รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว Ford Everest 3.2L Titanium+ 4x4 AT เอสยูวีพันธุ์แกร่ง

7 มิ.ย. 59 73,294
รีวิว Ford Everest 3.2L Titanium+ 4x4 AT เอสยูวีพันธุ์แกร่ง
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 3.2L Titanium+ 4x4 AT เอสยูวีพันธ์ุแกร่ง
ทีมงานเช็คราคาได้รับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รุ่นย่อย 3.2L Titanium+ 4x4 AT ซึ่งเป็นรุ่นท็อปมาทดสอบ นับเป็นเอสยูวี (พีพีวี) พันธ์ุแกร่ง ที่ปรับโฉมแบบบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ได้สวยงามทั้งภายนอกและภายใน เสมือนใหม่หมดทั้งคัน ความโดดเด่นของ เอเวอเรสต์ ใหม่ อยู่ที่การติดตั้งระบบช่วยเหลือและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก ตลอดจนระบบปลอดภัยอันทันสมัย ดูล้ำหน้ากว่ารุ่นอื่นในคลาสเดียวกัน แต่การใช้งานจริงทั้งในและนอกเมือง 3.2L Titanium+ 4x4 AT ตอบสนองได้ดีแค่ไหนติดตามจากรีวิวนี้
เส้นทางการทดสอบ
 
เส้นทางการขับตลอดระยะเวลา 4 วัน เป็นการผสมผสานการใช้งานทั้งในและนอกเมือง โดยในเมืองขับเหมือนการใช้งานในชีวิตประจำวันจริง โดยขับไป-กลับจากถนนแจ้งวัฒนะ - บางรัก - ชิดลม - สีลม -  แจ้งวัฒนะ และนอกเมืองไป-กลับ กรุงเทพฯ - ระยอง รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 888 กม. 

การขับบนเส้นทางออฟโรดเต็มไปด้วยความมั่นใจ

เอเวอเรสต์ พาครอบครัวลุยได้ทุกเส้นทาง ทำให้เราก้าวข้ามข้อจำกัดของรถยนต์นั่งทั่วไป

แม้เจออุปสรรคบ้าง แต่การมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ Terrain Management System ก็ทำให้เราอุ่นใจตลอด
รูปลักษณ์ภายนอก
 
ภายนอกรุ่น 3.2L Titanium+ 4x4 AT ดูบึกบึนแข็งแกร่งลงตัวที่สุด ยิ่งได้ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว นับว่าใหญ่สุดในบรรดาเอสยูวี-พีพีวี ด้านหน้าดูแกร่ง-ดุดันด้วยทรงฝากระโปรงที่ดูหนาแข็งแกร่ง แม้ขับเร็วก็ไม่กระพือ พร้อมคงเอกลักษณ์ด้วยกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูให้อารมณ์ฟอร์ด เรนเจอร์ ขณะที่บางยี่ห้อผลิตเอสยูวี-พีพีวี แต่พยายามออกแบบด้านหน้ารถใหม่หมด เพื่อให้ฉีกหนีจากรูปลักษณ์กระบะของตน รุ่นนี้ได้ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ HID ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติพร้อมที่ฉีดทำความสะอาด ไฟท้ายพร้อมแอลอีดีดูพรีเมียมมากขึ้น 
 
ฟอร์ด เอสเวอเรสต์ ใหม่  ดูลงตัวจนเหมือนเป็นเอสยูวีพันธ์ุแท้ ติดตรงด้านหน้ายังให้อารมณ์เรนเจอร์
 
 ด้านท้ายออกแบบได้สวยงามมีเอกลักษณ์ชัดเจน
 
แผ่นพลาสติกแต่งข้างรถคล้ายช่องระบายอากาศ บ่งบอกความแรงระดับ 3.2 ลิตร
รูปลักษณ์ภายใน

ภายในห้องโดยสารของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 3.2L Titanium+ 4x4 AT นับว่าหรูหรา พรีเมียมที่สุดในคลาสเดียวกัน จนรู้สึกเหมือนนั่งในรถราคาดับ 2-3 ล้าน การออกแบบแผงคอนโซลสวบงาม และใช้วัสดุสัมผัสนุ่มหลายจุด น่าเสียดายที่ไม่มีปุ่มสตาร์ต-สต็อป แต่ให้ใช้กุญแจบิดหมุนสตาร์ตเหมือนรถทั่วไป และเบรกมือยังเป็นแบบด้ามจับแทนที่จะเป็นแบบไฟฟ้า แต่การมีจุดเด่น เช่น ประตูท้ายรถเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า, ภายในมีช่องเก็บของกว่า 30 จุด, ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า 12 โวลต์ ทั้งด้านหน้า-หลัง พร้อมปลั๊กไฟเอซี 230 โวลต์ และหลังคาพาโนรามิค มูนรูฟ ที่เลือกปรับได้แบบครึ่งหรือเต็ม ส่วนเบาะนั่งแถวสามปรับขึ้น-ลงแบบไฟฟ้า ให้ความสะดวกเมื่อต้องปรับจากฝาท้าย และเมื่อพับราบทั้งเบาะแถว 2-3 จะบรรทุกสัมภาระได้กว่า 2,010 ลิตร รับน้ำหนักได้กว่า 750 กิโลกรัม
  
ภายในเน้นครีม หรือ เบจ ต้องดูแลรักษามากกว่าเบาะสีเข้ม
 
เบาะแถวสามถ้านั่งยาวๆ เหมาะกับเด็กเล็ก-โตมากกว่า

ด้านหลังยังมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้จริงจัง

หลังคาพาโนรามิค มูนรูฟ ให้ผู้นั่งเบาะแถวสองและสาม มีอะไรดูมากกว่าที่เคย 
เครื่องยนต์
 รุ่น 2.2L Titanium 3.2L Titanium | Titanium+ 
 แบบเครื่องยนต์   ดีเซล 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน
อินเตอร์คูลเลอร์
ดีเซล 5 สูบแถวเรียง 20 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน
อินเตอร์คูลเลอร์ 
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 2,198  3,198
ระบบเกียร์  อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์
แบบธรรมดา
 อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์
แบบธรรมดา 
กำลังสูงสุด (PS)  160 ที่ 3,200 รอบ/นาที   200 ที่ 3,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด (Nm)  385 ที่ 1,600 - 2,500 รอบ/นาที      470 ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที
ระบบขับเคลื่อน  ขับเคลื่อน 2 ล้อ  ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัตโนมัติ
พร้อมระบบTerrain Management
เฟืองท้าย  แบบมาตรฐาน แบบ Locking Rear Differential 
ขนาดล้อ-ยาง  265/60 R18   265/60 R18 | 265/50 R20 
การขับทดสอบ

การขับทดสอบ ผู้เขียนได้ใช้เวลากับการเดินทางในเมืองอยู่ 2 วัน เสมือนใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยออกเดินทางตอนเช้าและกลับตอนค่ำ เจอกับสภาพการจราจรรถติดอย่างต่อเนื่องตลอด ความเร็วที่ใช้จึงมักไม่เกิน 60 กม./ชม. และต้องใช้ความคล่องตัวเป็นหลัก ซึ่ง 3.2L Titanium+ 4x4 AT ที่มีตัวถังขนาดใหญ่ก็สามารถฝ่าการจราจรได้อย่างสบาย ความยาวและใหญ่ของตัวรถไม่ได้เป็นอุปสรรคในการใช้งานมากนัก เพราะมีระบบช่วยเหลือต่างๆ คอยอำนวยความสะดวก ทั้งการเตือนระยะห่างรถคันหน้า, ระบบตรวจจับรถในจุดบอด และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ล้วนทำงานบ่อยครั้ง ผู้เขียนรู้สึกได้ว่าระบบเหล่านี้มีบทบาทและข้อดีเป็นอย่างมากเมื่อใช้งานในเมืองที่การจราจรวุ่นวาย และระบบเหล่านี้เอเวอเรสต์ก็ทำหน้าที่ได้อย่างน่าประทับใจ
  
ด้านการใช้งานนอกเมืองได้มีโอกาสขับทางไกลไปจังหวัดระยอง โดยใช้ทางด่วนยกระดับ ต่อด้วยถนนบายพาสเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3 ไปสิ้นสุดปลายทางที่แหลมแม่พิมพ์ ช่วงการขับทางไกลทั้งไปและกลับ ผู้เขียนสามารถใช้ความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมมีโอกาสทดลองการเร่งออกตัวและเร่งแซงรถช้า ตลอดจนเข้าไปลองในเส้นทางออฟโรด ทำให้รู้สึกได้ถึงความสบายในการเดินทางไกล ช่วงล่างรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวล อาจไม่เฟิร์มแน่นเท่ากับรุ่นอื่นในช่วงทำความเร็วแบบออนโรด โดยเฉพาะการเข้าโค้งที่ใช้ความเร็วระดับ 80 กม./ชม. ขึ้นไป ตลอดจนการเหินคอสะพานแล้วลงเร็ว ยังต้องให้สมาธิในการควบคุมพวงมาลัยและชะลอเบรก แต่ถ้ามองตามลักษณะการใช้งานเน้นไปแบบครอบครัว ทำความเร็วพอประมาณ บุกตะลุยเข้าถึงได้ทุกที่ คงความสบายให้กับผู้โดยสาร เอเวอเรสต์ ก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะภายในถูกปรุงแต่งให้ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินไปกับระบบเอนเตอร์เทนเมนต์ สิ่งอำนวยความสะดวก และนั่งสบายภายใต้ความหรูหราได้นานๆ 

การได้ขับเอเวอเรสต์บนเส้นทางออฟโรด เหมือนเราได้พามันไปถูกที่ถูกทาง 

มุมมองจากที่นั่งคนขับนับว่าเห็นได้ครอบคลุมชัดเจน มั่นใจในการขับผ่านสารพัดอุปสรรคกีดขวาง

มั่นใจทุกเส้นทางที่ขับผ่าน ทำให้การเดินทางไปได้ไกลและสนุกกว่าที่เคย

ช่วงล่างออกแบบมาลุยได้หลากหลายรูปแบบ

พระเอกของ เอเวอเรสต์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ Terrain Management System ที่สื่อสารง่ายๆ ผ่านรูป
อัตราสิ้นเปลือง
 
ด้านอัตราสิ้นเปลืองจากการทดสอบขับในเมืองกับขับทางไกลผสมกันได้ระยะทาง 888 กม. และมีผู้โดยสารพร้อมสัมภาระเต็มทุกที่นั่ง ทำให้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองบนหน้าจออยู่ที่ 9.0 กม./ลิตร นับว่าพอใช้ ถ้าเทียบกับกลุ่มเอสยูวี-พีพีวี ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยกัน 
เทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

เทคโนโลยีในฟอร์ด เอเวอเรสต์ อย่างระบบ SYNC นับว่าโดดเด่นมาก สามารถกดปุ่มสั่งงานด้วยเสียงได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงใช้ภาษาอังกฤษ ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็มีให้ครบครัน เช่น จอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว, แผงควบคุมแอร์ปรับแยกหน้า-หลัง, ช่องไฟและปลั๊ก AC 220v ให้ความสะดวก ใช้งานได้เลย ด้านระบบเครื่องเสียงภายในรถสามารถรองรับการเล่นผ่านหลากหลายช่องทาง แต่ที่ชอบมากคือ การพับเบาะแถวสามขึ้น-ลงด้วยไฟฟ้า ให้ความสะดวกเวลาขนถ่ายของทางด้านหลังมาก เพราะตัวรถเอสยูวีที่สูงเวลาปรับเบาะพับเพื่อเพิ่มพื้นที่จากด้านหลังมักปรับลำบาก
 
ความสบายของผู้โดยสารตอนหลัง เลือกปรับแอร์ได้อิสระและมีปลั๊กให้เลือกใช้
 
 พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน มีปุ่มสั่งงานครบทุกตำแหน่ง ดูเยอะจนน่างง
  
 งานคอนโซลหรูหราด้วยการเดินด้ายเย็บหนังหุ้มอีกชั้น  

ปุ่มพับเบาะขึ้น-ลงแบบไฟฟ้าของที่นั่งตอนหลังสุด ช่วยให้ใช้งานสะดวกมากขึ้น

จอ 2 ฝั่งข้างเรือนไมล์ ปรับเปลี่ยนได้ตามเมนูการใช้งาน
แสดงให้เห็นถึงอินเตอร์เฟสแบบตามอง-มือสัมผัส ยังคงนิยมใช้มากกว่าการสั่งงานด้วยเสียง
ระบบความปลอดภัย
  
เทคโนโลยีความปลอดภัยในรุ่น Titanium + นับว่าโดดเด่นมากๆ จากการขับทดสอบมีโอกาสได้สัมผัสการทำงานของระบบต่างๆ ที่มีเฉพาะรุ่นนี้ เช่น ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง, ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ ซึ่งล้วนแต่เป็นระบบที่ก้าวล้ำกว่าใครในคลาสเดียวกัน
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา
  
บทสรุปของการทดสอบรุ่น 3.2L Titanium+ 4x4 AT ราคา 1,749,000 บาท คือ เหมาะกับผู้ที่อยากได้เอสยูวี-พีพีวี ที่ให้อารมณ์พรีเมียมแบบรถยุโรป และเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ด้านความแรงของเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร อาจไม่สะใจกับการขับแบบออนโรด แต่แรงบิดในการบุกตะลุยทางออฟโรดนั้นทำได้ดีเยี่ยม ภายในให้อารมณ์หรูหราก้าวล้ำกว่าใครในคลาสเดียวกัน ด้วยราคาที่เป็นเพดานสูงสุดของคลาสนี้ เท่ากับ Toyota Fortuner 2.8 TRD Sportivo 4WD AT สำหรับผู้เขียน ตัวแปรสำคัญสำหรับการตัดสินใจคือ ภายในที่สวยหรู และการใช้งานที่ครบครันและง่ายของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
 
แท็กที่เกี่ยวข้อง ford ford everest ฟอร์ด เอฟเวอเรสต์ everest titanium ford ford everest ฟอร์ด เอฟเวอเรสต์ everest titanium ford ford everest ฟอร์ด เอฟเวอเรสต์ everest titanium
เขียนโดย เช็คราคา.คอม CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU



เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)