รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% แมวซนแซบ ขับสนุก เกาะหนึบ ฟังก์ชั่นล้น

29 ต.ค. 64 2,107
รีวิว ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% แมวซนแซบ ขับสนุก เกาะหนึบ ฟังก์ชั่นล้น
Great Wall Motors เผยรถยนต์ไฟฟ้า 100% ใหม่แกะกล่อง Good Cat สวมกระแส "น้ำมันขึ้นราคา" ได้อย่างเหมาะเจาะ มาพร้อม 3 รุ่นย่อยต่างที่ออปชั่น 3 สเปควิ่งได้ระยะทางไกลต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ได้แก่ ORA Good Cat รุ่น 400 TECH, ORA Good Cat รุ่น 400 PRO และ ORA Good Cat รุ่น 500 ULTRA โดยทีมงานเช็คราคาได้รับเชิญให้ร่วมทดสอบ ORA Good Cat ทั้งรุ่น 400 PRO และ 500 PRO ในสนามในรูปแบบแนะนำฟังก์ชั่นต่าง ๆ และการขับออกถนนจริงไปกลับกทม.-ราชบุรี รวมกว่า 186 กิโลเมตร บอกเลยครับบันเทิงแน่นอนกับพลัง 143 ม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตร!!!   
เปิดราคาช๊อคที่
Good Cat 400Tech ราคา 989,000 บาท
Good Cat 400Pro ราคา 1,059,000 บาท
Good Cat 500Ultra ราคา 1,199,000 บาท
ORA Good Cat 400 PRO และ 500 ULTRA 
ภายใต้คอนเซ็ปต์ Retro Futuristic มีมิติตัวรถ กว้าง 1,825 มม. ยาว 4,235 มม. สูง 1,596 มม. ระยะฐานล้อ 2,650 มม. นับว่ายาวที่สุดในระดับเดียวกัน  ไฟหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ แบบ LED เต็มรูปแบบในรูปทรง Cat Eye ที่โดดเด่นเฉพาะตัวพร้อม Daytime Running Light และไฟส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home ไฟท้าย LED Tail light Strip ไฟหลังมาในดีไซน์พาดยาวซ้ายจรดขวาพร้อมไฟเบรกดวงที่สามและไฟตัดหมอกหลังแบบ LED กระจังหน้ามาพร้อม Active Air Intake ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต : ขนาด 18 นิ้ว สำหรับรุ่น PRO และ ULTRA ขนาด 17 นิ้ว สำหรับรุ่น TECH และรถรุ่นนี้ "ไม่มีปุ่มสตาร์" ใช้การเหยียบเบรกลึก ๆ และรอคำว่า "READY" บนหน้าจอแล้วก็ "GO" โลดครับ แล้วตอนดับหรือจอดก็แค้กดปุ่มตัดระบบไฟฟ้าที่แผงคอนโซลด้านขวาใกล้ ๆ กับสวิตช์ปรับระดับไฟหน้า หรือว่าหากลืม เมื่อเราลงจากรถและล็อคประตูระบบก็จะตัดการทำงานให้อัตโนมัติอีกด้วยครับ
แต่ในรุ่นที่ได้ทดสอบในช่วงแรกคือ 500 PRO ท็อปสุด ณ สนามทดสอบรถระบบปิด (Test Track) โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 
ทดสอบการใช้ฟังก์ชั่นและระบบต่าง ๆ เช่น 
- หน้าจออันใหญ่ยาว Interactive Double Screen หน้าจอพาดยาวบริเวณคอนโซลของตัวรถมีขนาด 17.25 นิ้ว แบ่งออกเป็น หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิตอล (Full TFT) ขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอระบบมัลติมิเดียพร้อมระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว 
- เบาะนั่งไฟฟ้าแบบปรับได้ 6 ทิศทาง พร้อมการจดจำตำแหน่งที่นั่ง (sitting position record) และฟังก์ชั่น Welcome Seat 
- ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และระบบชาร์จไร้สาย 
- โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ โดยจะได้เรียนรู้การปรับโหมดการขับขี่พร้อมทดลองขับในแต่ละโหมด ได้แก่ 1) โหมดมาตรฐาน 2) โหมด Sport 3) โหมด ECO 4) โหมด ECO+ และ 5) โหมด อัตโนมัติ
ในรุ่น 500 ULTRA มีระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (Integration Auto Parking : IAP) โดยจะเป็นการใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบเพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถและช่วยทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวเฉียง โดยเมื่อระบุช่องว่างที่จะนำรถเข้าจอดแล้ว รถจะทำการจอดด้วยตัวเองด้วยการควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง แถมยังสั่งให้ออกจากช่องขอดเองได้ด้วย
ต้องบอกว่าระบบช่วยจอดอัตโนมัตินี้ละเอียดและแม่นยำมาก แม้ช่องทดสอบจะแคบแต่ก็สามารถจอดเองได้สบาย นอกจากนี้หากผู้ขับเกิดกลัวและแตะเบรก เมื่อปล่อยระบบก็ยังคงทำงานต่อเนื่องไปได้จนจบการจอดหรือการออกช่องจอด นับว่าสะดวกและช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับการจอดในที่แคบหรือผู้ขับอาจไม่ชำนาญนัก
แมวแซบน่ารักมุ้งมิ้งแบบนี้ "อย่าเผลอดัน" 0 - 100 กม./ชม. 9 วินาทีปลาย ๆ 
ถึงเวลาลงถนนจริงกับ ORA Good Cat 400 PRO สามารถนั้นขับสนุกเทียบเท่ารถยนต์เครื่องสันดาประดับ 2.0 - 2.4 ลิตร เพราะว่าการเร่งออกตัวและเร่งแซง "ไม่ต้องรอบรอบ" หรืออัตราเร่งขับมันกว่า 1.0 ลิตร เทอร์โบและเกือบจะเท่ากับพวกเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ที่ยังต้องรอรอบกับพลังหอยพิษบูสต์ แต่สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้านั้น แตะปุ๊บมาปั๊บ ซึ่งแรงบิดระดับ 210 นิวตันเมตรถือว่าใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 - 1.6 ลิตร เทอร์โยในบางรุ่น ดังนั้น ใครเห็นแมวสดใสน่ารัก "อย่าไปดัน" นะครับอาจมีเงิบได้ จากการทดสอบอัตราเร่ง 0 - 100 กม./ชม. กับแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนทำเวลาได้ราว ๆ 9.8 วินาที สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าคลาสสิค ขับเล่น ๆ แบบนี้ "ไม่ธรรมดา" นะครับ 
อัตราเร่งแซงนั้นก็มาเร็วแบบไม่รอรอบและพุ่งไต่ระดับอย่างเร้าใจ ทั้งการเร่งในช่วงความเร็ว 60 - 100 กม./ชม. หรือ 100 กม./ชม. ขึ้นไปยาว ๆ ก็ใช้เวลาสั้น ๆ เท่านั้น ประกอบกับช่วงล่างที่หนึบเกินคาด จากที่เคยทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นนั้น ช่วงล่างจะออกไปทางนิ่มและยวบเพราะน้ำหนักแบตฯ และระบบไฟฟ้า แต่เจ้าแมวเหมี่ยวรุ่นนี้กลับทำน้ำหนักตัวได้เบาและบาลานซ์ระดับหนึ่งจากเพลตฟอร์ม "GWM LEMON E PLATFORM" สร้างมาสำหรับใช้งานกับรถไฟฟ้า (BEV) โดยเฉพาะ
การเข้าโค้งบนทางด่วนทางราบต่าง ๆ คมกระชับและไม่มีอาการโยน แต่แลกกับความแข็งกระด้างพอสมควรครับ หากเป็นคนขับรับรองสนุกมันและมั่นใจ แต่ถ้าได้นั่งเทื่อไหร่อาจมีบ่นเล็กน้อยเหมือนโดนขย่มตัวตลอดเวลาครับ ซึ่งก็ยังพอรับได้เพราะว่าวัสดุผิวสัมผัสของเบาะรงนั่งและพิงหลังนุ่มและรองรับลำตัวไปอย่างดี จึงช่วยซับแรงเด้งของช่วงล่างเหมือนรถสปอร์๖ได้ดีขึ้นอีกนิดครับ สำหรับผมรู้สึกว่าช่วงล่างเหมือนรถสปอร์ตยุค 90 ที่ใส่สตรัทปรับเกลียวดี ๆ เพราะให้ความเกาะหนึบได้ฟิวลิ่งรถซิ่งเลยครับ อย่างเช่น "ซีวิค 3 ประตู K20 ใส่ช่วงล่าง TEIN" อะไรประมาณนั้นครับ 
มาดูสิ่งอำนวยความสะดวกสบายกันบ้างกับการขับขี่ยาว ๆ ทั้งในเมืองรถติดและเดินทางไกล เริ่มที่พวงมาลัยน้ำหนักเบาปรับได้ 3 แบบคือ เบา สบาย และสปอร์ต!!! ใช่ครับใช้คำเรียกนี้จริง ๆ ง่าย ๆ จริงใจ แต่ใช้งานได้ดีตามชื่อเรียก สำหรับผมชอบแบบ สบายที่สุดน้ำหนักอยู่ระดับกลาง ๆ ความเร็วต่ำไม่เบามากความเร็วสูงกำลังดีครับ อันนี้ต้องแล้วแต่ความชอบด้วย
สำหรับ 400 PRO ในรุ่นที่ทดสอบนั้นไม่มีระบบนวดและ Welcome Seat หรือเบาะเลื่อนเข้า-ออก ตอนขึ้นลงรถ ส่วนระบบความปลอดภัยยังไม่มีระบบเตือนมุมอับสายตา ระบบเตือนพร้อมช่วยเบรกขณะถอยหลัง ระบบจอดอัตโนมัติ เซนเซอร์หน้ารถ ระบบเตือนเมื่อเสี่ยงการชนด้านหลัง ซึ่งผมมองว่ารับได้ครับ เพราะยังให้ระบบเตือนการชนด้านหน้าที่ขยันมากเมื่อขับจี้ท้ายคันหน้า ระบบควบคุมความเร็วแปรผันตั้งแต่ความเร็วสูงสุดที่ 120 กม./ชม. และสามารถลดความเร็วลงมาจนถึงจุดหยุดนิ่งได้ และเมื่อรถยนต์คันหน้าเคลื่อนตัวหลังจากเบรกภายใน 3 วินาที รถยนต์จะเคลื่อนตัวตามคันข้างหน้าอัตโนมัติ พร้อมเว้นระยะห่างที่เหมาะสม แถมด้วยระบบเตือนออกนอกเลนพร้อมดึงกลับและระบบควบคุมทิศทางให้รถอยู่กลางเลน แค่นี้พอไหมสำหรับ 400 PRO ที่ราคาน่าจะไม่ทะลุล้านบาท เรียกว่าแทบจะไม่ได้ขับเองแล้วละครับ
เจ้าระบบความคุมความเร็วแปรผันและควบคุมทิศทางของรถนั้นยังฉลาดไปอีกขั้นด้วยการคำนวนความโค้งของถนนและความอันตราย พร้อมกับลดความเร็วลงให้เข้าโค้งอย่างปลอดภัย และเมื่อมีระยะปลอดภัยออกจากโค้งก็เร่งกลับตามที่ตั้งเอาไว้อีกด้วยครับ แต่ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลนนั้น ห้ามปล่อยมือจากพวงมาลัยนะครับ เค้าจะร้องเตือนให้จับเอาไว้เพื่อความปลอดภัยครับ 
จุดเด่นและจุดด้อย
หลังจากทดสอบขับสั้น ๆ ใช้เวลาเรียนรู้เจ้า "แมวดี" ORA Good Cat 400 PRO แค่ 2 - 3 ชม. นั้น โดยรวมแล้วน่าประทับใจมากทั้งเรื่องของอัตราเร่ง ทันใจกดเป็นมาไม่งอแง เสริมด้วยช่วงล่างที่หนึบแน่น พวงมาลัยกระชับขับสบาย ระบบความปลอดภัยที่ดีเลิศเกินตัว และยังวิ่งได้ระยะทางไกลราว ๆ 390 กว่ากม. ห้องโดยสารกว้างขวางเทียบได้กับรถระดับ C-sagment ซันรูฟขนาดใหญ่และระบบสั่งการด้วยเสียงที่ช่วยให้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารายเดียวในปัจจุบันที่มีฟังก์ชั่นล้นคันขนาดนี้ อ๋อลืมบอกว่าสามารถจอดด้วยเกียร์ "N" เพื่อเข็นเมื่อตองจอดซ้อนคันได้ครับ โดยก่อนดับเครื่องหมุนเกียร์ตำแหน่ง "N" ดึงสวิตช์ "P" ค้างไว้แล้วกดปุ่มตัดระบบไฟ แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ แต่ไม่แนะนำให้ลากจูงนะครับเพราะระบบมอเตอร์ไฟฟ้าจะเกิดการเสียหายได้
ส่วนจุดด้อยที่โดยส่วนตัวนั้นอาจจะยังไม่ค่อยประทับมากนักอย่างเช่น เสียงลมเข้าที่ประตูฝั่งคนขับที่ความเร็วประมาณ 90 กม./ชม. ขึ้นไป หน้าปัดที่สะท้อนแสงและไม่ค่อยคมชัดเมื่อเจอแสงแดดจ้า ๆ (อาจปรับแต่งเพิ่มความเข้มได้) กระจกมองหลังปรับลดแสงด้วยมือ ช่วงล่างที่แน่นหนึบแม้ว่าจะขับได้สนุก แต่เมื่อรับบทเป็นผู้โดยสารก็จะมีอาการมึน ๆ และกระเทือนพอสมควรครับ และสุดท้ายในระยะยาวนั้นต้องบอกว่ายังไม่สามารถจะทราบได้เรื่อวความทนทาน ความมั่นใจในระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ของตัวรถต้องกันยาว ๆ อีกครั้ง แต่ในมุมมองของผู้ทดสอบนั้น มั่นใจกับคุณภาพของระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ที่ใช้ใน ORA Good Cat เนื่องจากทาง GWM มีศูนย์วิจับและพัฒนาระบบนี้ในประเทศไทยเองและยังกล้ารับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี รับประกันระบบไฟฟ้าทั้งคันอี 8 ปี หรือ 180,000 กม. ซึ่งในอีก 8 ปีข้างหน้ารถยนต์ไฟฟ้าน่าจะมีให้เห็นมากขึ้นเป็นเท่าตั้วและระบบสถานีการชาร์จไฟก็อาจจะมีมากขึ้นตามไปด้วยครับ 
ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% นำเข้าจากประเทศจีนทั้งคัน พร้อมกับการเพิ่มศูนย์ดูแลลูกค้าในรูปแบบออน์ไลน์และออน์ไซต์ บริการรวดเร็ว โดยเจ้า Good Cat นั้นมีการเข้าระยะทุก ๆ 15,000 กม. และในแต่ละครั้งก็มีค่าใช้จ่ายต่ำมากราว ๆ พันกว่าบาท (อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) และยิ่งได้ร่วมกับแคมเปญสุดพิเศษ ORA Good Cat ULTRA DEAL เช่น ฟรี บริการรับและส่งมอบรถยนต์สำหรับเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง จำนวน 2 เที่ยว (ไป-กลับ) รวม 4 ครั้ง มูลค่า 3,000 บาท ฟรี ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Ultra Service Inclusive : GUSI) จำนวน 5 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร (เมื่อถึงอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน) พร้อมอะไหล่สิ้นเปลือง ได้แก่ ใบยางปัดน้ำฝน 5 ชุด แบตเตอรี่ (12 โวลต์) 2 ลูก ผ้า เบรก 1 ชุด รวมมูลค่า 33,712 บาท ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) เป็นเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท 
ข้อมูลสีรถ
ORA Good Cat 400 TECH 
สีรถภายนอก : 2 สี ได้แก่ สีดำ (Sun Black) และ สีขาว (Hamilton White) 
สีรถภายใน : 1 สี ได้แก่ สีดำ (เบาะผ้า)
ORA Good Cat 400 PRO
สีรถภายนอก : 5 สี ได้แก่ ตัวรถสีแดงพร้อมหลังคาสีดำ (Mars Red with Black Roof) 
ตัวรถสีขาวพร้อมหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof)  สีฟ้า (Coral Blue) 
สีดำ (Sun Black) และ สีขาว (Hamilton White) 
สีรถภายใน :    1 สี ได้แก่ สีดำ (เบาะหนัง) 
ORA Good Cat 500 ULTRA
สีรถภายนอก : 7 สี ได้แก่ ตัวรถสีเขียวพร้อมหลังคาสีขาว (Verdant Green with Hamilton White Roof) 
ตัวรถสีเบจพร้อมหลังคาสีน้ำตาล (Hazel Wood Beige with Wisdom Brown Roof)
ตัวรถสีแดงพร้อมหลังคาสีดำ (Mars Red with Black Roof) ตัวรถสีขาวพร้อมหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof) สีฟ้า (Coral Blue) สีดำ (Sun Black) และสีขาว (Hamilton White) 
สีรถภายใน : 3 สี ได้แก่ สีดำ (เบาะหนัง) สำหรับทุกตัวเลือกสีรถภายนอก ยกเว้นเลือกตัวรถสีเขียวพร้อมหลังคา
สีขาว (Verdant Green & Hamilton White) จะได้ภายในสีเขียว/เทา (เบาะหนัง) และตัวรถสีเบจพร้อมหลังคาสีน้ำตาล (Hazel Wood Beige & Wisdom Brown) จะได้ภายในสีเบจ/น้ำตาล (เบาะหนัง) 

ORA Good Cat 500 ULTRA
ข้อมูลแบตเตอรี่ของรถยนต์ ORA Good Cat
 แบตเตอรี่ของ ORA Good Cat มาพร้อมอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยทางไฟฟ้าของรถยนต์กว่า 416 รายการ ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวประสิทธิภาพสูง ระบบตรวจจับ 360 องศา ป้องกันการชนกันของแบตเตอรี่ และระบบเตือนแบตเตอรี่อัจฉริยะ 
  • แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 47.788 kWh มีระยะทางวิ่งสูงสุด 400 กิโลเมตร ในรุ่น 400 TECH และ 400 PRO   
  • แบตเตอรี่ชนิดลิเธียม Ternary (NMC) ความจุ 63.139 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กิโลเมตร ในรุ่น 500 ULTRA
  • รองรับการชาร์จแบบเร็วด้วยไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 60 kW และการชาร์จไฟบ้านแบบ AC 6.6 kW
  • ชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC (0% - 80%) 45 นาที สำหรับรุ่น 400 และ 60 นาที สำหรับรุ่น 500 
  • ชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC (30% - 80%) 32 นาที สำหรับรุ่น 400 และ 40 นาที สำหรับรุ่น 500
  • ชาร์จด้วยไฟบ้านแบบ AC 8 ชั่วโมง สำหรับรุ่น 400 และ 10 ชั่วโมง สำหรับรุ่น 500
  • แบตเตอรี่สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติในช่วงความกดอากาศ -150 ถึง 5,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และภายใต้สภาวะความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ 2 - 98%
  • แบตเตอรี่มีความสามารถในการป้องกันมาตรฐาน IPX9K และ IP67 ซึ่งสามารถป้องกันน้ำ การกัดกร่อน การชน อัคคีภัย และการกระแทกได้ โดยเมื่อเกิดการกระแทกระบบไฟฟ้าจะตัดการทำงานภายใน 0.1 วินาที เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • เซลล์แบตเตอรี่ถูกห่อหุ้มด้วยกล่องที่มีความแข็งแรงในระดับ 3 มิติ พร้อมมีการควบคุมอุณหภูมิและระบบระบายความร้อน
  • ORA Good Cat 400 PRO มาพร้อมกับแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 47.788 kWh และระยะทางวิ่งสูงสุด 400 กิโลเมตร
  • ORA Good Cat 500 ULTRA มาพร้อมกับแบตเตอรี่ชนิดลิเธียม Ternary (NMC) ความจุ 63.139 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กิโลเมตร 
แท็กที่เกี่ยวข้อง ora ora good cat รีวิว ORA Good Cat ORA Good Cat 400 Pro ORA Good Cat 500Ultra
เขียนโดย สินธนุ จำปีศรี CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU