รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

เทส MG VS HEV หน้าตาไฮเทคจอใหญ่ขับมันอย่าเผลอดัน 0-100 ใน....?

31 ส.ค. 65 972
เทส MG VS HEV หน้าตาไฮเทคจอใหญ่ขับมันอย่าเผลอดัน 0-100 ใน....?
New MG VS HEV รถยนต์อเนกประสงค์ SUV รุ่นใหม่เติมเต็มช่องว่างระหว่าง MG ZS และ ZS EV กับ EP หรือวัยรุ่น Plug-in MG HS PHEV ด้วยการนำเอาระบบเครื่องยนต์ไฮบริดมาใส่พร้อมปรับโฉมด้านหน้าใหม่หมด จนดูล้ำอนาคต แม้ว่าด้านหลังยังคงแบบเดิมที่เหมือนกับเพื่อน ๆ ในค่าย แต่ภายในอลังการกว่าด้วยการติดตั้งจอใหญ่ยักษ์ขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอ ที่นับเป็นครั้งแรกในระดับนี้และราคาไม่ถึงล้าน! นอกจากนี้ยังปรับดีไซน์คอนโซลหน้าและกลางใหม่หมด และยังเพิ่มออปชั่นความสะดวกสบายด้วย Wiless charger กับระบบเบรกมือไฟฟ้าและเบรกขณะหยุดรถชั่วคราว (Auto Hold) อีกด้วย กับค่าตัว 919,000 บาท สำหรับรุ่น X และ 859,000 บาท ในรุ่น D ที่ตัดหลังคาพาโนรามิคและฟังก์ชั่นเล็กน้อยออกไปเท่านั้น  
การทดสอบทริปนี้เป็นแบบไปเช้ากลับเย็น พร้อมสื่อร่วมเดินทาง 2 คนต่อ 1 คัน เริ่มต้นจาก Davin Cafe ถนนประดิษฐ์มนูธรรมมุ่งหน้าสู่สนามปทุมธานีสปีดเวย์ เพื่อลองสมรรถนะอัตราเร่ง การเข้าโค้ง และ สลาลาม พร้อมกับมีเครื่องมือจับเวลา 0 - 100 กม./ชม. ในทดลองกันอีกด้วย  โดยรถทุกคันเป็นรุ่น X หรือ ท็อปสุด ราคา 919,000 บาท   

ทำความรู้จัก MG VS HEV บอกเลยแรงเกินคาด ประหยัดไม่แพ้ใคร..!

NEW MG VS HEV ทางเอ็มจีวางตัวไว้ว่านอกจากเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกในไทยแล้ว ยังดันให้อยู่ในกลุ่ม "สปอร์ตไฮบริดเอสยูวี" นั่นคือ เน้นขับสนุก เร่งทันใจ ไม่อืดและยังให้ความประหยัดในระดับกำลังดี เรียกว่าได้ทั้งแรงและประหยัดที่สมดุลกัน ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน  4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH กำลังสูงสุด 109 แรงม้า แรงบิด 142 นิวตันเมตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า 95 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร ให้พละกำลังรวมสูงสุดที่ 177 แรงม้า ส่วนแรงบิดไม่สามารถวัดได้โดยตรงเพราะมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานที่รอบแตกต่างกันไป พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 2.13 กิโลวัตต์ชั่วโมงวางใต้เบาะ 
ภายนอกที่โดดเด่นก็คือ กระจังหน้า Electrified Matrix Grille Design ที่เห็นแล้วต้องเดิน "เอานิ้วไปแหย่รูว่าตันหรือไม่? สรุปมีรูจ้า....เพราะยังต้องใช้หม้อน้ำระบายควมร้อน ไฟหน้าแบบ LED Projector เปิด-ปิดได้อัตโนมัติที่มาพร้อมกับไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (DAYTIME RUNNING LIGHT) และไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว มี AERO WHEEL COVER ที่ช่วยลดแรงต้านลม ซึ่งอยากจะแกะออกมาดูแต่ไม่กล้าเพราะกลัวจะใส่ไม่เหมือนเดิมแล้วจะบินหายไป 
ส่วนห้องโดยสารแนวใหม่แบบ Modern & Stylish บอกเลยว่าดีล้ำสุดในรถระดับเดียวกันที่ราคาต่ำกว่า 1 ล้าน และยังมีระบบทันสมัยมากมายจนใช้ไม่หมด ครั้งแรกใน B-SUV ที่มี Dual Widescreen Cockpit หน้าจอคู่ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว 2 จอ ควบคุมการทำงานผ่าน ILLUMINATED TOUCH PANEL ความคมชัดระดับ HD และโหมด Navigation สามารถเชื่อมต่อด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART พร้อม Apple CarPlay และสามารถเล่นมัลติมีเดียในสมาร์ทโฟนระบบ Android ได้ พร้อมเชื่อมต่อ Music application ของ JOOX 
คอนโซลกลางแบบ DOUBLE LAYER ด้านบนตกแต่งด้วยวัสดุ PIANO BLACK พวงมาลัยหุ้มหนังและคันเกียร์ตกแต่งลวดลาย LASER PATTERN ให้ความหรูหรา ด้านล่างมีที่เก็บของพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับทั้ง TYPE C และ TYPE A ถือว่าล้ำสุดในปัจจุบันนี้แล้วครับ แต่ว่า....กระจกมองหลังยังปรับลดแสงด้วยแฮนด์นะครับ
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless charger) อีกทั้งยังมีช่องแอร์ และช่องเชื่อมต่อ USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เบาะที่นั่งด้านหลัง ปรับพับได้ 60:40 เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ 
คันเกียร์ลายเลเซอร์กราฟฟิกพร้อมระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบใหม่ Electric Shift เลือกโหมดขับขี่ได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Comfort และ Sport พร้อมด้วย KERS MODE ตั้งค่าได้ 3 ระดับ ช่วยชาร์จไฟกลับขณะถอนคันเร่ง ชะลอความเร็วหรือเบรก ซึ่งเรื่องความประหยัดที่ทางเอ็มจีได้เกริ่นเอาไว้แต่แรก ๆ ก่อนการขับทดสอบว่า "ไม่เน้นประหยัดเน้นขับสนุก" จึงเคลมตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเอาไว้ไม่โดดเด่นนักราว ๆ 15-16 กม./ลิตร (ไม่เป็นทางการ) แต่ความจริงแล้วกลับทำอัตราสิ้นเปลืองได้ดีกว่าที่คิด!!!

ระบบความปลอดภัยไม่เยอะแต่เหมาะสมกับราคา

ระบบความปลอดภัยใน MG VS HEV อาจไม่หวืดหวานักเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน แต่ก็มีให้เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัยแล้วเมื่อเทียบกับราคาและได้ระบบไฮบริดมาช่วยให้ขับสนุกขึ้น ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM มีทั้งหมด 12 ระบบได้แก่ 
  1. ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Brake System)
  2. พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake force Distribution)
  3. ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  4. ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
  5. ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
  6. ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  7. ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  8. ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  9. ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake)
  10. ระบบป้องกันการไหลของรถ AVH (Auto Vehicle Hold)
  11. พร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ High Definition จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer 
  12. สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง และถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย

นุ่ม..เงียบ..แรงตรงปก..แต่ยังประหยัดไม่แพ้ใคร

เมื่อออกเดินทางจากจุดเริ่มต้นขับผ่านถนนประดิษฐมนูธรรมที่รถติดสลับหยุดนิ่งในช่วงเช้าก่อนจะวงเพื่อขึ้นทางด่วนรามอินทรา-วงแหวนและมุ่งหน้าสู่วังน้อย จากนั้นก็วกกลับไปทางปทุมธานีเพื่อเข้าสู่สนามทดสอบ ปทุมธานีสปีดเวย์
เริ่มด้วยการเป็นผู้โดยสารข้างคนขับ สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของระบบช่วงล่างที่ไม่กระด่างและแข็งแม้จะผ่านถนนที่ไม่เรียบ และมาพร้อม "ความเงียบ" ของภายในห้องโดยสารที่ดีเกินคาดไว้ ส่วนตัวเบาะนั่งสบายและมีพื้นที่เหลือสำหรับขยับกิริยาบทได้ คอนโซลหน้าและกลางขนาดกำลังดีไม่ทำให้การนั่งแล้วแน่นตัวจนเกินไป และเมื่อเปิดหลังคาพาโนรามิครูฟ ก็ยิ่งรู้สึกโปร่งโล่งสบายขึ้นอีก แต่คาดว่าน่าจะเปิดได้ไม่บ่อยเพราะจะโดนแดดเผาเกรียมซะก่อน 
การใช้งานในส่วนของหน้าจอขนาดใหญ่ก็ดูง่ายเต็มตา ไอคอนที่โชว์ในจอก็ชัดเจนและการเลื่อนไม่มีกระตุก พร้อมยังเชื่อมต่อสาร์มโฟนได้ง่ายทันใจ แต่ก็ยังมีข้อเสียตรงที่การต้องจิ้มบนจอ ตรงเลงให้แม่น เพราะเมื่อรถเคลื่อนที่ไปจะมีการเขย่าอาจใช้งานลำบากกว่าจอดนิ่ง นับเป็นข้อเสียของบรรดาจอสัมผัสแทบทุกค่ายครับ 

คนขับ VS ผู้โดยสาร ไม่ต้องแย่งใช้จอกลางกันอีกต่อไป

ความพิเศษของจอสัมผัสที่ไม่มีแค่ความใหญ่อย่างเดียวก็คือ การเลงเห็นถึงความสำคัญของคนขับและผู้โดยสารไปพร้อม ๆ กัน เมื่อเชื่อมต่อระบบนำทางหรือว่า "อากู๋" เพื่อดูแผนที่แล้ว หากต้องการใช้งานระบบต่าง ๆ บนหน้าจอกลาง ก็เพียงเอานิ้วจิ้มจอรูปแผนที่ค้างเอาไว้แล้วเลื่อนไปฝั่งจอคนขับแทน หรือกดเลือกการแสดงภาพก็ได้ ระบบแผนที่ก็จะแสดงบนจอฝั่งคนขับ ส่วนจอกลางก็จะแสดงระบบอื่น ๆ ให้ใช้งานได้ เป็นการเอาใจทั้งคนขับและผู้โดยสารอย่างแท้จริงครับ ระบบนี้ยอมรับว่ายอดเยี่ยมมากและกล้าใส่มาในรถราคาไม่ถึงล้านอีกด้วย

สมรรถนะในสนาม "ผ่าน" ขับดีพอตัว

เมื่อนั่งยาว ๆ จนถึงสนามปทุมธานีสปีดเวย์ ก็เริ่มทดสอบในสถานีต่าง ๆ ที่ทางเอ็มจีเตรียมไว้ได้แก่ การขับเข้าโค้งในแทรกที่ความเร็วระดับ 40 - 60 กม./ชม. ซึ่ง MG VS HEV ให้ความมั่นใจในช่วงล่างได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าใช้ความเร็วเกินกว่านี้ขึ้นไปก็จะเริ่มออกอาการโยน เหวี่ยงและไถลเล็กน้อย แต่ต้องอย่าลืมว่าเป็นรถ SUV ที่มีความสูง การเข้าทางโค้งจึงต้องใช้ความเร็วอย่างเหมาะสมด้วยครับ 
แต่ถ้าเกินจำเป็นต้องเลี้ยวหรือเข้าโค้งในความเร็วสูง ช่วงล่างของ VS HEV ก็ยังพอรับมือได้อยู่ และยังมีระบบช่วยเหลือการทรงตัวที่ช่วยให้คนขับควบคุมรถต่อไปได้อย่างปลอดภัย และยังมีพวงมาลัยที่กระชับแม่นยำ ควบคุมบังคับเลี้ยวง่าย น้ำหนักกำลังดี ไม่เบาเกินไป 
ทางด้านการหักเลี้ยวในรูปแบบสลาลมสลับไปมาซ้ายขวาที่ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ตามผู้จัดกำหนดเอาไว้ ก็สามารถควบคุมรถได้และเลี้ยวเข้าช่องระหว่างกรวยได้สบาย ๆ ไม่มีเสียงยางร้อง และยังมีอาการโคลงตัวไม่มากนัก จากการได้ลองขับสั้น ๆ ในสนามนั้น เอ็มจีทำการบ้านมาได้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการใช้งานรถครอบครัวที่ขับง่าย เร่งสนุกติดเท้า ช่วงล่างนุ่มนวลและเงียบ ซึ่งยังต้องลองขับถนนท้องถนนอีกครั้งในช่วงเดินทางกลับครับว่าจะเป็นอย่างไร 

อัตราเร่ง 0 - 100 กม./ชม. ใน........

มาถึงการทดสอบทีมีสื่อหลายท่านสนใจและอยากทราบว่าเครื่องยนต์ไฮบริดที่ว่าไม่เน้นประหยัด แต่ขับสนุกจริงหรือไม่ โดยเอ็มจีได้จัดสถานีวัดอัตราเร่ง 0 - 100 กม./ชม. พร้อมเครื่องมือจับเวลาให้รู้กันไปเลยไม่ต้องคิดเอาเอง ซึ่งจากที่ทีมงานเช็คราคาได้ลองทดสอบทั้งหมด 2 ครั้งแบบไม่เร่งออกตัว แค่ปล่อยเบรกแล้วกดคันเร่งมิด ผลปรากฏว่าทำเวลาได้ดีที่สุดคือ.....9.87 วินาที ผ่าม! ส่วนสื่ออีกหลาย ๆ คนได้ลองส่วนมากเวลาจะอยู่ราว ๆ 8 ปลาย ๆ  จึง 9 วินาทีกว่า ๆ อาจพอสรุปได้ว่า ถ้าออกตัวดีมีชัยไปกว่าหลายเสี่ยววินาที....ครับ!  
แต่สิ่งที่ว้าวกว่าคือ "ระบบเบรก" เมื่อเร่งถึง 100 กม./ชม. ก็กระทืบเบรกเพื่อให้รถหยุดนั้น ใช้น้ำหนักเท้าน้อยมาก เหมือนว่าแป้นเบรกดูดหรือว่าค่อย ๆ จมเพิ่มน้ำหนกองโดยที่ผู้ขับไม่ต้องออกแรงเยอะขึ้นมากนัก และการทรงตัวของรถก็นับว่าดีไม่มีอาการส่าย ส่วนล้อก็ไม่มีการล็อคหรือเสียงยางดังเท่าไหร่ ถือว่าระบบเบรกดีมากครับได้ฟิวลิ่งยุโรปจริง ๆ 
หลังจากลองอัตราเร่งออกตัวแล้ว ต้องมาขับใช้งานจริงบนถนนบ้าง ความรู้สึกแรกเลยคือ ดีกว่าที่คิดเอาไว้เยอะ เนื่องจากรูปลักษณ์ต่าง ๆ ระบบช่วงล่างดูไม่น่าจะมีการปรับจูนอะไรเพิ่มเติมจากรุ่นอื่น ๆ ของเอ็มจีมากนัก แต่กลับให้ความนุ่มนวลและห้องโดยสารที่เงียบมาก น้ำหนักและการควบคุมพวงมาลัยกระชับและคม ขับง่ายเบากำลังดี 
หน้าจอขนาดใหญ่มองเห็นชัดเจนและแสดงรายะละเอียดต่าง ๆ มากมายครบถ้วน โดยเฉพาะการแสดงระบบนำทางจากกูเกิ้ลที่ย้านมาบนจอคนขับได้ ทำให้สามารถใช้งานอื่น ๆ บนจอกลางได้เลย เช่นปรับระบบแอร์ เล่นเพลง ฟังวิทยุ ฯลฯ โดยไม่ต้องแย่งหน้าจอกัน แต่สำหรับปุ่มเลือกใช้งานใต้จอกลางนั้นเป็นแบบสัมผัสที่อาจจะต้องเกร็งนิ้วในการกดให้โดนเวลารถเคลื่อนที่อยู่ และแผงควบคุมแอร์หรือบางระบบ ต้องเข้าไปเลือกบนจออยู่ดี อาจทำให้ผู้ขับใช้งานลำบากและต้องละสายตาเพื่อดูฟังก์ชั่นบนจอให้เลือกใช้งานได้ถูก  

อัตราเร่งแซงทันใจขับสนุกไม่อืด 

สำหรับการขับขี่ใช้งานจริงไม่ว่าจะออกตัว เร่งแซง พลังไฮบริด 177 แรงม้า ทำได้ดีตอบสนองรวดเร็วทันใจ ไม่รอบรอบ และยังให้ความนุ่มนวลไม่กระชาก เสียงเครื่องยนต์มีเล็ดรอดเข้ามาบ้างแต่ไม่รำคาญ การเร่งแซงนั้นถือว่า กดเป็นมา พร้อมพุ่งตลอด ทันใจปลอดภัย ถูกใจวัยรุ่นรักครอบครัวแน่นอนครับ 
ระบบช่วงล่างความเร็วสูงพอรับไหว ไม่โคลงหรือโยนตัวมากนัก แต่ถ้าเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็วก็มีอาการโคลงและยอบอยู่บ้าง ตามสไตล์รถสูง อาจเป็นผลจากการใช้ยางแก้มเตี้ยกว่าชาวบ้านคือ 215/55/17 จาก YOKOHAMA BluEarth E70  

อัตราสิ้นเปลืองไม่ธรรมดา 

การตอบสนองของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าที่เป็นระบบใหม่นี้ทำได้ดีลงตัวและขับได้สนุกตามที่คุยไว้จริงครับ.....ซึ่งเรื่องความประหยัดตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะทำตัวเลขได้ดีนัก ประกอบกับเท้าหนักในวันที่ขับอีกด้วย แต่โดยเมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้วจากการขับกลับมาในสภาพทั่วไป ขับตามกัน เร่งแซง ลองอัตราเร่งแบบสุด ๆ ดูบ้าง ตัวเลขบนมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 17.8 กม./ลิตร นับว่าดีกว่าที่คิดเอาไว้พอสมควร จากที่ทางเอ็มจี ถ่อมตัวไว้ว่า 15 - 16 กม./ลิตร แต่เมื่อตัวเลขจริงออกมาระดับนี้ ก็ถือว่าให้ประหยัดมากว่ารถยนต์เครื่องสันดาป 1.5 ลิตร แถมยังให้ความแรงความสนุกในการขับขี่ระดับเครื่อง 2.0 ลิตรเลยทีเดียวครับ หากใครจะไปทดลองเองหรือว่ามีโอกาสได้ซื้อมาจะลองขับแบบ "ปั้นตัวเลข" ดูอาจจะได้มากกว่านี้ก็เป็นได้ครับ  

สรุปความคุ้มค่ากับราคา 

จ่ายค่าตัว 919,000 บาท คือราคา MG VS X รุ่นท็อปที่ทดลองขับคันนี้ ต้องบอกก่อนว่าถ้ามองแง้ของงบประมาณก็อาจจะไม่แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ มากนัก แต่ถ้ามองในส่วนที่โดดเด่นกว่าใครก็คือ ระบบอินโฟรเทนเมนต์ที่ล้ำหน้าและหน้าจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว 2 จอ ต่อกันยาวกับรถยุโรป และยังมีระบบการใช้งานที่หลากหลายทันสมัย อย่างเช่น สั่งงานผ่านสมาร์ทโฟนกับ i-SMART ได้อีกด้วย และยังมีหลังคาพาโนรามิคยาวเต็มหลังคา เจ้าเดียวในรถระดับนี้ 
ส่วนเรื่องสมรรถนะน่าจะไม่แพ้รถไฮบริดทั่วไปในระดับเดียวกัน เผลอ ๆ อาจจะแรงกว่าด้วยซ้ำครับ ขับสนุกอัตราเร่งแซงดีเกินคาด การเก็บเสียงนับว่าใกล้เคียงรถระดับ C-SUV แต่ทั้งหมดนี้ต้องรับให้ได้ว่าอัตราสิ้นเปลืองเป็นรองกว่ารถในกลุ่มไฮบริดเดียวกัน ซึ่งทางเอ็มจี "ย้ำชัดเจน" ว่า "ไม่เน้นประหยัดเน้นอัตราเร่งจัดจ้านและขับสนุกแบบ สปอร์ตเอสยูวีนั่นเองครับ"      
ไม่ต้องเชื่อผม....ต้องไปทดลองขับเองจะได้สัมผัสคันจริงและอัตราเร่งจริงว่าขับสนุกจริงหรือไม่ครับผม!
แท็กที่เกี่ยวข้อง MG VS HEV mg รีวิว mg
เขียนโดย สินธนุ จำปีศรี CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU



เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)