• โทรศัพท์มือถือ
  • โทรศัพท์มือถือ
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว HUAWEI FreeBuds 4i หูฟังไร้สายดีไซน์สวย เบสคมชัด ตัดเสียงรบกวนเยี่ยม ในราคาสุดคุ้ม 2,799 บาท

    5 เม.ย. 64 1,003
    รีวิว HUAWEI FreeBuds 4i หูฟังไร้สายดีไซน์สวย เบสคมชัด ตัดเสียงรบกวนเยี่ยม ในราคาสุดคุ้ม 2,799 บาท
    HUAWEI FreeBuds 4i หูฟังไร้สายน้องใหม่รุ่นล่าสุดจากทางหัวเว่ย ที่เห็นครั้งแรกก็ต้องรู้สึกว้าวกับดีไซน์ทรงรีที่ออกแบบมาได้สวยงามหรูหรา ทั้งยังยกระดับประสบการณ์การฟังด้วยคุณภาพเสียงที่คมชัด และเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนที่เหนือชั้น ต่อยอดมาจากหูฟังไร้สายรุ่นพี่อย่าง FreeBuds 3i พร้อมด้วยแบตเตอรี่จัดเต็มให้ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ชั่วโมง ที่สำคัญคือเจ้าหูฟังตัวนี้เปิดตัวมาในราคาเพียง 2,799 บาทเท่านั้น! เรียกได้ว่าให้มาครบทุกฟีเจอร์ในงบไม่เกินสามพันบาท น่าสนใจขนาดนี้ มาดูรีวิวกันต่อเลยค่ะว่าเจ้า HUAWEI FreeBuds 4i พิเศษยังไง
    ดีไซน์
    HUAWEI FreeBuds 4i มาพร้อมกล่องสีขาวดีไซน์เรียบง่ายแต่ดูพรีเมียมตามสไตล์หูฟังของทางหัวเว่ย ซึ่งสีของหูฟังบนตัวกล่องจะเปลี่ยนไปตามสีของอุปกรณ์ข้างใน รุ่นนี้มีด้วยกัน 3 สี ได้แก่ Ceremic White, Carbon Black และ Red Edition โดยสีที่เรานำมารีวิวในวันนี้เป็นสีขาว Ceramic White ค่ะ
    ภายในกล่องจะประกอบด้วยหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4i พร้อมเคสชาร์จ ปลอกซิลิโคนหูฟังสำหรับเปลี่ยนขนาด 2 คู่  สายชาร์จ USB-C คู่มือการใช้งาน ข้อมูลความปลอดภัย และใบรับประกันสินค้า
    สำหรับตัวเคสมีขนาดกำลังดีเลยค่ะ พอดีมือสุด ๆ น้ำหนักของเคสรวมหูฟังอยู่ที่ 47.5 กรัม ซึ่งเมื่อถืออยู่ในมือจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้หนักมาก วัสดุเป็นผิวมัน ไม่ติดลายนิ้วมือ แต่ค่อนข้างดูดฝุ่นเล็ก ๆ อยู่พอสมควรค่ะ เวลาใช้อาจจะต้องหมั่นเช็ดเล็กน้อย ตัวบอดี้ตรงกลางมีโลโก้ HUAWEI ถัดลงมาเป็นจุดไฟสถานะ ด้านล่างเป็นพอร์ทชาร์จ USB-C ส่วนปุ่มรีเซ็ทการเชื่อมต่อจะอยู่ทางด้านขวา ซึ่งออกแบบมาได้กลืนสวยไปกับตัวเคส ถ้าไม่สังเกตจริง ๆ แทบไม่เห็นเลยค่ะ
    สำหรับดีไซน์ของเคส ต้องขอชมเลยว่าสวยงาม หรูหรา และโดดเด่นมาก ๆ ด้วยทรงรีที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากความงามของหินบนหาดทรายสีดำทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ทำให้ได้เคสหูฟังที่สมูทน่าจับ ตัวฝาพับเปิด-ปิดง่าย และที่สำคัญคือมีแม่เหล็กยึดตัวหูฟังกับเคส ซึ่งเวลาหยิบเข้าหรือหยิบออกก็จะลงล็อกกึ๊กพอดี
    ตัวหูฟังของ HUAWEI FreeBuds 4i เองก็ออกแบบมาได้สวยงานไม่แพ้ตัวเคส เป็นหูฟังแบบ In-ear มีก้าน ขนาดกะทัดรัด หยิบจับง่ายสะดวกมือมาก ๆ วัสดุมีความหนาแน่น ทนทาน ทั้งยังออกแบบมาได้พอดีกับสรีระของหู เวลาใส่เลยไม่รู้สึกขัด ส่วนตัวค่อนข้างชอบน้ำหนักของหูฟังค่ะ ไม่ได้เบาจนไม่รู้สึกถึงตัวหูฟัง แต่ก็ไม่ได้หนักจนทำให้ใส่ไปนาน ๆ แล้วล้า ตัวจุกยางนิ่มสวมใส่สบายหู ไม่หลุดง่าย จะใช้ในชีวิตประจำวันหรือใส่ออกไปทำกิจกรรมคิดว่าไม่มีหลุดหายไประหว่างทางแน่นอนค่ะ
    การเชื่อมต่อ
    HUAWEI FreeBuds 4i รองรับบูลทูธ 5.2 สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งระบบ Android และ iOS ด้วย ซึ่งต้องชมเลยว่าเชื่อมต่อได้ไวจริงมากจริง ๆ เพียงแค่เปิดบูลทูธที่อุปกรณ์ของเราแล้วเปิดฝาหูฟังไว้สักครู่ให้ไฟสถานะขึ้นสีเขียว ตัวเลือกเชื่อมต่อ HUAWEI FreeBuds 4i ก็จะเด้งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นเราก็ทำเพียงแค่กด Connect ได้เลยทันที
    แต่ถ้าพบปัญหาเชื่อมต่อไม่สำเร็จ ให้กดที่ปุ่มทางขวามือค้างไว้สักครู่ จนไฟสัญญาณขึ้นเป็นสีขาว ตัวหูฟังก็จะทำการรีเซ็ทให้เราเชื่อมต่อใหม่อีกครั้งค่ะ
    ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว หูฟังก็จะโชว์สถานะของแบตเตอรี่ของตัวหูฟังไร้สายและเคส พร้อมทั้งปุ่มลัดสำหรับ Setup การใช้หูฟังสำหรับ Audio และการรับสาย
    โดยทางหัวเว่ยได้ชูว่า สำหรับผู้ใช้งานที่ใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของหัวเว่ยที่มี EMUI 10.0 ขึ้นไป การเชื่อมต่อระหว่างหูฟังกับอุปกรณ์ก็จะทำได้ไวยิ่งขึ้น คือเปิดฝาปุ๊บต่อได้ปั๊บ แบบ "ชีวิตเอไอไร้รอยต่อ" ตามกลยุทธ์ 1+8+N ของทางหัวเว่ย ซึ่งเมื่อได้ทดลองเปรียบเทียบความเร็วระหว่างการต่ออุปกรณ์อื่นกับอุปกรณ์ของหัวเว่ยเองแล้ว พบว่าเร็วกว่ามากจริง ๆ ค่ะ
    นอกจากนี้เราสามารถปรับแต่งการใช้งานของหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4i ได้หลากหลายขึ้น ผ่านแอปพลิเคชั่น HUAWEI AI Life ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ Android และ iOS เช่นกัน ซึ่งหากเราเชื่อมต่อหูฟังไว้แล้ว มันจะโชว์การเชื่อมต่อในแอปฯไว้โดยอัตโนมัติ
    แต่สำหรับใครที่เปิดเข้าแอปพลิเคชั่นแล้วไม่พบการลิงก์ของหูฟัง ให้กดปุ่มทางขวามือค้างไว้เพื่อรีเซ็ทการเชื่อมต่อ และเลือกที่สัญลักษณ์ (+) มุมขวาบนของหน้าจอ เพื่อทำการค้นหาอุปกรณ์ หรือกดที่คำสั่ง ADD MANUALLY เพื่อเพิ่มอุปกรณ์ด้วยตนเอง จากนั้นก็เลือกที่ HUAWEI FreeBuds 4i อุปกรณ์ก็จะทำการลิงก์การเชื่อมต่อหูฟังเข้ามาในแอปพลิเคชั่นทันที
    ซึ่งถามว่าประโยชน์ของการใช้่งานร่วมกับแอปพลิเคชั่นคืออะไร ก็ต้องบอกว่าตัวแอปฯจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานหูฟังให้เรามากขึ้น ภายในแอปฯจะโชว์สถานะของแบตเตอรี่ของหูฟังตลอดการใช้งาน, แผงควบคุมการเปิด-ปิดโหมดตัดเสียงรบกวน (ANC) และโหมดการรับรู้ (Awareness), การตั้งค่าคำสั่งลัด (Shortcut) แตะเพื่อควบคุมหูฟัง และเซ็นเซอร์จับการสวมใส่
    โดยเราสามารถตั้งค่าตัวคำสั่งลัด (Shortcut) ได้อย่างอิสระเลยว่าจะให้การแตะสองครั้งที่ข้างซ้าย/ข้างขวา และการแตะยาวรับคำสั่งอะไร หรือจะปิดคำสั่งทั้งหมดและควบคุมผ่านแอปฯเพียงอย่างเดียวก็ได้ สำหรับตัวเลือก Smart wear detection หรือเซ็นเซอร์จับการสวมใส่ เป็นฟังก์ชั่นที่จะช่วยหยุดเพลงอัตโนมัติเมื่อเราถอดหูฟังข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งคู่ และจะเล่นอีกครั้งเมื่อเราสวมหูฟังครบทั้งสองข้างค่ะ
    การใช้งาน และคุณภาพเสียง
    หูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds 4i มีการตั้งค่าการแตะเพื่อควบคุมหูฟังเบื้องต้นมาได้ค่อนข้างใช้งานง่าย ด้วยการแตะสองครั้งเพื่อเล่นเพลง หยุดเพลง หรือวางสาย และการแตะยาวเพื่อเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนหรือสลับไปโหมดการรับรู้ ซึ่งตัวหูฟังสามารถรับคำสั่งได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวค่ะ Smart wear detection หรือเซ็นเซอร์จับการสวมใส่ก็สามารถทำงานได้อย่างเสถียร ถือว่าสอบผ่านเรื่องการรับคำสั่งค่ะ
    สำหรับการฟังเพลง เจ้าหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4i มาพร้อมกับไดนามิกไดรเวอร์ขนาดใหญ่ 10 มิลลิเมตร เก็บรายละเอียดเสียงด้วย PEEK + PU composite diaphragm ที่เป็นไดอะแฟรมคุณภาพสูง ทำให้เจ้าหูฟังตัวนี้ให้เสียงเบสที่กระหึ่ม ไม่แหลมบาดหูเลย แถมยังมากับฟังก์ชันการจูนเสียงที่ออกแบบมาให้เข้ากับเพลงป๊อปโดยเฉพาะ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วต้องสารภาพว่าไม่ใช่สายฟังเพลงป๊อปสักเท่าไหร่ แต่ด้วยฐานการจูนเสียงแบบนี้มันค่อนข้างปรับใช้ได้กับเพลงหลาย ๆ แนวเลยค่ะ จะฮิพฮอพหรืออาร์แอนด์บีก็ได้เสียงเพลงที่ชัดใสเบสแน่นเหมือนกัน แต่รู้สึกว่ายังให้เสียงที่ไม่ค่อยกังวาลเท่าไหร่ค่ะ
    สิ่งที่ชอบมาก ๆ ในเจ้าหูฟัง HUAWEI FreeBuds 4i คือเทคโนโลยี Active Noise Cancellation (ANC) หรือภาษาชาวบ้านเรียกโหมดตัดเสียงรบกวน โดยเจ้าเทคโนโลยีตัวนี้จะทำงานร่วมกับไมโครโฟน 2 ตัว คอยตรวจจับเสียงรบกวนแล้วปล่อยคลื่นความถี่เพื่อตัดเสียงรบกวนเหล่านั้น ซึ่งเมื่อลองใช้แล้วถือว่าทำได้ดีเลยค่ะ เหมาะกับการฟังเพลงระหว่างนั่งอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานที่ต้องใช้สมาธิ ตอบโจทย์น้อง ๆ นักเรียนและคนทำงานมาก ๆ
    นอกจากนี้หัวเว่ยยังให้ไมค์คู่ที่ใส่เทคโนโลยี beamforming ที่ทำงานร่วมกับ AI noise reduction มาอีกด้วย ถามว่าสองตัวนี้ช่วยอะไรบ้าง มันจะช่วยให้ไมโครโฟนสนทนารับเสียงและแยกแยะเสียงได้แม่นยำและคมชัดยิ่งขึ้น รวมไปถึงการลดเสียงลมปะทะไมโครโฟนอีกด้วย ไม่ว่าจะไปนั่งคุยหน้าพัดลม ขึ้นรถ ลงเรือ หรือที่ไหน ๆ ก็หมดปัญหาปลายสายแซวเรื่องเสียงลมพัดเข้าไมค์ฯไปได้เลย
    อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบมากไม่แพ้กัน คือโหมดการรับรู้ (Awareness) ที่เราทำเพียงแค่กดค้างไว้ที่หูฟังข้างใดข้างหนึ่ง แล้วตัวหูฟังจะทำการเปิดเสียงรอบตัวให้เราได้ยินโดยไม่ต้องถอดหูฟังให้เสียเวลา ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วโหมดนี้ถือว่าดีมาก ๆ โดยเฉพาะเวลาที่เราอยากพักฟังเพลงมาสนทนาสั้น ๆ กับคนรอบตัว หรือกระทั่งเวลาข้ามถนน ก็สามารถสลับมาฟังเสียงรถเพื่อความปลอดภัยได้อีกด้วย
    ให้ฟังก์ชันการใช้งานมาเยอะแยะขนาดนี้ แต่ไม่ต้องห่วงว่าเจ้า HUAWEI FreeBuds 4i จะดูดแบตเตอรี่แต่อย่างใดนะคะ เพราะให้แบตฯในหูฟังมาที่ 55 mAh และแบตฯเคสชาร์จ 215 mAh โดยหัวเว่ยเคลมว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 10 ชั่วโมง และนานสูงสุด 22 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมด ANC ซึ่งต้องขอบอกว่าใช้งานได้นานตามทีโฆษณาจริง ๆ ค่ะ ทางเราลองชาร์จแบตเตอรี่และทิ้งแสตนบายไว้เฉย ๆ หนึ่งอาทิตย์เต็ม แบตฯแทบไม่ลดลงเลยนอกจากนี้ยังให้ชาร์จเร็วมาด้วย ชาร์จ 10 นาที สามารถใช้งานได้ 4 ชั่วโมง ซึ่งเวลาประมาณชั่วโมงนิด ๆ ก็เต็มแล้วค่ะ
    สรุปภาพรวม
    ต้องบอกว่าเจ้า HUAWEI FreeBuds 4i เป็นหูฟัง True Wireless ที่ให้การใช้งานมาครบตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมาก ๆ เลยค่ะ ส่วนตัวมองว่าถ้าเป็นสายฟังเพลงต้องการรายละเอียดเสียงมาก ๆ อาจยังไม่เหมาะเท่าไหร่ แต่ด้วยราคา 2,799 บาท ที่ให้มาทั้งดีไซน์หรูหราทันสมัย โหมดตัดเสียงรบกวนดีเยี่ยม โหมดการรับรู้ และแบตเตอรี่อึดสุดใจ เรียกว่าคุ้มค่าสุด ๆ แล้วค่ะ ใครที่กำลังมองหาหูฟังสำหรับใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ทั้งการฟังเพลงและการสนทนา HUAWEI FreeBuds 4i เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ