รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

Subaru Outback สะดวกสบายปลอดภัยถูกใจพ่อบ้านออปชั่นคุ้มค่าตัว..แต่ขัดใจสายซิ่ง!

4 ม.ค. 65 412
Subaru Outback สะดวกสบายปลอดภัยถูกใจพ่อบ้านออปชั่นคุ้มค่าตัว..แต่ขัดใจสายซิ่ง!
The All-New SUBARU OUTBACK รถยนต์ครอบครัวขนาดใหญ่รถเข้าจากญี่ปุ่น 100% ถูกออกแบบมาให้เป็นรถเพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย กว้างขวางโดยได้รับการพัฒนาจากพื้นฐานของตระกูล LEGACY ซึ่งเทียบเท่ากับ Honda Accord หรือ Toyota Camry ที่นับเป็นรถพรีเมี่ยมสุดหรูเน้นการขับขี่สะดวกสบายปลอดภัยเป็นหลัก OUTBACK เป็นรถ SUV แบบครอสโอเวอร์ที่สร้างขึ้นโดยใช้ DNA ของสเตชั่นแวกอน และถูกออกแบบให้ขึ้นโดยมีใต้ท้องมีระยะห่างจากพื้น (Ground Clearance) 213 มม. เพื่อให้พาครอบครัวไปเที่ยวได้ในเกือบจะทุกสภาพถนน และมิติตัวรถขนาดความยาว 4,870 มม. ความกว้าง 1,875 มม.  ความสูง 1,675 มม. ความยาวช่วงล้อ 2,745 มม. น้ำหนักของตัวรถรวมอุปกรณ์มาตรฐานต่าง ๆ ของตัวรถ 1,682 กก.
ภายนอกที่โดดเด่นคือ ไฟหน้าแบบ FULL-LED เปิด-ปิดอัตโนมัติและปรับองศาตามการเลี้ยวได้พร้อมระบบฉีดน้ำล้างโคมไฟอีกด้วย กันชนหน้าหลังขนาดใหญ่สีดำสลับเงิน หลังคาซันรูปพร้อมกับราวหลังคาขนาดใหญ่แข็งแรงปรับเลื่อนได้ตามต้องการ กระจกมองข้างขนาดใหญ่ พาร์ทตกแต่งรอบคันอลังการทั้งซุ้มล้อ แถบข้างประตูพร้อมสัญลักษณ์ OUTBACK และล้ออัลลอย 18 นิ้ว ยาง 225/60R18 จาก Bridgestone Alenza ยางที่นำเข้ามาพร้อมตัวรถทั้งคันจากญี่ปุ่น   
นอกจากนี้ยังให้ความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทั้งคัน ทั้งเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมหน่วยความจำ 2 ตำแหน่งและดันหัลงด้านคนขับ หลังคาซันรูฟ เบาะหนัง Nappa อย่างดี นุ่มสบายตัว สวิตช์กระจกไฟฟ้าขึ้น-ลงจังหวะเดียวทั้ง 4 บาท ห้องโดยสารตอนหลังกว้างใหญ่พื้นที่ใช้สอยเยอะมาก และส่วนท้ายขนสัมภาระมีขนาดใหญ่มาพร้อมแผ่นปิดที่ปรับได้ 2 ระดับ หรือจะถอดออกก็ได้ 
มาตรวัดแบบอนาล็อคพร้อมจอแสดงข้อมูลตรงกลาง หน้าจอสัมผัสขนาด 11.6 นิ้ว แนวตั้ง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Apple Car Play และ Android Auto แถมยังมีช่องใส่แผ่น CD ตรงใต้กล่องเก็บของคอนโซลกลางมาด้วย พร้อมกับระบบเสียงรอบคันจาก Harman/Kardon 11 ตัว พร้อมซับวูฟเฟอร์ และใช้ระบบขยายเสียง 8 ช่องทางอีกด้วย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นปรับระดับ 4 ทิศทาง พร้อมแพดเดิ้ลชิฟและปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มควบคุมระบบครุซคอนโทรลแบบแปรผันที่มีสวิตช์แยกย่อยไว้เลือกปรับระยะใกล้ไกลและตั้งระดับความเร็วได้ 
ทางด้านขุมพลังเบนซินระบบฉีดตรง Boxer 4 สูบ DOHC Dual AVCS ความจุ 2,498 ซีซี. แรงสั่งได้ขับสนุกกว่า 2.0 ลิตรใน Forester และ XV แม้ Outback จะตัวใหญ่กว่า ด้วยกำลังสูงสุด 188 แรงม้า (PS) ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 245 นิวตันเมตร ที่ 3,400 - 4,600 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ Lineartronic (CVT) ขับเคลื่อน 4 ล้อ Symmetrical All-Wheel Drive และฟังก์ชั่น X-MODE 
ความรู้สึกที่ได้ลองขับ OutBack "ขับสบายนุ่มนวล แต่ผิดคอนเซ็ปต์ SUBARU"
หลังจากรับ Subaru Outback มาทดลองขับอยู่ 5 วัน กับระยะทางราว ๆ  600 กว่ากิโลเมตร แน่นอนว่าความคาดหวังในเรื่องของความเกาะถนนและการควบคุมการทรงตัวในความสูงหรือเข้าทางโค้งจากสมรรถนะของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Symmetrical All-Wheel Drive ตั้งเอาไว้สูงแบบเดียวกับที่เคยลองขับใน Forester กับ XV หรือแม้แต่ใน Levorg ทำมาตรฐานเอาไว้ดีเลิศมาก ซึ่งอาจจะหาใน Outback ไม่ได้เท่ากับรุ่นอื่น ๆ ของซูบารุนัก เรียกว่า ผิดคอนเซ็ปต์ซูบารุไปบ้างครับ
ความรู้สึกส่วนตัวนั้น Outback มีอาการโยนตัวและท้ายเหวี่ยงค่อนข้างเยอะ เนื่องจากเป็นรถที่มีความยาวและมีช่วงท้ายหรือ OverHang ยาวพอสมควรประกอบกับความสูงรถที่ยกขึ้นหรือรถสเตชั่นยกสูง ทำให้การทรงตัวในความสูงนั้น เปลี่ยนไป แม้จะมีระบบช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนขั้นเทพ ในความเร็วสูงเมื่อเข้าทางโค้งหรือเปลี่ยนช่องทางการถือพวงมาลัยที่มีนำหนักเบาและกระชับคมมาก ๆ มือต้องแน่นใจต้องนิ่ง เกร็งมือพอสมควร หากออกแรงเยอะไปรถจะเริ่มมีอาการท้ายเหวี่ยง และยิ่งในทางโค้งยิ่งรู้สึกชัดเจนขึ้น แต่เมื่อคุ้มเคยกับน้ำหนักพวงมาลัยและอาการของรถแล้วก็จะค่อย ๆ ปรับตัวได้และอาการท้ายเหวี่ยงก็ลดลง Outback ให้การขับขี่ที่แตกต่างจากรถรุ่นน้องในค่ายพอสมควร สรุปคือต้องบังคับพวงมาลัยให้สมู้ทขึ้นนั่นเองครับ
สมรรถนะอัตราเร่ง 188 แรงม้า ขับสนุกอัตราเร่งดีถึงดีมาก
กำลังเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร กับ 188 แรงม้าและมีแรงฉุดตัวถังขนาด 1,682 กิโลกรัมที่ 245 นิวตันเมตร ทำให้รถเบาไปเลยครับ การออกตัวจะมีเพียงอาการ "ห้อย" เล็กน้อยเพราะต้องกระจายกำลังไปทั้ง 4 ล้อ แต่เมื่อได้รอบประมาณ 1,900 รอบต่อนาทีขึ้นไปเริ่มตอบสนองชัดเจนขึ้นและไต่ระดับไปแถว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอย่างไม่ยากนัก ยิ่งความเร็วสูงหรือช่วงกลางถึงตีนปลายนั้นขับสนุกมาก กำลังเครื่องยนต์มีให้ใช้อย่างเกินพอครับ เกียร์ CVT 8 สปีดปรับเปลี่ยนไวและมีการปรับอัตราทดให้เป็นขั้นแบบเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ทำให้รู้สึกได้ความมันยิ่งขึ้นครับ นอกจากนี้ยังเลือกการเปลี่ยนเกียร์ที่แพดเดิ้ลชิฟบนพวงมาลัยได้อีกด้วย
ระบบการขับขี่ยังสามารถเลือกโหมด "I" ปรับเปลี่ยนให้อัตโนมัติและ "S" สปอร์ตได้ แต่ด้วยพลังที่มีให้เกินพอแทบไม่ต้องใช้โหมดสปอร์ตก็ขับสนุกแล้วครับ แต่ด้วยพละกำลังกับน้ำหนักตัวที่เยอะย่อยมีอัตราสิ้นเปลืองที่เยอะตามไปด้วยจากการใช้งานทั่วไปทั้งนอกและในเมืองดีที่สุดอยู่ที่ 7.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมรหรือ 12.6 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ถ้าเฉลี่ยนรวมแล้วจะได้ตัวเลขค่อยข้างดุเอาเรื่องอยู่ที่ 10.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 9.2 กิโลเมตรต่อลิตร รวมใช้งานระบบ Stop&Start ด้วยครับ หากเทียบว่ารถเครื่องยนต์และเซกเมนต์ระดับนี้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ในระดับเทียบเท่าหรืออาจจะดีกว่า เครื่อง 2.4 - 2.5 ลิตร บางรุ่นครับ
การเก็บเสียงทำได้ดีมากเพราะความเร็วเกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ยังไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์หรือลมปะทะเท่าไหร่นัก แม้จะเร่งแบบคิกดาวน์เสียงคำรามของเครื่องยนต์สูบนอนก็ยังได้ยินเพียงแว่ว ๆ เท่านั้น การดูดซับเสียงตะเข็บรอยต่อถนนทำได้ดี ยิ่งระบบเครื่องเสียงจาก Harman/Kardon ยิ่งเพลิดเพลินทั้งนุ่มลึก เบสหนักแน่น ฟังสบายเลยครับ
แน่นอนอีกครับว่า Outback เป็นรถที่เน้นใช้งานสะดวกสบายไม่เน้นซิ่ง แต่สามารถพาครอบไปได้ในทุกที่ทั้งทางเรียบ ทางฝุ่นและทางกึ่งออฟโร้ด ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบ X-MODE ไว้ลุย และใต้ท้องที่สูงมาก ทำให้ผ่านอุปสรรคได้สบายเลยครับ ส่วนตัวผมเองขอเน้นการใช้งานทั่วไปในเมืองเป็นหลักว่าให้ความสะดวกสบายและใช้งานระบบต่าง ๆ ได้แค่ไหน 
ความสะดวกสบายและความปลอดภัยคุ้มค่า
การทดลองขับ SUBARU OUTBACK เน้นการใช้งานใช้ชีวิตประจำจริง ทั้งทำงาน ไปธุระในเมือง ขับไปชิวเอ้าท์ร้านอาหารนอกเมือง เพราะต้องการทดลองใช้ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ในรถว่าสะดวกสบายและใช้งานงายเป็นมิตรกับผู้ขับขี่หรือไม่ เริ่มจากระบบประตูรีโมทที่เป็นสัมผัส แค่เอามือจับที่เปิดเท่านั้นหรือจะล็อคประตูก็แค่กดเบา ๆ ด้านบนของตรงมือเท่านั้น และเมื่อเข้ามานั่งระบบ Eye Sight ก็จะสแกนหน้าตาผู้ขับว่า "หล่อไหม" เอ้ย!!..ดูว่าเป็นผู้ใช้ชื่อและข้อมูลเป็นอย่างไร เพราะมีระบบตั้งค่าใช้งานหรือ USER ส่วนตัวได้มากถึง 5 หรือ 6 USER (ถ้าจำไม่ผิด) เมื่อสแกนเสร็จก็จะปรับเบาะกับกระจกมองข้างและระบบต่าง ๆ ที่ USER นั้นตั้งเอาไว้อัตโนมัติเลยครับ
ต่อมาเมื่อขับไปถ้าเกิดว่าผู้ขับหันหน้าไปด้านอื่นที่ไม่ใช่มองตรงถนน ก็จะมีเซ็นเซอร์ตรงตรวจจับและเตือนโปรดระวัง และในจอกลางบนมาตรวัดก็จะมีรูปรถกับเลนในกรณีเปิดระบบเตือนออกนอกเลนเอาไว้พร้อมกับแจ้งป้ายเตือนความเร็วบนถนนอีกด้วย และที่เจ๋งสุดสำหรับสายออกทริปกับระบบเตือนกลองตรวจจับบนถนนที่จะส่งเสียงดังมาก และถ้าเปิดหน้าจอกลางให้เป็นเนวิเกเตอร์ก็จะเห็นระยะที่ตั้งกลองว่าอยู่ตรงไหนอีกด้วยครับ
ระบบไฟเลี้ยวเหมาะกับคนขี่เกียจเปิดจริง ๆ !!
ระบบไฟเลี้ยวของ Outback ค่อนข้างแตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปนั่นคือ เมื่อต้องการจะเปิดไฟเลี้ยวให้ค้างยาว ๆ ก็ต้องโยกก้านไฟเลี้ยวจนสุด แต่ว่าเจ้าก้านจะเด้งกลับที่เดิมไม่ยกค้างเอาไว้และเมื่อหมุนพวงมาลัยตามทิศทางเลี้ยวและหมุนคืนกลับแล้วก็จะปิดไฟให้เอง แต่ถ้าต้องการจะเปิดเลี้ยวเปลี่ยนช่องทางแบบสั้น ๆ ก็โยกแค่ครึ่งหนึ่ง แล้วมันแตกต่างอย่างไร?? ก็เจ้าก้านไฟเลี้ยวที่โยกสุดแล้วดันเด้งกลับที่เดิมก่อนนี่สิครับ หากคุณต้องการเปิดไฟเลี้ยวยาว ๆ เปลี่ยนช่องทางนาน ๆ คุณจะต้อง "โยกกลับฝั่งตรงข้ามแบบครึ่งหนึ่ง" เพื่อยกเลิกไฟเลี้ยวไฟจึงจะปิด นับเป็นระบบที่ดีแต่อาจจะไม่คุ้นเคยเท่าไหร่นัก แต่สำหรับ Outback น่าจะเหมาะกับคนชอบโยกไฟเลี้ยวบ่อย ๆ เวลาเปลี่ยนเลนแบบผมหรือในมุมกลับกัน สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบใช้อุปกรณ์ (ไฟเลี้ยว) ชิ้นนี้ก็อาจกลายเป็นจำเป็นหรือสนุกกับการใช้งานไปเลยก็ได้นะครับ
นอกจากนี้หากใช้ระบบเตือนออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจแล้ว ผู้ขับก็จำเป็นจะต้องเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อตัดระบบช่วยดึงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติอยู่ดีครับ เพราะถ้าไม่เปิดระบบจะคิดว่ากำลังหลับในหรืออาจจะเผลอเอียงออกนอกช่องทาง รถจะดึงพวงมาลัยกลับเข้าเลน ก็จะกลายเป็นขัดขืนกับระบบเองอาจให้การควบคุมส่ายไปมาได้ครับ
ท่านั่งการขับขี่เบาะคนขับนุ่มนวลสบายรองรับสรีระได้อย่างดี ความจริงก็นั่งสบายทุกตำแหน่งเลยครับ โดยเฉพาะผู้โดยสารด้านหลังที่มีพื้นที่กว้างขวาง ระดับเบาะพิงหลังเอนกำลังดีไม่ตั้งชันหรือเอนมากไปเสียดายที่ปรับระดับเอนไม่ได้เท่านั้น พื้นที่ขนสัมภาระหลังก็กว้างขวางยิ่งพับเบาะแบนราบก็เพิ่มพื้นที่ได้อีกเยอะเลยครับ จะขนถุงกอล์ฟกระเป๋าเดินทางใบโตรวมถึงใช้เป็นเตียงนอนยังได้เลย และประตูท้ายไฟฟ้าที่มีระบบ Hand-Free เพียงเดินเข้ามาให้บริเวณมือหรือแขนเข้าใกล้กับเซนเซอร์ที่ติดตั้งตรงโลโก้ "SUBARU" ประตูก็จะเปิดให้อัตโนมัติซึ่งสะดวกกว่าต้องใช้เท้ากวาดใต้กันชนที่บางรุ่นนั้นกวาดจนแทบลมจับก็ยังเปิดไม่ได้........
Subaru Global Platform และ Subaru EyeSight 4.0 ดวงตาอัจริยะคู่ใหม่ของเค้าดีจริง!
Outback ใช้ Subaru Global Platform แข็งแรง ทนทาน ซับแรงกระแทกและเก็บเสียงได้ดี ลดอาการบิดของตัวถังในขณะเข้าทางโค้ง และน้ำหนักที่เบาทำให้ Outback มีความคล่องตัวกระฉับกระเฉงพอสมควร ไฮไลท์ของ Outback 2.5i-T นั่นคือ EyeSight ดวงตาคู่ใหม่ที่ตรวจจับทุกสิ่งอย่างบนถนน ทั้งรถ จักรยายาน คน
EyeSight Driver Assist Technology (Current Version) ขอเล่าเป็นแต่ละระบบไปเรื่อย ๆ นะครับเริ่มที่
Autonomous Emergency Steering ระบบบังคับเลี้ยวฉุกเฉินอัตโนมัติ: ช่วยหลีกเลี่ยงการชนโดยการหลบหลีกอัตโนมัติไปยังพื้นที่ว่างด้านข้างภายข้างในช่องทางเดิม ในกรณีที่ไม่สามารถเลี่ยงการชนด้วยระบบเบรกอัตโนมัติ (Pre-Collision Braking)
- ระบบนี้ยังไม่กล้สลอง แต่เป็นการหักหลบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติทันทีเมื่อมีรถคันหน้าในระยะกระชั้นชิด และบริเวณด้านข้างด้านหลังมีระยะที่ปลอดภัยพอ ระบบจะทำการเบี่ยงรถหลบให้เอง หากกรณีที่ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินเอาไม่อยู่ เรียกว่ามีระบบช่วยเหลือ 2 เด้งคือ เบรกฉุกเฉิน ถ้าระบบคำนวนว่าไม่น่าอยู่ก็หักหลบให้เองเลยครับ 
Lane Centering Control/ Preceeding Vehicle Adaptive Steering Control ระบบบังคับรถให้อยู่กึ่งกลางถนนและระบบบังคับพวงมาลัยตามรถด้านหน้า: ประสานการทำงานร่วมกับระบบ Adaptive Cruise Control ควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่กึ่งกลางถนนในขณะที่ขับตามรถด้านหน้า
- ระบบนี้จะต้องเปิดโหมดควบคุมความเร็วแปรผันเท่านั้น ระบบก็จะควบคุมพวงมาลัยหรือ "เลี้ยง" ให้รถอยู่ในกึ่งกลางของเลนอัตโนมัติ แต่ถ้าไม่เปิดระบบนี้ รถจะมีแค่เตือนกับช่วยดึงกลับเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจเท่านั้น 
Pre-Collision Braking at Intersection ระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบริเวณทางแยก: มุมมองที่กว้างขึ้นทำให้กล้องสามารถตรวจสอบยานพาหนะที่ขับสวนมาในเส้นทางตรงข้าม ระบบจะช่วยเลี่ยงการชนด้วยการเบรกอัตโนมัติ
- ระบบนี้มักชอบเตือนเมื่อใกล้ถึงทางแยกต่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้ลองให่ระบบเบรกให้เพราะอาจดูน่ากลัวเกินไปครับใจไม่ถึงพอ
Lane Departure Prevention Function ระบบบังคับพวงมาลัยอัตโนมัติ:  เมื่อรถเริ่มเบี่ยงออกนอกเส้นถนน ระบบจะเตือนด้วยเสียงก่อนดึงพวงมาลัยบังคับให้รถกลับมาอยู่ในช่องทางโดยอัตโนมัติ
- ระบบนี้ทำงานตลอดเวลาเมื่อเปิดค้างเอาไว้ จะทำการเตือนและดึงพวงมาลัยกลับเข้าเลน ซึ่งจะเตือนด้วยเสียงหากรถกำลังเอนออกนอกเลน ถ้าไม่มีการตอบสนองของคนขับระบบก็จะดึงพวงมาลัยบังคับทิศทางให้รถกลับเข้าเลนโดยอัตโนมัติ สำหรับระบบนี้หากขับขี่ในทางไกลหรือรถโล่ง ๆ นับว่าดีมากเพราะช่วยป้องกันการเหมอหรือรถเอนออกโดยไม่ตั้งใจ แต่เมื่อขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น ประกอบกับเส้นแบ่งจราจรในบางพื้นที่ ตีกันแบบงง ๆ ซ้อนกันบ้าง สลับไขวืไปมาบ้าง ระบบก็จะสับสน เตือนบ่อยเกินไป จนต้องปิดใช้งานครับ เหลือแค้่เตือนด้วยเสียงอย่างเดียว เจ้าระบบนี้แค่เบี่ยงหลบคนหรือรถจักรยานยนต์เพียงเล็กน้อยก็จะดึงกลับแล้ว โดยเฉพาะเมื่อขับความเร็วสูงและเข้าโค้งจะจับอาการความรู้สึกได้ว่า พวงมาลัยเหมือนมีคนมาช่วยดึงตลอดเวลาครับ หรือจะรู้สึกว่าการเลี้ยวจะไม่ธรรมชาตินัก เหมือนต่างคนต่างแก้ต่างดึง  
EyeSight Assist Monitor ระบบแสดงการแจ้งเตือนสถานะความปลอดภัยบนกระจกหน้า: แสดงสัญญานด้วยไฟสี แดง เหลือง เขียว บนกระจกบังลมด้านหน้าให้ผู้ขับทราบถึงสถานะการทำงานของตัวรถขณะเดินทาง
- ไฟเตือนนี้เห็นชัดเจนและไม่รบกวนสายตามากนัก เตือนออกนอกเลนจะเป็นสีเหลือง มี 2 ฝั่ง ซ้ายและขวา หรือเตือนการชนด้านหน้าก็จะเป็นสีแดง 
Post Collision Brake Control การควบคุมเบรกหลังการชน: ระบบจะป้องกันการเกิดอุบัติเหตุหรือลดความเสียหายซ้ำซ้อนหลังจากการปะทะ ช่วยบังคับรถไม่ให้หลุดออกนอกเลนโดยการชะลอความเร็วและหยุดรถอัตโนมัติ รวมทั้งเปิดไฟฉุกเฉินแจ้งเตือนรถโดยรอบ
- ระบบนี้คงไม่ทดลองนะครับผม..
Reverse Automatic Braking เบรกอัตโนมัติในขณะถอยหลัง: หลีกเลี่ยงการชน และหยุดรถอัตโนมัติเมื่อถอยหลังด้วยความเร็วต่ำ (ใหม่)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถ คน หรือวัตถุ ผ่านด้านหลัง ในขณะถอยหลัง ซึ่งระบบนี้สามารถตรวจจับได้ไกลและแม่นยำมาก บางครั้งที่เตือนยังมองไม่เห็นเลยว่ามาจากฝั่งไหน แต่ระบบก็ตรวจจับเจอก่อนช่วยให้ถอยรถออกจากซองในที่บังสายตาได้ปลอดภัยมาก ๆ 
นอกจากในส่วนของการขับขี่แล้วยังมีระบบตรวจสอบความพร้อมของคนขับอีกด้วยว่าอยู่ในอาการปลอดภัยหรือไม่ ด้วยระบบ Driver Monitor System ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ (DMS): ลดข้อผิดพลาดของผู้ขับขี่ โดย Sensor จะตรวจจับที่ใบหน้า หากผู้ขับขี่ละสายตาจากถนน หรือเริ่มมีอาการง่วงระบบจะทำการเตือนด้วยสัญญาณภาพและเสียงขึ้นที่หน้าจอ  DMS ยังสามารถจดจำใบหน้าของผู้ขับขี่ได้ถึง 5 ข้อมูล เพื่ออำนวยความสะดวก โดยการปรับตำแหน่งเบาะ, จอแสดงผล, กระจกมองข้าง ระบบปรับอากาศ และข้อมูลต่างๆบนหน้าจอ Center Information Display
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยของ Subaru Outback 2.5 i-T EyeSight ที่นับว่าใส่เต็มมาก ช่วยคุมครองให้ทุกคนในรถยนต์รวมทั้งคันอื่น ๆ ปลอดภัยได้อีกเยอะ แต่ระบบเหล่านี้ก็เป็นเพียงอุปกรณ์ช่วยเท่านั้น ผู้ขับขี่สำคัญมากที่สุด และต้องรอบครอบ มีสติไม่ประมาท ขับขี่ปลอดภัยเป็นพื้นฐานน่าจะดีที่สุดครับ 
สรุปความคุ้มค่ากับค่าตัว 2.7 ล้านบาทมีทอน 1,000 บาท
The All-New SUBARU OUTBACK เน้นความนุ่มนวลขับขี่ปลอดภัยทั้งในและนอกเมือง นับเป็นรถยนต์พี่เมี่ยมสุดหรูที่เหมาะกับการขับขี่ในสภาพถนนเมืองไทยเป็นที่สุด ลุยข้ามอุปกสรรคต่าง ๆ ได้สบาย ช่วงล่างทึกทน ขับมันด้วยเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 188 แรงม้า และภายในที่กว้างขวาง โปร่งสบายรองรับการใช้งานได้อเนกประสงค์ คุณภาพระดับนำเข้าทั้งคันแท้ ๆ จากญี่ปุ่น บวกภาษีเพิ่มอีกนิดหน่อยราคาอยู่ที่ 2,699,000 บาท   
แท็กที่เกี่ยวข้อง subaru subaru outback รีวิวซูบารุ
เขียนโดย สินธนุ จำปีศรี CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU