ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ : ฮอนด้า - New Honda CR-V 1.6 EL i-DTEC 4WD หรูหรา ประหยัด สมรรถนะเกินตัว

รีวิว New Honda CR-V 1.6 EL i-DTEC 4WD หรูหรา ประหยัด สมรรถนะเกินตัว

วันที่ : 3 ต.ค. 60
เข้าดูทั้งหมด: 8,708 คน

New Honda CR-V 1.6 EL i-DTEC 4WD หรูหรา ประหยัด สมรรถนะเกินตัว
Honda CR-V 1.6 EL i-DTEC 4WD รถครอบครัว SUV ใหม่มาพร้อม 7 ที่นั่งครั้งแรกของฮอนด้า ภายนอกล้ำอนาคตฉีกรูปแบบเดิมๆ ภายในกว้างขึ้นหรูหราและอเนกประสงค์ขึ้น ประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบเปิดด้วยปลายเท้า เครื่องยนต์ดีเซลสุดยอดประหยัดและแรง เพิ่มสมรรถนะด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time ในราคา 1,699,000 บาท จะแรงและประหยัดแค่ไหนมาดูกัน! 

ขับมาคุย Honda CR-V 1.6 EL i-DTEC 4WD 2017 พลัง 160 HP แรงบิด 350 Nm.
ตัวท็อปออปชั่นเยอะ เกียร์กดปุ่ม 1,699,000 บาท

รูปลักษณ์ภายนอก

เมื่อมองจ้องหน้า คำว่า "กันดั้ม" ก็แวบขึ้นมาในหัวทันที รูปทรง CR-V ใหม่ เน้นความเหลี่ยมคมมากขึ้น และไฟหน้า LED เรียงเม็ดที่ดูราวยานอวกาศ พร้อมกับโหนกแก้มบนฝากระโปรงเหนือซุ้มล้อขนาดใหญ่ ยิ่งดูบึกบึน กันชนเล่นเส้นสายตามแนวกระจังหน้า พิเศษด้วยไฟตัดหมอก LED สี่เหลี่ยมผืนผ้า 
มิติตัวรถสำหรับ New CR-V มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้าเล็กน้อย และเตี้ยกว่า ดังนี้ 
New CR-V                                 CR-V 
ยาว                4,571 มม.            4,535 มม. + 36 มม.
กว้าง               1,855 มม.            1,820 มม. +35 มม.
สูง                  1,667 มม.            1,685 มม.  -18 มม.
ระยะฐานล้อ      2,662 มม.            2,620 มม.  +42 มม.




ส่วนท้ายดูบึกบึนเช่นกัน ไฟรูปตัวแอลเกาะเสา "D" ตามรูปแบบเดิม ไฟส่วนที่ติดกับฝาท้ายขนาดใหญ่เห็นชัดเจน และคาดด้วยแถบโครเมียม และสปอยเลอร์ด้านบนพร้อมไฟเบรก LED 



ทางด้านข้างส่วนหลังคายังคงรูปทรงคล้ายรุ่นก่อนหน้า ส่วนหัวและท้ายใหม่หมด ฝากระโปรงท้าย ติดตัวอักษรบ่งบอกรุ่น CR-V i-DEC และ AWD กันชนด้านล่างสีดำตัดกับสีเงิน เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และล้อแม็ก 6 ก้านขนาด 18 นิ้ว 



ตกแต่งด้วยคิ้วโครเมียมรอบคันที่ชายด้านล่าง ซุ้มล้อตลอดจนกันชนหน้า-หลังสีดำตามสไตล์รถ SUV เสาอากาศแบบครีบฉลาม กระจกมองข้างฝั่งซ้ายติดกล้องมองมุมอับมาให้ด้วย
รูปลักษณ์ภายใน 

ภายในซีอาร์-วี ให้ความหรูหราผสมกับความล้ำอนาคต คอนโซลใช้วัสดุนุ่มมือรวมถึงแผงประตูข้างด้านหน้า หน้าปัดคล้ายซีวิค แต่ฟังก์ชั่นแตกต่างกันที่รูปแบบการแสดงผล  
เบาะหนั่งคู่หน้าโอบกระชับนั่งสบาย รองรับได้ทุกไซส์ กล่องเก็บของผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมที่วางแขน หมอนพิงศีรษะนุ่มกำลังดี และเบาะยังปรับไฟฟ้าคู่หน้าอีกด้วย โดยเฉพาะฝั่งคนขับปรับได้ถึง 8 ทิศทาง 

พวงมาลัย 3 ก้าน หุ้มหนังแท้นุ่มมือ พร้อมปุ่มควบคุมความบันเทิง, ระบบบนหน้าปัด ครุซคอนโทรล และแพดเดิ้ลชิฟต์เปลี่ยนจังหวะเกียร์

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ i-Dual Zone ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3  อีกทั้งช่องเชื่อมต่อ USB ช่องเชื่อมต่อ HDMI และช่องจ่ายไฟสำรอง


แผงควบคุมสวิตช์เกียร์เรียบง่าย เป็นแบบกดปุ่ม ใช้งานไม่ยากต้องการใช้งานอะไรก็กดตามนั้นได้เลย ตำแหน่ง "P" เกียร์จอดหรือ Park ตำแหน่ง "R" คือ เกียร์ถอยหลังเพียงเลื่อนปุ่มลงเข้าหาตัวเบาๆ เท่านั้น ตำแหน่ง "N" เกียร์ว่าง ส่วนตำแหน่ง "D/S" ก็คือ Drive ขับไปข้างหน้า และหากต้องการโหมดสปอร์ตก็เพียงกด "D/S" ซ้ำอีกครั้ง บนหน้าปัดก็ขึ้นตัว "S" และนอกจากนี้ยังมีปุ่มสั่งปิดระบบ Idling Stop หากไม่ชอบใช้ รวมถึงปุ่มเบรกมือไฟฟ้า และ Brake Hold  

ภายในสวยหรูมากๆ ใช้วัสดุอย่างดี คอนโซลกลางวางแก้วน้ำได้ 2 ใบ และมีกล่องเก็บของขนาดใหญ่

เบาะแถวที่ 2 ขนาดกว้างนั่งสบาย ปรับเลื่อนหน้า-หลังได้และปรับเอนได้ พร้อมกับการปรับพับเก็บได้ในหลากหลายรูปแบบ ส่วนเบาะแถวที่ 3 นั้นคนตัวใหญ่สูงราวๆ 176 ซม. พอนั่งได้ไม่แคบเกินไป แต่ต้องเลื่อนเบาะแถวที่ 2 ไปด้านหน้ามากหน่อย โดยเบาะก็สามารถพับเก็บได้เช่นกัน   






ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น) ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) มอบความสุนทรีย์ด้วยลำโพง 8 ตำแหน่ง ด้วยลำโพง 4 ตัว ซึ่ง 2 ตัวบริเวณประตูด้านหน้า อีก 2 ตัวบริเวณประตูด้านหลัง พร้อมกับทวีสเตอร์ จำนวน 4 ตัว ซึ่งติดตั้งบริเวณเสา A-Pillar 2 ตัว และอีก 2 ตัวที่บริเวณประตูด้านหลัง


Specification

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams Technology) ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ซึ่งเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ (Real Time AWD) เคลมตัวเลขประหยัดน้ำมันไว้ที่ 18.9 กิโลเมตร/ลิตร
พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า ช่วงล่างด้านหน้าแม็คเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลงด้านหลังมัลติลิงค์ อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ดิสก์เบรก 4 ล้อ 

การขับทดสอบ

ฮอนด้า ซีอาร์-วี (Honda CR-V) ให้ความรู้สึกราวกับรถยุโรป ด้วยความแน่นหนึบของช่วงล่าง ระบบเบรกที่นุ่มเท้าและไม่ต้องออกแรงมากนัก ช่วยให้ขับขี่ง่าย น้ำหนักพวงมาลัยเบาที่ความเร็วต่ำ และหนืดขึ้นเมื่อความเร็วสูงๆ และควบคุมได้เฉียบคม หมุนพวงมาลัยไม่มากนัก รถก็เลี้ยวได้วงแคบมากๆ คล่องตัวมากกว่าที่คิดไว้

กำลังเครื่องยนต์โดยรวมแล้วนับว่าให้อัตราเร่งที่ดีตั้งแต่ช่วงออกตัว แต่อาจมีบางจังหวะรอรอบเล็กน้อย เมื่อเลย 1,200 รอบต่อนาทีขึ้นไปนับว่า "บันเทิง" เลยทีเดียวครับ

ขับมันยิ่งขึ้นเมื่อใช้โหมด "S" 

ช่วงล่างหนึบมากๆ ให้ฟีลลิ่งน้องๆ รถยุโรป

ช่วงเร่งแซงนั้น หากอยู่ที่ความเร็วต่ำๆ อาจต้องคิกดาวน์มากหน่อย เพราะเป็นตำแหน่งเกียร์ 2 ที่ต้องรอรอบสักพักนึง แต่ถ้า เหยียบคันเร่งเร็วเกินไป จะมีจังหวะหน่วงๆ ก่อนจะเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ต่ำลงให้ ซึ่งอาจทำเสียจังหวะในบางครั้ง หากผู้ขับขี่ต้องการเรียกพลังในช่วงรอบต่ำ อาจต้องรู้รอบของเครื่องยนต์และความเร็วขณะนั้น เพื่อให้คุ้นเคย เพราะเครื่องยนต์ที่มีความจุต่ำ แต่ตัวรถน้ำหนักมากๆ ย่อมต้องรอรอบเพื่อให้ตอบสนองตามคันเร่งได้อย่างทันใจครับ แต่เมื่อได้รอบที่มีกำลังรถก็พุ่งทะยานไปอย่างเร้าใจมากทีเดียวครับ

ความเร็วต่ำๆ ยังมีอาการรอรอบบ้างเล็กน้อย ต้องขับจนคุ้นเคยเพื่อรู้จังหวะของเครื่องยนต์ จึงจะเร่งแซงอย่างปลอดภัย

ระบบเกียร์อาจชวนให้งงๆ ไม่คุ้นเคยช่วงแรก แต่พอขับไประยะหนึ่งก็รู้สึกสะดวกสบายจริงๆ
ระบบปุ่มกดเพื่อเข้าเกียร์นับว่ายังไม่คุ้นชินในช่วงขับแรกๆ แต่เมื่อใช้ขับบ่อยๆ ก็เริ่มคุ้นเคย และใช้งานง่ายมากๆ เพียงแค่กดปุ่มตามที่ต้องการ และในโหมดสปอร์ต "S" ก็แค่กดที่ "D/S" อีกครั้งก็จะเป็นโหมดขับสนุกไปในทันที 


แม้ไม่มีคันเกียร์ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องจอดขวางรถคันอื่น เพราะสามารถเปิดฝาด้านข้างหัวเข่าคนขับและปลดคันโยกลงมาเพื่อใส่เกียร์ว่างสำหรับเข็นได้ ปลอดภัยสำหรับรถคุณในกรณีจำเป็นต้องจอดลักษณะขวาง สรุปขั้นตอนง่ายๆ คือ 1) เปิดฝาครอบ 2) กดปุ่ม Release 3) กดปุ่มปลายคันโยกและดันลง ส่วนการปลดคืนก็แค่กดปุ่มปลายคันโยกเท่านั้น ก็จะเด้งกลับที่เดิม 
(*หมายเหตุ: หากดึงคันโยกลงจะไม่สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้)

ระบบนำทางนับว่าแสดงผลได้ละเอียดมาก แต่ในแง่การใช้งานนั้น ยังต้องใส่ค่าจุดหมายปลายทางที่ค่อนข้างละเอียดอยู่ไม่น้อย นับเป็นเรื่องปกติของระบบเนวิเกเตอร์ในรถยนต์หลายๆ รุ่น ที่ยังสู้ "อากู๋" ในการค้นหาสถานที่ไม่ได้ครับ 

เมื่อสั่งเปิด-ปิดระบบ Brake Hold ก็จะขึ้นที่หน้าปัด

อันนี้เลือกแสดงผลระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อยากรู้ว่าล้อไหนใช้กำลังระดับไหนบ้าง
ระบบขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ส่งผ่านมายังเกียร์ 9 จังหวะที่อัตราทดราบรื่น เปลี่ยนรวดเร็วจนแทบไม่รู้สึกว่าใช้ระบบเกียร์แบบฟันเฟืองอยู่ รอยต่อระหว่างเกียร์ 1 ไปเกียร์ 2 พอรู้สึกบ้าง แต่หลังจากนั้นก็ต่อเนื่องได้ดี แม้จะมีแพดเดิ้ลชิฟต์เปลี่ยนจังหวะเกียร์เองได้ แต่ก็ยังให้ความนุ่มนวลจนไม่รู้ว่ากำลังอยู่ในตำแหน่งเกียร์เท่าไหร่ ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อยิ่งไม่รู้สึกว่าทำงานหรือตัดต่อแปรผันกำลังอย่างไรบ้าง หากไม่ดูกราฟิกบนหน้าปัด ซึ่งในช่วงออกตัวแรกจับอาการได้ถึงความ "หน่วง" ของระบบขับ 4 ล้อได้ แต่การถ่ายกำลังนั้นจะส่งไปล้อหน้ามากกว่าล้อหลังเล็กน้อย จึงทำให้หน่วงไม่นานนักก็เร่งได้ทันใจครับ 



ขับใช้งานทั่วๆ ไป ได้อัตราสิ้นเปลือง 15 กม./ลิตรเชียว ประหยัดมากๆ 


ในขณะขับขี่เมื่อเปิดไฟเลี้ยวซ้าย ภาพจากกล้องจะแสดงขึ้นบนจอเครื่องเสียงทันที ทำให้เห็นมุมอับได้ชัดเจนและปลอดภัย และหากต้องการดูรถทางซ้ายโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวนั้นก็สามารถกดปุ่มที่ปลายก้านไฟเลี้ยวได้อีกด้วย และนอกจากนี้ยังมีระบบที่ช่วยให้ขับขี่ได้คล่องตัวทั้งกล้องมองหลัง เซ็นเซอร์รอบคัน ระบบไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ ระบบ Brake Hold 
สิ่งอำนวยความสะดวก

ระบบฝากระโปรงหลังแบบไม่ต้องใช้มือ (Hands-free Access) สะดวกมากๆ เพียงกวาดเท้าใต้กันชนเท่านั้น โดยจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว 2 ตัวติดตั้งเอาไว้ที่ตรงกลางของตัวรถ (ตัวแรกอยู่ใต้คานด้านใน ส่วนอีกตัวจะอยู่ที่ใต้กันชนหลัง) สำหรับเวลที่กำลังแบกสัมภาระมาเต็มมือ และช่วยทำให้มือไม่สกปรกในกรณีที่ฝากระโปรงรถของคุณเต็มไปด้วยฝุ่นหรือคราบต่างๆ ที่ตัวรถ แต่ต้องมีกุญแจรถติดกับตัว

ระบบแอร์อัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้ายขวา พร้อมแอร์ผู้โดยสารแถวที่ 2 ตรงคอนโซลกลาง และแอร์ราวบนหลังคาสำหรับผู้โดยสารตอนที่ 3 ที่สามารถปรับแรงลมได้อีกด้วย นับว่าเย็นทั้งคัน อากาศร้อนๆ ในเมืองไทยทำอะไรไม่ได้หรอก... 

ตรงคอนโซลกลางมีช่องเสียบทั้ง USB HDMI และ DC12V สะดวกต่อการใช้งาน และมีถาดวางของที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้

ช่องแอร์ผู้โดยสารแถวที่ 2 พร้อมช่องเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

แอร์สำหรับแถวหลังสุดเย็นฉ่ำแน่นอน
ความปลอดภัย

เทคโนโลยีความปลอดภัยที่มาแบบคุ้มค่าสุดๆ เต็มคัน ได้แก่ 
ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) ระบบจะตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ผ่านการควบคุมพวงมาลัย เมื่อพบว่าประสิทธิภาพในการควบคุมรถของผู้ขับขี่ลดน้อยลง ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ TFT และเมื่อตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้า ระบบจะทำการแจ้งเตือนด้วยเสียงและการสั่นเตือนที่พวงมาลัย 
ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake - EPB) เป็นระบบที่ใช้งานง่ายเพียงดึงสวิตช์ที่คอนโซลกลางขึ้นเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และระบบจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติ เมื่อเหยียบคันเร่ง (ระบบจะคลายเบรกในกรณีที่ผู้ขับขี่คาดเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น) ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)


ระบบป้องกันการกดปุ่มเกียร์โดยไม่ตั้งใจ หากรถเคลื่อนที่ไปเกินระดับ 8 กม./ชม. หากไปถูกปุ่มเกียร์ตำแหน่งอื่นๆ จะไม่สามารถสั่งการได้ และถ้าหากเผลอกดสวิตช์ตำแหน่งเกียร์ "R" ระบบจะปลดเป็นเกียร์ว่าง "N" ทันที ผู้ขับเพียงแค่กดปุ่ม "D/S" เท่านั้นก็สามารถขับต่อไปได้เลยครับ 

ระบบ Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold) เป็นระบบเบรกที่ช่วยป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ เมื่อกดปุ่มให้ระบบทำงาน ระบบจะทำการหน่วงเบรกต่อโดยอัตโนมัติหลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง และระบบจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติ เมื่อเหยียบคันเร่ง (ระบบจะคลายเบรกในกรณีที่ผู้ขับขี่คาดเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น)  ซึ่งระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้าในช่วงเวลาที่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้เป็นเวลานาน เช่น ในสภาพการจราจรติดขัด เป็นต้น

ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist - AHA) ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist - AHA) และระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (Motion-Adaptive Electric Power Steering - MA - EPS) ให้การทรงตัวขณะขับขี่ที่ดีเยี่ยมทั้งการเลี้ยวและการเข้าโค้ง
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA) ช่วยป้องกันการลื่นไถลออกทางด้านข้าง และให้ความมั่นใจในระหว่างการขับ การเลี้ยว หรือการหยุด และให้การทรงตัวที่ดีของรถยนต์ในทุกทิศทาง
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA) เมื่อรถยนต์จอดอยู่บนทางลาดชัน ระบบจะทำหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้ตัวรถเคลื่อนที่ไปทางด้านหลังในจังหวะที่มีการปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรก โดยการทำงานจะอาศัยหน้าที่ในระบบการทรงตัวเข้ามาควบคุมการรักษาแรงดันของน้ำมันเบรกเอาไว้ ทำให้รถสามารถหยุดนิ่งในตำแหน่งเดิมได้ประมาณ 1 วินาที ขณะที่มีการเคลื่อนย้ายเท้าจากเบรกมาที่คันเร่ง และช่วยให้การออกตัวมีความนุ่มนวลมากขึ้น

กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ตัวกล้องจะแสดงภาพทางมุมมองจากด้านบน มุมกล้อง130 หรือมุมกล้อง180 ในจังหวะที่เกียร์ถูกเปลี่ยนมาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง
ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ i-Side Airbag และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น
เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ และระบบลดแรงกระชาก (Emergency Locking Retractor - ELR) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งอยู่ในทุกที่นั่ง สำหรับเบาะที่นั่งคู่หน้า ได้รับการติดตั้งให้มีการทำงานโดยอัตโนมัติ เมื่อมีการตรวจสอบและพบว่ามีการชนทางด้านหน้าหรือด้านข้าง เข็มขัดจะทำงานเพื่อดึงรัดให้สรีระอยู่ในตำแหน่งที่มั่นคงทันที จากนั้นจะค่อยๆ คลายออกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บโดยเฉพาะในส่วนบริเวณหน้าอก โดยการทำงานของระบบได้รับการออกแบบมาให้สอดคล้องกับระบบการทำงานของถุงลม เพื่อประสิทธิภาพการปกป้องอย่างสูงสุด และเข็มขัดสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสรีระ
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor) ถือเป็นมาตรฐานระดับสากลสำหรับการใช้เบาะที่นั่งเด็กในรถยนต์ มอบความสะดวกสบายและใช้งานง่ายโดยเบาะที่นั่งจะถูกยึดรั้งได้โดยไม่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยหรือตัวล็อกใดๆ


ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้าย โดยใช้กล้องจับภาพและแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 7 นิ้ว เพื่อการมองเห็นที่ไร้มุมอับ ให้ความปลอดภัยในทุกการขับขี่
เพียบขนาดนี้มีอยู่ใน Honda CR-V 1.6 EL i-DTEC 4WD แลกกับค่าตัวระดับ 1.69 ล้านบาท นับว่าคุ้มจริงๆ ครับ
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา
Honda CR-V 1.6 EL i-DTEC 4WD รถครอบครัว SUV ใหม่ขนาด 7 ที่นั่งครั้งแรกของฮอนด้า และมาพร้อมกับทุกรุ่นย่อย ภายนอกดูอวกาศล้ำอนาคต ภายในกว้างขึ้น ตัวรถยาวขึ้น เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร แสนประหยัด แต่ให้กำลังเยอะเกินตัว 160 แรงม้า และแรงบิดระดับปิกอัพ 350 นิวตันเมตร เกียร์ 9 จังหวะ ลูกเล่นในโหมดการขับขี่ต่างๆ อีกเพียบ ทั้งหมดนี้จ่ายเพียง 1,699,000 บาท แถมขับเคลื่อน 4 ล้ออีกต่างหาก คุ้มๆ กันไปเลย


แก้ไขล่าสุด : 19 ต.ค. 60
โดย
:
สินธนุ จำปีศรี
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด