รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว Hyundai Ioniq EV ลองขับสั้นๆ แต่แรงจริง สะดวกด้วยออปชั่นเต็มคัน (Test Drive Review)

12 ต.ค. 61 7,179

รีวิว Hyundai Ioniq EV ลองขับสั้นๆ แต่แรงจริง สะดวกด้วยออปชั่นเต็มคัน (Test Drive Review)
Hyundai IONIQ รถยนต์ไฟฟ้าล้วนหรือ EV ที่ใช้พลังงานขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ไม่มีเครื่องยนต์สันดาปภายใน เรียกว่า ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนและมีมอเตอร์ไฟฟ้าอีกชุดสำหรับระบบแอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ต่างๆ ราคา 1,749,000 บาท
ทีมงานเช็คราคา.คอม ได้มีโอกาสทดลองขับ ฮุนได ไอออนิค แบบสั้นๆ จากจุดนัดหมายร้ายอาหารชวนคิดเช่นในเมืองทองธานีขึ้นทางด่วนลงเชียงรากและวนกลับมาจุดเดิมระยะทางราว 20 กว่ากม. แต่ว่า ได้สัมผัสทั้งอัตราเร่ง ระบบการขับขี่ เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ให้มาเต็มคันอย่างชัดเจน
จุดเด่น Hyundai IONIQ

Hyundai IONIQ แนวคิดออกแบบคือ เน้นให้เป็นรถที่มีความสะดวกสบายสไตล์รถยนต์ซีดาน แต่ผสานความสปอร์ตในรูปทรงรถแฮตช์แบ็ค ท้ายลาดเอียง ประตูท้ายเป็นชิ้นเดียวกับกระจกบานหลัง 


ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED 2 โคม และไฟสูงฮาโลเจน กระจังแบบทึบไม่มีช่องรับลมเพราะไม่มีหม้อน้ำให้ต้องระบบความร้อน กันชนหน้าเป็นชิ้นเดียวกันพร้อมช่องไฟตัดหมอกที่มีช่องระบายอากาศเพื่อไหลเข้าสู่ระบบเบรก


ไฟท้ายแบบ LED ประตูบานหลังแบบชิ้นเดียวโดยมีกระจกแบ่งเป็น 2 ช่อง เพิ่มวิสัยทัศน์ให้มองได้ใกล้มาขึ้น มาพร้อมล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว

ภายในถูกออกแบบโดยเน้นถึงความเป็นรถแห่งอนาคต ด้วยแนวคิด "Purified High-Tech" ที่เน้นถึงความเรียบง่าย ลื่นไหล แต่มีความประณีต และใช้งานง่าย เน้นการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมที่น้อยที่สุด มีผิวสัมผัสที่เรียบ ลื่น และให้ความรู้สึกสะอาดบริสุทธิ์ วัสดุภายใน จึงเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ

หน้าปัดแบบจอสี TFT นาด 7 นิ้ว กราฟฟิกทันสมัยแสดงผลทั้งระบบการใช้พลังงานเมื่อขับขี่ ระดับคงไฟฟ้าเหลือในแบตเตอรี่ มาตรวัดความเร็ว และแสดงสถานะการทำงานต่างๆ ของรถพร้อมกับเปลี่ยนรูปแบบหน้าจอตามโหลดการขับขี่



พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นควบคุมเครื่องเสียง แสดงผลหน้าจอ ครุซคอนโทรล Smart Cruise Control ที่สามารถรักษระยะห่างของรถคันหน้าได้ และตั้งระยะห่างได้ 3 ระยะอีกด้วย ระบบความบันเทิงจอสีแบบสัมผัส 5 นิ้ว เชื่อมต่อ USB/Bluetooth





คอนโซลกลางเป็นตำแหน่งสวิตช์เกียร์แบบไฟฟ้า ถัดลงมาเป็นสวิคช์เบรกมือไฟฟ้าและเบรกชั่วคราวอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีช่อง Wireless Charging สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีระบบรองรับการชาร์จแบบไร้สาย


เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง มีระบบอุ่นเบาะมาให้ในคู่หน้าด้วย เบาะหลังพับได้ 60/40 ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมด้วยโหมดประหยัดพลังงานเมื่อขับขี่เพียงคนเดียว โดยระบบแอร์จะเปิดทิศทางลมเฉพาะด้านคนขับ เพื่อประหยัดไฟฟ้า

ข้อมูลทางเทคนิค Hyundai IONIQ

Hyundai IONIQ ขับเคลื่อนโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ที่ให้พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า (88kW) แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ single-speed สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ผ่านปุ่มกดบริเวณคอนโซลกลาง ความเร็วสูงสุดที่ 165 กม./ชม.

แบตเตอรี่ที่ใช้สำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนนั้น เป็นแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน โพลิเมอร์ ใช้เวลาในการชาร์จไฟแบบปกติอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 25 นาที ที่กำลังไฟชาร์จ 50 KW โดยแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ใต้ที่นั่งของผู้โดยสารตอนหลัง แต่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ที่สามารถบรรจุสัมภาระได้สูงสุดถึง 650 ลิตร และระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ราวๆ 280 กิโลเมตร

ส่วนระบบชาร์ตเร็วหรือ Quick charge ด้วยกำลังไฟชาร์จ 100 KW ใช้เวลาประมาณ 23 และ 30 นาที สามารถอัดไฟได้ 80%

Eco Mode

Normal Mode

Sport Mode
ระบบการขับเคลื่อนนี้สามารถเลือกใช้งานได้ 3 รูปแบบ คือ Eco,Normal และ Sport พร้อมการเปลี่ยนสีบนหน้าปัดตามโหมด เช่น ประหยัด-สีเขียว, ธรรมดา-สีเทา และสปอร์ต-สีแดง


นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบชาร์จไฟกลับโดยเพียงยกคันเร่งระบบก็จะชาร์จระบบไฟฟ้าเก็บเข้าแบตเตอรี่ แต่ถ้ายังไม่พอสามารถเลือกโหมดการเพิ่มปริมาณชาร์จกลับให้มากยิ่งด้วยการใช้ "แพดเดิ้ลชิฟ" บนพวงมาลัย โดยฝั่งซ้ายจะเป็นการเพิ่มการชาร์จจังหวะที่ 1 หากกดเพิ่มจะเป็น 2 และสุดที่ 3 ระดับ โดยระบบนี้ยังกลางเป็นตัวช่วยลดหรือชะลอความเร็ว คล้ายๆ การลดตำแหน่งเกียร์ลงมาเพื่อให้ความเร็วลดลงได้อีกด้วย และหากไม่ต้องการชาร์จแบบเร็วก็ปรับคืนได้ที่ฝั่งขวา (คล้ายการเพิ่มตำแหน่งเกียร์) ระบบก็จะลดความหน่วงทำให้ความเร็วไหลได้ต่อเนื่อง
การทดลองขับ Hyundai IONIQ

Hyundai ioniq ให้ความรู้สึกไม่แตกต่างกับรถยนต์ขนาดเดียวกันทั่วไปเลย ทั้งฟิลลิ่งในการขับ น้ำหนักของพวงมาลัย โดยให้อัตราเร่งที่เทียบเท่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ 1.5 หรือ 1.6 ลิตร 

อัตราเร่งออกตัวนั้นเมื่อกดคันเร่งแบบสุด มาตรวัดบนหน้าปัดจะแสดงให้เห็นเลยว่าใช้คันเร่งระดับกี่เปอร์เซ็นต์ โดยเมื่อเหยียบสุดๆ เข็มจะยันที่ 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คล้ายกับว่ากำลังขับรถ 1.6 ลิตร อยู่ ต่างเพียงแค่ไม่มีเสียงเร่งของเครื่องยนต์หรือแม้กระทั่งเสียงของระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเลย

กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้านับว่าตอยสนองการขับขี่ได้ครบทุกรูปแบบทั้งออกตัว เร่งแซง และที่ความเร็วคงที่ นอกจากนี้ยังเลือกเล่นได้หลายโหมด ทั้งธรรมดา ประหยัดและสปอร์ต ซึ่งจะแตกต่างชัดเจนในโหมดสปอร์ตที่จะให้อัตราเร่งที่รวดเร็วมากเป็นพิเศษ พร้อมๆ กับระดับไฟในแบตเตอรี่ที่ลดลงเช่นกัน

ส่วนโหมดธรรมดากับประหยัดจะต่างแค่ การตอบสนองในโหมดประหยัดจะมาช้ากว่า แต่หากต้องการใช้อัตราเร่งอย่างทันทีก็สามารถคิกดาว์นเร่งได้ทันทีเทียบเท่าโหมดธรรมดาเช่นกัน



นอกจากนี้ยังมาพร้อมความปลอดภัยเต็มคันเนื่องจากว่าฮุนได ไอออนิครุ่นนี้นำเข้ามาใช้สเปคเดียวกับที่จำหน่ายในยุโรป จึงมาพร้อมระบบเตือนมุมอัพสายตา Blind Spot Detection, ระบบเตือนออกนอกเลนพร้อมดึงกลับเบาๆ Lane Departure Warnning-LDW, ระบบ Lane Keeping Assist-LKA นำรถกลับช่องทางเดิม

ในระบบครุซคอนโทรลหรือ Smart Cruise Control-SCC ควบคุมความเร็วอัจฉริยะสามารถรักษาระยะห่างของรถคันหน้าพร้อมทั้งชะลอหรือเร่งตามได้ และที่สำคัญได้ลองเมื่อความลดลงต่ำจนจอกสนิทที่ไม่เกิน 3 วินาที เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ออกไปก็จะเร่งความเร็วตามที่ตั้งไว้ แม้รถคันหน้าจะเลี้ยวโค้งก็ตามนับว่าระบบตรวจจับคันหน้าละเอียดแม่นยำตรวจจับได้มุมกว้างมากๆ

และยังมาพร้อมระบบเตือนเมื่อขับใกล้คันหน้ามากเกินไปหรือ Forward Collision Warnning-FCW ที่จะส่งเสียงเตือนหรือหากไม่มีการตอบสนองระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking System-AEB จะหยุดรถให้ทันที  

ระบบช่วงล่างนับว่าหนึบแน่น เงียบ และให้น้ำหนักพวงมาลัยที่ดี โดยช่วงความเร็วต่ำน้ำหนักพวงมาลัยจะหนืดๆ เล็กน้อย แต่ทีความเร็วสูงกลับมีน้ำหนักกำลังดีไม่เบาเกินไปและควบคุมง่ายไม่เกร็งมือ 

Hyundai Ioniq ความนุ่มนวลเทียบเท่ารถระดับกลาง ไม่มีอาการโยนตัวเมื่อเปลี่ยนช่องทางหรือขึ้นเนิน การเข้าโค้งก็ทำได้ดี ระบบเบรกที่ตอบสนองไว้ต่อน้ำหนักเท้า อาจต้องขับจนคุ้นเคยสักพักจึงจะเบรกได้นุ่มนวล แต่ก็สามารถเบรกได้ดีเทียบเท่าระบบเบรกทั่วไปแม้จะเป็นระบบไฟฟ้าก็ตาม

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา

Hyundai Ioniq กับค่าตัว 1,749,000 บาท นับเป็นรถที่มีราคาสูงเอาเรื่องอยู่ แต่เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ ให้อัตราเร่งใช้งานได้ดี ระบบความปลอดภัยเทียบรถยนต์ยุโรป ช่วงล่างเกาะถนนมั่นใจ นำเข้าทั้งคัน ค่าบำรุงรักษาต่ำมากเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ ลดการต้องเปลี่ยนถ่ายของเหลวต่างๆ ลงไปเกินครึ่ง! 

การเข้าเช็คระยะทุกๆ 15,000 กม.เท่านั้น และเสียค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 500 - 2,000 บาท ตามแต่ระยะทางเท่านั้นเมื่อรวมตลอด 120,000 กม.จ่ายเพียง 12,452 บาทนอกจากนี้ยังรับประกันคุณภาพรถยนต์ 3 ปีหรือ 100,000 กม. และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปีเต็ม
เรื่องที่อาจกังวลว่าจะขับได้ระยะทางยาวแค่ไหนนั้น โดยปกติอยู่ที่ 280 กม. แต่หากใช้งานจริงในเมืองการจราจรหนาแน่นก็ให้เผื่อลดระยะทางลงมาราวๆ 200 กม. หรือหากเดินทางไกลก็ 220-230 กม. และหากต้องเดินทางไกลควรต้องวางแผนหาจุดชาร์จตามสถานที่ต่างๆ ที่ผ่าน ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีให้เห็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง ฮุนได ไอโอนิค ฮุนได รถยนต์ไฟฟ้า test drive hyundai ioniq hyundai ev ฮุนได ไอโอนิค ฮุนได รถยนต์ไฟฟ้า test drive hyundai ioniq hyundai ev ฮุนได ไอโอนิค ฮุนได รถยนต์ไฟฟ้า test drive hyundai ioniq hyundai ev
เขียนโดย เช็คราคา.คอม CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU