รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว Toyota Fortuner GRsport แต่งเท่เต็มคัน แรงพร้อมช่วงล่างดีขับมันขึ้นเยอะ

29 ต.ค. 64 915
รีวิว Toyota Fortuner GRsport แต่งเท่เต็มคัน แรงพร้อมช่วงล่างดีขับมันขึ้นเยอะ
Toyota Fortuner GRsport (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ จีอาร์สปอร์ต) รถอเนกประสงค์เพื่อพ่อบ้านแม่เรือนที่ชอบความท้าทาย มาพร้อมการตกแต่งรอบคันสไตล์ GRsport ถ่ายทอด DNA จากรถแข่งในสนาม ซึ่งในฟอร์จูนเนอร์ GRsport ไม่ใช่แค่ใส่ชุดแต่งแล้วก็มาเพิ่มราคาเท่านั้น แต่คร่าวนี้เพิ่มระบบช่วงล่างให้เฟิร์มมากขึ้นเพื่อรองรับ 204 ม้าแรงบิด 500 นิวตันเมตร อย่างชิว ๆ ถูกใจคนเท้าหนักแน่นอนครับ มาดูว่า Toyota Fortuner GRsport ราคา 1,899,000 บาท (หลังคาดำคิดตังค์เพิ่ม 20,000 บาท) มีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาบ้าง
ภายนอก
-กระจังหน้าสีดำเงาดีไซน์ใหม่ เพิ่มความสปอร์ตมากขึ้นไม่เน้นหรูหรา พร้อมสัญลักษณ์ GR
-กันชนหน้าพร้อมชุดตกแต่งสีดำเงาดุดัน ถ้าเป็นรถทรงเตี้ยน่าจะเกือยเป็นรถแข่งได้เลยนะครับ
-มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ จากรุ่นปกติเป็นโครเมี่ยม
-สปอยเลอร์หลังดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ต อันนี้สวยขึ้นและดูขลังมีพลังมากขึ้นครับ
-ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สีดำพิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport แต่ยังเป็นลายเดิม 
ภายใน
-ภายในดีไซน์สปอร์ตโทนสีดำสลับแดง ให้ความรู้สึกแบบรถแข่ง คงไว้ซึ่งความหรูหราไว้อย่างลงตัวเบาะนั่ง Suede แบบเจาะรู และหนังสังเคราะห์เดินด้ายตกแต่งสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ GR แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver พร้อมบุหนังสังเคราะห์สีดำเดินด้ายแดง 
-ช่องปรับอากาศด้านหน้าตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver และโครเมียม
-แผงข้างประตู สีดำบุหนังสังเคราะห์พร้อมตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver
-พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ Soft Touch แบบเจาะรู พร้อมตกแต่ง Center mark สีแดง และเดินด้ายสีแดง/ สี Smoke silver และสัญลักษณ์ GR
-หัวเกียร์หุ้มหนัง พร้อมตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver น่าจะให้สัญลักษณ์ GR บนหัวเกียร์มาด้วย 
-ฐานเกียร์ลาย Carbon Fiber พร้อมตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver
-กล่องเก็บของหุ้มหนังสังเคราะห์ เดินด้ายตกแต่งสีแดง
-แป้นคันเร่งและเบรคแบบสปอร์ต
-พรมรองพื้นห้องโดยสารดีไซน์เฉพาะรุ่น GR Sport
-กุญแจรีโมท Smart key ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport และสตาร์ทอัจฉริยะพร้อมสัญลักษณ์ GR
ความสะดวกสบายมาเต็มคันได้แก่ รีโมทพร้อมสวิตช์ระบบเปิดประตูท้าย รวมถึงประตูไฟฟ้าที่มีฟังก์ชั่น "ใช้เท้ากวาด" เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า เบาะแถวที่สองพับเก็บได้ และแถวสามพับแบบแขวน แอร์อัตโนมัติแยกปรับอุณหภูมิซ้ายและขวา พร้อมช่องแอร์และสวิตช์ควบคุมด้านหลัง   
นอกจากนี้ก็เปลี่ยนมาใช้ช่อง USB แบบ Type C 2 แต่คนที่มีสายรุ่นเก่าแบบเดิม (เช่นผู้ทดสอบ) ก็ไม่ต้องเสียใจสามารถใช้งานช่อง USB บนหน้าจอวิทยุได้อยู่ครับ แบบจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Bluetooth/USB พร้อมลำโพง JBL 11 ลำโพง (รวม Sub-Woofer ที่ประตูท้าย) สามารถเชื่อมต่อ Apple CarPlay/Android Auto ได้ง่ายมาก มีข้อแม้ว่ารถต้องจอดสนิทและใส่เกียร์ "P" ก่อนเพื่อความปลอดภัยนะครับ และก็มีกล้องรอบคัน 360 องศา ที่มีมุมมองให้เลือกดูได้และยังมีมุมกล้องด้านข้างเมื่อเราเปิดไฟเลี้ยวอีกด้วยครับ 
เครื่องยนต์ 204 แรงม้า แรง+ช่วงล่างดี ขับมันขึ้น
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พร้อมกับ 3 โหมดการขับขี่ Eco/Narmal/Sport เกียร์ 6 จังหวะ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 
ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) และระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบโฟร์ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง เหล็กกันโคลง โดยใน GRsport เลือกใช้โช้คแอพซอพเบอร์ใหม่แบบโมโนทูบ (Monotube Shock Absorber) ที่หนึบหนืดเกาะและไม่กระด้างเกินไป ส่วนระบบเบรกหน้า-หลังแบบดิสก์เบรกมีครีบระบายความร้อน พร้อมคาลิปเปอร์สีแดงและสัญลักษณ์ GR
ความปลอดภัยที่เพิ่มเติมจากรุ่นปกติคือ 
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
- ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ในขณะที่ถอดหลังหากมีรถกำลังวิ่งตัดด้านท้ายก็จะมีเสียงเตือนและไฟสัญญาณที่มุมกระจกข้างจะกระพริบเตือนให้รู้ว่า "อย่าเพิ่งถอยนะ...มีรถผ่านด้านหลัง...." แต่ยังไม่มีระบเบรกให้อัตโนมัตินะครับ เราต้องเบรกด้วยตัวเอง
และระบบความปลอดภัยที่มีอยู่แล้วและน่าสนใจมาก ๆ นั่น ระบบเรดาร์ของ Adeptive Cruise Control ที่แปรผันความเร็ว ตามรถคันหน้าและชะลอจนเหลือความประมาณ 30 -  35 กม./ชม. ส่วนอีกระบบที่ชอบมาก ๆ นั่นคือ การเตือนออกนอกเลนพร้อมดึงกลับ โดยใช้ระบบการเบรก เช่น เมื่อรถแบนออกฝั่งใดโดยไม่ตั้งใจ ระบบเบรกจะห้ามล้อฝั่งตรงข้าม เพื่อให้ทิศทางรถกลับเข้ามาในช่องทาง นับว่าช่วยเหลือและใช้งานได้อย่างดีถึงแม้จะไม่ใช่การคับบังพวงมาลัย เพราะว่าในช่วงที่ดึงกลับ พวงมาลัยยังตรงอยู่ในตำแหน่งเดิมครับ  
สมรรถนะ แรงดึงมันทุกย่านความเร็ว+ช่วงหนึบมั่นใจกว่า
มาถึงการลองขับขี่ในรูปแบบในเมือง-นอกเมือง รถติดสลับใช้การลองอัตราเร่งการเข้าทางโค้ง ลองเปลี่ยนเลนและความเร็วสูง ๆ สำหรับเรื่องกำลังของเครื่องยนต์นั้นแรงเหลือ ๆ เลยครับ อัตราเร่งออกตัวอาจไม่ได้หลังติดเบาะ แต่ก็ไต่ความเร็วได้ดี การเร่งแซงในแต่ละช่วงความเร็วนั้น มีกำลังให้ใช้งานอย่างเหลือล้น แม้ว่าอยู่ที่ความเร็วระดับ 110 กม./ชม. และเร่งแซงแบบใช้การไล่คันเร่งก็สามารถเพิ่มความเร็วได้ทันใจ หรือในบาช่วงได้ทดลองเร่งแซงที่ความเร็วจากประมาณ 130 กม./ชม. ก็ยังมีกำลังให้เรียกใช้อย่างเพียงพอ โดยที่ใช้เพียงโหมด Narmal เท่านั้นครับ 
เครื่องยนต์แรงบวกกับระบบช่วงล่างที่มาพร้อมสปริงที่ปรับความแข็งเพิ่มขึ้นประมาณ 17% และโช้คโมโนทูบที่ให้ความหนึบและแน่นกว่าโช้คแบบฟอร์จูนเนอร์รุ่นปกติ ยิ่งมั่นใจ ขึ้นอย่างชัดเจนที่ความเร็วสูง ๆ อาการแกว่งหรือโยนน้อยลง แต่ก็ยังพอมีอยู่บ้างตามปกติของรถยกสูง แม้ว่าในความเร็วต่ำก็มีอาการเด้งบ้างแต่ไม่ถึงกับขับเหนื่อยหรือจุก เพราะเวลากระโดดคอสะพานจะมีแรงดีดเล็กน้อย แต่เมื่อรถยุบตัวลงกลับนุ่มนวล นับว่าคนขับสนุกวิ่งผ่านทางขรุขระได้โดยคนนั่งไม่บ่นครับ ส่วนน้ำหนักของพวงมาลัยยอมรับว่าเบากว่าในรุ่นก่อนไนเมอร์เชนจ์ตอนเปิดตัวใหม่ ๆ และให้ความกระชับซึ่งอาจเป็นเพราะได้ช่วงล่างดีขึ้นเฟิร์มขึ้น แต่ก็ยังมีน้ำหนักในความเร็วต่ำ ๆ อยู่บ้างตามกลไกของพวงมาลัยระบบน้ำมันไฮดรอลิกส์ 
สรุปความคุ้มค่า Fortuner GRsport
Toyota Fortuner GRsport มาดสปอร์ตใหม่ชุดแต่งพิเศษไม่เหมือนใคร ภายในอารมณ์สปอร์ตเต็มคราบ สิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยมและเพิ่มเติมความปลอดภัยมากขึ้นอีกขั้น ความแรงระดับ 204 ม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมช่วงล่างแบบสปอร์ต นับว่าอยู่จุดบนสุดแล้วสำหรับรถอเนกประสงค์ PPV/SUV ในไทย
แน่นอนว่า Fortuner GRsport นั้นยังมีอีกหลายอย่างที่ขาดหายไปอย่างเช่น ระบบเบรกมือไฟฟ้ากับโฮลดเบรก ที่น่าจะติดตั้งมาให้ แต่ก็ยังมีหลายคนถนัดกับการใช้เบรกมือแบบดึงอยู่ ส่วนของระบบพวงมาลัยหากเป็นผ่อนแรงไฟฟ้าน่าจะช่วยให้ขับในเมืองสะดวกมากขึ้น เบาะแถวที่สามปรับให้พับแบนราบไปเลยก็จะเข้าท่ามากขึ้น รวมถึงจุดวางของกระจุกกระจิกยังน้อยไป เมื่อวางแก้วน้ำเต็มแล้วจุดวางโทรศัพท์ก็จะหายไปด้วย แต่ทว่าทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้เป็นจุดที่ทำให้ตัดสินใจซื้อฟอร์จูนคุกกี้น้อยลงแต่อย่างได้ครับ และยิ่งรุ่นพิเศษแบบนี้ราคา 1,899,000 บาท (หลังคาดำเพิ่ม 20,000 บาท) สำหรับผู้ที่สนใจอาจจะตัดสินใจซื้อโดยไม่ต้องคิดมากเลยล่ะครับ
 
 
 
แท็กที่เกี่ยวข้อง รีวิวโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ toyota Toyota Fortuner GR Sport
เขียนโดย สินธนุ จำปีศรี CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU