รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว ORA Good Cat GT แมวดุพลัง 171 ม้า 0-100 ใน 7 วินาทีระยะวิ่งเท่าเดิมถ้าไม่เกรี้ยวกราด!

29 มิ.ย. 65 2,204
รีวิว ORA Good Cat GT แมวดุพลัง 171 ม้า 0-100 ใน 7 วินาทีระยะวิ่งเท่าเดิมถ้าไม่เกรี้ยวกราด!
สวัดดี โอร่า!  เป็นคำสั่งทักทายเวลาต้องการสั่งงานในเจ้าเหมี่ยวน้อยรถยนต์ไฟฟ้าที่รุ่นดั่งเดิมที่มาในลุกแมวสดในน่ารักพลังสะอาดรักษ์โลก แต่มาคราวนี้ GWM เผยโฉม ORA Good Cat GT สไตล์สปอร์ตดุดันมาพร้อมพลังที่อับเกรทด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นอีกได้กำลังสูงสุดจากเดิม 143 แรงม้า เป็น 171 แรงม้า (PS) แรงบิดเดิม 210 นิวตันเมตร ขยับเป็น 250 นิวตันเมตร และความเร็วสูงสุด 152 กิโลเมตร/ชั่วโมงตามสเปค
เพิ่มระบบ Launch comtrol ให้ได้ความมันในการออกตัวได้ดีขึ้น พร้อมแบตเตอรี่ชนิดลิเธียม Ternary (NMC) ความจุ 63.139 kWh ขนาดเท่าเดิม และวิ่งได้ระยะทาง 500 กิโลเมตร (NEDC) เท่าเดิมอีกด้วยในการขับแบบปกติ (ไม่ใช้อัตราเร่งบ่อย ๆ หรือแช่ความเร็วสูง ๆ)
GWM ได้เชิญทีมงานเช็คราคาร่วมขับขี่ทดสอบ ORA Good Cat GT ใช้งานจริงแบบ One day trip กรุงเทพฯ – ชลบุรี ออก สตราทจาก โชว์รูม GWM ATT U PARK บางนา กิโลเมตรที่ 12 สู่ร้านอาหาร "มุมอร่อย" บางแสนชลบุรี และขับวนรอบอ่างเก็บน้ำบางพระ ก่อนวกกลับโชว์รูมในเส้นทางเดิม รวมระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร กับผู้ร่วมเดินทางอีก 1 คนเป็น 2 คนต่อ 1 คัน
ORA Good Cat GT มาในสีเทา - อะควาเกรย์ (Aqua Grey) ซึ่งสีแดงอาจจะไม่นำมาจำหน่ายเพราะต้องการเน้นว่ารุ่น Good Cat สีเทาคือ รุ่น GT เท่านั้น! มาพร้อมกับชุดแต่งติดตั้งจากโรงงานด้วยกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตลายคาร์บอนไฟเบอร์ และสปอยเลอร์ดีไซน์โฉบเฉี่ยวพร้อมตราสัญลักษณ์ GT ทางด้านหลัง ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 18 นิ้ว มาพร้อมกับดิสก์เบรคคาลิปเปอร์สีแดง จากการใส่ชุดแต่งทำให้มิติตัวรถใหญ่ขึ้นเล็กน้อยกว้าง 1,848(+23) มิลลิเมตร ยาว 4,254(+19) มิลลิเมตร สูง 1,596 มิลลิเมตร 
 

ภายในสิ่งที่ Good Cat GT เพิ่มเติมจากรุ่น 500 Ultra 

  • ภายในสีแดง-ดำ ด้วยการตกแต่งแบบทูโทนสีดำและสีแดงเป็นเอกลักษณ์ ทั้งพวงมาลัย เบาะนั่ง คอนโซล รวมถึงพนักพิงศีรษะที่มีตราสัญลักษณ์ GT และเข็มขัดนิรภัยสีแดง 
  • ประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่ยกของหนัก 
  • เบาะที่นั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง เบาะที่นั่งคนขับมาพร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง และฟังก์ชั่น Welcome Seat ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้า-ออกจากรถได้อย่างสะดวกสบายพร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้าและระบบระบายอากาศ 
  • บังแดดพร้อมกระจกและไฟ LED สำหรับแต่งหน้า
  • ระบบ Launch Control การออกตัวแบบสปอร์ต

สมรรถนะ ORA Good Cat GT ไม่ตรงปก!

ORA Good Cat GT เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแน่นอนว่าอัตราเร่งตอบสนองได้ดีไม่รอบรอบ โดยเฉพาะในรุ่น "GT" ยิ่งสัมผัสได้ถึงกำลังที่เพิ่มขึ้นเมื่อใช้เครื่องมือในการจับเวลา โดยเฉพาะในรุ่น GT ที่เพิ่มระบบ Launch Control เข้ามาให้สนุกมาขึ้นเวลาออกตัว โดยวิธีการเป็นใช้งานอาจจะเข้าเมนูหน้าจอลึกไปสักหน่อย แต่ทำบ่อย ๆ ก็จะชินไปเอง 
เริ่มด้วยเข้าไปที่รูปรถ เลือก การควบคุมรถ และปิดระบบ ESP ก่อน จากนั้น กดเลือกโหมดการขับขี่แบบ "SPORT" และขั้นตอนต่อมาอาจจะแปลก ๆ นั่นคือ ให้เหยียบเบรกสุดและเหยียบคันให้สุด จนมีข้อความบนมาตรวัดแสดงขึ้นว่า "เปิดระบบพุ่งออกตัว" (ประโยคจะประมาณนี้) แต่หลังจากนั้น จะต้องปล่อยเท้าออกจากแป้นทั้ง 2 ก่อน แล้วจึงค่อยเหยียบคันเร่งสุด
ผลที่ได้จากการทดลองอัตราเร่งจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในการลองระบบใหม่ Launch Control ทำการวัด 3 รอบ โดยเฉลี่ยแล้วเวลาอยู่ที่ 7.45 / 7.58 / และดีที่สุดคือ 7.1 วินาที! และในโหมด AUTO อยู่ที่ 8.2 / 7.89 / 7.9 วินาที แต่ในสเปคระบุไว้ว่า 8.5 วินาที ส่วนความเร็วปลายสูงสุดที่ทำได้ในโหมด AUTO อยู่ที่ 166 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในคันอื่น ๆ ที่ร่วมเดินทางไปนั้นมีบางคันทำได้ 167-168 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แสดงว่าไม่ตรงปกอีกแล้วที่สเปคเคลมไว้ที่ 152 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

ขับซิ่งเท้าหนักกินแบตฯ ไหม

จากการขับเริ่มต้นทดสอบไป-กลับชลบุรีระยะทางร่วม 200 กิโลเมตร โดยเจอทั้งสภาพรถติดบนบูรพาวิถี รถเยอะต้องเร่งแซงบ่อย ขับแบบทำความเร็วสูงสุดหลายรอบ และทดสอบวัดอัตราเร่ง 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนับ 10 ครั้ง จากตัวเลขระยะทางที่ใช้งานได้บนมาตรวัด 479 กิโลเมตร เมื่อกลับถีงจุดเริ่มต้นที่ 279 กิโลเมตร แสดงว่าในระยะทางวิ่งระดับนี้แม้จะขับซิ่งแค่ไหนไฟในแบตเตอรี่ก็ยังเหลืออีกเพียบขับไป-กลับแค่นี้ ชิว ๆ เลย ซึ่งแม้กำลังที่เพิ่มขึ้นจากมอเตอร์ไฟฟ้าลูกใหญ่ขึ้นจากการใช้แบตเตอรี่เท่าเดิม หากใช้งานปกติทั่วไปก็ยังเคลมว่าได้ระยะทางสูงสุด 500 กิโลเมตร (NEDC) เท่าเดิมครับ 

สิ่งอำนวนความสะดวกสบายพื้นฐาน

  • หน้าจอ Interactive Double Screen หน้าจอพาดยาวบริเวณคอนโซลของตัวรถมีขนาด 17.25 นิ้ว ที่มีความละเอียดสูง แบ่งออกเป็น หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิทัล (Full TFT) ขนาด 7 นิ้ว 
  • หน้าจอระบบมัลติมิเดียพร้อมระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Siri รองรับ Android Auto และ Google Assistant ระบบนำทางและแอปพลิเคชั่นเพลง เช่น JOOX อัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA)  ลำโพงรอบทิศทาง จำนวน 6 ตัว 
  • สั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ "สวัสดี โอร่า" สามารถควบคุมการใช้งานฟังก์ชันได้ตลอดเวลาด้วยเสียง สามารถทำให้ได้รับบริการอย่างที่ต้องการ สามารถควบคุมเครื่องปรับอากาศ ซันรูฟ ระบบนำทาง และมัลติมีเดีย ได้ในประโยคเดียว โดยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการขับขี่ ทำให้เกิดความปลอดภัย แบบไร้กังวล 
  • การเชื่อมต่อโครงข่ายระยะไกล ช่วยให้สามารถควบคุมการเปิด-ปิดการชาร์จ เครื่องปรับอากาศ ปิดหน้าต่าง ได้จากระยะไกล และสามารถดูสถานะของรถได้ผ่านระบบ GWM Application
  • พนักพิงเบาะด้านหลังพับได้แบบ 60:40
  • หลังคาพาโนรามิคซันรูฟอัจฉริยะ เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มพื้นที่แสงสว่าง และเปิดมุมมองรับชมวิวทิวทัศน์ได้มากยิ่งขึ้น
  • ระบบกรองอากาศ PM2.5 ช่วยเปิดการไหลเวียนของอากาศจากภายนอกจากระยะไกลเพื่อระบายอากาศโดยอัตโนมัติ และสามารถช่วยลดปริมาณฝุ่น PM2.5 เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสาร 
  • ระบบชาร์จไร้สาย (Wireless Charging)

เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ

ย้ำกันอีกครั้งว่าใน ORA Good Cat GT มีเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยช่วยขับแจ้งเตือนและเพิ่มความสะดวกสบในการขับขี่และจอดอีกเพียบ
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันและการเข้าโค้งอัจฉริยะ ที่มาพร้อมกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 ของโมบายอาย ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่วงความเร็วเต็มพิกัดที่กำหนดไว้ เมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ทำงาน กล้องจะทำการตรวจสอบความโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้ว รถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้
  • กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ปรับเปลี่ยนมุมมองได้
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI) ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขั้นสุดให้กับผู้ใช้ถนน ด้วยระบบการตรวจจับผู้ใช้จักรยานและคนเดินถนนทั้งบนทางตรงและทางแยก และสามารถคำนวณระยะทางระหว่างรถคันหน้าและข้างหลังได้แบบเรียลไทม์ พร้อมด้วยสัญญาณเตือนด้วยเสียงและการเบรกอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดแรงกระแทก 
  • ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ (IIP) ใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบเพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถและช่วยทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตรง แนวเฉียง และจอดเทียบข้าง โดยเมื่อระบุช่องว่างที่จะนํารถเข้าจอดแล้ว รถจะทําการจอดด้วยตัวเอง ด้วยการควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง 
  • ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) โดยระบบจะตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาว โดยในระหว่างการแซง ระบบจะรักษาช่องว่างระหว่างรถตามระยะที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และจะประคองรถให้กลับสู่เลนเดิมอัตโนมัติ
  • Intelligent LED Headlamp ไฟหน้าอันเป็นเอกลักษณ์แบบ LED เต็มรูปแบบในรูปทรง Cat Eye ที่โดดเด่นเฉพาะตัว พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ และไฟ Welcome light แบบพิเศษกระพริบเล่นสีสันสวยงาม ระบบปรับไฟสููง-ต่ำอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องนำทางหลังดับรถยนต์ และ Daytime Running Light 

เพิ่มใหม่ฟังก์ชั่นเดียวกับใน H6 และ Jolion 

ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) ในขณะที่ขับรถต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถจะบันทึกเส้นทางและสามารถถอยหลังกลับได้ในระยะ 50 เมตรโดยอัตโนมัติ และหากเลือกเกียร์ถอย รถจะสามารถถอยหลังกลับได้เองโดยใช้ข้อมูลสิ่งกีดขวางต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ ถ้าระบบตรวจพบสิ่งกีดขวาง คนเดินถนน หรือรถยนต์ ระบบเบรกอัตโนมัติจะทำงานและรถจะหยุดในทันที
 
นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นอีกมากมายได้แก่ 
  • ระบบขับขี่ทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ 1) มาตรฐาน 2) สปอร์ต 3) ECO 4) ECO+ และ 5) อัตโนมัติ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับได้เองตามปริมาณแบตเตอรี่ที่คงเหลือ 
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICA) ทำงานตามความเร็วที่ผู้ขับขี่ตั้งเอาไว้ แต่จะตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) เป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ โดยสามารถควบคุมรถให้ติดตามรถด้านหน้าหรือขับต่อไปด้วยความเร็วคงที่เพื่อลดภาระของผู้ขับขี่
  • การเบรกฉุกเฉินความเร็วต่ำ (LSEB) เมื่อเรดาร์ทำงาน จะตรวจสิ่งกีดขวางทั้งที่หยุดนิ่งหรือคนเดินถนนที่เคลื่อนที่ในแนวถอยจอดและหากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะชน ระบบจะช่วยเบรคให้อัตโนมัติ โดยความเร็วขณะถอยจะไม่ต้องเกิน 8 กม./ชม.
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน โดยจะระบุเส้นแบ่งเลนถนนผ่านกล้องที่กระจกหน้ารถ เมื่อคนขับเบี่ยงเลนโดยไม่รู้ตัว ระบบจะช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน เมื่อระบบตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่มีลักษณะการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย ระบบจะแจ้งเตือนด้วยเสียง
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) แจ้งเตือนเมื่อรถกำลังออกนอกเลน เมื่อรถเบี่ยงออกจากเลนโดยไม่รู้ตัว ระบบจะส่งเสียงเตือนเพื่อให้ผู้ขับขี่มีเวลาตอบสนองมากขึ้น เมื่อผู้ขับขี่มีอาการจาม อ่อนล้า ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้รถเบี่ยงออกนอกเลน ระบบจะแจ้งเตือนโดยทันที
  • ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) ช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) โดยหากมีการตรวจสอบพบรถอีกคันกำลังแล่นมา หรือมีรถแซงขึ้นมาจากอีกเลนหนึ่ง ระบบจะทำการแทรกแซงการทำงานมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการชน
  • การเข้าโค้งอัจฉริยะ (Intelligent Turn) เมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ทำงาน กล้องจะทำการตรวจสอบความโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้ว รถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (HSA) โดยเมื่อออกจากจุดที่หยุดนิ่งบนเนินสูงชัน เบรกจะยังคงค้างอยู่ราว 2 วินาที จนกระทั่งคันเร่งทำงานเพื่อป้องกันการถอยหลัง
  • ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS) โดยรถจะทำการวัดแรงดันลมยางอย่างต่อเนื่องและเตือนผู้ขับขี่หากมีแรงดันลมยางล้อใดลดลง
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) เซนเซอร์ช่วยตรวจสอบจุดอับสายตาด้านหลังของตัวรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของช่องทางเดินรถในขณะถอยหลัง เมื่อกำลังถอยหลังออกจากช่องจอดเข้าสู่ช่องจราจร เซนเซอร์หลังของรถจะทำการเช็กด้านซ้ายและขวาของช่องจราจรและส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียงและภาพ หากผู้ขับขี่ยังเพิกเฉย ไม่หยุดรถ ระบบเบรกอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉินจะเริ่มทำงานด้วยการลดความเร็วและหยุดรถเพื่อหลีกเลี่ยงการชน
  • ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM) ช่วยประเมินและวิเคราะห์ลักษณะในการขับขี่ เช่น มุมบังคับเลี้ยว การเบรก การควบคุมไฟส่องสว่าง และใบปัดน้ำฝน ระยะเวลาในการขับ หากพบว่ามีลักษณะการขับขี่ที่เหนื่อยล้า หรือหลังจากขับรถด้วยความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และขับรถมากกว่า 4 ชั่วโมง ระบบจะเตือนด้วยภาพและเสียงนาน 20 วินาที ทุกๆ 10 นาที โดยสามารถทำการตั้งค่าใหม่ได้ก็ต่อเมื่อทำการหยุดรถเท่านั้น รถจะทำการแจ้งเตือนและแนะนำให้หยุดพัก
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง 
  • ระบบโทรหาเบอร์ฉุกเฉิน (SOS) 

ระยะเวลาในการชาร์จ

รองรับการชาร์จแบบเร็วด้วยไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 60 kW และการชาร์จไฟบ้านแบบ AC 6.6 kW

  • การชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC  (0% - 80%) 60 นาที 
  • การชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC (30% - 80%) 40 นาที 
  • การชาร์จแบบธรรมดาด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC 10 ชั่วโมง 
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานขับขี่ได้ในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิ -30°C - 55°C 
  • แบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟได้ในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิ -20°C - 55°C
  • แบตเตอรี่สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติในช่วงความกดอากาศ -150 ถึง 5,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และภายใต้สภาวะความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ 2 - 98%
  • แบตเตอรี่มีความสามารถในการป้องกันมาตรฐาน IPX9K และ IP67 ซึ่งสามารถป้องกันน้ำ การกัดกร่อน การชน อัคคีภัย และการกระแทกได้ โดยเมื่อเกิดการกระแทก ระบบไฟฟ้าจะตัดการทำงานภายใน 0.1 วินาที เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • เซลล์แบตเตอรี่ถูกห่อหุ้มด้วยกล่องที่มีความแข็งแรงในระดับ 3 มิติ พร้อมมีการควบคุมอุณหภูมิและระบบระบายความร้อน

สรุปภาพรวม ORA Good Cat GT ราคา...... น่าใช้ไหม?

จากการที่ได้ลองขับทั้งรุ่น 500 Ultra และ GT นับว่าไม่แตกต่างจนกันมากนัก กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นก็อาจจะยังไม่รู้สึกถึงอัตราเร่งมากนักจน "ต้องว้าว" แต่ก็ยังพอรู้สึกได้บ้างว่าเวลา "ขับซิ่ง" หรือเร่งแซงจะให้ความกระฉับกระเฉิงมากขึ้นและต่อเนื่องไหลลื่นกว่า โดยเฉพาะในจังหวะที่กดคันเร่งสุดรู้สึกได้ว่ามีแรงฉุดดึงหนักขึ้นและต่อเนื่องยาวนานกว่ารุ่น 500 Ultra แต่ก็ไม่ถึงกับกระชากจนหัวติดเบาะ
เรื่องความแรงอาจไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่ในเรื่องความสวยงามลงตัวและดูดุดันจากชุดแต่งลายลายคาร์บอนไฟเบอร์ และการตกแต่งสีแดงภายในที่มาพร้อมตัวรถทั้งคัน ไม่สามารถซื้อแยกและ GWM ไม่มีแยกชิ้นขายให้ไปติดเองอีกด้วย นอกจากนี้ระบบไฟฟ้าที่เพิ่มาให้อีกเช่น ฝาท้ายเปิดไฟฟ้าแบบแฮนดืฟรี, เบาะไฟฟ้าคู่หน้ากับระบบนวด หรือ Launch Control ก็หาติดตั้งเองไม่ได้ เรียกว่าเป็นรุ่นพิเศษเฉพาะกิจเลยครับ
และ ORA Good Cat GT ให้คุณเป็นเจ้าของก่อนใครโดย สำหรับลำดับการจองที่ 1-200 สามารถรับรถได้ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565 และลำดับการจองที่ 201-500 รับรถระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2566 กับค่าตัวที่ขยับเพิ่มจากรุ่น 500 Ultra ราคา 959,000 บาท เป็น 1,286,000 บาท เท่านั้น (ราคาก่อนลดภาษี 1,549,000 บาท เท่ากับว่าลดไปถึง 263,000 บาท) ได้รุ่นตกแต่งพิเศษและสีเทาที่บ่งบอกว่าเป็น Good Cat GT อย่างแท้จริง!
แท็กที่เกี่ยวข้อง ora ora good cat ORA Good Cat GT
เขียนโดย สินธนุ จำปีศรี CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU



เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)