บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมียอดจดทะเบียน 848 คัน และเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจ: ปีแห่งความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
นอกจากการมุ่งเน้นการส่งมอบยานยนต์แล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงทุ่มเทให้กับการสร้างความพึงพอใจและความไว้วางใจ จากการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูในด้านประสบการณ์การขายและบริการตลอดปี 2568 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่มั่นคง โดยมีคะแนน Net Promoter Score (NPS) สำหรับการขายอยู่ที่ 95 (คงที่จากปี 2567) และ 94 สำหรับบริการ (เพิ่มขึ้น 1 จุดจากปี 2567) ความรู้สึกเชิงบวกเหล่านี้ยังสะท้อนในผลการสำรวจของนิตยสาร BrandAge ซึ่งจัดอันดับให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นอันดับ 1 ของ Thailand’s Most Admired Company ในหมวดยานยนต์เป็นปีที่ 8 ติดต่อกันด้วยคะแนนสูงสุดในด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และบริการ
“ด้วยรากฐานที่มั่นคงจากปี 2568 เราพร้อมเดินหน้าต่อไปในปีนี้อย่างเต็มพิกัด เริ่มจากการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport รุ่นประกอบในประเทศ นอกจากความคุ้มค่าและครบครันที่เหนือกว่าเดิมแล้ว i5 รุ่นใหม่นี้ยังสามารถขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่าที่เคย ทั้งยังสดใหม่ด้วยชุดแต่งที่ปรับเปลี่ยนมาในรุ่นประกอบในประเทศ ส่วนแฟนๆ มินิ จะได้สัมผัสสีสันและความตื่นเต้นตลอดปี จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างเต็มเปี่ยม” มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด กล่าวเสริม
บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมและความเชื่อมั่นท่ามกลางสภาพตลาดที่ท้าทาย
แม้ปี 2568 จะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับตลาดรถยนต์ไทย แต่บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังคงดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงด้วยยอดลูกค้าใหม่ที่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ทั้งนี้กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมดิจิทัลและการยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหัวใจหลัก ช่วยขับเคลื่อนให้บริษัทชนะใจฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นผลให้ลูกค้าใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ราวหนึ่งในสองคนเลือกใช้บริการทางการเงินของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส นอกจากนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังมีการเติบโตที่น่าประทับใจ โดยในปี 2568 อัตราการเข้าถึงบริการประกันภัยเพิ่มขึ้นเป็น 60% ในขณะที่สินเชื่อลูกค้าองค์กรขยับขึ้นมาแตะระดับ 50% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในบริการและข้อเสนอที่ครบวงจรของของบริษัท
คุณจริยา คูนลินทิพย์ ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ เราทำคะแนนด้านความพึงพอใจของลูกค้า (Net Promoter Score) ได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 79 คะแนน ในปีที่ผ่านมา เรายังคงยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานของเรา เพื่อช่วยให้การเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั้งราบรื่นและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการมอบบริการที่ยอดเยี่ยม ผ่านทางเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ สำหรับปี 2569 นี้ เราจะเดินหน้านำนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ามาช่วยให้กระบวนการเช่าซื้อและบริการทางการเงินต่างๆ ยิ่งรวดเร็ว ชาญฉลาด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”
ระบบงานด้านดิจิทัลของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปี 2568 โดยการอนุมัติสินเชื่อของลูกค้าราว 12% สามารถทำได้โดยอัตโนมัติในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ส่วนเทคโนโลยีลายเซ็นดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูงก็ยิ่งมีการใช้งานแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยสัญญาราว 90% ในปีที่ผ่านมาผ่านการลงนามรับรองในรูปแบบนี้ จึงช่วยเสริมทั้งความรวดเร็วและความน่าเชื่อถือให้ลูกค้ายิ่งมั่นใจ
BMW และ MINI Freedom Choice: เร่งการเติบโตและสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า BEV
บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังประสบความสำเร็จอย่างสูงกับโปรแกรม Freedom Choice โดยจำนวนสัญญา Freedom Choice ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่าเท่าตัว หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่สูงถึง 211% ทั้งยังมีสัดส่วนในยอดธุรกิจใหม่โดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว อยู่ที่ 14% ทั้งนี้ ลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV เป็นส่วนสำคัญเบื้องหลังการเติบโตของโปรแกรม Freedom Choice สำหรับทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ โดยลูกค้ากลุ่มดังกล่าวนับเป็นอัตราส่วน 57% ของสัญญาเช่าซื้อแบบ Freedom Choice ทั้งหมด
BMW และ MINI Freedom Choice ถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย พร้อมมอบความอุ่นใจให้กับลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ BEV ด้วยข้อเสนอที่ยืดหยุ่น และการการันตีมูลค่ารถในอนาคต (Guaranteed Future Value) เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างไร้กังวล

ราคา3,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)
นิยามใหม่แห่งทางเลือก บีเอ็มดับเบิลยู i5 เติมเต็มไลน์อัพ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 รุ่นประกอบในประเทศ ครอบคลุมทั้งเครื่องยนต์สันดาป ปลั๊กอินไฮบริด และยานยนต์ไฟฟ้า รถซีดานหรูระดับผู้บริหารที่นำพาบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 เข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว กลับมาอีกครั้งแบบเหนือกว่าเดิมในบีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport ใหม่ ที่เป็นผลงานการประกอบในประเทศ ณ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จังหวัดระยอง โดย i5 รุ่นล่าสุดนี้ ยังคงเปี่ยมด้วยความสง่างามที่ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ผสานกับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมและการตอบสนองที่ฉับไวจากขุมพลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งได้รับการยกระดับให้ใช้พลังงานเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมขับขี่ได้ระยะทางไกล
กว่าที่เคย
กว่าที่เคย
บีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport ใหม่ มาพร้อมนวัตกรรมทางเทคนิคด้วยการใช้ชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ที่ผลิตจากซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) ในระบบอิเล็กทรอนิกส์กำลังเป็นครั้งแรก เทคโนโลยีนี้ช่วยลดการใช้พลังงานของระบบไฟฟ้าต่างๆ และส่งผลให้ระยะทางการขับขี่สูงสุดเพิ่มขึ้นอีก 45 กิโลเมตร ทำให้ i5 ใหม่ สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 627 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP นอกจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport ใหม่ ยังมาพร้อมกับแพ็คเกจ AC Charging Professional เป็นมาตรฐาน รองรับการชาร์จแบบกระแสสลับ (AC) ได้สูงสุดถึง 22 กิโลวัตต์ ณ สถานีชาร์จที่รองรับหรือที่บ้าน เพื่อประสบการณ์การชาร์จที่เหมาะสมที่สุด
.jpg.webp)
ส่วนในด้านสมรรถนะ บีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport ใหม่ ยังขับสนุกเช่นเคยด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังอันทรงพลัง นำทัพโดยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังสูงสุด 250 กิโลวัตต์ / 340 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งานระบบ Sport Boost หรือ Launch Control มอเตอร์ตัวนี้จะสามารถเพิ่มแรงบิดสูงสุดขึ้นเป็น 430 นิวตันเมตร ซึ่งทำให้ i5 รุ่นนี้เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 193 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยยังคงความแม่นยำและการทรงตัวที่ยอดเยี่ยมด้วยช่วงล่าง Adaptive Suspension Professional ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
รูปลักษณ์ภายนอกของบีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport ใหม่ เติมบุคลิกความสปอร์ตมาเต็มขั้นด้วยชุดแต่ง M Sport ซึ่งประกอบด้วยสปอยเลอร์หลังดีไซน์ M สีเดียวกับตัวรถ คาลิเปอร์เบรก M Sport สีน้ำเงิน Dark Blue Metallic และล้ออัลลอย M Aerodynamic ขนาด 20 นิ้ว
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
.jpg.webp)
ส่วนภายในห้องโดยสาร ปรับดีไซน์ให้สดใหม่และโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนัง Merino ใหม่ พร้อมชุดแต่ง Dark Silver M ที่ผสมผสานวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และเส้นสายสีเงินไว้ในพื้นผิวต่างๆ ทั่วห้องโดยสาร และระบบเสียงรอบทิศทาง Bowers & Wilkins ที่จะมอบความสุนทรีย์ในทุกการเดินทาง
.jpg.webp)
ในด้านเทคโนโลยี บีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Driving Assistant Professional ที่มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุด ผ่านฟังก์ชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยและการเปลี่ยนเลน (Steering and Lane Change Assist), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (Active Cruise Control with Stop & Go function) และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ระบบช่วยจอดรถ Parking Assistant Plus พร้อมกล้องมองรอบทิศทาง ยังช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องง่าย ข้อมูลและฟังก์ชันต่างๆ ทั้งหมดนี้ แสดงผลและควบคุมได้ผ่านหน้าจอขนาด 12.3 นิ้วที่ติดตั้งอยู่หน้าผู้ขับขี่ และจอแสดงผล Control Display ขนาด 14.9 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี BMW Head-Up Display ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รับทราบข้อมูลต่างๆ ได้โดยไม่ต้องละสายตาจากท้องถนน
บีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport ใหม่ พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ โดยมีให้เลือก 5 สี ดำ Black Sapphire Metallic, ขาว Mineral White Metallic, เทา Brooklyn Grey Metallic, น้ำเงิน Phytonic Blue Metallic และ เขียว Cape York Green Metallic ราคา3,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1397
www.bmw.co.th
www.mini.co.th
www.bmw-motorrad.co.th
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1397
www.bmw.co.th
www.mini.co.th
www.bmw-motorrad.co.th
เขียนโดย
วโรดม อิ้วลันตา
CAR GURU
พูดคุยกับกูรูได้ที่

