รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

เจาะลึกโหมด TMS ขับขี่ใน Ford Ranger RaptorX คุ้มไหมกับ 1.729 ล้านบาท!

13 ม.ค. 65 105
เจาะลึกโหมด TMS ขับขี่ใน Ford Ranger RaptorX คุ้มไหมกับ 1.729 ล้านบาท!
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ (Ford Ranger RaptorX) รถกระบะเพื่อการลุยตัวจริงมาพร้อมระบบกันสะเทือนสไตล์รถแข่ง ระยะล้อที่กว้างขึ้นและแชสซีที่เสริมความแข็งแกร่งมาเป็นพิเศษ พร้อมดีไซน์สไตล์สปอร์ตด้วยสติกเกอร์กราฟฟิกสไตล์ ‘Over the Top’ รอบคัน เพิ่มความดุดันด้วยชุดแต่งสีดำพร้อมโรลบาร์แบบยาว ชุดหูลากหน้ารถสีแดงสไตล์สปอร์ต นอกจากนี้ยังมีโหมด 6 การขับขี่ โดยเฉพาะโหมดบาฮา (Baja) นับเป็นรถกระบะเจ้าเดียวในไทยที่มีให้ในปัจจุบัน
มร.ร็อบ ฮิวโก้ วิศวกรหัวหน้าฝ่ายประสบการณ์การขับขี่ของฟอร์ด ออสเตรเลีย เน้นว่าโหมดการขับขี่เหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์  ไม่ว่าจะเป็นโหมดแทร็ค (Track) หรือโหมดแข่งทางตรง (Drag Strip) ในมัสแตง ไปจนถึงโหมดการขับขี่เส้นทางออฟโรดแบบต่างๆ ในเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ล้วนเป็นดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์  และแนวคิดให้ใช้งานได้จริงของมร.จัสติน คาปิชิอาโน ผู้จัดการโปรแกรมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ระบบ TMS ยังถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้นและช่วยให้รถลุยไปทุกเส้นทางได้อย่างง่ายดาย สำหรับผู้ขับขี่มือเก๋า ระบบนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ขับขี่ไปขึ้นอีกขั้น 
โหมดการขับขี่คืออะไร
เนื่องจากสภาพเส้นทางแต่ละรูปแบบ ทั้งโคลน หิน หญ้า กรวด ทราย และหิมะ ต่างต้องการการตอบสนองจากรถแตกต่างกัน ระบบ TMS หรือโหมดการขับขี่ใน เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้รถพร้อมรับมือกับแต่ละสภาพเส้นทางได้อย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ขับขี่ควรต้องรู้ว่าจะต้องใช้โหมดการขับขี่อะไรและทำไมถึงใช้โหมดนี้ อย่างเช่น โหมดสปอร์ตเหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนเมื่อขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ  โหมดหญ้า/กรวดหิน/หิมะต้องใช้การขับเคลื่อน 4H เท่านั้น ขณะที่โหมดโคลน/ทราย และโหมดบาฮา ใช้การขับเคลื่อนแบบ 4H หรือ 4L ก็ได้ แต่สำหรับโหมดหิน ต้องขับเคลื่อนแบบ 4L เท่านั้น
การปรับโหมดการขับขี่แต่ละโหมดเกิดจากการทำงานของระบบซอฟต์แวร์มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงกล โดยระบบพร้อมควบคุมการทำงานของหลาย ๆ องค์ประกอบให้สอดประสานกันตั้งแต่การตอบสนองของคันเร่ง ระบบเกียร์ ระบบเบรกและระบบป้องกันล้อหมุนฟรี  ไปจนถึงการปรับการทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว เรียกว่าทุกโหมดจะปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อนการควบคุมรถให้สอดคล้องกับสภาพเส้นทางการขับขี่ทั้งหมด เพราะแนวคิดของการพัฒนาโหมดการขับขี่ในเรนเจอร์ แร็พเตอร์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ คือการช่วยให้นักขับมือใหม่เดินทางไปได้ทุกที่ ส่วนนักขับมือฉมังก็จะได้รับประสบการณ์ขับขี่ที่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น
ควรใช้โหมดขับขี่อะไร
มร.จัสติน คาปิชิอาโน ผู้จัดการโปรแกรมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ แนะนำว่าไม่ว่าคุณจะขับขี่บนท้องถนนหรือบนเส้นทางออฟโรด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่เหมาะกับทุกการเดินทาง ความเข้าใจในการเลือกใช้โหมดการขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่ทั้งที่มีประสบการณ์และไม่มีประสบการณ์สามารถใช้งานรถได้เต็มสมรรถนะ ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่อาจเลือกใช้โหมดปกติในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด แต่เพราะฟอร์ดใส่ใจในการพัฒนาโหมดการขับขี่ต่าง ๆ เพื่อยกระดับสมรรถนะของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ผมจึงอยากแนะนำให้ผู้ขับขี่ทุกท่านลองใช้โหมดการขับขี่ที่เหมาะสม เมื่อคุณออกผจญภัยบนเส้นทางออฟโรดครั้งต่อไป
โหมดปกติ-ใช้ในชีวิตประจำวัน
มร.ร็อบ ฮิวโก้ วิศวกรหัวหน้าฝ่ายประสบการณ์การขับขี่ของฟอร์ด ออสเตรเลีย เสริมว่าโหมดปกติ คือโหมดการขับขี่ในเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่เป็นตัวเลือกอัตโนมัติ เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน “คุณใช้โหมดนี้ได้ทั้งบนท้องถนนและเส้นทางออฟโรด ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนแบบ 2 หรือ 4 ล้อก็ตาม” ร็อบ กล่าว “ถ้าคุณออกจากถนนลาดยางและมุ่งหน้าสู่ทางลูกรัง โหมดที่แนะนำคือโหมดปกติและการขับเคลื่อนแบบ 4H”
โหมดสปอร์ต - ต้องการสมรรถนะที่ดีขึ้น
มร.จัสตินยังเสริมเทคนิคว่าสำหรับโหมดสปอร์ต คันเร่งจะตอบสนองฉับไวขึ้น ขณะที่ระบบส่งกำลังจะลากเกียร์นานกว่าโหมดปกติเล็กน้อย การบังคับพวงมาลัยจะให้ความรู้สึกหนักขึ้นเล็กน้อยในตำแหน่งตั้งตรง  “นอกจากให้ความรู้สึกแบบสปอร์ตในการขับขี่แล้ว เรายังอยากแนะนำให้คุณใช้โหมดสปอร์ตขณะลากจูงและการขับขี่บนเส้นทางขึ้นหรือลงทางชัน เพราะรถจะลากเกียร์นานกว่าปกติเพื่อลดการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่จำเป็น”
โหมดหญ้า-กรวดหิน-หิมะ 
โหมดนี้เหมาะสำหรับพื้นผิวลื่น ซึ่งแตกต่างจากการขับขี่แบบออฟโรดทั่วไป เพราะโหมดนี้เหมาะกับถนนที่มีพื้นผิวลื่น เช่น ถนนที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งหรือถนนที่มีโคลนเละ ๆ หลังจากฝนตกใหม่ ๆ โดยโหมดนี้จะกำหนดให้คุณต้องใช้การขับขี่แบบ 4H และทำงานโดยลดการตอบสนองของคันเร่ง ช่วยให้คุณไม่เผลอเร่งความเร็วมากเกินไปบนถนนลื่นๆ ปรับการทำงานของระบบเกียร์ซึ่งรวมถึงการออกตัวที่เกียร์สองแทนที่จะเป็นเกียร์หนึ่ง เป็นต้น
โหมดโคลน-ทราย-ลุยหนัก 
โหมดนี้ออกแบบเพื่อใช้ขับบนทรายหรือโคลนลึก ๆ ซึ่งจะต้องรักษาการจ่ายกำลังที่เหมาะสมและต่อเนื่อง เมื่อเลือกใช้โหมดนี้ ผู้ขับขี่ต้องปรับเข้าสู่ระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ขณะที่การคันเร่งจะไวขึ้นและระบบส่งกำลังจะลากเกียร์ยาวขึ้น โหมดนี้ยังช่วยรักษาโมเมนตัมของรถได้ด้วยการลดความไวของเบรกและการตอบสนองของระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ขณะที่ควบคุมเสถียรภาพการขับขี่จะยอมปล่อยให้รถไถลได้มากขึ้น 
“การขับบนพื้นทรายมีความนุ่ม จึงต้องการรถที่ตอบสนองแตกต่างออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงการหมุนของล้อเกินจำเป็นและทำให้รถจม การขับขี่บนเส้นทางที่เป็นทรายและโคลนจึงต้องรักษาโมเมนตัมให้รถขยับอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพ้นพื้นผิวที่มีดินหลวม ซึ่งบางทีก็สังเกตุได้ยาก” จัสติน กล่าว
โหมดหิน-4L ปีนหิน-ร่องลึก 
เป็นโหมดการขับขี่ที่ใช้ได้กับการขับเคลื่อนแบบ 4L เท่านั้น โดยคุณใช้โหมดนี้ได้เมื่อต้องการการยึดเกาะถนนสูงมากๆ และควรขับด้วยความเร็วต่ำ ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าหินก้อนโต ๆ หรือร่องลึก ซึ่งอาจทำให้มีล้อข้างใดข้างหนึ่งลอยขึ้นจากพื้น  
“ระบบเบรกป้องกันล้อหมุนฟรีจะยังคงทำงานในขณะที่ใช้โหมดหิน เพื่อรักษาโมเมนตัมให้รถเคลื่อนไปข้างหน้าและรักษาการควบคุมรถขณะขับไปบนเส้นทางที่มีหินก้อนใหญ่ๆ หรือร่องลึก แต่ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวจะหยุดทำงานชั่วคราว เพราะคุณต้องขับด้วยความเร็วต่ำแบบ 4L” และ “การตอบสนองของคันเร่งจะไวขึ้นเพราะเท้าของผู้ขับขี่อาจจะกระเด็นออกจากแป้นคันเร่งขณะขับ และเราไม่ต้องการให้รถกระตุก ขณะที่ระบบเกียร์จะเน้นใช้เกียร์หนึ่งและเปลี่ยนเกียร์ช้าลง โดยคุณอาจะเลือกเข้สเกียร์แบบธรรมดาเองได้ด้วย” ร็อบ กล่าว
โหมดบาฮา-ทางฝุ่น-ทะเลทรายความเร็วสูง 
คือจุดเด่นของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากสนามบาฮา 1000 ซึ่งเป็นการแข่งขันออฟโรดสุดหฤโหดอันโด่งดังระดับโลกบนคาบสมุทรบาฮากาลิฟอร์เนีย เม็กซิโก โดยเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้ผ่านการทดสอบสุดโหดแบบเดียวกับรุ่นพี่อย่างฟอร์ด F-150 แร็พเตอร์ ทั้งในทะเลทรายบอร์เรโก สปริงส์ ในสหรัฐอเมริกาและเส้นทางที่ใช้ในการแข่งขับขับรถข้ามทะเลทราย ฟิงค์  เดสเสิร์ท เรซ ในออสเตรเลีย โหมดบาฮา ออกแบบมาเพื่อการขับแบบออฟโร้ดด้วยความเร็วสูงที่ไม่มีใครเหมือน คันเร่งและเกียร์ปรับให้ตอบสนองไวขึ้น เพื่อให้ความรู้สึกแบบสปอร์ตมากขึ้น
และด้วยแชสซีที่แข็งแรง ความสูงจากพื้นถึงจุดต่ำสุดใต้ท้องรถที่เพิ่มขึ้น โช้คอัพที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษโดย FOX โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ล้อที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง ไปจนถึงเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน ทำให้เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เป็นรถกระบะในตระกูลเรนเจอร์ที่มีสมรรถนะสูงสุดเท่าที่เคยมีมา จัสติน กล่าวสรุป
สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ (Ford Ranger RaptorX) ราคา 1,729,000 บาทคุ้มหรือไม่ถามใจดูกับรถกระบะที่มาพร้อมขุมพลังแรง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอย่างและโหมดการขับขี่ที่เหนือกว่ารถกระบะทั่วไป โดยเฉพาะโหมด "บาฮา" ที่ใช้ในการแข่งขันทางฝุ่นทะเลทรายความเร็วสูง ๆ  แม้ในประเทศไทยจะไม่มีทะเลทรายแต่ก็สามารถไปขับบนทางฝุ่นแบบออฟโร้ด หรือถ้าเอาไว้ลุยแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าและฝาท่อได้อย่างสะบายใจไทยแลนด์กันไปเลยครับ
แท็กที่เกี่ยวข้อง ford ranger ford ranger fx4max ford ranger raptorx รีวิว ford ranger
เขียนโดย สินธนุ จำปีศรี CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU