รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

ขับดีกว่าที่คิด HAVAL JOLION Hybrid SUV นุ่มนวลอัตราเร่งสนุกความปลอดภัยเกินพิกัด

20 ธ.ค. 64 2,207
ขับดีกว่าที่คิด HAVAL JOLION Hybrid SUV นุ่มนวลอัตราเร่งสนุกความปลอดภัยเกินพิกัด
 All New HAVAL JOLION Hybrid SUV (ออล นิว ฮาวาล โจไลอ้อน ไฮบริด เอสยูวี) รถยนต์อเนกประสงค์ขนาด B-SUV ที่เหมาะกับครอบครัวที่ชอบพื้นที่ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ระบบความปลอดภัยเกินพิกัด แต่ขนาดตัวรถไม่ใหญ่โตจนเกินไป ขับขี่ในเมืองก็คล่องตัว โดยเฉพาะเมื่อต้องจอดในที่แคบ ๆ ก็มีระบบช่วยจอดอัตโนมัติ 3 รูปแบบมาให้ (Ultra) และสมรรถนะ 1.5 ลิตร ไฮบริด ระดับ 190 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตรนั้นจะขับสนุกและประหยัดแค่ไหน กับการทดสอบขับ Jolion Ultra ใน 1 วันกับเส้นทาง กรุงเทพฯ - บางแสน จังหวัดชลบุรี ไป-กลับกว่า 270 กิโลเมตร กับค่าตัว รุ่น ULTRA 999,000 บาท
ทำความรู้จักเจ้าสิงโต ร่าเริงอีกนิด
All New HAVAL JOLION Hybrid SUV นับเป็นรถยนต์เอสยูวีรุ่นที่ 2 จากแบรนด์ HAVAL ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยเป็นรถยนต์ในเซ็กเมนท์เอสยูวี - บี ที่ขับขี่สนุกสนาน แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายและสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยขณะขับขี่ โดยรถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5L ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด 375 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์แบบ DHT ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด เมื่อทํางานร่วมกับเครื่องยนต์ จะสร้างการขับเคลื่อนที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร (ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ)
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโคลง และระบบช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชันบีม (Torsion Beam) พร้อมเหล็กกันโคลง อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม GWM LEMON แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะเช่นเดียวกันกับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV อีกด้วย 
All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่จะเปิดตัวในประเทศไทยมีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น
HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น TECH ราคา 879,000 บาท 
HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น PRO ราคา 939,000 บาท
HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA ราคา 999,000 บาท
ก่อนไปลองขับบนถนนจริงมีการทดสอบในสนามปิดที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ บริเวณอิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี เพื่อทดสอบสมรรถนะและเทคโนโลยีอัจฉริยะของ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV มีฟังก์ที่โดดเด่นได้แก่ 
1. การทดสอบระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
All New HAVAL JOLION Hybrid SUV มาพร้อมกับกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 ของโมบายอาย ช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในช่วงความเร็วที่กำหนดไว้ โดยจะปรับลดความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าเพื่อความปลอดภัย รวมไปถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า
2. การทดสอบอัตราเร่ง
เป็นการทดสอบสมรรถนะและความแรงของเครื่องยนต์ 1.5L ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าของรถยนต์ 
3. การทดสอบระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ (IIP) 
เป็นการใช้เซ็นเซอร์และกล้องในการตรวจสอบ เพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถ จากนั้น ระบบจะทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ไมว่าจะเป็นการจอดแบบแนวตรง แนวเฉียง และการจอดเทียบข้าง ที่ทำได้อย่างแม่นยำและสะดวกสบาย โดยในการทดสอบที่สนามทดสอบจะเป็นการทดสอบการจอดแบบแนวตรง และการจอดเทียบข้าง
4. การทดสอบการขับขี่ขณะเปลี่ยนเลนและการขับขี่แบบสลาลม (Slalom)
เป็นการทดสอบการทรงตัวของตัวรถยนต์ การควบคุมพวงมาลัยและความแม่นยำของพวงมาลัยขณะขับขี่ เมื่อต้องการเปลี่ยนเลน หรือพบสิ่งกีดขวาง
5. การทดสอบเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ (Intelligent Single Pedal) 
เป็นการทดสอบการเร่งหรือชะลอความเร็วโดยใช้เพียงคันเร่งเดียว โดยเมื่อตำแหน่งเกียร์อยู่ที่เกียร์ D ให้เหยียบคันเร่ง หรือยกเท้าออกจากแป้นคันเร่งเท่านั้น ก็จะสามารถทำให้รถยนต์เพิ่มความเร็ว หรือลดความเร็ว และจอดรถยนต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ 
นอกจากนี้ ในบริเวณอิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี คณะสื่อมวลชนยังได้ร่วมสนุกไปกิจกรรม "Joy Race" เพื่อทดสอบฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ของรถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เพิ่มเติม โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 กิจกรรม ได้แก่ 
1. กิจกรรม JOY TO MORE 
เป็นการจัดเก็บกล่องกระดาษภายในท้ายรถอันกว้างขวางของรถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ให้ได้มากที่สุดภายในระยะเวลาที่กำหนด 
2. กิจกรรม JOY TO PLAY 
เป็นการทดสอบการเปิด - ปิด หลังคา Panoramic Sunroof ด้วยระบบการสั่งงานด้วยเสียง (Voice Command) โดยสื่อมวลชนจะต้องโยนลูกบอลให้ผ่านช่องหลังคา Panoramic Sunroof ให้ได้มากที่สุดภายในระยะเวลา 15 วินาที 
3. กิจกรรม JOY TO FIND THE WAY 
เป็นการทดสอบความแม่นยำของกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ซึ่งประกอบไปด้วยกล้อง 4 ตัว ที่มีความละเอียดคมชัด 4 Megapixel เพื่อช่วยให้การขับขี่ในทุกสถานการณ์เป็นเรื่องง่าย ผสานกับทักษะในการถอยหลังเข้าจอดเพื่อให้สามารถจอดรถยนต์โดยที่ล้อรถอยู่ในจุดที่กำหนด
หลังจากนั้นจึงเริ่มออกเดินทางจากอิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี เพื่อเดินทางไปยังบางแสน จังหวัดชลบุรี เพื่อทดสอบสมรรถนะและความชาญฉลาดของรถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV บนถนนจริงแบบขาไปขับเป็นขบวนเพื่อบันทึกภาพและได้ทดลองระบบต่าง ๆ ส่วนขากลับนั้นขับกันแบบ "ฟรีรัน" คือไม่กำหนดและไปสิ้นสุดที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ดังนั้นในขากลับนั้น "มีบันเทิงแน่นอนครับ" 
 
ท่านั่งเกือบสบายยังขาดอีกนิด
ท่านั่งขับขี่ในส่วนของเบาะนั้นนับว่านุ่มนวลสบายตัว จนอาจจะนุ่มยวบไป แต่โดยรวมดีและไม่เมื่อยตัวเมื่อขับนาน ๆ ส่วนท่านั่งหรือระยะระหว่างพวงมาลัยนั้น อาจจะต้องปรับจนกาจุดที่ถนัดที่สุด เพราะพวงมาลัยปรับได้แค่ขึ้น-ลง ไม่มีปรับเข้า-ออก จึงทำให้เมื่อปรับถอยเบาะให้ระดับขาพอดี กลายเป็นระยะพวงมาลัยไกลเกินไป ต้องโน้มตัวไปข้างหน้าเยอะ แต่เมื่อเลื่อนเบาะใกล้ระยะพวงมาลัยพอดี แต่ขางอ จึงต้องปรับตัวให้ขับได้ถนัดมากที่สุดนั่นเองครับ
วิสัยทัศน์กลาง ๆ ด้านหน้ามองได้กว้าง แต่เสา A มีความหนาจึงบดบังเมื่อเลี้ยวโค้งอยู่พอสมควร ส่วนกระจกด้านหน้านั้นแคบ จึงมองไม่ถนัดต้องปรับตัว และบวกกับเสาคู่หลังสุดที่มีช่องกระจกเล็ก ๆ แต่เมื่อมองจากกระจกมองหลังกลับมองไม่เห็นช่องกระจกจึงทำให้บังทิด แต่ยังดีที่มีกระจกมองข้างขนาดใหญ่มองได้ชัดและเคลียร์ และมีระบบเตือนมุมสายตา จึงไม่ใช่ปัญกาแต่อย่างใดครับ
สมรรถนะต้นจี๊ดปลายไหลจบที่ 157 กม./ชม.
อัตราเร่งออกตัวของ Jolion นับว่าทันใจและไต่ระดับความเร็วขึ้นได้รวดเร็ว โดยใช้การถ่ายคลิปจับเวลาจาก 0-100 กม./ชม. แบบคร่าว ๆ นับได้ประมาณ 9 ปลาย ๆ ถึง 10 วินาที สำหรับรถระดับนี้แล้วถือว่าเกินพอเลยครับ เพราะอย่าลืมว่าเป็นรถครอบครัวเน้นความปลอดภัยมาก แม้ว่าตัวเลขกำลังสูงสุดจะอยู่ที่ 190 แรงม้า แต่ด้วยความเป็นรถไฮบริดที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อน ส่วนเครื่องยนต์นั้นมีการเข้ามีช่วยในบางจังหวะที่ต้องการกำลังสูง ๆ หรือไฟในแบตฯ มีระดับต่ำ และในความเร็วสูง ๆ เท่านั้น การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับหลักจึงสัมผัสได้ถึงแรงขับเคลื่อที่คล้าย ๆ กับรถยนต์ไฟฟ้าล้วน แต่ก็ยังไม่ดึงแรงเท่าแค่นั้นเองครับ
ความเร็วปลายถูกจำกัดไว้ที่ 157 กม./ชม. สาเหตุเพราะว่าทางวิศวกรและโปรดักส์ได้ทำสำรวยแบบย่อม ๆ กับลูกค้าหรือผู้ที่สนใจรถของ GWM เองว่าการใช้ความเร็วเดินทางให้ปลอดภัยอยู่ระหว่าง 90 - 110 กม./ชม. จึงไม่เน้นความเร็วปลายเท่าไหร่นัก ซึ่งความจริงแล้วตอนแรกที่รู้ว่าล็อคเอาไว้ก็คิดไปว่าจะพอในการเดินทางจริงหรือเปล่า แต่เมื่อได้ลองแล้วก็พอเข้าใจได้ครับ ว่าการเดินทางแบบปกติ (ไม่ใช่ขาซิ่ง) หรือหากไม่เอาไปแข่งกับใครนั้น ใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่น่าเกิน 120 กม./ชม. ตามแต่ละพื้นที่กำหนดอยู่แล้ว แต่ด้วยความอยากลองจึงต้องขอลองการขับขี่แบบ "ซิ่ง" ดู สรุปก็คือ แช่ได้สูงสุด 157-158 กม./ชม. แล้วก็ตื้อ ซึ่งเมื่อขับไปสักพักก็รู้สึกว่าเริ่มอันตรายเพราะว่าเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยและจะเป็นอันตรายต่อผู้ร่วมทาง บวกกับช่วล่างเดิม ๆ ที่ออกแบบมาให้ขับแบบนุ่มนวลนั่งสบาย แค่อัตราเร่งออกตัว-ขึ้นสะพาน-เร่งแซง แทบไม่มีการรอรอบก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นความเร็วที่ล้อคไว้ก็ไม่น่าเป็นปัญหาครับ  
การผสานกำลังทั้ง 2 ระบบทำงานได้ราบเรียบกว่าที่คาดคิดเอาไว้ แทยจะจับความรู้สึกระหว่างรอยต่อการสลับสัลเปลี่ยนหรือการตัดต่อกำลังของ 2 ระบบเลย นับว่าเนียบมากไม่แตกต่างจากรถยนต์ไฮบริดเจ้าตลาดเลยครับ ระบบช่วงล่างแอบงง เล็กน้อยเพราะว่าในความเร็วต่ำนุ่มนวล ส่วนที่ความเร็วสูงยังให้ความเกาะหนึบอยู่พอสมควร แต่ว่าก็มีในบางจังหวะที่เข้าทางโค้งหรือกระโดดคอสะพานพร้อม ๆ กับการเลี้ยว มีอาการ "ดิ้น" ของล้อหลังเล็กน้อย และบางครั้งเมื่อลงสะพานเร็ว ๆ โช้คด้านหน้ามีอาการ "ยืดสุด" จนมีเสียงดัง "ติ๊ก" แต่ถ้าขับแบบปกติในความเร็วเหมาะสมก็จะไม่มีปัญหาในส่วนตรงนี้ครับ
ระบบเบรกนั้นนุ่มเท้าและผ่อนแรงได้ดี แต่ขึ้นกับว่าเปิดโหมดใช้คันเร่งอัจฉริยะในระดับไหน เช่น น้อย-ปานกลาง-มาก ซึ่งจะมีความหน่อยแตกต่างกัน แต่ยังไม่เท่ากับระบบ One-peddle ในรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ระบบใน Jolion เพียงแค่ชะลอความเร็วมากหรือน้อยเท่านั้นเอง แต่กลับมีผลต่อการการใช้เบรก!
นั่นคือ ยิ่งเปิดระบบหน่วงมาก เวลาเตะเบรกหากลงน้ำหนักปกติ จะหัวทิ่งทันทีครับ! ต้องค่อย ๆ กดเพิ่มน้ำหนักเท้า แต่เมื่อผ้อนน้ำหนักกลับทำให้รถไหลต่อไปอีกนิด ในส่วนนี้จึงต้องมีการขับและปรับตัวตามบ่อย ๆ จึงจะใช้เบรกได้อย่างเนียนครับ (ความรู้สึกส่วนตัว) ซึ่งในส่วนตัวแล้วเปิดแบบหน่วงน้อยที่สุดไปเลย เพราะจะเหมือนรถทั่วไปนั่นคือ ปล่อยคันเร่งแล้วก็ไหลไปต่อเรื่อย ๆ ทำให้ใช้เบรกได้นุ่มนวลกว่าครับ 
  
เสียงใต้ท้องและลมเข้ารถมากกว่าที่คิด
เรื่องการเก็บเสียงนั้น หลังจากที่ได้เยี่ยมชมไลน์ประกอบเห้นว่ามีการบุฉนวนกันเสียงอยู่หลายจุดทั้งซุ้มล้อ ซุ้มแก้มและตัวถังบางจุด แต่เมื่อขับจริงกลับพบว่า เสียงล้อที่บนกับพื้นถนนดังเข้ามาตั้งแต่ความเร็ว 70 กม./ชม. ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นที่ยาง Goodyear Assurance รุ่นที่ใช้หรือไม่ แต่ยังดีที่ยางชุดนี้ให้ความเกาะและนุ่มนวลอยู่พอสมควรครับ ส่วนเสียงปะทะนั้นจะเริ่มได้ยินในช่วงความเร็วระดับ 90 ขึ้นไป ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ครับ   
ขับสนุกแซงบ่อยตัวเลขประหยัดหล่นไป 13.3 กม./ลิตร 
เมื่อเป็นรถไฮบริดทำให้มีการตอบสนองของอัตราเร่งที่ดีกว่าเครื่องยนต์เพียว ๆ ดังนั้นในทริปนี้จึงใช้อัตราเร่งบ่อยมาก ทั้งออกตัว เร่งขึ้นสะพานทางด่วน แรงแซง ทั้งความเร็วต่ำและสูงรวมถึงแช่คันเร่งเพื่อทดสอบความเร็วสูงสุด ผลปรากฎว่าตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองบนหน้าปัดอยู่ที่ 13.3 กม./ลิตร นับว่าไม่ประหยัดและไม่กินจนดุเกินไป แต่หากเทียบกับรถยนต์ไฮบริดทั่วไปนั้นจะอยู่แถว ๆ 15 - 19 กม./ลิตร นั่นเป็นเพราะการใช้ความเร็ซสูง ๆ บ่อย ๆ ครื่องยนต์จะทำงานนหักตลอดเวลา และยิ่งใช้อัตราเร่งแซงบ่อย มอเตอร์ไฟฟ้าใช้พลังงานจากแบตฯ มากขึ้นเครื่องยนต์ก็ต้องเพื่อปั่นไฟมากตามไปด้วยครับ สำหรับในทริปนี้อาจขับขี่แบบเน้นอัตรเาร่งมากเป็นพิเศาจึงทำตัวเลขการสิ้นเปลืองน้ำมันยังไม่ประทับใจนัก แต่ในรถที่ร่วมเดินทางไปด้วยบางคันก็ทำตัวเลขได้ถึง 14 - 46 กม./ลิตรเลยทีเดียวครับ สรุปว่าความประหยัดขึ้นอยู่กับ "น้ำหนักเท้าผู้ขับ" นั่นเอง 
ระบบความปลอดภัยเยอะสบายจนเคยตัว!
ไฮไลท์ของ Haval Joloin นั่นคือ ความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถระดับเดียวกัน เช่น ระบบช่วยจอดที่น่าจะเป็นเจ้าแรกในไทยที่มีให้ในรถระดับนี้ ส่วนระบบที่ช่วยเหลือการขับขี่ที่เทียบเท่าค่ายเจ้าตลาดก็มีได้แก่ ระบบเตือนรถออกนอกเลนที่มีแค่เสียงเตือนทำงานแยกกันกับระบบเตือนและดึงกลับฉุกเฉินเมื่อรถออกนอกเลนที่มีการดึงพวงมาลัยกลับให้ด้วย โดยสามารถสั่งเปิดปิดแยกกันได้ 
ระบบควบคุมความเร็วแปรผันตามรถคันหน้า โดยเริ่มตั้งค่าได้ตั้งแต่ล้อเริ่มหมุน และค่าจะเซตรอไว้เริ่มต้นที่ 30 กม./ชม. ไปจนถึงประมาณ 150 กม./ชม. ที่มาพร้อมระบบชะลอความเร็วถึงจุดหยุดนิ่งและออกรถอัตโนมัติถ้าไม่เกิน 3 วินาที โดยระบบนี้นับว่าไม่แตกต่างกับรถค่ายเจ้าตลาด แต่ถ้ามองในมุมแบรนด์รุ่นน้องนับว่าให้มาคุ้มค่าเลยครับ
ความจริงแล้ว Jolion ยังมีระบบความปลอดภัยอีกเพียบ แต่การการทดสอบจะเน้นระบบหลัก ๆ ที่มีเทียบเท่าหรือมากกว่ารถระดับเดียวกัน แต่ว่าก็มีจุดที่ควรปรับปรุงเช่น หน้าจอที่ต้องเข้าไปเลือกเมนูการตั้งค่า หรือการสั่งเปิดปิดระบบของรถที่เข้ายากพอสมควร และในการปรับระบบเครื่องเสียงอย่างเพิ่มหรือลดเสียงลำโพง การปรับระบบควบคุมแอร์นั้น ต้องเข้าเมนูที่ซับซ้อน หากแก้ไขอินเตอร์เฟสของหน้าจอนี้ให้ใช้งานง่ายจะยิ่งดีกว่านี้ครับ
คำสั่งเสียงที่นับว่าฉลาดมากจนเกินความจำเป็นในบางครั้งพูดคุยหรือกำลังอัดคลิปรีวิวอยู่นั้นก็มีการตอบกลับขึ้นมาได้เอง แต่จริง ๆ แล้วถือว่าเป็นระบบสั่งด้วยเสียงที่ใช้งานง่ายมาก และจับเสียงได้รวดเร็วครับ คำสั่งไม่ยุ่งยากเพียงแค่ "สวัสดีฮาวาล" ไม่ว่าสำเนียงไหนระบบก็ตอบกลับได้ทันทีครับ โดยชุดคำสั่งก็กว้าง ๆ เหมือนรถที่สั่งด้วยเสียงทั่วไป เช่น เปิดหลังคา, เพิ่มแอร์, เปิดกระจก, ฟังวิทยุคลื่น.... เป็นต้นครับ   
สิ่งที่ควรปรับปรุงเพิ่ม
แม้ว่าจะมีระบบต่าง ๆ ที่ให้มากมาย แต่ก็ยังมีบางจุดที่ถ้าปรับปรุงเพิ่มเติมจะยิ่งได้เปรียบคู่แข่งขึ้นอีกเยอะอย่างเช่น พวงมาลัยที่ควรปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะไฟฟ้าคู่หน้า สำหรับรุ่นท็อป หน้าจอคนขับที่เลือกเปลี่ยนการแสดงผลค่อยข้างยาก โดยจะเด้งกลับมาที่หน้าเดิมเสมอหากกำลังเคลื่อนที่ เสียงรอบ ๆ ตัวรถที่เข้าห้องโดยสาร และหากเพิ่มการจำกัดความเร็วไปที่ 170 กม./ชม.จะยิ่งดีครับ และสุดท้ายคือยังหาเมนูปรับจอสะท้อนกระจกหน้าหรือ Head-up display ไม่เจอ และเมื่อพับเบาะแถวที่ 2 ไม่แบนราบเพราะพื้นส่วนท้ายยกสูงขึ้น ถ้าหากยกระดับเบาะแถวที่ 2 ให้พับแล้วอยู่ในระดับเดียวกันไปเลยก็น่าจะใช้งานได้สะดวกขึ้นกว่านี้ อย่างเช่นการปูเบาะที่นอนสำหรับสายแคมป์ได้เลยครับ
ส่วนสิ่งที่ประทับใจ นั่นคือ อัตราเร่งช่วงต้นและกลางตอบสนองดี ความสะดวกสบายและความนุ่มผิวสัมผัสของเบาะนั่ง หลังคาพาโนรามิกเปิด-ปิดไฟฟ้า ระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ร่วมถึงระบบช่วยจอดอัตโนมัติ รูปทรงสวยทันมัย และก็มีระบบชาร์จไร้สาย Wiless charger ให้ด้วย  
สรุปความคุ้มค่าราคา
All New HAVAL JOLION Hybrid SUV  รถ SUV ขนาดกลางแต่ภายในกว้างขวางและใหญ่ที่สุดในรถระดับเดียวกัน ให้เทคโนโลยีเยอะทั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ ฟังก์ชั่นคำสั่งเสียง สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ขับสนุก ช่วงลางดี เหมาะกับชาวโสด วัยทำงานที่เริ่มต้องการขยับขยายรถคันใหญ่เพื่อความภูมิฐานมากขึ้น หรือครอบครัวกำลังขยายเพิ่มแต่งงาน มีลูก ญาติร่วมเดินทางไปบ่อย ๆ ซื้อเป็นรถคันแรกและคันเดียวในบ้าน สุดท้ายขึ้นกับว่าต้องไปทดลองขับและสัมผัสด้วยตัวเองก่อนตัดสิ้นใจซื้อ และต้องกล้าที่จะเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น พร้อม "Move on" จากค่ายเดิมที่คุ้มเคย "น้องโจไลออน" ก็นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากเลยครับ 
แท็กที่เกี่ยวข้อง haval Haval Jolion รีวิว haval
เขียนโดย สินธนุ จำปีศรี CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU