รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว-ทดลองขับ New Honda City e HEV รถไฮบริด และ Hatchback 5 ประตูขับสนุกแค่ไหนกัน?

7 ก.ค. 64 26,327

รีวิว-ทดลองขับ New Honda City e HEV รถไฮบริด และ Hatchback 5 ประตูขับสนุกแค่ไหนกัน?
New Honda city รถยนต์ซิตี้คาร์ ภายใต้ "เดอะ ซิตี้ ซีรีส์" เปิดตัวครบ 3 รุ่น 2 ตัวถังทั้งแบบซีดาน แฮชต์แบ็ก และไฮบริดที่ใช้ชื่อเรียกว่า "e:HEV" โดยในทริปนี้ได้ทดลองขับทั้งหมด 2 รุ่นคือ 

ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ (City Hatchback) ซิตี้คาร์สปอร์ตแฮทช์แบ็กน้องใหม่ที่พร้อมมูฟสู่ทุกจุดหมายด้วยขุมพลังเทอร์โบเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO 122 แรงม้าให้การขับขี่ที่สนุก ทรงพลังและให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มาพร้อมความอเนกประสงค์กับเบาะนั่งอัลตรา ซีทและครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และ ฮอนด้า ซิตี้


ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ (Honda City e HEV) ซิตี้คาร์ Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Sport Hybridi-MMD ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้าเซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) อีกทั้งฟังก์ชันการใช้งานเพื่อความสะดวกสบายระดับพรีเมียมรวมระยะทางไป-กลับจากกรุงเทพฯ สู่เขา ใหญ่อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมากว่า 400 กิโลเมตร

ซึ่งซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ และ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ที่มาพร้อมความโดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลายได้อย่างครอบคลุม

Honda City Hatchback พับเบาะจุใจ ท้ายกว้างมาก !!!

Honda City Hatchback โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 - 4,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร ขับสนุกดั่งใจด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด (7-Speed Paddle Shift) สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 100 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20




ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ สปอร์ตเต็มขั้นในรุ่น RS ที่โฉบเฉี่ยวด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคันมาพร้อมกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS กันชนหน้าและกันชนหลังสไตล์สปอร์ตผสานดีไซน์อันลงตัวด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟท้ายแบบ LED และไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัวสปอยเลอร์หลังตกแต่งสีดำแบบสปอร์ตและล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว มาพร้อมสีใหม่สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) 





ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง อัปเกรดความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยแถบสีแดง มาพร้อมเบาะนั่ง อัลตรา ซีท (ULTR) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้าที่แยกพับได้แบบ 60:40 สามารถปรับเปลี่ยน เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง4โหมด พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ได้แก่ 
  • Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง
  • Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
  • Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง
  • Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด



หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่พร้อมมาตรวัด เรืองแสงสีแดงสไตล์สปอร์ต (เฉพาะรุ่น RS) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

ครบครันด้วยมาตรฐานความปลอดภัย มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ ถุงลม 6 ตำแหน่งระบบเบรก ป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) และเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ฮอนด้าคอนเนค (Honda CONNECT) เป็นต้น
ฮอนด้า ซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นได้แก่
Honda City e:HEV ไฮบริดทันสมัย แรงและประหยัดได้ใจ

ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมอัตลักษณ์อันโดดเด่นของซิตี้คาร์ไฮบริด ด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้ายสปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้นกับดีไซน์ RS รอบคันด้วยกระจังหน้าและสปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต พร้อมไฟเลี้ยวในตัว และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว มาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก)



ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายในทุกมิติ เติมอารมณ์สปอร์ตหรูด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์สปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดงครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียมทั้งมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ช่องปรับอากาศตอนหลัง และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันพร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ เป็นต้น






มาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ไม่มีแยกซ้าย-ขวา และช่องลมแอร์ด้านหลังเพื่อความเย็นรวดเร็ว และยังมีจุดชาร์จไฟอีก 2 ตำแหน่ง 





อี:เอชอีวี ใหม่ ซิตี้คาร์ Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Sport Hybridi-MMD ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้าเซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)
ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังแบบ Full Hybrid ระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (ใช้ปั่นไฟฟ้าและขับเคลื่อนอย่างละตัว) กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว กำลังสูงสุด 98 แรงม้า แรงบิด 127 นิวตัน-เมตร พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 1 กิโลวัตต์ชั่วโมง กำลังขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 109 แรงม้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม/กิโลเมตร สามารถรองรับน้ำมัน E20




นอกจากนี้ยังครบครันด้วยมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทางมาเต็ม
ถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist- HSA) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) และเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) อุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยเช่น ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เป็นต้น

มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)
  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

สมรรถนะการทดลองขับ 

โดยก่อนเริ่มกิจกรรมการทดสอบสมรรถนะการขับขี่ของยนตรกรรมทั้ง 2 รุ่น คณะสื่อมวลชนได้ร่วมรับฟังข้อมูลผลิตภัณฑ์และรายละเอียดการพัฒนาฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ และ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ที่มาพร้อมความโดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลายไดอย่างครอบคลุม

การขับขี่แบ่งเป็น 2 กลุ่มซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ และ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ขับ 2 คนต่อหนึ่งคัน และไปสลับคนขับระหว่างจุดแวะพักในวันแรก ส่วนวันที่สองสลับรถกันก่อนเดินทางกลับรวมระยะทางราว ๆ 400 กว่ากิโลเมตร และตลอดเส้นทางมีทั้งในเมือง นอกเมือง ขึ้นเนินเขาและใช้อัตราเร่งเพื่อทดสอบสมรรถนะอยู่เกือบตลอด ดังนั้น จึงเป็นการที่เหมือนใช้งานจริง ๆ แต่อาจมีช่วงที่ขับเร็วหรือใช้อัตราเร่งแซงบ่อย ๆ บาง สำหรับการทดสอบครั้งนี้ได้ขับครบทั้ง 2 รุ่นระยะทางราวเกือบ 200 กิโลเมตรต่อคันทั้งไปและกลับ     
New Honda City Hatchback อเนกประสงค์เบาะกว้าง คล่องตัว! 
New Honda City Hatchback เหมาะสำหรับผู้ต้องการความอเนกประสงค์ มาพร้อมความประหยัดน้ำมัน ราคาและการดูแลรักษา นับเป็นซิตีคาร์ที่ให้สมรรถนะและการใช้งานที่ลงตัวในทุกกิจกรรมของชีวิต


สำหรับสมรรถนะของซิตี้ แฮทช์แบ็ก นั้นใช้ขุมพลังเดียวกับรุ่นซีดาน เบนซิน 3 สูบ VTEC TURBO 1.0 ลิตร 122 แรงม้า แรงบิด 173 นิวตันเมตร CVT แรงสุดในรถระดับนี้ อัตราเร่งปรู๊ดปร๊าดทันใจ 0-100 กม./ชม. ราว ๆ 10.50 วินาที (โดยประมาณ)
การเร่งแซง 80 - 120 กม./ชม.ขึ้นเร็วทันใจ ช่วงล่างให้ความนุ่มนวล เน้นการเดินทางสะดวกสบาย ในความเร็วสูง ๆ ยังมีอาการยวบและโคลงอยู่พอสมควร ระบบเบรกเอาอยู่ พวงมาลัยเบาควบคุมง่าย คล่องตัว แต่ความเร็วสูงต้องเกร็งมือให้นิ่ง ๆ

ความสะดวกสบายครบที่โดดเด่นคือ จอสัมสัสเชื่อต่อ Apple Carplay ระบบ Cruise Control กล้องมองถอยหลัง จุดเด่นที่นับเป็นไฮไลท์คือ เบาะหลัง Ultra Seat ที่นั่งได้สบายตัว พื้นที่วางขากว้างเหลือเฟือ และเป็นแบบพับ 60:40 และมีพื้นที่กว้างกว่ารุ่นแจ๊ซพอตัว ลองใช้ Android Auto โดยใช้แอพฯ ก็ได้เช่นกันครับ 








โดยรวมแล้วเครื่องยนต์อัตราเร่งดี มีอาการรอรอบกับรอให้คำนวนอัตราทดเกียร์ CVT บ้างก่อนที่จะเร่งได้ทันใจ ตามสไตล์รถใช้เครื่องยนต์ ระบบช่วงล่างยังนุ่มนวล และมีอาการยวบยาบ เน้นการใช้งานที่ความเร็วไม่สูงนัก หากใช้ความเร็วสูง ๆ อาจต้องใช้ทักษะการควบคุมที่แม่นยำและนุ่มนวล เพื่อลดอาการ "โคลง" เมื่อเปลี่ยนเลนหรือเข้าทางโค้ง 

จุดเด่นที่น่าสนใจของซิตี้ แฮทช์แบ็ก มากกว่าความแรงและประหยัดก็คือ เบาะหลังที่พับได้ราบเรียบแบบเดียวกับในแจ๊ซ และขนาดมีพื้นที่รวมกว้างกว่าแจ๊ซ แม้จะเป็นรถ 5 ประตูแต่กว้างมากที่สุดในรถระดับเดียวกับเลยทีเดียวครับ

Honda City e HEV ออปชั่นเยอะจัดเต็มด้วย Honda SENSING เหมือนใน Accord Hybrid ในราคาถูกกว่าครึ่ง.!!

สัมผัสขุมพลังไฮบริดใน City e ที่ให้อัตราการตอบสนองรวดเร็วทันใจกว่า แบบไม่ต้องรอรอบ การทำงานระบบ Series Hybrid มอเตอร์ไฟฟ้าจะแยกการขับเคลื่อนอิสระจากเครื่องยนต์ เรียกว่าเน้นใช้กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนขับเคลื่อนเป็นหลัก




ส่วนเครื่องยนต์จะทำงานในช่วงความเร็วคงที่และไฟในแบตฯ เหลือน้อยระบบจะสลับให้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนแทนจนไฟในแบตฯ ได้ระดับเพียงพอจะใช้งานก็ตัดกลับมาใช้มอเตอร์ไฟฟ้า

นั่นคือ ระบบ i-MMD ไฮบริดที่ใช้เวอร์ชั่นเดียวกับใน Honda Fit ที่ญี่ปุ่น หรือใน Acoord Hybrid ซึ่งมีการทำงานที่สลับซับซ้อนแต่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเวอร์ เริ่มที่การขับขี่แบบปกติทั่วไปมอเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นตัวหลักขับเคลื่อนทั้งหมด เครื่องยนต์จะปั่นกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่เท่านั้น 

ในบางสภาวะการขับขี่เช่นใช้อัตราเร่งก็ยังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นหลัก โดยที่เครื่องยนต์ยังปั่นกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่เช่นเดิม และที่เบาะหลังจะมีรูระบายอากาศเข้าแบตเตอรี่ไม่ต้องกลัวร้อนแน่นอน

ในขณะที่ความเร็วเริ่มคงที่ไม่มีการเร่งหรือถอดคันเร่ง หากแบตเตอรี่ใกล้หมดในระดับที่ตั้งค่าไว้ ระบบจะสลับไปใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนผ่านชุดคลัตช์โดยตรงทันทีแบบ 100% และชาร์จไฟเข้าแบตฯ พร้อมกัน หรือบางจังหวะอาจใช้ขับเคลื่อนอย่างเดียวแบบไม่มีการชาร์จไฟหากไฟในแบตฯ ยังมีระดับเพียง ซึ่งในจังหวะเครื่องยนต์ขับเคลื่อนนั้น สั้นและใช้เวลาไม่นานนักก็จะสลับกลับไปเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนต่อไปครับ 

นอกจากนี้ยังสามารถถอนคันเร่งเพื่อ "ชาร์จไฟ" เข้าสู่แบตฯ ได้ หรือจะใช้การปรับเปลี่ยนระดับการชาร์จไฟให้เร็วขึ้นด้วยการใช้ "Paddle Shift" "ฝั่งลบ" จะมีความหน่วงให้ละชอความเร็วลง ยิ่งกดลบลงไปเรื่อย ๆ ยิ่งชะลอมากขึ้น คล้ายการเปลี่ยนเกียร์ต่ำนั่เองครับ ซึ่งยิ่งหน่วงมากก็ยิ่งชาร์จได้เร็วมาก ยิ่งประหยัดเพราะเครื่องยนต์แทบไม่ต้องปั่นไฟเข้าแบตฯ เลย   

สมรรถนะตอบสนองเร็วกว่า ช่วงล่างนุ่มนวล อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ราว ๆ 10.3-10.5 วินาที จากมอเตอร์ไฟฟ้า 109 แรงม้า 253 นิวตันเมตร ECVT ราบรื่นต่อเนื่องดี และให้อัตราสิ้นเปลืองกรุงเทพ - เขาใหญ่ไปกลับอยู่ที่ 20-25 กม./ลิตร ตัวเลขดีสุดมากถึง 28 กม./ลิตร

Honda SENSING จากคุณพี่ Accord Hybrid.!
แถมความปลอดภัย Honda SENSING ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ เตือนออกนอกเลนพร้อมดึงกลับ และรักษารถให้อยู่ในช่องทางพร้อมกับควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ..!!!

จากการทดลองใช้ในช่วงขากลับจากเขาใหญ่ผ่านถนน 1016 (Dairy Home) ซึ่งเป็นทางคดเคี้ยวและมีเนินสลับทางลงอยู่ตลอด เจ้าระบบ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) สามารถควบคุมได้อย่างแม่นยำมาก แม้เส้นขอบทางบางช่วงจะจางก็ตาม 

และระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW) ขยันทำงานและยังดึงกลับให้ได้จริงด้วย สุดท้ายลองใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) ตามคันด้านหน้า ถือว่าตรวจจับรถยนต์ที่วิ่งด้านหน้าได้ค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเลี้ยวกี่โค้งก้ยังตรวจจับเจอและใช้ความตามได้อย่างน่าประทับใจ 

City e:HEV นับว่าเป็นรถยนต์ไฮบริดที่มีระบบ Honda SENSING มาแบบจัดเต็มเหมือนกับรุ่นพี่อย่าง ฮอนด้า แอคคอร์ด ในราคาเบา ๆ และระบบนี้ช่วยเหลือการขับขี่ทางไลกได้เยอะ ลดการเมื่อยล้า ช่วยระวังเมื่อคนขับเมอร์หรือเผลอได้ดีจริง ๆ ครับ ระบบนี้ โดยส่วนตัวแล้วชอบมาก เค้ามีมาให้หมดแล้ว... Honda SENSING มีไว้ดีกว่าไม่มีครับ 

ถ้าชอบเทคโนโลยีจาก Accord Hybrid สู่ City e ทำให้เป็นรถซิตี้คาร์ที่มีเทคโลโยีไฮบริดเวอร์ชั่นล่าสุดกับความปลอดภัยที่ยกมาจากรถรุ่นราคาระดับล้านปลาย ๆ ที่มีค่าตัวเพียง 839,000 บาท ถูกกว่าครึ่ง หรือจะเรียกว่า Mini Accord ก็ยังได้เลยครับ

นอกจากนี้ระบบการทำงานไฮบริดต่าง ๆ ยังมีรับประกัน 5 ปี และแถมให้อีก 5 ปี รวมเป็น 10 ปี ระบบหล่อลื่นในชุดเกียร์ E-CVT เช็คที่แสนกว่ากิโลเมตร และการบำรักษาตามระยะทางเทียบเท่ากับในรุ่นเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเท่านั้นครับ  
ความคุ้มค่ากับราคา

เริ่มที่รถยนต์ ฮอนด้า ซิติ้ แฮตช์แบ็ค อีโคาร์ หรือ ซิตี้คาร์ ก็ได้เพราะความพิกัดเครื่องยนต์ตรงคุณสมบัติ ที่โดดเด่นด้วยขุมพลังแรงเจ้าเดียวในไทยสำหรับรถระดับเดียวกัน เพิ่มความอเนกปะรสงค์เข้ามาให้มีความสะดวกสบายสไตล์ Honda Jazz แต่ให้พื้นที่โดยรวมกว้างกว่า รองรับกิจกรรมที่หลายหลายของชีวิต นอกจากนี้ยังใช้งานบรรทุกสิ่งของได้สะดวก เหมาะกับผู้เริ่มทำธุรกิจเล็ก ๆ หรือการท่องเที่ยวแบบ Extreme  

ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ เน้นการใช้งานสะดวกสบายและประหยัด บุคลิคแบบสุขุมนุ่มลึก วัยกลางคนที่ต้องการรถยนต์ที่คุ้มค่าในการใช้งาน แต่ในความประหยัดยังแอบแฝงกำลังแรงบิด 253 นิวตัน-เมตร ที่มีอัตราเร่งที่ดีไม่รอรอบและยังคงความประหยัดได้น่าพอใจในระดับ 19 - 27 กม./ลิตร พอไหม?
แท็กที่เกี่ยวข้อง รีวิวฮอนด้า ซิตี้ รีวิว honda city honda city รีวิวฮอนด้า ซิตี้ รีวิว honda city honda city รีวิวฮอนด้า ซิตี้ รีวิว honda city honda city
เขียนโดย เช็คราคา.คอม CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU