:
รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

ทดลองขับ Bentley Continental GT V8 ซูเปอร์คาร์สุดหรู 550 ม้า สะดวกสบายขับได้ทุกวัน

17 ส.ค. 64 1,549

ทดลองขับ Bentley Continental GT V8 ซูเปอร์คาร์สุดหรู 550 ม้า สะดวกสบายขับได้ทุกวัน
เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที วี8 (Bentley Continental GT V8) รถยนต์สปอร์ตคูเป้ 2 ประตู ในคราบซูเปอร์คาร์ที่มาพร้อมความหรูหราระดับพรีเมี่ยมที่เมื่อได้ลองทดสอบขับแล้ว นับเป็นรถที่ใช้งานได้ทุกวันด้วยความสะดวกสบายในการเดินทางไม่แตกต่างจากรถรุ่นซีดานของเบนท์ลี่ย์เอง และสามารถสั่งเพิ่มออปชั่นได้ตามความพอใจ


พละกำลังแบบซูเปอร์คาร์ระดับหัวแถวเครื่องยนต์เบนซินวี 8 สูบ 4.0 ลิตร (3,993 ซีซี) ทวินเทอร์โบ กำลังสูงสุด 550 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสุดโหด 770 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาทีเท่านั้น เกียร์ดูอัลคลัตช์ 8 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-time ที่แปรผันตามการขับขี่ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อนาทีจากโรงงาน 4.0 วินาที (รุ่น Convertible 4.1 วินาที) ความสูงสุด 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนต้องขอลองการออกตัวแต่แน่นอนว่าคงไม่กล้าทดสอบถึงความเร็วสูงสุดระดับนั้น!

ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับได้ด้วยสวิตช์ที่คอนโซลกลางและตามโหมดการขับขี่ที่เลือกเอาไว้ ระบบเบรกสยบฝูงม้าด้วยจานคู่หน้า 420 มม. กับคาร์ลิเปอร์ 10 ลูกสูบ คู่หลัง 380 มม. คาร์ลิเปอร์ 4 ลูกสูบ ล้ออัลลอย 21 นิ้ว ยางหน้า 265/40 และด้านหลัง 305/35 จาก Pilelli P Zero    
รายละเอียดภายนอกและภายในรุ่น Standard
เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที วี8 (Bentley Continental GT V8) ในรุ่นเริ่มต้นราคา 17.3 ล้านบาทนั้น จะเป็นออปชั่นขั้นพื้นฐานเริ่มต้นให้ก่อน ผู้ซื้อสามารถสั่งจิ้มอุปกรณ์การตกแต่งทั้งภายนอกและภายในได้ตามใจชอบ ตั้งแต่ธีมโครเมี่ยม "Black line" ล้ออัลลอย 20 ไปจนถึง 22 นิ้ว ชุดแต่งรอบคัน ภายในเลือกวัสดุตกแต่งหนัง แผงคอนโซล ลายต่าง ๆ ทั้งแบบสีเดียวและทูโทน ร่วมถึงการปักโลโก้บนหมอนพิงศรีษะ มีทั้งอุปกรณ์แบบมาตรฐานและของแต่งสุดหรูอย่าง MULLINER สำนักแต่งของเบนท์ลี่ย์โดยตรง นอกจากนี้แผงความบันเทิงยังเลือกติดตั้งอุปกรณ์เปลี่ยนรูปแบบวามหรูหราได้ตามใจ โดยเป็นระบบหมุนพลิกด้านเป็นทั้งเครื่องเสียง, ลายไม้เรียบ ๆ และโชว์นาฬิกาคลาสิก สรุปว่าสามารถเพิ่มออปชั่นเพิ่มได้เกือบทั้งคันจากรุ่นพื้นฐานราคา 17,300,000 บาท

กลับมาที่คันที่ได้ทดสอบขับวันนี้นั่นคือ Bentley Continental GT V8 รุ่นสแตนดาร์ด โดยตัวรถมาพร้อมภายนอกเฉดสีดำ (Onyx) ซึ่งเป็นการผสมผสานของเฉดสีน้ำเงินเข้มเพื่อให้ออกมาในโทนเฉดสีดำที่ดูโดดเด่น ดุดัน และมีเอกลักษณ์ โดยเฉดสีนี้เคยเป็นเฉดสีที่ใช้ในการเปิดตัวอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ The Continental Flying Spur รุ่น Speed ในอดีต 




ภายนอกโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบคริสตัลที่สวยระยิบระยับแบบ Full LED Matrix สว่างปรับลำแสงอัตโนมัติ กระจังหน้าคันนี้ถูกเปลี่ยนเป็นแบบ "Black Line" โครเมี่ยมรมดำดุดันมากขึ้น (จากเดิมเป็นโครเมี่ยมเงา) เส้นคิ้วขอบกระจก กรอบไฟหน้า ไฟท้าย ท่อไอเสีย เรียบกว่าที่เป็นโครเมี่ยมเงานั้นเปลี่ยนเป็นสีรมดำ (ตกแต่งเป็นตัวอย่าง) ส่วนล้ออัลลอยนั้นทาง AAS อัพเกรดจากเดิมขนาด 20 นิ้ว เป็นขนาด 21 นิ้วและสลับสีดำโดยไม่ต้องเพิ่มเงิน  

ความหรี่เมี่ยมภายนอกมีให้ครบทั้งระบบประตูดูดไม่ต้องปิดแรง กระจกบานหน้าและข้างเก็บเสียง Acoustic สปอยเลอร์หลังกระดกอัตโนมัติเมื่อความเร็วสูง โดยรถจะคำนวนความเร็ว แรงลม ฯลฯ อัตโนมัติ แต่สามารถใช้สวิตช์ตรงฐานเกียร์กระดกขึ้น-ลงได้ตามใจชอบ ปลายท่อไอเสีย 4 ท่อฝั่งละ 2 ท่อ  

หนังสัตว์จากที่ราบสูง!!!....ภายในตกแต่งด้วยเฉดสีดำ (Beluga) บนเบาะหนังแท้คัดสรรจากสัตว์กินพืชที่เลี้ยงอยู่บนพื้นที่ราบสูงเหนือระดับน้ำทะเลในภาคเหนือของทวีปยุโรป โดยหนังที่คัดสรรมาทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นหนังแท้ คุณภาพสูง ปราศจากแมลงสัตว์กัดต่อยที่อาจทิ้งริ้วรอยด่างบนผืนหนัง ประกอบกับการผสมผสานของพื้นผิวเฉดสีดำผสมกลมกลืนไปกับลายไม้วีเนียร์ชั้นดีสีดำ (Piano Black) เหมือนแกรนด์เปียโนอันงดงาม และความมันเงาของอัญมณีสีเข้ม สะท้อนรายละเอียดของความประณีตและความร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี 


มาตรวัดจอสี TFT สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบแสดงผลได้ 2 รูปแบบ จากสวิตช์บนพวงมาลัยให้เป็นเต็มจอฝั่งขวา มาตรวัดความเร็วจะเปลี่ยนเป็นภาพเต็มจอ หรือเป็นมาตรวัด 2 ฝั่ง รอบเครื่องยนต์และความเร็ว เพื่อมุมมองที่ง่ายมากขึ้น 

คอนโซลหน้าหุ้มหน้งวัวที่ราบสูงผิวเนียบเรียบละเอียดมาก คอนโซลกลางตกแต่งหรูหราเงาตาแตก โดดเด่นด้วยนาฬิกาอนาล็อก แผงควบคุมแอร์อัตโนมัติแยกปรับอุณหภูมิได้ ช่องลมแอร์ที่ให้ความคลาสสิกด้วยสวิตช์ดึง/กด สำหรับเปิดปิดแอร์ แต่การทำงานเป็นระบบไฟฟ้านะครับ  

ถัดมาเป็นหัวเกียร์ที่ใช้งานไม่ยากเพียงกดปุ่ม "ฺB" ที่หัวเกียร์เมื่อต้องการโยกไปตำแหน่งต่าง ๆ และกด "P" เมื่อต้องการจอด และสามารถใช้แพดเดิ้ลชิฟบนพวงมาลัยเลือกเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เองเพิ่มความมันได้อีกด้วย มาพร้อมเบรกมือไฟฟ้าแต่ไม่มีระบบ Auto Brake Hold มาให้ เพราะใช้แค่ระบบนี้ก็สะดวกแค่เหยียบคันเร่งก็ปลดให้อัตโนมัติ และปุ่มสตาร์ทตรงกลาง  

เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ตแต่ไม่อึดอัดนั่งสบายปรับไฟฟ้าและดันหลังรวม 12 ทิศทาง พร้อมระบบความจำ 2 ตำแหน่ง และสวิตช์พับเบาะสำหรับเข้าไปนั่งเบาะหลัง ซึ่งต้องบอกว่าตัวเบาะหลังนั้นให้ความกระชับนั่งสบายไม่น้อยไปกว่าคู่หน้า เพียงแค่พื้นที่วางขาน้อยไปตามสไตล์รถสปอร์ตคู่เป้  




มาดูสวิตช์บนฐานเกียร์นอกจากปุ่มปรับแอร์ ระบบทิศทางลม และระบบอุ่นเบาะแล้ว ยังมีสวิตช์ปรับสปอยเลอร์หลัง และบนปุ่มสตาร์เครื่องยนต์สามารถหมุนเลือกโหมดการขับขี่ได้ 4 รูปแบบคือ
Sport โหมดสุดโหดขับสนุกที่ปรับการปรับระบบการทำงานเครื่องยนต์ให้จัดจ้านโดยเฉพาะเสียงท่อไอเสียที่กระหึ่มกว่าโหลดปกติ รอบเครื่องยนต์ที่ลากได้มันและยาวขึ้น ช่วงล่างระบบถุงลมจะปรับให้หนึบและแข็งขึ้น พวงมาลัยจะหนืดขึ้นเล็กน้อย และแน่นอนว่ากินจุขึ้นอีกนิด
B โหมดปกติหรืออัตโนมัติที่จะคำนวนการขับขี่ในทุกรูปแบบให้เอง โดยที่ผู้ขับไม่ต้องสนใจ ขับอย่างเดียว รถยนต์จะคิด วิเคราะห์และคำนวนความเหมาะสมทุกอย่างให้เองครับ ใช้เพียงแค่โหมดนี้ก็เพียงพอแล้ว
Comfort โหมดนุ่มนวล ไม่เร่งรีบ คันเร่งตอบสนองช้าลง ไม่พุ่งพรอดนัก ช่วงล่างนุ่มนวลขึ้น และคาดว่าน่าจะเป็นโหมดประหยัดอีกด้วย โดยในโหมดนี้เหมาะกับผู้เริ่มต้นควบคุมฝูงม้า 550 ตัว หรือช่วยให้สุภาพสตรีขับง่าบขึ้นปลอดภัยมากขึ้น ช่วยให้ควมคุมง่ายหรือไม่พยศนั่นเอง  
Custom โหมดปรับตั้งค่าตามความชอบ เช่น ตั้งให้เครื่องยนต์แรง แต่ขอช่วงล่างนุ่ม หรือขอเครื่องปกติ แต่ช่วงล่างหนึบ ๆ เป็นต้น 

ระบบความบันเทิงแค่รุ่นเริ่มต้นก็พรี่เมี่ยมด้วย Bentley Sound คัดสรรมาโดยเฉพาะ หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อครบถ้วนทั้ง Smart Phone Bluetooth WIFI USB 4 ตำแหน่ง Navigator รองรับ Apple Carplay และ Bentley SmartPhone Add ในกล่องเก็บของด้านหน้าซ่อนเครื่องเล่นแผ่น DVD/SDcard พร้อมพลังเสียงลำโพง 10 ตำแหน่ง 

สรุปอีกครั้งออปชั่นของ เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที วี8 (Bentley Continental GT V8) คันนี้ คือ Blackline Specification รอบคัน ล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว สีดำตัดกับสีเงิน ขอบกระจกข้าง (Side Window Surrounds) ช่องระบายอากาศด้านข้างและไฟประตูด้านล่าง (Wing Vent and Lower Door Brightware) ไฟกันชนด้านหลัง (Rear Bumper Brightware) กรอบไฟหน้า (Front Headlamp Bezels) กระจังหน้าแบบ Matrix (Radshell Matrix) ไฟกรอบป้ายทะเบียนหลัง (Rear Number Plate Surround Brightware) กรอบไฟหลัง (Rear Lamp Bezels) และท่อไอเสียรูปทรงเลข 8 (Exhaust Outlets) เอกลักษณ์สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ V8 โดยเฉพาะ





AAS Auto Service เชิญทีมงานเช็คราคาให้สัมผัส Bentley Continental GT V8 รับรถจากโชว์รูมตึก CTI ถนนรัชดาภิเษก (ใกล้แยกอโศก) เพื่อทดสอบโดยเน้นเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ V8 ใหม่ที่เพิ่มไลน์อัพจาก W12 ว่ายังแรงดุดันแตกต่างกันมากน้อยหรือไม่ รวมถึงฟังก์ชั่นการขับขี่และใช้งานที่สะดวกสบายเพียงใดครับ 

1 วันกับซูเปอร์คาร์สุดหรูกว่า 100 กิโลเมตร 

การทดสอบครั้งนี้ใช้เวลาแบบ ฟรีรันรับรถ 9.30 น. และส่งคืนก่อน 16.30 น. เส้นทางหลังจากรับรถที่โชว์รูมในช่วงเช้า "กึ่งล็อคดาวน์" จึงตระเวนขับ "เช็คอิน" ในตัวเมืองและชานเมืองเป็นหลัก ผ่านย่านเยาวราช-ราชดำเนิน-ถนนข้าวสาร-สะพานพระราม 8-ถนนลายฟ้าบรมราชชนนี-วงแหวงตะวันออก-บางใหญ่ และขากลับ-ราชพฤษ-สาทรโชว์รูมรัชดา รวมระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร เรียกว่าขับให้คุ้มลองทั้งสภาพรถเยอะถนนแคบไปจนถึงการขับทางยาว ๆ รถโล่ง ๆ  


ขุมพลัง วี 8 สูบ แรงหลังติดเบาะแต่ประหยัด
ตำแหน่งคนขับหากมองภาพรวมไม่ค่อยรู้สึกว่าอยู่ในรถสปอร์ตคู่เป้ ด้วยการตกแต่งที่หรูหราไม่ต่างจาก Flying spur แต่ท่านั่งการขับสไตล์ซูเปอร์คาร์ที่อยู่ระดับต่ำ ช่วงขาระนาบกับพื้นเกือบเป็นแนวราบและลึกไปด้านหน้า ส่วนพวงมาลัยก็สูงเรียกว่าเป็นเหมือนรถแข่งก็ว่าได้ครับ 

กำลังเครื่องยนต์วี8 ทวินเทอร์โบ ให้ความดุดันและอารมณ์ดิบพร้อมกับเสียคำรามที่เร้าใจขึ้นกว่าดับเบิ้ลยู12 ที่เรียบเนียนมากเกินไป อัตราเร่งที่ได้ลองทดสอบดูจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กม./ชม. นับว่ามาเร็วและดึงหลังติดเบาะสัมผัสถึงแรง "G" หนัก ๆ ได้ และแม้จะออกตัวแรงมากแค่ไหนก็ควบคุมรถได้ง่ายมาก เพราะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ทำให้สามารถคุม 550 แรงม้าอยู่สบาย ๆ ครับ โดยจากที่ได้ลองวัด 0 - 100 กม./ชม. ในโหมด Sport ได้ราว ๆ 4.5- 5 วินาที อาจขึ้นกับสภาพผิวถนนที่มีกรวดทราบเยอะทำให้การออกตัวถูกควบคุมด้วยระบบความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อให้รถไม่ปัดควบคุมง่ายอีกด้วย   

พวงมาลัยจับกระชับควบคุมง่ายน้ำหนักกำลังดีไม่เบา แต่ความเร็วต่ำ ๆ กลับหมุนง่ายมาก ส่วนที่ความเร็วสูงก็หนึบกระชับขึ้น ทำให้ควบคุมรถได้ง่ายและแม่นยำครับ


สิ่งที่ทำให้ขับแล้วสนุกก็คือในโหมด Sport ที่ปรับการจ่ายย้ำมันระบบไฟใหม่ ทำให้เสียงท่อไอเสียกระหึ่มมากขึ้น แม้จอดนิ่ง ในขณะเร่งเสียงเร้าใจราวกับกำลังอยู่ในสนามแข่ง และเมื่อถอดคันเร่งลดความเร็วก็มีเสียงท่อ "ปุ้งปัง" ให้สะใจอีกด้วย โหมดสปอร์ตนั่นพร้อมซัดในสนามได้อย่างสบาย ๆ เลยครับ 


ระบบช่วงล่างในโหมดปกติ นับว่านุ่มนวลหรูหราเหมือนน่าตา ให้ความสบาย แต่เกาะถนนดี ส่วนโหมดสปอร์ตถูกปรับช่วงล่างให้แข็งขึ้นรงรับการปลดปล่อยของคนขับ เกาะถนนแน่นหนึบ และความคุมการทรงตัวได้ดี แม้บางจังหวะกระโดดคอสะพานก็เอาอยู่ครับ 

ระบบเบรกนุ่มเท้าและหนึบ เบรกอยู่แม้จะเร่งคิกดาวน์มาและต้องเบรกอย่างกระทันหัน ใช้น้ำหนักเท้าน้อยมาก และไม่ว่าจะเบรกในช่วงกำลังเลี้ยวหรือ เข้าโค้ง ตัวรถก็นิ่งไม่มีอาการส่อยหรือสบัดแต่อย่างใดครับ นับว่าเบรกได้ปลอดภัยดีเหลือ ๆ กับขุมพลังที่ให้มา  

เห็นคันใหญ่โตแบบนี้ แต่เมื่อปรับตัวได้ก็รู้สึกว่าเป็นรถที่คล่องตัวทั้งสภาพรถติด ถนนแคบ ๆ เลี้ยวเข้าซอย หรือจะจอดก็ง่าย ทัศนะวิสัยช่วงด้านหน้าและข้างถือว่าดีอยู่ แต่ด้านหลังเมื่อมองผ่านกระจกมองหลังแล้วมองยากเพราะกระจกที่แคบและลาดเอียงเยอะ ทำให้เห็นมุมไกล ๆ เท่านั้น ส่วนมุมใกล้คงต้องพึ่งกระจกมองข้างหรือกลองถอยหลัง แต่ว่าสามารถเลือกออปชั่นกล้องรอบคัน 360 องศาได้ด้วยนะครับ 

ระบบความปลอดภัยเพียงพอ 
สำหรับระบบความปลอดภัยในรุ่นเริ่มต้นนั้นก็จัดเต็มได้แก่ ระบบเตือนการชนด้านหน้า สามารถเพิ่มระบบเบรกอัตโนมัติได้ ระบบควบคุมการทรงตัว ครุซคอนโทรลที่เลือกเพิ่มเป็นแบบแปรผันได้ ระบบ Drag Torque control (MRS) ถุงลมนิรภัยรอบคัน ระบบเตือนมุมอับสายไฟสว่างชัดเจน เป็นต้น 


สรุปความคุ้มค่า 

Bentley Continental V8 สำหรับผู้ที่ชื่นชอบและต้องการฟิลลิ่งแบบรถซูเปอร์คาร์ที่ให้อัตราเร่ง ระบบช่วงล่าง ท่านั่ง รวมถึงเสียงคำรามของเครื่องวี8 สูบ แต่ได้ความสะดวกสบายหรูหราพรีเมี่ยมเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งไปทำงาน ออกกำลังกาย ท่องเที่ยวต่างจังหวัด ได้ครบในคันเดียว "Super Deily Car"  

แต่ความพิเศษอยู่ที่สามารถเลือกออปชั่นภายนอกและภายในได้ตามต้องการ เหมือนเป็นรถที่ผลิตมาเพื่อเจ้าของ 1 คนโดยเฉพาะไม่ซ้ำใคร และยิ่งซื้อจาก AAS Auto Service ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการก็ยิ่งได้รถที่สมบูณณ์ทั้งการผลิตเพื่อประเทศไทย มีรหัสตัวถังรถแท้จากโรงงานอังกฤษ และสามารถบำรุงรักษาด้วยอะไหล่แท้คุณภาพสูงจากโรงงานอังกฤษ เพราะรถสมรรถสูงระดับ 550 แรงม้า แรบิดโหด 770 นิวตันเมตร เทียบเท่ารถแข่งระดับ Super GT ต้องมั่นใจว่าขับแล้วปลอดภัยไว้ใจได้   
สอบถามเพิ่มที่ 02-2611050-1 หรือ bangkok.bentleymotors.com 
แท็กที่เกี่ยวข้อง รีวิว bentley continental gt v8 รีวิว bentley continental bentley continental gt v8
เขียนโดย เช็คราคา.คอม CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU