• โทรศัพท์มือถือ
  • โทรศัพท์มือถือ
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว Vivo Y72 5G สมาร์ตโฟน 5G พร้อมใช้ จอสวย กล้อง 64MP แบต 5,000 ในราคา 9,999 บาท

    22 มี.ค. 64 3,634
    รีวิว Vivo Y72 5G สมาร์ตโฟน 5G พร้อมใช้ จอสวย กล้อง 64MP แบต 5,000 ในราคา 9,999 บาท  
    Vivo Y72 5G สมาร์ตโฟน 5G รุ่นแรกบน Y Series ของ วีโว่ ประเทศไทย ที่ครั้งนี้นอกจากเติมเต็มด้วยเทคโนโลยี 5G เพื่อรองรับกับเทรนด์การใช้งานในอนาคตแล้ว ทางวีโว่ยังนำคุณสมบัติและเทคโนโลยีด้านกล้องถ่ายรูปที่ได้รับคำชมว่าทำได้ดีของ V Series เติมเข้ามาให้ด้วย จนทำให้ Vivo Y72 5G มีความครบเครื่องและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในทุกด้านของการใช้งานในแต่ละวัน
    ซึ่งส่วนตัวได้สัมผัสและรีวิวสมาร์ตโฟน Y Series ของวีโว่มาหลายรุ่นมากๆ ยอมรับว่ามีความคิดแว่บเข้ามาตอนได้สัมผัสตัวเครื่องเป็นครั้งแรกว่า นี้อาจเป็นสมาร์ตโฟน "Flagship of Vivo Y Series" เลยก็ว่าได้ครับ เพราะเป็น Y Series ที่มีความลงตัวและครบถ้วนในทุกมิติมาก ๆ ส่วนจะจริงตามที่ผมเกริ่นไว้หรือไม่ รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ และจุดเด่นในด้าน 5G ของ Vivo Y72 5G จะเป็นอย่างไร และราคา 9,999 บาทจะคุ้มค่าแค่ไหน? เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ตามไปสัมผัสและลองใช้งานสมาร์ตโฟน 5G ราคาไม่เกิน 1 หมื่นบาทรุ่นนี้ของวีโว่พร้อมกันครับ!
    แกะกล่อง (Unbox)
    มาเริ่มกันด้วยการแกะกล่องดูของข้างในกัน สำหรับกล่องของ Vivo Y72 5G ยังคงใช้โทนสีและดีไซน์ Pattern เดียวกับกล่องของ Y Series ที่เราคุ้นเคย โดยมาในโทนสีสองสีคือฟ้าตัดขาว ด้านหน้ามีข้อความชื่อรุ่นชัดเจนว่า "Y72 5G" และเมื่อเปิดฝากล่องขึ้นมาก็จะพบกับอุปกรณ์การใช้งานพื้นฐานตามนี้
    • Vivo Y72 5G
    • คู่มือการใช้งานเริ่มต้น
    • เคสตัวเครื่องแบบใส (Soft case)
    • ชุดหูฟังแบบ Ear Buds
    • สายชาร์จ USB-C
    • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ (Fast Charge 18W)
    • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
    รอบตัวเครื่อง (Design)
    Vivo Y72 5G ครั้งนี้มาพร้อมการออกแบบตัวเครื่องที่ทำได้สวยหรูหราและลงตัวมาก ๆ ซึ่งครั้งแรกที่ได้สัมผัสมีความรู้สึกและความประทับใจวิ่งเข้ามาเหมือนตอนจับสมาร์ตโฟนในกลุ่ม Mid-range เลยก็ว่าได้ ต้องชมเลยว่าทางวีโว่รังสรรค์งานออกแบบรอบนี้มาได้ดีมาก ๆ งานออกแบบตัวเครื่องประกอบได้แน่นหนา ดีไซน์มีคลาส ถือจับได้กระชับมือ ซึ่งสำหรับคนที่จับ Y Series ของวีโว่มาแทบทุกรุ่นแบบผมขอบอกเลยว่านี้คือ "The Best" ที่สุดของ Y Series ณ เวลานี้แล้วล่ะครับ
    สำหรับงานออกแบบรอบนี้ทางวีโว่เลือกใช้แนวทางการออกแบบสไตล์ 3D Color มีการนำเทคนิคการเคลือบผิวแบบซิลเวอร์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมแบบใหม่เข้ามาใช้งานด้วย ทำให้ฝาหลังของตัวเครื่องมีพื้นผิวที่มันวาวและเปล่งประกายหลากหลายมิติ และเมื่อแสงมากระทบก็จะมีการสะท้อนแสงออกมาหลากหลายเฉดสี ดูแล้วสวยมาก ๆ เหมือนกับตัวเครื่องที่เราได้มาจะเป็นสี Dream Glow เป็นสีที่มีการผสมผสานหลาย ๆ เฉดสีโทนอ่อนเข้าด้วยกัน ดังนั้นเมื่อโดนแสงมากระทบที่ฝาหลังก็จะเกิดมิติของภาพสีแบบ 3D ที่คล้ายกับเวลาที่เรามองเพชรแบบนั้นเลย ผมว่าสวยและดูหรูไม่น้อยเลยทีเดียว
    ในขณะที่มุมซ้ายบนเป็นตำแหน่งของกรอบฐานโมดูลกล้องถ่ายรูป ซึ่งมีการออกแบบให้ตัวขอบของฐานกล้องมีการเหลือบแสงไปในทิศทางเดียวกับฝาหลังด้วย ทำให้ดูเป็นดีไซน์หนึ่งเดียวกันทั้งหมด ส่วนด้านกล้องถ่ายรูปครั้งนี้ทางวีโว่เลือกใช้งานเป็นกล้องถ่ายรูป Triple camera โดยประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 64MP (F1.79), กล้องมุมกว้างพิเศษความละเอียด 8MP(F2.2) และกล้องมาโครความละเอียด 2MP (F2.4) มีไฟแฟลช LED ให้ในตัว
    พลิกกลับมาที่ด้านหน้าตัวเครื่องจะพบกับหน้าจอแสดงผล LCD IPS Halo Fullview Display ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2,408 x 1,080 พิกเซล ตัวหน้าจอแสดงผลมีอัตราส่วน 20:9 มี Body Ratio หรือพื้นที่ใช้งานจริง 90.6% และรองรับการแสดงขอบเขตสีตามมาตราฐาน NTSC 96%
    ขยับขึ้นไปตรงรอยหยดน้ำด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้า ซึ่งรอบนี้ติดตั้งกล้องหน้าแบบกล้องเดี่ยวมีความละเอียดอยู่ 16MP (F2.0) 
    ด้านข้างขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่มกดปรับระดับเสียงเพิ่ม-ลด (Volume) และปุ่มกดเปิด-ปิดตัวเครื่อง (Power) ซึ่งใช้เป็นตำแหน่งแตะสัมผัสสำหรับสแกนลายนิ้วมือในตัวด้วย
    ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องถาดซิมการ์ด โดยตัวถาดซิมการ์ดจะแบบ Hybrid slot นะครับ ดังนั้นจะต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ดที่ 2 กับ MicroSD Card (สูงสุด 256GB)
    ด้านล่างของตัวเครื่องจะเป็นตำแหน่งของรูเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C และลำโพงเสียงตัวเครื่อง
    ขนาดตัวเครื่อง Vivo Y72 5G : กว้าง 75.30 x สูง 163.95 x หนา 8.50 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักรวม 193 กรัม
    รายละเอียดสเปกตัวเครื่องของ Vivo Y72 5G
    รายละเอียดสเปกตัวเครื่อง Vivo Y72 5G มี ดังนี้ 
    • หน้าจอแสดงผล LCD IPS Halo Fullview Display ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2408x1080 พิกเซล 
    • CPU MediaTek Dimensity 700 ความเร็ว 2.2GHz 
    • GPU Mali G57 MC2 
    • RAM 8GB 
    • ROM 128GB 
    • Funtouch OS 11.1 base on Android 11 
    • กล้องถ่ายรูป Triple camera ประกอบด้วย 
      • กล้องหลัก ความละเอียด 64MP (F1.79)
      • กล้อง Ultra wide angle ความละเอียด 8MP (F2.2)
      • กล้อง Macro ความละเอียด 2MP (F2.4)
    • กล้องหน้าความละเอียด 16MP (F2.0)
    • รองรับเครือข่าย 5G ในไทย 
      • Non-standalone : N28/N41/N78 
      • Standalone : N1/N28/N41 
    • WiFi 802.11 a/b/g/n/ac
    • Bluetooth 5.1 
    • Battery 5,000 mAh (Fast Charge 18W)
    Funtouch OS 11 base on Android 11
    ในด้านของซอฟต์แวร์ Vivo Y72 5G ทำงานบน Funtouch OS 11 เป็น OS ที่พัฒนาโดยการใช้ตัวโครงหรือพื้นฐานของ Android OS 11 มาพัฒนาต่อยอดในส่วนของฟีเจอร์ ลูกเล่น และใส่อินเทอร์เฟซใหม่ ๆ ที่ออกแบบโดยวีโว่เองเข้ามา เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานในแบบที่วีโว่อยากสื่อสารกับลูกค้า ที่อยากให้ผู้ใช้งานรู้สึกสนุกและมีประสบการณ์การใช้งานที่ดีเมื่อได้ใช้งานในแต่ละวัน และสำหรับใครที่กังวลในเรื่องของ Google Mobile Service ว่าวีโว่โดนหรือไม่ อย่างไร? ก็ไม่ต้องกังวลไปครับ สมาร์ตโฟนทุกรุ่นของวีโว่ยังคงใช้งานได้ตามปกติทุกประการเลย
    ส่วนของอินเทอร์เฟซ (UI) บนตัวเครื่อง สำหรับผู้ใช้งานใหม่ที่หรือพึ่งย้ายมาใช้งานสมาร์ตโฟนวีโว่ครั้งแรก และมีความกังวลว่าตัวอินเทอร์เฟซจะใช้ยากเกินไปไหม มีความวุ่นวายหรือสิ่งต่าง ๆ ในด้านลบที่เคยได้ยินมา ผมขอให้วางความคิดเหล่านั้นไว้ก่อนเลยครับ และลองเปิดใจใช้งานดู เพราะใน Funtouch OS 11 ทางวีโว่ออกแบบหน้าตาอินเทอร์เฟซในส่วนต่าง ๆ มาใหม่ทั้งหมด ทำให้ความซุกซนที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของผู้ใช้งานหน้าเก่าแบบผมหายไปเยอะพอสมควร ส่วนที่เติมเต็มเข้ามาแทนคือ ความเรียบง่ายและเป็นมิตรมากขึ้น ดังนั้นเชื่อเลยว่าอินเทอร์เฟซของ Funtouch OS 11 ทุกคนจะสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ไม่ยากแน่นอน
    หน้าตาเมนูการใช้งาน (User interphase) บน Funtouch OS 11
    ประสิทธิภาพการทำงาน (Performance)
    ต้องยอมรับเลยว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สมาร์ตโฟนในช่วงราคา Y Series เพียงพอที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์พื้นฐานได้ ในระดับที่เราแทบไม่จำเป็นต้องซื้อสมาร์ตโฟนรุ่นท็อปเลยล่ะครับ ดังนั้นถ้าถามว่า Vivo Y72 5G ในด้านการประสิทธิภาพหรือเมื่อนำไปใช้งานเป็นอย่างไร? 
    ก็ตอบทันทีเลยว่า "ทำได้ดีมาก ๆ " เพราะผลลัพธ์ของภาพรวมในการใช้งานทั้งในมุมของความต้องการใช้งานในระดับพื้นฐานเช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นโซเชียล ตอบอีเมล์ หรือเปิดไฟล์เอกสาร ไปจนถึงการใช้งานในระดับแอดวานซ์ขึ้นมาเช่น เล่นเกม, ใช้โปรแกรมตัดต่อไฟล์วีดีโอหรือตกแต่งภาพถ่าย, เปิดแอปพลิเคชั่นเฉพาะทาง และอีกหลากหลายรูปแบบการใช้งาน ตัวเครื่องสามารถตอบสนองและรองรับการทำงานกับแอปฯ หรือเกมยอดนิยมได้อย่างลงตัวในแบบที่ควรจะทำได้และไร้ปัญหาใด ๆ ในด้านของแอปพลิเคชั่น รวมไปถึงประสบการณ์ด้านการทัชการปัดก็ทำได้ไหลลื่นด้วย
    เบื้องหลังของประสิทธิภาพที่ดีมาจากไหน? ก็มาจากการที่วีโว่เลือกใช้ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 700 ความเร็ว 2.2GHz ในการขับเคลื่อนการทำงานทั้งหมดบนตัวเครื่องนั่นแหละครับ เพราะชิปตัวนี้เป็นชิปซีรีย์ใหม่ของทาง MediaTek ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "Value of 5G Mobile" ผลิตมาเพื่อตอบรับกับความต้องการในการนำไปใช้งานบนสมาร์ตโฟน 5G ในราคาไม่สูงมากนัก แต่ยังต้องการประสิทธิภาพในการรันทำงานที่ดีด้วย หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เป็นชิปประมวลผลสำหรับมือถือ 5G ในราคาประหยัดก็ว่าได้ครับ ดังนั้นตัวชิปจึงมีโมเด็ม 5G ติดตั้งมาคู่กันแบบพร้อมใช้งาน
    แต่ถึงแม้ตัวชิปจะเป็นชิปสาย 'คุ้มค่า' แต่ประสิทธิภาพก็ไม่ได้เป็นรองใครในตลาดพิกัดเดียวกันเลยนะ แถมตัวชิปยังใช้เทคโนโลยีการผลิตระดับ 7nm ซึ่งเป็นมาตรฐานเทคโนโลยีการผลิตของชิปตัวท็อปเมื่อปีที่แล้วด้วย ส่วนตัวชิปประมวลผลจะเป็น CPU แบบ Octa-core โดยแบ่งการทำงานเป็น 6+2 core ใช้สถาปัตยกรรม Cortex A76 สำหรับชิปแบบ Dual core ใช้ทำงานในระดับเบา และใช้ Cortex A55 สำหรับชิปแบบ Hexa core ใช้ทำงานระดับสูง 
    ซึ่งจะทำงานร่วมกับ RAM 8GB (LPDDR4x) และหน่วยความจำภายในแบบ UFS 2.1 ขนาดความจุ 128GB ทำให้ผลลัพธ์และประสบการณ์ในการทำงานถึงออกมาดีแบบที่ได้เกริ่นไปนั่นเองครับ ซึ่งพอดูภาพรวมของสเปกแล้วก็ต้องชมว่าทางวีโว่จัดสเปกมาได้ลงตัวพอสมควรเลย
    การเล่นเกมบน Vivo Y72 5G เป็นอย่างไร? ในด้านของการประมวลผลหรือทำงานด้านกราฟฟิกด้วย GPU Mali G57 MC2 950MHz บน Vivo Y72 5G ก็ถือว่าให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดี และเป็นไปตามมาตรฐานที่ควรเป็นบนสมาร์ตโฟนราคาแบบนี้ โดยสามารถเล่นเกมแนว FPS อย่าง Freefire, Pubg ด้วยภาพกราฟฟิกระดับสูง 60FPS ได้สบาย ๆ การทัชทำได้ไหลลื่น ไม่มีอาการ Motion Blur ให้เห็นขณะปรับหมุนมุมกล้อง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการที่ทางวีโว่นำเทคโนโลยี Multi-Turbo และโหมดสำหรับเกม Ultra game mode ใส่เข้ามาช่วยประมวลผลด้วย จึงทำให้ผลลัพธ์การเล่นเกมออกมาสมูธและได้อรรถรสระดับที่ดี
    เทคโนโลยี Multi-Turbo และ Ultra game mode ช่วยได้จริงหรือ? ตอบเลยว่ามีส่วนช่วยจริง ๆ ครับ เพราวัตถุประสงค์ของทั้งสองสิ่งนี้ คือการเข้าไปจัดสรรทรัพยากรบนตัวเครื่องขณะเล่นเกมให้มีความเหมาะสมต่อการรันทำงานเกมนั้น ๆ ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยรีดเค้นประสิทธิภาพด้านฮาร์ดแวร์ให้ออกมาได้เต็มที่ขณะที่เราเล่นเกม ซึ่งผมได้ลองทดสอบเกมที่ไม่ได้รองรับการทำงานด้วย Ultra game mode และ Multi-Turbo อย่างเกมสุดโหดในเวลานี้ Genshin Impact เกมที่ใช้ทรัพยากรบนเครื่องแบบหนักหน่วงขณะเล่น ก็พบว่าพอปรับกราฟฟิกไปที่ระดับ 'High' และเลือก FPS เป็น 60FPS อาการค้างและหน่วงก็มาทันที แต่ถ้าปรับเป็น "Medium" ก็สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น
    ส่วนเรื่องของความร้อนที่เกิดขึ้นขณะเล่นเกม ก็ยังเป็นอีกจุดที่ Y72 5G ยังทำได้ไม่ดีนัก ทำให้เมื่อเราเล่นเกมติดต่อกันเวลานาน 1-2 ชั่วโมงขึ้นไป ตัวเครื่องจะระบายความร้อนไม่ทัน และเกิดความร้อนสะสมที่ฝาหลังและหน้าจอแบบรู้สึกได้เลย ซึ่งก็ต้องเข้าใจว่าเขาเป็นรุ่นที่ไม่ได้เน้นด้านเกมพิเศษนะครับ เพียงแต่ฮาร์ดแวร์สามารถให้ประสิทธิภาพในด้านนี้ได้ดีด้วยนั่นเอง
    หน้าตาอินเทอร์เฟซ Ultra Game Mode
    ผลการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานด้วยคะแนน Benchmark
    • ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานด้วย Antutu Benchmark ได้คะแนนทดสอบ 274,923 คะแนน 
    • ทดสอบประสิทธิภาพการเขียน-อ่าน หน่วยความจำ (ROM, UFS 2.1) ได้ค่าการอ่าน 957.06 MB/s และค่าการเขียน 219.21 MB/s 
    • ทดสอบประสิทธิภาพทำงานของ CPU ด้วย Geekbench ได้คะแนนการทำงาน Single core 466 คะแนน และแบบ Multi-core 1546 คะแนน 
    • ทดสอบการรองรับการแสดงผล High Definition บนสตรีมมิ่ง VDO (Netflix) ผลเป็น Security Level L1 (รองรับการแสดงผล)
    • ทดสอบการจับสัญญาณดาวเทียมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 
    Vivo Y72 5G ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้ครบเครื่อง (Highlight)
    เทคโนโลยี 5G "เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา"
    เทคโนโลยี 5G คือจุดขายหลักของ Vivo Y72 5G แบบเด่นชัดที่สุดเลยครับ และยังนับเป็นครั้งแรกที่เทคโนโลยี 5G ถูกนำเข้ามาอยู่บนสมาร์ตโฟน Y Series ของวีโว่ด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มอาวุธให้ครบมือกับ Y Series ที่เป็นสมาร์ตโฟนยอดนิยมของแบรนด์ให้ครบเครื่อง และรองรับกับเทรนด์การใช้งานในอีก 2-3 ปี ข้างหน้า ที่เป็นช่วงเวลาของเครือข่าย 5G ที่จะเข้ามามีบทบาทแบบเต็มตัวในชีวิตประจำวันของเราทุกคนด้วย
    ซึ่งการที่ทางวีโว่นำเทคโนโลยี 5G เข้ามาอยู่บน Vivo Y72 5G เป็นการเพิ่มคุณภาพให้กับแบรนด์ และยกระดับการใช้งานให้กับลูกค้าของแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น เหมือนกับที่ทางวีโว่ได้พยายามทำมาตลอดกับการนำพาเทคโนโลยีต่างๆ มาสู่มือลูกค้าทั่วโลกในราคาสมเหตุสมผล และครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะการที่ 5G มาอยู่บน Y72 5G ทำให้เราสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G บนสมาร์ตโฟนได้ในราคาที่ไม่สูงมากนัก และการใช้งาน 5G บน Vivo Y72 5G ในประเทศไทย ตัวเครื่องก็รองรับการใช้งานได้ทันทีตั้งแต่แกะกล่อง ขอเพียงแค่ซิมการ์ดและแพ็คเกจใช้งานของคุณรองรับก็จะสามารถใช้งานได้เลย "ready to use" ก็ว่าได้

    ไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะ ทำดาวน์โหลดสปีดทะลุ 662 Mbps เลย

    เทคโนโลยี 5G สำคัญอย่างไร?
    ไหน ๆ ก็พูดถึงเทคโนโลยี 5G แล้ว เลยอยากแนะนำข้อมูลของการมี 5G ใช้งานกันหน่อยว่าดีอย่างไร? 
    เทคโนโลยี 5G ถ้าพูดแบบง่าย ๆ ก็คือ มาตรฐานยุคที่ 5 ของอินเทอร์เน็ตไร้สาย ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีรับ-ส่งสัญญาณให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นกว่าตอนเป็น 4G LTE ดังนั้นจึงทำให้การรับ-ส่งสัญญาณในช่วงคลื่นความถี่ต่างๆ ทำได้หลากหลายมากขึ้น ทำให้มีสัญญาณความถี่ที่กว้างขึ้น และความเร็วในการใช้งานก็สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งทั้งหมดที่ว่าก็คือประโยชน์ของ 5G นั่นเอง 
    ถึงแม้ประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G จะถูกนำไปใช้กับการทรานฟอร์มธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม ทางการแพทย์ มากกว่าทางฝั่งของผู้บริโภค แต่เพราะด้วยความเร็วในการอัปโหลดและดาวน์โหลดที่มีเพิ่มมากขึ้นแบบหลายเท่าตัว รวมถึงความถี่ของคลื่นสัญญาณที่กว้างขึ้น ทำให้ในภาคของผู้บริโภคแบบเรา ๆ เองก็ได้รับประโยชน์จากจุดนี้ด้วยเช่นกัน เพราะทำให้มีทางเลือกในการรับสัญญาณเครือข่ายที่หลากหลายจากคลื่นความถี่ที่มีเพิ่มขึ้น และสามารถเข้าถึงหรือใช้งานระบบออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อทำงานเอกสาร, โซเชียล หรือการทำธุรกิจจากโลกออนไลน์ได้แบบ real time ยิ่งขึ้น ด้วยความเร็วที่สูงกว่า 4G เกือบ 5-10 เท่า นั่นเอง
    นอกจากในส่วนของการใช้ทำงานแล้ว ในชีวิตประจำวันของเรา 5G ตั้งแต่ตื่นนอนไปจนก่อนนอน 5G ก็เข้ามามีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพการใช้งานออนไลน์ให้สะดวก รวดเร็วมากขึ้นด้วยเช่นกัน เช่น การ VDO call หาคุณพ่อคุณแม่จากทางไกลที่ทำได้ดีขึ้น ภาพชัดขึ้น ลดอาการสัญญาณตัดขาดบ่อย, การรับชมคอนเทนท์วีดีโอออนไลน์ที่ช่วยเพิ่มระดับความละเอียดในการรับชมที่สูงขึ้น ทำให้เราได้รับอรรถรสในการรับชมมากขึ้น, การดาวน์โหลดไฟล์, เกม, รูปภาพ และอีกหลากหลาย ก็ทำได้เร็วขึ้น รวมทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถในการใช้งานอุปกรณ์เสริมในกลุ่ม Internet of things อย่างพวก SmartTV, Smart Home ต่าง ๆ ให้ได้ประสบการณ์ที่ดีเพิ่มมากขึ้นด้วย
    จอแสดงผลขนาดใหญ่ สีสันสดคมชัด
    หน้าจอแสดงผลของ Vivo Y72 5G มีขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับสูงสุดอยู่ที่ระดับ FullHD+ โดยมีพื้นที่บนหน้าจอให้ใช้งานมากถึง 90.6% ซึ่งตัวหน้าจอแสดงผลใช้พาแนลเป็น LCD IPS นะครับ แต่เป็นจอ LCD IPS ที่ผมคิดว่าคุณภาพดีเลยล่ะ เพราะสามารถให้ภาพที่คมชัดมากๆ สีสันสดใส และมีค่าสว่างที่สามารถนำไปใช้งานกลางแจ้งได้ดี เพียงแต่มุมมองรอบข้างอาจไม่ได้กว้างเท่าไรนัก ถ้าใช้ส่วนตัวก็ไม่ใช้ปัญหาอะไร และนอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์ช่วยเพิ่มความสามารถให้ตัวจอแสดงผลด้วยเช่น โหมดถนอมสายตา และ Dark mode 
    ระบบสแกนนิ้วด้านข้าง ทำได้เร็วและแม่นยำ
    การรักษาความปลอดภัยต่อข้อมูลบนเครื่อง ทางวีโว่ยังคงเลือกใช้ระบบหลักเป็นระบบสแกนนิ้วที่ปุ่ม Power ซึ่งตัวแป้นสะแกนจะเป็นปุ่มกดเปิด-ปิดตัวเครื่อง ซึ่งอยู่บริเวณด้านข้างขวาของตัวเครื่อง โดยส่วนตัวผมชอบนะ เพราะเป็นตำแหน่งที่เราสามารถแตะสแกนได้ขณะถือเครื่องใช้งาน ส่วนตอนใช้งานจริงตัวระบบตอบสนองได้รวดเร็ว เพียงแตะแล้วยกก็ปลดล็อคได้เลยครับ สะดวกดีนะ
    แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ รองรับชาร์จไว 18W
    เรื่องของพลังงานกับการเป็นสมาร์ตโฟน 5G เป็นสองสิ่งที่ต้องสอดคล้องกันเป็นอย่างมาก เพราะการใช้เครือข่าย 5G ในการใช้งานบนตัวเครื่องเป็นหลักจะมีความต้องการใช้พลังงานที่สูงมาก ๆ  ดังนั้นถ้าหากแบตเตอรี่ขนาดความจุไม่มากพอ ยังไงก็ไม่รอดครึ่งวันแน่นอนครับ ซึ่งสาระสำคัญตรงนี้ดูเหมือนทางวีโว่จะเข้าใจเป็นอย่างดี จึงเลือกใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000 mAh มาให้เลย พร้อมกันใส่เทคโนโลยีชาร์จไว 18W มาให้ด้วย 
    โดยส่วนตัวการได้แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh มา ผมมองว่าเป็นขนาดความจุแบตเตอรี่ระดับเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด ณ เวลานี้ของสมาร์ตโฟน 5G แล้วล่ะครับ ซึ่งเมื่อลองใช้งานจริงบน Vivo Y72 5G ก็เป็นไปตามที่ได้เกริ่นไว้เลย เพราะผมสามารถใช้งานตัวเครื่องด้วยพลังงานจาก 100% ในตอนเช้าก่อนออกเดินทางไปทำงาน (07.00น.) ไปจนถึงตอนเลิกงาน และเดินทางกลับบ้าน (22.00น.) ได้จนแบตเตอรี่เหลือ 5% โดยในระหว่างวันก็มีเปิดดูยูทูป ฟังเพลงออนไลน์ เล่นโซเชี่ยลบ้าง ตามไลฟ์สไตล์คนทั่วไปเลย ส่วนตัวแล้วให้ "ผ่าน" เลยนะสำหรับในด้านพลังงานกับการเป็นสมาร์ตโฟน 5G ของ Vivo Y72 5G
    ส่วนการชาร์จพลังงานกลับเข้าเครื่องนั้น อยู่ในเกณฑ์ไม่ดีไม่แย่นะครับ เพราะตัวเครื่องอย่างน้อยก็รองรับการชาร์จไว 18W ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-1.30 ชั่วโมง ในการชาร์จพลังงานกลับเข้าเครื่องที่มีแบตเตอรี่ขนาดความจุ 5,000 mAh ก็ถือทำได้เร็วกว่าชาร์จปกติที่กำลังไฟ 5-10W อยู่ประมาณ 1.5 เท่า ก็ไม่เลวนะ แต่อาจต้องเผื่อเวลาไว้สักเล็กน้อย
    ลำโพงดัง เสียงดี พร้อมซอฟต์แวร์เสียงขั้นเทพ!
    ด้านเสียงเป็นเอกลักษณ์เด่นของสมาร์ตโฟนวีโว่มาตลอดเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะรุ่นราคาไหนทางวีโว่ก็มักจะทำระบบเสียงบนสมาร์ตโฟนทุกรุ่นออกมาได้ดีที่สุดในช่วงเรทราคานั้น ๆ อยู่เสมอ และ Vivo Y72 5G ก็เช่นกันครับ ถึงแม้บนตัวเครื่องจะติดตั้งลำโพงเสียงมาเพียง 1 ตำแหน่ง แต่เป็นลำโพงเสียง Super Linear speaker ที่รองรับขอบเขตคลื่นเสียงที่สูงกว่าลำโพงปกติ ทำให้คุณภาพเสียงทั้งย่านสูง กลาง และเสียงต่ำออกมาหนักแน่นไม่แผ่วเบา
    นอกจากนี้ทางวีโว่ยังใส่ Speaker Boost 3.0 ซอฟต์แวร์เสียง ที่ช่วยเพิ่มมิติการรับฟังเสียงจากคอนเทนท์ภาพยนตร์หรือเพลงได้สมจริง คมชัดขึ้นมาให้ด้วย แต่ต้องใช้กับชุดหูฟังในการปรับแต่งเสียงเท่านั้น ภาพรวมในด้านเสียงจากที่ได้ทดสอบเล่นไฟล์เพลงจากหลาย ๆ แหล่ง ทั้งแบบไฟล์ระดับสูงไปจนถึงไฟล์เพลงบนสตรีมมิ่ง ส่วนตัวคิดว่าการขับเสียงในแง่ของมิติเสียงทำได้ดีเลยล่ะครับ และยิ่งถ้าเทียบกับลำโพงเสียงปกติทั่วไปก็เห็นความแตกต่าง แต่สุดท้ายก็ติตรงลำโพงตำแหน่งยังไงการโอบล้อมของเสียงก็ยังเป็น Mono อยู่ดี เพียงแต่อรรถรสในการรับฟังมันเกินพอ สำหรับคนที่ไม่ได้อะไรกับเรื่องเสียงมากนัก
    คุณสมบัติของลำโพงเสียง Vivo Y72 5G
    • รองรับระดับสูงสุดถึง 192 dB เพื่อให้ได้เสียงที่คมชัด 
    • ความกว้างของเสียง 16KHz
    • ฟังก์ชั่น Audio booster
    • ค่า SPL เฉลี่ยคือ 83.6dB
    กล้องถ่ายรูป Triple camera 64MP "ถ่ายสนุก คมชัด ทุกสภาพแสง"
    กล้องถ่ายรูปของ Vivo Y72 5G ครั้งนี้ทางวีโว่เลือกใช้กล้องถ่ายรูปแบบ Triple camera โดยประกอบด้วยเซ็นเซอร์กล้องหลักความละเอียด 64MP (1.79) ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์กล้อง CMOS ที่ใช้เทคโนโลยี Binning pixel แบบ 4 in 1 เป็นเทคโนโลยีที่รวมเม็ดพิกเซลเข้ารวมเป็น 1 พิกเซลใหญ่ ทำให้เราสามารถถ่ายภาพที่ระดับความละเอียดสูงได้ โดยที่รายละเอียดของภาพยังมีความสมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้นค่าความละเอียดของกล้องเริ่มต้นจะมีความละเอียดอยู่ที่ 16MP และจะเปลี่ยนเป็นความละเอียด 64MP เมื่อถ่ายด้วยโหมดความละเอียดสูง (UltraHD)
    ในขณะที่เซ็นเซอร์กล้องอีกสองตัวจะประกอบด้วยกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra wide angle) ความละเอียด 8MP (F2.2) และกล้องเลนส์มาโครความละเอียด 2MP(F2.4) ซึ่งมีไฟแฟลช LED ติดตั้งมาให้ในตัว
    สำหรับกล้องหน้ารอบนี้ใช้เป็นกล้องตัวเดียวความละเอียด 16MP (F2.0) ระยะโฟกัสภาพเป็นแบบ Fix Focus พร้อมกับลูกเล่นและฟีเจอร์สำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่เด็ด ๆ จากรุ่นพี่มาเพียบ เช่น โหมด Super Night Selfie โหมดถ่ายภาพเซลฟี่ยามค่ำคืน หรือฟีเจอร์ Softlight Band ที่ช่วยเพิ่มแสงสว่างของภาพถ่ายในสภาพแวดล้อมที่แสงน้อยก็ใส่มาให้ครบเลย
    หน้าเมนูและอินเทอร์เฟซกล้องถ่ายรูป
    ประสบการณ์การใช้งานกล้อง Triple camera 64MP บน Vivo Y72 5G เป็นอย่างไร?
    จากที่ได้นำกล้องของ Y72 5G ไปตะเวนถ่ายตามเส้นถนนต่าง ๆ ดู ก็รู้สึกว่า เป็นกล้องที่ "ถ่ายสนุก คมชัด ทุกสภาพแสง" และประทับใจพอสมควรครับ ส่วนตัวคิดว่าเป็นกล้องที่ถ่ายสนุกไม่ต่างจาก Y31 2021 ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้เท่าไรนัก ตัวกล้องจะเก่งในเรื่องของการเก็บรายละเอียดในภาพมากกว่าการเร่งสีให้ดู Colorful ดังนั้นภาพที่ได้ออกมาหลังกล้องก็จะดู real พอสมควร ใครที่ชอบสีจัดๆ อาจต้องใช้ซอฟต์แวร์ตกแต่งเพิ่มเอาภายหลัง
    ส่วนจุดเด่นของกล้องตัวนี้นอกจากเรื่องเครื่องมือในการถ่ายภาพที่วีโว่ใส่เข้ามาให้เยอะแล้ว ส่วนตัวขอยกให้การถ่ายภาพแนว Portrait ที่ตัวกล้องของ Vivo Y72 5G ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ก็ตามสไตล์วีโว่เขาแหละ ถึงแม้จะยังมีรายละเอียดบางจุดที่ยังต้องปรับปรุงแก้ไขอยู่บ้างในเรื่องของการละลายขอบนางแบบ และการคุมแสงที่บางครั้งก็โอเวอร์ไปหน่อย แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพในภาพรวมที่ถ่ายได้หลังกล้องถือว่า เป็นกล้องที่ดีที่สุด 1 ใน 3 รุ่นของสมาร์ตโฟน 5G ต่ำหมื่น ณ เวลานี้เลยก็ว่าได้นะ 
    คุณสมบัติการถ่ายรูปบน Vivo Y72 5G ที่น่าสนใจ
    • Eyes Tracking
    ทางวีโว่ใส่ระบบโฟกัสภาพ "Eyes Tracking" เข้ามาให้ด้วยนะครับ เป็นอะไรที่ดีงามมาก ๆ ซึ่งความสามารถของฟีเจอร์นี้คือ การที่ตัวกล้องจะจับโฟกัสภาพด้วยการ detect ไปที่ดวงตาของบุคคลที่อยู่ตรงหน้ากล้อง เพื่อให้การถ่ายภาพบุคคล (Portrait) สามารถถ่ายภาพออกมาได้ชัดขึ้นกว่าการใช้ระบบ Auto Focus ที่เป็น Phase detection เพราะการที่ตัวกล้องล็อคการโฟกัสไปที่ดวงตาของบุคคลนั้น ๆ เลย จะช่วยลดโอกาสการเกิดภาพเบลอจากการที่ตัวแบบเคลื่อนไหวระหว่างถ่ายได้ และยังสามารถนำไปปรับใช้กับการถ่ายภาพเคลื่อนไหวให้ออกมาชัดเหมือนหยุดอยู่กับที่ได้ด้วย โดยปกติแล้วจะถูกใส่อยู่ในสมาร์ตโฟนราคาหลักหมื่นเลยนะ ลูกเล่นนี้
    • Ultra stable Video (EIS)
    กล้องถ่ายรูปของ Y72 5G มีระบบกันสั่นขณะถ่ายภาพหรือถ่ายภาพวีดีโอมาให้ตัว ซึ่งใช้กันสั่นด้วย EIS ที่เป็นซอฟต์แวร์ ดังนั้นเราจึงสามารถที่จะถ่ายภาพวีดีโอโดยที่เคลื่อนไหวในระดับเบาอย่างเช่น การเดินถ่าย หรือ การวิ่งเยาะ ๆ ถ่าย เป็นต้น โดยจากที่ได้ทดสอบดู ตัวซอฟต์แวร์สามารถช่วยให้ภาพวีดีโอออกมาได้นิ่งขึ้นพอสมควรนะ เป็นอีกฟีเจอร์ที่น่าจะช่วยให้การใช้งานกล้องทำได้ครบเครื่องมากขึ้น
    ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง Triple camera 64MP ด้วยโหมดถ่ายรูปต่าง ๆ
    • อัตโนมัติ (Auto)
    • กลางแจ้ง (Outdoor)
    • ในร่ม (Indoor)

    • UltraHD Mode 64MP (โหมดความละเอียดสูง)

    • Portrait (บุคคล)

    • มุมกว้าง (Ultra Wide Angle)

    • Macro (ระยะใกล้วัตถุ)

    • Super Night Mode (ภาพกลางคืน)

    • Filter Effects (ลูกเล่นฟิลเตอร์)

    อีกประสบการณ์ส่วนตัวที่รู้สึกถูกใจกับการใช้สมาร์ตโฟนเครื่องนี้ถ่ายรูปก็คือ การที่มีซอฟต์แวร์หลังกล้องที่ชื่อว่า "AI Image Matting" มาให้ด้วย ซึ่งส่วนตัวเคยใช้งานมาแล้วครั้งหนึ่งตอนรีวิว Vivo V20 SE และประทับใจมาก ๆ เพราะช่วยเพิ่มความสนุกในการถ่ายภาพได้ดีมากเลยล่ะครับ 
    ซอฟต์แวร์ช่วยปรับแต่งรูปภาพบนตัวเครื่อง
    • AI Image Matting : ซอฟต์แวร์ปรับแต่ง-แก้ไขภาพถ่ายบนตัวเครื่อง ซึ่งมีโหมดลบวัตถุในภาพ, ตัดต่อตกแต่งภาพให้ออกสวยงามมากขึ้น หรือจะเปลี่ยนฟิวของภาพด้วยการเติมท้องฟ้า, ลบต้นไม้ หรือใส่ฟิลเตอร์ ก็ทำได้ทั้งหมดในโหมดนี้แทบจะไม่ต้องหาแอปพลิเคชั่นอะไรมาเพิ่มเลย
    • Memory Recaller : โหมดที่ทำให้ภาพถ่ายเก่ากลับมาดูสดใสคมชัดมากขึ้น
    ภาพตัวอย่างจากกล้องหน้า 16MP บน Vivo Y72 5G
    • อัตโนมัติ (Auto)

    • Portrait (บุคคล)

    • Super HDR

    • Super Night Selfie
    • Selfie Softlight Band
    "สมาร์ตโฟน 5G ที่ครบเครื่อง เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ในราคามิตรภาพ"
    มาถึงบทสรุปกันแล้วกับ Vivo Y72 5G สมาร์ตโฟน Y Series รุ่นล่าสุดของ วีโว่ ประเทศไทย ซึ่งสำหรับตัวผมเองก็คิดว่านี้คือ สมาร์ตโฟน "Flagship of Vivo Y Series" ก็ว่าได้ เพราะมีความครบเครื่องในทุก ๆ ด้านของการใช้งานมากที่สุดแล้วในเวลานี้ถ้าเทียบกับ Vivo Y Series ทุกรุ่นที่ทำตลาดอยู่ในเวลานี้ และยิ่งได้เทคโนโลยี 5G เข้ามาเติมเต็ม เพื่อรองรับกับความต้องการใช้งานในอนาคตอันใกล้ ยิ่งทำให้กลายเป็นสมาร์ตโฟนราคาต่ำหมื่นที่มีครบเครื่องมากที่สุดอีกรุ่นในตลาดมือถือ ณ ตอนนี้เลย และน่าจะช่วยปิดช่องว่างของ Y Series กับคู่แข่งในพิกัดราคาเดียวได้อย่างไร้รอยต่อ
    ในขณะที่ภาพรวมของสเปกตัวเครื่องส่วนตัวผมมองว่า ทางวีโว่จัดสรรมาได้ลงตัวเลยทีเดียวนะ และตัวเครื่องเองก็ให้ประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีและคุ้มค่ากับราคาค่าตัว รวมถึงงานออกแบบตัวเครื่องที่ครั้งนี้ขอชมเลยว่า ทางวีโว่ทำการบ้านมาดีมาก ๆ เพราะงานออกแบบออกมาสวยไม่น้อยหน้าสมาร์ตโฟนราคาหลักหมื่นต้นๆ เลยล่ะครับ เพราะฉะนั้นถ้าให้ผมสรุปแบบฟันธงเลย ก็ขอสรุปเลยว่า Vivo Y72 5G เป็นสมาร์ตโฟน 5G ราคาไม่เกินหมื่นที่คุ้มค่าและน่าซื้อที่สุดในเวลานี้ และน่าจะเป็น 1 ใน 3 รุ่นของตลาดแรงค์นี้ที่น่าซื้อที่สุดอีกด้วย ฟันธงครับ!
    ดังนั้นถ้าถามว่า Vivo Y72 5G เหมาะกับใคร? ผมก็ขอตอบเลยว่า ด้วยจุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่การมาเทคโนโลยี 5G ดังนั้นจึงเป็นสมาร์ตโฟนที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหา หรืออยากได้สมาร์ตโฟน 5G ที่สามารถตอบรับความต้องการใช้งานได้ครบทุกมิติเอาไว้ใช้งาน โดยที่มีเรื่องของงบราคาเป็นเงื่อนไขในการเลือกซื้อ ซึ่งถ้าใช่คุณ! ก็ไม่ต้องคิดอะไรให้เสียเวลาเดินเข้าไปสอย Y72 5G ออกมาได้เลย หรือถ้าคุณเป็นแฟนบอยของวีโว่อยู่แล้ว และกำลังอยากได้สมาร์ตโฟน Vivo Y Series ที่ครบเครื่องที่สุดในเวลา ก็ต้องยกให้ Y72 5G เขาแหละครับ ไม่มีรุ่นไหนจะให้ได้มากกว่านี้แล้ว 
    การวางจำหน่าย (Price & Promotion)
    Vivo ประเทศไทย วางจำหน่าย Vivo Y72 5G ในราคา 9,999 บาท พร้อมสีตัวเครื่องให้เลือกทั้งหมด 2 สีคือ สีดำ Graphite Black และสีฟ้า Dream Glow ผ่านช่องทาง Vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

    แท็กที่เกี่ยวข้อง :

    • วินระพี นาคสวัสดิ์
    • วินระพี นาคสวัสดิ์
      MOBILE GURU Thailand