รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว NEW LAND ROVER DEFENDER 2020 รถยนต์ SUV สายลุยสัญชาตญาณนักล่าป่าดงดิบ!

16 มิ.ย. 64 4,787
รีวิว NEW LAND ROVER DEFENDER 2020 รถยนต์ SUV สายลุยสัญชาตญาณนักล่าป่าดงดิบ!

รีวิว NEW LAND ROVER DEFENDER 2020 รถยนต์ SUV สายลุยสัญชาตญาณนักล่าป่าดงดิบ!
รถยนต์ SUV สายลุยที่รอคอย... NEW LAND ROVER DEFENDER 2020 ใหม่ หลังจากเผยโฉมไปแล้วในต่างประเทศแถบทวิปยุโรปและอเมริกา มาถึงไทยแล้วพร้อมให้สื่อได้ทดสอบในรูปแบบ OffRoad สั้น ๆ แต่มันสุด ๆ เน้นสมรรถนะของการลุยกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและเทคโนโลยีอัจฉริยะใหม่ล่าสุดใน NEW LAND ROVER DEFENDER 2020 ณ สนามทดสอบรถในเขตทหาร จังหวัดกาญจนบุรี ราคาเริ่มต้นที่ 5,400,000 บาท ในรุ่น Defender 90 และ 5,800,000 บาท ในรุ่น Defender 110

รถยนต์ค่าย Land Rover เคยมี Defender รุ่นสุดท้ายในช่วงปี 2015 ถูกปรับให้ใช้งานสะดวกสบายมากขึ้นและรูปทรงกล่องเหลี่ยม DNA จากรุ่น Series 1,2,3 โดยใช้ชื่อว่า "Land Rover Defender 110 SW Adventure Edition" โดยมีทั้งรุ่น 90 ตัวถังแบบ 3 ประตู และ รุ่น 110 แบบ 5 ประตู มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่มากมายนัก เรียกว่าเหมือนรุ่นดั่งเดิมเพียงแค่ทันสมัยขึ้นตามยุคและลบเหลี่ยมออกไปให้กลมกลืนกว่าเดิม



LAND ROVER Series 1-2-3

LAND ROVER DEFENDER รุ่นก่อนหน้านี้
NEW LAND ROVER DEFENDER 2020 ลายลุยที่รอคอย

NEW LAND ROVER DEFENDER 2020 รถยนต์สายลุยที่ใช้ประสบการณ์จากการผลิตรถยนต์ Off Road มาตลอดระยะเวลาที่ยาวนานของแลนด์โรเวอร์ ผลิตและออกแบบให้รถในตระกูล Defender รุ่นใหม่นี้ใส่เทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีให้เลือกหลายรูปแบบให้เหมาะสมกับการใช้งาน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น

ฝูงนักรบสายลุย OffRoad ของ Land Rover
เริ่มด้วยรูปทรงที่ลบเหลี่ยมคมจนดูกลมกลืนและทันสมัย ใกล้เคียงกับรถทุกรุ่นของแลนด์โรเวอร์ แต่ก็ยังคงความ "ดิบ ๆ" ของรุ่นก่อนหน้าเอาไว้บ้าง โครงสร้างตัวถัง MONOCOQUE ARCHITECTURE ทนทานเบาและแข็งแรง ไฟหน้าทรงกลมแบบ LED Projector กระจังและกันชนหน้าทรงดค้งมน สลับด้วยวัสดุสีเงิน บนฝากระโปรงตกแต่งด้วยแผ่านอลูมิเนียมบ่งบอกถึงความแกร็งไฟท้ายทรงสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 2 ดวงแนวตั้งแบบ LED ล้อแม็ก 5 ก้าน และยังมีสีรถกับหลังคาพาโนรามิกส์รูฟให้เลือก 




ภายในพวงมาลัยมังติฟังก์ชั่น 4 ก้าน คอนโซลหน้าแนวเหลี่ยมเป็นเส้นตรง มาตรวัดจอสีขนาด 12.3 นิ้ว พร้อม Head-up display และจอกลางขนาด 10 นิ้ว แสดงภาพ 3 มิติ และกล้องมองภาพด้านหลังบนกระจกมองหลัง ความสะดวกกสบายด้วย Wireless charger ระบบอุ่นและเป่าลมเบาะคู่หน้า จุดเชื่อมต่อ USB HDMI 12V และภายในยังเลือกสไตล์การตกแต่งได้เองตามใจชอบอีกด้วย









จุดเด่นของฟังก์ชั่นใช้งานใน Defender ใหม่ เช่น จอภาพตรงคอนโซลกลางที่แสดงภายทั้งตัวรถ ด้านข้าง มุมมองด้านบน ภาพแบบ 3 มิติที่แสดงให้เห็นมุมการเลี้ยวทิศทางของล้อ เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้และสามารถควบคุมทิศทางได้อย่างปลอดภัยเมื่อต้องขึ้นทางชันมาก ๆ แอร์อัตโนมัติแยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวา พร้อมแอร์ผู้โดยสารตอนหลัง หัวเกียร์แบบสปอร์ต ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เครื่องเสียงรองรับ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบ Touch Pro Duo และช่อง USB เยอะมาก..!








ขุมพลังมีให้เลือกเยอะ

ขุมพลังของ NEW LAND ROVER DEFENDER 2020 เริ่มทั้งรุ่น 90 แบบ 3 ประตูและ 110  แบบ 5 ประตู ได้แก่ 
  • D200 ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 200 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตร ที่ 1,400 รอบต่อนาที
  • D240 ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 240 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตร ที่ 1,400 รอบต่อนาที
  • P300 เบนซินเทอร์โบ 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 300 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,500 - 4,000 รอบต่อนาที
  • P400 MHEV เบนซินเทอร์โบ 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร 400 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 550 นิวตันเมตร ที่ 2,000 - 5,000 รอบต่อนาที

ช่วงล่างแบบถุงลมปรับระดับได้ พร้อมโหมด 4WD เลือกการขับขี่ได้ทั้ง Off and on-road เช่น  General Driving / Grass, Gravel, Snow / Mud & Ruts / Sand และ Wading2 (โหมดลุยน้ำ) 

เทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับการขับขี่บนเส้นทางขรุขระ กับ Terrain Response 2 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีบุกเบิกของ Land Rover ทำให้การขับขี่ท้าทายขึ้นไปอีกขั้นด้วยโปรแกรมตรวจสอบความลึกของน้ำตัวใหม่ และระบบ Configurable Terrain Response สำหรับการขับขี่บนเส้นทางขรุขระที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกของโลก ช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่ที่มีความชำนาญและผู้ขับขี่มือใหม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้นผิวได้ในทุกสภาวะ

ลองขับแบบ OffRoad 

มาถึงการทดลองขับเจ้า Defender ใหม่ นอกจากตื่นตาตื่นใจกับตัวจริงแล้วยังเป็นครั้งแรกในอาเซียน ที่ได้สัมผัสและขับจริงในสนามทดสอบสุดโหดของทหารที่ใช้ในการทดสอบรถของกองทัพ!

การทดลองขับแบ่งเป็น 4 จุดหลักคือ ขึ้นทางชันระดับ 45 องศา, ทาง OffRoad, ทางเปียกลื่น, บ่อน้ำ, เนินสลับ และการสลาลอม ซึ่งจะมีช่วงทดสอบอัตราเร่งการออกตัวและจุดเบรกให้ลองด้วย 
จุดทดสอบขึ้นทางลาดชันระดับ 45 องศา เพื่อทดสอบกำลังของเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 240 แรงม้า 430 นิวตันเมตร ด้วยความชันระดับนี้สามารถไต่ระดับขึ้นไปได้ง่ายมาก โดยแทบไม่ต้องเติมคันเร่งมากนักและไม่ต้องใช้เกียร์ LOW หรือเกียร์ต่ำแต่อย่างใด  

ในช่วงทางลงทางลาดชันระดับ 60 องศา เป็นการทดสอบระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control (HDC) ที่สามารถตั้งความเร็วได้ตั้ง 1.8 - 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเจ้าระบบนี้ทำงานได้อย่างเนียนไม่กระตุกหรือมีเสียงดัง เนื่องจากถูกพัฒนาให้การทำงานราบรื่นมากขึ้น  

มาถึงเส้นทางแบบ OffRoad ที่แทบไม่ต้องใช้โหมดการขับขี่อื่นนอกจาก ใส่เกียร์ "D" และโหมด "Auto" ระบบจะคำนวนให้เรียบร้อยว่าสภาพเส้นทางที่ผ่านนั้นจะใช้ระบบอะไรมาช่วยควบคุม ทำให้ขับง่ายมาก แม้จะไม่มีพื้นฐานการขับขี่แนว Offroad เลยก็ตาม 


ต่อเนื่องในสภาพถนนที่เปียกชื่นและพื้นผิวเป็นโคลนปนหญ้าลื่น ๆ นอกจากจะสามารถขับผ่านไปได้อย่างสบายด้วยความเร็วแล้ว ในจุดนี้ยังได้ทดสอบการขับผ่านในแบบ Walking Speed ด้วยการใช้ระบบควบคุมความเร็วต่ำ ปุ่ม Hill Descent Control (HDC) ที่สามารถใช้งานได้ทั้งลงทางลาดชันและทางเรียบปกติ คือ ระบบจะปรับและช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมเร่งหรือลดความเร็วควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ผ่านสภาพถนนเปียกลื่นไปได้ โดยผู้ขับไม่ต้องเติมคันเร่ง (คล้ายระบบควบคุมความเร็วสูง) และใช้ความเร็วแบบคงที่ตามที่ตั้งไว้ โดยเริ่ม 1.8 - 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งรถไม่มีอาการสไลด์หรือไถลเลย เพราะมีระบบช่วยควบคุมการทรงตัวในทางเปียกลื่น
ไฮไลท์ของการลุยครั้งนี้ก็คือ การดำน้ำลึกกว่า 60 ซม. (ซึ่งตามสเปคระบุไว้ว่าลุยได้ถึง 90 ซม.) การทดสอบจุดนี้ต้องมีการเผื่อเอาไว้เพื่อความปลอดภัยเพราะอาจมีช่วงที่พื้นดินไม่เท่ากันได้ การลุยน้ำระดับนี้ ยกตัวถังรถให้สูงสุด และแค่กดเปิดระบบ Wading2 (โหมดลุยน้ำ) โหมดนี้จะช่วยควบคุมความเร็วให้คงที่ (เริ่มตั้งแต่ 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป) เมื่อตั้งระบบเสร็จแล้วก็หย่อนหัวลงน้ำได้เลยโดยให้เปิดระบบ Hill Descent Control (HDC) ช่วยอีกแรงถ้าทางลงมีความชันมาก ๆ  

เมื่อลงน้ำแล้วก็ปล่อยให้ระบบทำงานอัตโนมัติไปเรื่อย ๆ ควบคุมเพียงทิศทางของเราเท่านั้น บนหน้าจอสามารถเลือกดูระดับน้ำโดยเป็นการแสดงผลแบบเรียบไทม์อีกด้วย 





ถัดมาก็เป็นการขับผ่านเนินระนาดสลับต่อกันหลายลูกและผ่านโขดหินก้อนใหญ่ ๆ เพื่อสัมผัสช่วงล่างที่ปรับปรังใหม่แบบถุงลมที่ให้ความนุ่มนวลและลดอาการโยกไปมาได้มากขึ้น


ผ่านไปกับความลุยมาถึงจุดทดสอบอัตราเร่งของขุมพลังในช่วงสั้น ๆ ซึ่งเป็นไปตามคาดนั่นคือ ให้อัตราเร่งจัดจ้านไต่ระดับถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอย่างรวดเร็ว และทดลองเบรกเพื่อดูระบบควบคุมการทรงตัวที่จะช่วยรักษาอาการเป๋ไปมาได้เป็นอย่างดี ต่อด้วยการขับแบบสลาลอมเพื่อดูระดับความเอียงของตัวรถเมื่อถูกหักเลี้ยวอย่างรวดเร็ว ซึ่งใน Defender ใหม่ มีระบบช่วงล่างที่ดีขึ้นช่วยลดอาการเอียงของตัวถังได้มาก โดยดูได้จากหน้าจอที่สามารถแสดงมุมเอียงของรถที่ขยับเพียง 2 - 3 องศาเท่านั้น


จบการทดสอบที่สุดโหดสุดมันของเจ้า NEW LAND ROVER DEFENDER ทำได้น่าประทับใจในทุกจุดทดสอบ โดยเฉพาะที่ชอบที่สุดคือ ตอนลงเล่นน้ำ ซึ่งเหมาะกับประเทศไทยยิ่งนักที่ไม่รู้ว่าจะขับไปเจอหลุมบ่อ แอ่งน้ำที่ลึกเทื่อไหร่ เพราะในบางพื้นที่ฝนตกหนักทีไรก็ท่วมเกินครึ่งล้อรถทุกที!

*การทดสอบครั้งมีผู้ควบคุมหรือ Instructor ค่อยให้คำแนะนำและควบคุมให้เป็นไปอย่างปลอดภัยมากที่สุด โปรดอย่าลอกเรียนแบบ
NEW LAND ROVER DEFENDER 2020

NEW LAND ROVER DEFENDER 2020 รถยนต์ SUV สำหรับครอบครัวนักผจญภัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยม และโดดเด่นเรื่องของการ "ลุย" ที่มีฟังก์ชั่นการขับขี่ในรูปแบบ Off-Road ที่ดีที่สุดของตระกูล Land Rover ถ่าย DNA จากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างลงตัว ส่วนตัวมองว่า หากต้องการรถครอบครัว SUV ที่อเนกประสงค์ตัวจริงทั้งหรูทั้งลุย ในราคาระดับนี้ Defender คือตัวเลือกอันดับต้น ๆ แน่นอนครับ   

แท็กที่เกี่ยวข้อง แลนด์ โรเวอร์ รถยนต์ suv new land rover defender land rover แลนด์ โรเวอร์ รถยนต์ suv new land rover defender land rover แลนด์ โรเวอร์ รถยนต์ suv new land rover defender land rover
เขียนโดย เช็คราคา.คอม CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU