• โทรศัพท์มือถือ
  • โทรศัพท์มือถือ
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว Vivo V20 SE มือถือจอ AMOLED 6.44 นิ้ว ดีไซน์หรูบางเบา กล้อง Triple Camera 48MP คุณภาพดี ชาร์จไว 33W ในราคา 8,699 บาท

    27 พ.ย. 63 2,956
    รีวิว Vivo V20 SE มือถือจอ AMOLED 6.44 นิ้ว ดีไซน์หรูบางเบา กล้อง Triple camera 48MP คุณภาพดี ชาร์จไว 33W ในราคา 8,699 บาท
    Vivo V20 SE เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดและเล็กสุดใน V20 Series ของ วีโว่ ประเทศไทย ที่นำมาเสริมทัพตลาดของ V20 Series ให้แน่นขึ้น และเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับแฟนๆ ของวีโว่ หรือผู้ใช้งานทั่วไปได้เริ่มต้นใช้งานเทคโนโลยีและดีไซน์สวยอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีย์ V20 ได้ง่ายขึ้นด้วย สำหรับ V20 SE จุดเด่นของรุ่นนี้นอกเหนือจากราคาวางจำหน่ายที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังมีในส่วนของกล้องถ่ายรูป Triple Camera 48MP ที่ให้ผลลัพธ์หลังกล้องได้ดีและน่าประทับใจไม่แพ้พี่ๆ ในครอบครัวเลยนะ และทางวีโว่ก็ยังใส่ฟีเจอร์เด็ดๆ มาช่วยเพิ่มพลังให้ด้วย
    ในขณะที่งานออกแบบตัวเครื่องก็เป็นอีกจุดที่ส่วนตัวมองว่าเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ ซึ่งทางวีโว่ออกแบบได้เกินราคาพอสมควร ทำให้ตัวเครื่องมีดีไซน์ที่ดูแล้วสวยงาม แอบติดหรูเบาๆ เหมือนกับรุ่นพี่ทั้งสองในซีรีย์ และตัวเครื่องก็มีน้ำหนักเบาและบาง ถือใช้งานได้สบายโดยเฉพาะสาวๆ ผมว่าน่าจะชอบกัน เอาเป็นว่าอย่าเสียเวลากันอยู่เลย! ตามผมไปสัมผัสและรีวิว Vivo V20 SE รุ่นนี้พร้อมกันด้านล่างเลยครับ รับรองว่าคุณจะหลงรักน้องเล็กคนนี้แน่นอน
    แกะกล่อง (Unbox)
    กล่องของ Vivo V20 SE ยังคงใช้คอนเซ็ปต์และโทนสีน้ำเงิน พร้อมกับลวดลายหน้ากล่องที่เหมือนกับรุ่นพี่ V20 Series ทั้งสองรุ่นทุกประการเลยล่ะครับ จะแตกต่างกันตรงข้อความหน้ากล่องที่ระบุชื่อรุ่นเท่านั้น ซึ่งดูเป็นครอบครัวดีนะผมว่าใช้สไตล์ออกแบบกล่องเหมือนกันทั้งไลน์อัปเลย ในขณะที่ด้านในกล่อง เมื่อเปิดฝาขึ้นมาก็พบกับอุปกรณ์ใช้งานพื้นฐานมาให้ดังนี้
    • Vivo V20 SE
    • คู่มือการใช้งาน
    • เคสตัวเครื่องแบบใส (Soft Case)
    • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
    • สายชาร์จ USB-C
    • อแดปเตอรชาร์จไฟ รองรับชาร์จไว Vivo FlashCharge 33W
    งานออกแบบ (Design)
    Vivo V20 SE มาพร้อมคอนเซ็ปต์การออกแบบตัวเครื่อง "Sleek Design" กับการรังสรรค์ตัวเครื่องด้วยงานแบบสไตล์ 3D Curve ทำให้ตัวเครื่องออกมามีน้ำหนักเบาเพียง 171 กรัม มีความบางเพียง 7.83 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดตัวเครื่องที่บางมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่วางจำหน่ายอยู่ในตลาดตอนนี้ แต่เมื่อหยิบจับใช้งานกลับรู้สึกกระชับพอดีกับมือไม่ได้เล็กจนเกินไป
    ด้านหน้าของตัวเครื่องมีหน้าจอแสดงผล AMOLED Halo FullView ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด 2,400 x 1,080 พิกเซล มีพื้นที่บนหน้าจอให้ใช้งานมากถึง 90.12% ให้ค่าความอิ่มตัวของสี NTSC 103% มีโหมดปรับความสว่างและการแสดงผลของหน้าจอตามสภาพแวดล้อมให้ด้วย และสำหรับ Vivo V20 SE จะใช้การยืนยันตัวตนด้วยการสแกนนิ้วผ่านเซ็นเซอร์บนหน้าจอแสดงผลนะครับ ซึ่งตอนใช้งานจริงทำได้รวดเร็วเลย แตะแล้วยกก็ปลดล็อกทันที
    เหนือหน้าจอขึ้นไปบริเวณตรงกลางหน้าจอด้านบนจะมีกล้องหน้าความละเอียด 32MP (F2.0) และแถบลำโพงเสียงสนทนา
    ด้านบนตัวเครื่อง มีช่องถาดใส่ซิมการ์ด ซึ่งรองรับการใช้งานแบบ 2 + 1 หรือก็คือสามารถใช้งานซิมการ์ดได้ 2 ซิมการ์ด พร้อมกับ MicroSD Card 
    ด้านล่างตัวเครื่อง มีลำโพงเสียงตัวเครื่อง, พอร์ต USB-C และรูเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
    ด้านขวาตัวเครื่อง มีปุ่มกดปรับระดับเสียงเพิ่ม-ลด (Volume) และปุ่มกดเปิด-ปิดตัวเครื่อง (Power) 
    ด้านหลังตัวเครื่อง มีกล้องถ่ายรูป Triple Camera พร้อมไฟแฟลช Dual LED โดยตัวโมดูลกล้องประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 48MP (F1.8), กล้องมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide Angle) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกล้องเลนส์มาโครในตัวให้ความละเอียดมาที่ 8MP (F2.2) และสุดท้ายคือกล้อง Bokeh ความละเอียด 2MP (F2.4)
    ขนาดตัวเครื่อง : กว้าง 74.08 x สูง 161 x หนา 7.83 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักรวม 171 กรัม
    สเปคตัวเครื่องของ Vivo V20 SE
    • หน้าจอแสดงผล AMOLED Halo FullView ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด 2,400 x 1,080 พิกเซล (Full HD+)
    • CPU Octa-core Snapdragon 665 ความเร็ว 2.0GHz
    • GPU Adreno 610
    • RAM 8GB 
    • ROM 128GB
    • FunTouch OS 11 Base on Android OS 10
    • กล้องถ่ายรูป Triple Camera ประกอบด้วย
      • กล้องหลักความละเอียด 48 MP (F1.8)
      • กล้องมุมกว้างพิเศษ Ultra Wide และทำงานเป็นกล้องมาโครในตัว ความละเอียด 8 MP (F2.2)
      • กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 MP (F2.4)
    • กล้องหน้าความละเอียด 32 MP (F2.0)
    • รองรับการสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ (In-display Fingerprint)
    • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 2.4GHz และ 5GHz
    • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
    • รองรับวิทยุ FM, OTG
    • รองรับซิมการ์ด Dual SIM
    • ถาดซิมการ์ดแบบ 2+1 (2 SIM Card + 1 MicroSD Card)
    • แบตเตอรี่ 4,100 mAh (รองรับชาร์จไว 33W)
    กล้องถ่ายรูป Triple Camera 48MP
    ขอเปิดด้วยจุดเด่นของรุ่นนี้กับ "การถ่ายรูป" ที่ผมคิดว่าน้อง Vivo V20 SE ได้รับการสืบทอดมาจากรุ่นพี่ V20 Series ที่หลายคนชมว่า 'กล้องสวย' มาพอสมควรเลย เพราะกล้อง Triple Camera 48MP ที่มาบนเครื่อง V20 SE ให้ผลลัพธ์ของภาพถ่ายที่คุณภาพดีมากๆ เมื่อเทียบกับราคาค่าตัว และจากที่ผมจับเครื่องรีวิวในเรทราคานี้มาเยอะมากๆ ในปีนี้ สามารถยืนยันได้เลยว่า กล้องถ่ายรูปของ Vivo V20 SE เป็นหนึ่งในสามรุ่นที่ให้คุณภาพดีเยี่ยมของสมาร์ทโฟนในช่วงราคานี้แน่นอน
    กล้องของ Vivo V20 SE เป็นกล้องแบบ Triple Camera ที่ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 48MP (F1.8) ซึ่งใช้เทคโนโลยีการรวมพิกเซลภาพขนาด 12MP เข้าด้วยกันแบบ Quad Layer Pixel ซึ่งช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือตอนกลางคืนถ่ายออกมาได้สว่างมากขึ้น จัดการนอยด์รบกวนได้ดีขึ้นด้วย ต่อมาเป็นกล้องตัวที่สองเป็นกล้องมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide Angle) ที่ทำหน้าที่เป็นเลนส์มาโครในตัวด้วยระยะโฟกัสของเลนส์ โดยมีความละเอียด 8MP (F2.2) และสุดท้ายเป็นกล้อง Bokeh ความละเอียด 2MP (F2.4) มาช่วยละลายพื้นหลังให้สวยและมีมิติมากขึ้น
    ซึ่งสไตล์ภาพที่ได้หลังกล้องจะมีความคล้ายกับ Vivo V20 อยู่เหมือนกัน สไตล์และโทนสีของภาพจะออกไปแนวสีสันสดใส สามารถจบหลังกล้องโพสขึ้นโซเชี่ยลได้เลย แต่ถ้าใครที่ชอบแต่งภาพด้วยตัวเอง ผมว่าอาจจะไม่ชอบกันนะ เพราะตัวซอฟต์แวร์ AI มีการเพิ่มไดนามิกของสีบนวัตถุขึ้นจากเดิม ทำให้ภาพดูสดสวยในยามที่ถ่ายภาพกลางแจ้ง ทำให้ปรับแต่งสีได้ยากอยู่ แต่ถ้าใครชอบถ่าย Portrait ที่มีพื้นหลังเป็นธรรมชาติและชอบกดถ่ายออโต้ ผมว่าน่าจะหลงรักเลยล่ะ ในขณะที่การถ่ายภาพในยามค่ำคืนหรือในที่แสงน้อยก็ทำออกมาได้ดีเช่นกัน เพียงแต่อาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เพราะถ้าเจอสภาพแวดล้อมที่มืดมากๆ ประมาณ 80% ขึ้นไป หรือมีไฟสาดเข้ามาช่วยน้อยจนเหมือนไม่มีเลยกล้องของ V20 SE ก็แพ้เหมือนกัน แต่ถ้านอกนั้นเปิดโหมด Super Night ยืนถือกล้องนิ่งๆ ก็เป็นอันจบ! ได้ภาพกลางคืนสวยเลย
    นอกจากเรื่องของคุณภาพของงานหลังกล้องที่ทำได้ดีแล้ว มีสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากๆ และอยากหยิบมาแนะนำกันเลยก็คือ การที่ทางวีโว่ได้นำลูกเล่นฟีเจอร์ต่างๆ จากรุ่นพี่ V20 และ V20 Pro ใส่เข้ามาให้ด้วยนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น AI Image Matting, VDO Face Beauty, Pose Master หรือ Bokeh Mode ซึ่งล้วนถูกหยิบมาใส่ไว้ในน้องเล็ก V20 SE ทั้งหมดเลย โดยลูกเล่นเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสบการณ์หลังกล้องให้เรารู้สึกสนุกมากขึ้น เพื่อมิติการแต่งภาพให้หลากหลายทำให้ภาพหรือวิดีโอที่เราจะนำไปโพสมีลูกเล่น และที่สำคัญบางฟีเจอร์ถ้าไม่ได้ใช้วีโว่อาจต้องไปหาซื้อแอปพลิเคชันเพิ่มเองด้วยนะ ลองไปดูกันว่ามีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้าง ซึ่งผมอาจหยิบมาบอกไม่ทั้งหมดนะครับ เพราะลูกเล่นเขาเยอะมากๆ เลยขอหยิบแบบที่เด่นๆ และสำคัญสุดๆ มาแนะนำกัน
    ฟีเจอร์หลังกล้องที่น่าสนใจบน Vivo V20 SE
    • AI Image Matting 
    โหมดตัดต่อแก้ไขภาพถ่ายหรือภาพวิดีโอในภายหลัง ซึ่งเป็นโหมดที่ผมลองใช้แล้วร้อง "Amazing" มากๆ เป็นซอฟต์แวร์ที่บอกเลยว่าเก่งกาจมากๆ ใช้แค่นี้ก็จบแล้วสำหรับการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน โดยความสามารถของ AI Image Matting ก็คือการที่ซอฟต์แวร์ AI ของวีโว่จะทำการประมวลผลภาพถ่ายที่เราต้องการจะแก้ไขจากนั้นก็จะแสดงวัตถุทั้งหมดบนภาพถ่ายที่เราสามารถแก้ไขได้ขึ้นมา และเราก็แค่เลือกไปที่วัตถุหรือจุดที่ต้องการจะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง เช่น ท้องฟ้า เราสามารถเลือกเปลี่ยนสภาพท้องฟ้าในภาพถ่ายได้ จากเดิมท้องฟ้าอาจครึ้มไปดูเศร้าเกินไป เราก็เลือกเปลี่ยนท้องฟ้าจากธีมในโหมดนี้ให้กลายเป็นท้องฟ้าสดใสได้ทันที หรือจะลบวัตถุอย่างเช่นคนเดินเข้ามาในเฟรมภาพเรา เราก็เลือกลบอาจไปก็ได้เช่นกัน 
    ยังไม่พอ! ขอเล่าต่ออีกนิดในงานภาพถ่ายวิดีโอบนเครื่องมีซอฟต์แวร์สำหรับตัดต่อหรือทำคลิป Viral สั้นๆ มาให้ด้วยนะ แถมยังมีเพลงและธีมสำเร็จรูปใส่มาให้เลยด้วย ใครที่ชอบวิดีโอสั้นๆ อยากได้ไปโพสลงโซเชี่ยลอย่าง IG หรือ Facebook แต่ตัดต่อไม่เป็น ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าใช้ Vivo V20 SE !! ซึ่งขอบอกตามตรงว่าผมรักโหมดนี้มากๆ เลยล่ะ
    • Memory Recaller
    ต่อมาเป็นลูกเล่นที่ผมมองว่าวีโว่เขาค่อนข้างใส่ใจในเรื่องของภาพถ่ายจริงๆ นะ เพราะ Memory Recaller เป็นฟีเจอร์ที่จะใช้ซอฟต์แวร์เข้าไปช่วยดึงแสงและตกแต่งภาพถ่ายเก่าๆ ที่เราอาจเคยถ่ายกับคุณพ่อคุณแม่หรือคนสำคัญในสมัยเด็กๆ ให้กลับมาเป็นภาพในยุคสมัยใหม่ ที่มีความคมชัดมากขึ้น รายละเอียดในภาพก็ถูกตกแต่งใหม่ให้ชัดเจนขึ้นด้วยนะ 
    • Art Portrait VDO
    เป็นลูกเล่นในการตกแต่งโทนสีของภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์ ซึ่งเราสามารถเลือกปรับสไตล์โทนสีของภาพวิดีโอในขณะที่เราถ่ายวิดีโออยู่ได้ทันที ด้วยธีมฟิลเตอร์หรือเอฟเฟ็กต์สำเร็จรูปที่ทางวีโว่ใส่มาให้ ซึ่งเราสามารถทำตัวเป็น Creator ที่ค่อยคิดการบอกเล่าเรื่องราวผ่านวิดีโอที่เราบันทึกอยู่ โดยใช้โทนสีหรือใส่เอฟเฟ็กต์ต่างๆ เข้าไป เพื่อนำทางหรือบิ้วอารมณ์คนดูได้ตลอดวิดีโอเลย และเมื่อบันทึกเสร็จก็นำไฟล์วิดีโอไปตัดต่อหรือแก้ไขด้วย AI Image Matting อีกที ก็จะได้วิดีโอ Viral ออกมาในสไตล์ของตัวเอง
    • Face Beauty VDO
    ลูกเล่นสำหรับสายฟรุงฟริ๊งก็ว่าได้ครับ เพราะ Face Beauty VDO เป็นความสามารถในการปรับแต่งใบหน้าด้วยโหมดบิ้วตี้ (Beauty mode) ของบุคคลที่เรากำลังถ่ายอยู่ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลย คราวนี้รับรองว่าคุณจะดูบิ้วตี้ตลอดวิดีโอแน่นอน ถ้าลืมใส่บิ๊กอายโหมดนี้ก็ช่วยใส่ให้คุณได้ หรือถ้าหากลืมแต่งหน้า! ก็ไม่ใช่ปัญหามาแต่งหน้าในโหมดนี้ก็ได้เช่นกันนะ จะปัดแก้มทาปากแดงอะไรก็ทำได้หมด เราสามารถเลือกปรับไป-มาได้ตามต้องการตลอดการถ่ายวิดีโอเลย ซึ่งผมว่าน่าจะถูกใจสาวๆ กันแน่นอน 
    ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Triple Camera 48MP บน Vivo V20 SE
    • กล้องหลังโหมด Auto
    • กล้องหลังโหมด Portrait
    • Bokeh Mode เลือกปรับค่ารูแสงแบบ Manual
    • กล้องหลัง AI 48MP (ความละเอียด 8,000 x 6,000 พิกเซล)
    • กล้องหลังโหมด Super Wide Angle
    • กล้องหลังโหมด Macro
    • กล้องหลังโหมด HDR
    • กล้องหลังโหมดกลางคืน Super Night Mode

    กล้องหน้าความละเอียด 32MP 
    กล้องหน้าของ Vivo V20 SE ครั้งนี้มาพร้อมกล้องถ่ายรูปความละเอียด 32MP (F2.0) ระบบโฟกัสภาพเป็นแบบ Auto Focus ด้วย รวมทั้งยังมีลูกเล่นหรือฟีเจอร์ช่วยในการถ่ายภาพที่แน่นมากๆ เช่น โทนสีหรือฟิลเตอร์สีสำเร็จรูป, โหมดบิ้วตี้ (Beauty Mode) สำหรับแต่งเติมใบหน้า, ฺBokeh Effect ที่ช่วยละลายพื้นหลังขณะถ่ายภาพเซลฟี่ และโหมดถ่ายภาพกลางคืน (Super Night Selfie) ซึ่งผลงานเซลฟี่ผ่านกล้อง 32MP ของ Vivo V20 SE ยังคงให้ภาพเซลฟี่ที่เนียน สดใส เหมือนเช่นเดิมตามสไตล์วีโว่ แต่ที่เพิ่มเติมคือตัวซอฟต์แวร์กล้องฉลาดและเข้าใจคนถ่ายมากขึ้น ซึ่งถ้าหากใครที่ยังชอบภาพเซลฟี่แนวเนียนใสเหมือนพระเอกเกาหลีหรือนางเอกเกาหลี ก็น่าจะชอบกล้องหน้าของ V20 SE ลองไปชมภาพตัวอย่างจากกล้องหน้ากัน
    ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้าบน Vivo V20 SE
    • กล้องหน้า Auto
    • กล้องหน้า Beauty Mode
    • กล้องหน้า Style Portrait
    • กล้องหน้า Super Night Selfie
    • กล้องหน้า Selfie Softlight Band
    FunTouch OS 11 Base on Android 10
    Vivo V20 SE ทำงานบนระบบปฏิบัติการ FunTouch OS 11 ซึ่งทางวีโว่ใช้พื้นฐานของ Android OS 10 ในการพัฒนาขึ้นมา ดังนั้นฟีเจอร์และความสามารถเด่นๆ ที่มีอยู่บน Android 10 ก็ยังถูกหยิบยกมาใส่ไว้ใน FunTouch OS 11 ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ โคลนแอปพลิเคชัน, Split Screen หรือ Picture in Picture ที่เปิด Youtube แบบหน้าต่างเล็กและทำงานอย่างอื่นไปด้วย ก็ถูกหยิบมาใส่ให้ทั้งหมดเลย 
    ส่วนหน้าตาของยูสเซอร์อินเทอร์เฟซ (UI) ในเวอร์ชั่นนี้ของ FunTouch OS มีการปรับปรุงให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการเข้าถึงเมนูต่างๆ ลงไปเยอะมาก รวมถึงตัดหน้าเมนูที่ซ้ำซ้อนกันออกไปด้วย ซึ่งถ้าจะบอกว่าใช้แนวทางของ Pure Android มาประยุกต์เลยก็ว่าได้ ทำให้ตัว UI ไม่วุ่นวายและเป็นมิตรกับผู้ใช้งานไม่ว่าจะหน้าใหม่หรือหน้าเก่าได้แบบไม่ยากเลย สามารถลองใช้งานไม่เกิน 10 นาที ก็น่าจะเข้าใจได้แล้ว 
    แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังคงชอบในความเป็น FunTouch OS ของวีโว่ก็คือ วีโว่ยังคงไม่ลืมความสนุกแบบซนๆ ในการใช้งานของ FunTouch OS ไป ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวีโว่เลยถ้าใครใช้สมาร์ทโฟนวีโว่มาโดยตลอด ซึ่งในเวอร์ชั่น 11 นี้ทางวีโว่ก็ได้ปรับรูปแบบความสนุกเหล่านั้นไปอยู่ตรงการเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกปรับแต่งการแสดงผล Effect ต่างๆ ของตัว UI ได้ด้วยตนเอง เช่น เลือกปรับการแสดงผลของไอคอนสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ, การปรับการแสดงผลของหน้าต่างในหน้า Multi-screen ให้รู้ว่าแอปฯ ล่าสุดคืออันไหน หรือจะเป็นการเลือกปรับการแสดงผลไฟแจ้งเตือนที่ขอบหน้าจอก็สามารถทำได้นะ เป็นอะไรที่ผมว่าคนใช้งาน Android มานานจะชอบกัน
    ความปลอดภัยต่อข้อมูลบนเครื่องด้วยระบบสแกนนิ้วมือบนหน้าจอแสดงผล สแกนได้เร็วและปรับลูกเล่นเอฟเฟ็กต์ได้ด้วย น่ารักและไม่เบื่อดีนะผมว่า
    ประสิทธิภาพการทำงาน (Performance)
    การใช้งานทั่วไป (Performance)
    Vivo V20 SE เลือกใช้ชิปประมวลผลในการทำงานเป็น CPU Snapdragon 665 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลแบบ 11nm. ที่พัฒนาขึ้นมาจาก Snapdragon 660 ในปีก่อน แต่ถึงจะเป็นชิปประมวลผลซีรีย์กลาง แต่ในด้านประสิทธิภาพการทำงานสามารถให้ประสิทธิภาพหรือการตอบสนองต่อการใช้งานในระดับเริ่มต้นไปถึงระดับกลางได้ดีเยี่ยม และเมื่อจับคู่ทำงานร่วมกับ RAM 8GB (LPDDR4) และ ROM (UFS2.1) ก็ยิ่งทำให้กระบวนการ Process ต่างๆ บนเครื่องทำได้ในระดับน่าพึงพอใจมากๆ สำหรับในแง่ของการใช้งานในระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับกลาง ที่ต้องการประสิทธิภาพการทำงานจากตัวชิปประมวลผล
    ดังนั้นการตอบสนองต่อความต้องการใช้งานในระดับพื้นฐานบนสมาร์ทโฟนอย่างเช่น การใช้โซเชียลมีเดีย, การเปิดไฟล์เอกสารจำพวก Word หรือ Power point และ PDF ที่มีไฟล์ภาพแนบมาเยอะๆ รวมถึงการสลับหน้าต่างแอปพลิเคชันในการทำงานตั้งแต่ 2-5 แอปพลิเคชันทั้งหมดที่กล่าวมาสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นและค่อนข้างนิ่งบน Vivo V20 SE อาการกระตุกหรือหน่วงจนทำให้หงุดหงิดไม่ค่อยได้เห็นแน่นอนครับ เพราะผมลองเปิดไฟล์มาพร้อมกันและลองสลับหน้าต่างไปมา เพื่อใช้งานในแต่ละแอปพลิเคชัน ผลคือตัวซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ก็ช่วยกันทำงานจนให้ผลลัพธ์การใช้งานออกมาราบรื่นพอสมควร ส่วนปัญหาเรื่องการไม่แจ้งเตือนของไลน์หรือ Facebook Messenger ยังไม่เจอนะครับใช้งานได้ปกติเลย
    ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานด้วยผลคะแนน Benchmark
    • ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานด้วย Antutu Benchmark ได้คะแนนทดสอบ 183,896 คะแนน 
    • ทดสอบประสิทธิภาพการเขียน-อ่าน หน่วยความจำ (ROM, UFS 2.1) ได้ค่าการอ่าน 508.14 MB/s และค่าการเขียน 216.97 MB/s 
    • ทดสอบประสิทธิภาพทำงานของ CPU ด้วย Geekbench 5 ได้คะแนนการทำงาน Single core 314 คะแนน และแบบ Multi-core 1389 คะแนน 
    • ทดสอบการรองรับการแสดงผล High Definition บนสตรีมมิ่ง VDO (Netflix) ผลเป็น Security Level L1 (รองรับการแสดงผล)
    การนำทางด้วย GPS
    สำหรับใครต้องเดินทางบ่อยๆ และใช้งานสมาร์ทโฟนในการนำทางเป็นประจำ การเลือกใช้ Vivo V20 SE นำทางด้วยแอปพลิเคชัน Google Maps สามารถนำทางได้ตรงและมีความแม่นยำสูงอยู่นะครับ จากที่ผมลองใช้นำทางเดินทางกลับบ้านดู ก็นำทางได้ปกติและแม่นยำไม่มีอาการจุดพิกัดไปโผล่อีกถนนหรือตกร่องให้เห็น แต่อาจมีช่วงสัญญาณหลุดบ้างเวลาผ่านจุดที่เป็นอาคารหนาแน่น แต่พอพ้นจุดอับสัญญาณแล้วกลับมาจับสัญญาณใหม่ก็ทำได้ไม่ช้าจนเกินไป มีช่วงรอเวลาให้จับสัญญาณใหม่อยู่สักหน่อยประมาณ 1-3 วินาทีได้ ภาพรวมในด้านการใช้นำทางสำหรับผมถือว่า "ผ่านเกณฑ์" ใช้งานได้ดีและไม่น่ากังวลใจ
    การเล่นเกม (Games)
    ขยับมากันที่การเล่นเกมกันบ้าง สำหรับส่วนตัวจากที่ลองดาวน์โหลดเกม "Genshin Impact" เกมที่ใช้ทรัพยากรระดับโหดสูงสุดบนสมาร์ทโฟนในขณะนี้มาทดสอบเล่นดู ก็พบว่า GPU Adreno 610 ที่ติดตั้งมากับ CPU Snapdragon 665 บน Vivo V20 SE นั้น สามารถประมวลผลกราฟิกในระดับ "สูงสุด (Highest)" ของเกมนี้ได้ เพียงแต่มีอาการหน่วงของภาพให้เห็นอย่างชัดเจน ถ้าต้องการเล่นให้สมูธและสนุกที่สุด แนะนำว่าให้ปรับการตั้งค่ากราฟิกลงมาหนึ่งระดับ
    เลือกปรับการตั้งค่ามาที่ "High" หรือ สูง จึงจะสามารถเล่นได้อย่างปกติ โดยที่ไม่มีอาการหน่วงหรือดีเลย์ของภาพให้เห็นแน่นอน ก็ทำเอาเซอร์ไพร์เหมือนกันว่าเล่นแบบ "High" ได้ด้วย!! คาดว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการมีระบบ "Multi Turbo" ที่ทางวีโว่พัฒนาขึ้นมา และใส่เข้ามาช่วยในประมวลผลเรื่องเกมโดยเฉพาะบนเครื่อง ซึ่งตัวระบบ Multi Turbo จะเข้าไปจัดสรรทรัพยากรบนเครื่องที่เกี่ยวข้องขณะเล่นเกมทั้งหมดให้อยู่ในสถานะที่มีความเหมาะสมที่สุดขณะเข้าเล่นเกม ดังนั้นถ้าถามถึงเกมอื่นๆ ยอดนิยม เช่น ROV, LOL หรือ FreeFire และอีกหลายเกมว่า เล่นได้ไหม? คำตอบก็คือน่าจะเล่นได้สบายๆ แน่นอนครับ สายเกมถูกใจสิ่งนี้!
    Multi-Turbo คืออะไร?
    ขอแนะนำ "Multi Turbo" ให้เพื่อนๆ เข้าใจถึงความเจ๋งกันสักหน่อยว่าดีอย่างไร? และเป็นความพิเศษสำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Vivo เท่านั้นที่จะได้ความสามารถนี้ 
    Multi Turbo เป็นซอฟต์แวร์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนวีโว่ให้ลื่นไหล โดยเป็นการปรับปรุงใหม่จากระบบเดิมอย่าง Dual-Turbo ในหลายจุด เช่น Net Turbo ที่สามารถสลับไปใช้เครือข่ายมือถือโดยอัตโนมัติในทันทีขณะเล่นเกม เมื่อพบว่าอินเทอร์เน็ต WiFi ที่เชื่อมต่ออยู่เริ่มไม่เสถียรหรือมีปัญหาการเชื่อมต่อ Wi-Fi ในระหว่างการเล่นเกม, Center Turbo กับความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรหน่วยประมวลผล และที่เก็บข้อมูลภายในให้มีความเหมาะสมที่สุดในการรองรับการประมวลผลสำหรับเล่นเกม สามารถป้องกันเฟรมเรตตกได้ถึง 78.05%, Game Turbo ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับ Game Performance SDK เพื่อเข้าไปปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวแอปพลิเคชันให้กลับมามีความพร้อมในการเข้าเล่นเกมมากที่สุด
    นอกจากนี้มี Ultra Game Mode โหมดสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะติดตั้งมาให้บนเครื่องมาให้ด้วย โดยภายในโหมดนี้จะมีฟังก์ชันที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรบนตัวเครื่องต่างๆ ที่เราสามารถหรือปรับแต่งให้เหมาะกับการเล่นเกมของเราได้ด้วย เช่น การปิดการแจ้งเตือนขณะเล่นเกม, การเปิดโหมดสั่น 4 มิติ ซึ่งตัวเครื่องจะมีการสั่นแบบ Haptic ให้ขณะเล่นเกม เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้มีอินเนอร์มากขึ้น หรือจะเป็นโหมด E-sport โหมดจัดการสำเร็จรูปที่จะเลือกปรับค่าต่างๆ ของตัวเครื่องให้เหมาะกับการเล่นเกมให้อัตโนมัติ เป็นต้น ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเล่นเกมได้ดีเลยนะ ผมว่าใครที่ชอบเล่นเกมน่าจะถูกใจกัน ถึงแม้จะไม่ใช่ของใหม่บนสมาร์ทโฟน แต่วีโว่ก็เข้าใจที่ใส่ลูกเล่นต่างๆ มาให้เหมาะกับคนเล่นเกมได้ดีเลย อยากให้ลองเข้ามาใช้กันดู
    ความบันเทิง (Entertainment)
    มากันที่ด้านความบันเทิงหรือคอหนังหรือซีรีย์ รวมไปถึงคอเพลงที่ชื่นชอบการอยู่กับสมาร์ทโฟนในช่วงเวลาพักผ่อนหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ สำหรับในด้านนี้ส่วนตัวคิดว่า Vivo V20 SE สามารถตอบรับกับความต้องการในระดับพื้นฐานได้ดีอยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นมิติเสียงที่ต้องเสริมอรรถรสในการรับชมคอนเทนต์, การแสดงผลของคอนเทนต์ผ่านหน้าจอ ที่ต้องให้ขอบเขตสีที่ใกล้เคียงที่สุด และจากการที่ใช้หน้าจอแสดงผล AMOLED น่าจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีเลยล่ะครับ เพราะข้อดีของจอแสดงผลพาแนล AMOLED คือการที่แสดงผลในส่วนพื้นที่สีดำได้ดำสนิทกว่าจอ LED ทั่วไป
    ในขณะที่ด้านเสียงนับว่าเป็นเอกลักษณ์ของวีโว่เลย เพราะสมาร์ทโฟนทุกรุ่นของวีโว่ล้วนมาพร้อมระบบเสียงที่ดีในระดับแนวหน้าของเรทราคานั้นๆ เสมอมา และส่วนตัวผมก็ขอชมเลยว่า วีโว่ มักจะทำการบ้านด้านเสียงมาได้ดีโดยตลอดจนมาถึงใน Vivo V20 SE เองก็เช่นกัน ถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็กของ V20 Series และใส่ลำโพงเสียงตัวเครื่องมาให้จุดเดียวที่บริเวณด้านล่างตัวเครื่อง แต่พอได้ลองเปิดเพลงและลองฟังดูก็ประหลาดใจไม่น้อยเลย เพราะว่าเจ้าลำโพงหนึ่งเดียวที่ใส่มากลับขับเสียงออกมาได้ดังกังวาลดีเลย ถึงแม้สเตจเสียงอาจไม่ได้กว้างมากนักก็ตาม
    และน่าเสียดายตรงที่ถ้าได้เป็นลำโพงสเตอริโอก็น่าจะแฮปปี้มากกว่านี้ นอกจากนี้ในส่วนของซอฟต์แวร์ทางวีโว่ก็ใส่ EQ สำหรับปรับแต่งสไตล์เสียงด้วยตนเองมาให้ด้วย ใครที่ชอบฟังผ่านหูฟังก็สามารถเข้าไปปรับจูนกันตามชอบได้เลย ซึ่งจากที่ลองผมว่าช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับฟังได้อีกนิดนะ
    สรุปภาพรวมในด้านประสิทธิภาพการทำงาน การเล่นเกม และความบันเทิง 
    จากประสบการณ์ที่ได้พบและเจอตลอดการใช้งานเครื่องนั้น ผมขอสรุปว่า Vivo V20 SE กับประสบการณ์การใช้งานในด้านนี้จัดว่าอยู่ระดับมาตรฐานสมาร์ทโฟนทั่วไป อาจไม่ได้เด่นแบบชัดเจนเหมือนรุ่นพี่ แต่ก็ไม่ได้แย่ไปกว่ารุ่นไหนในตลาดแน่นอน ดังนั้นถ้าหากใครที่อยากได้ประสบการณ์ในด้านนี้ที่มากขึ้นผมแนะนำว่าเพิ่มงบอีกสักนิดขยับไปเล่นรุ่นพี่อย่าง Vivo V20 หรือไปถึง V20 Pro เลยก็ได้ครับ จะได้ตรงโจทย์มากกว่าน้องรุ่นอย่าง V20 SE แน่นอน แต่ถ้าใครขอแค่รับชมคอนเทนต์สตรีมต่างๆ หรือเล่นเกมเอาสนุก พอได้รสชาติ หรือเอาแค่พออินกับหนังหรือซีรีย์ ในช่วงเวลาผ่อนคลายในยามว่างหรือตอนเดินทาง Vivo S20 SE ให้คุณได้สบายๆ ครับ ฟันธง!!
    พลังงานแบตเตอรี่ (Battery)
    ด้านพลังงานแบตเตอรี่บนตัวเครื่อง Vivo V20 SE นั้น จากประสบการณ์ที่ผมนำใช้เป็นเครื่องหลักใน 1 วัน ที่ผมมักจะหยิบมือถือขึ้นมาใช้ฟังเพลงออนไลน์จาก Youtube หรือ Spotify ที่ความละเอียดระดับสูงในช่วงเดินทางบ่อยมากๆ เฉลี่ยวันละ 2-3 ชั่วโมง ติดต่อกัน ในช่วงพักเที่ยงก็มีหยิบขึ้นมาเล่นเกมช่วงรออาหารประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นก็จะเป็นเรื่องราวของโซเชี่ยลมีเดียและเช็คอีเมลเฉลี่ย 5-10 นาทีต่อครั้ง และเมื่อสรุปเป็นหนึ่งวันก็ถือวันเป็นคนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนค่อนข้างเยอะพอสมควร 
    ซึ่งเมื่อนำไลฟ์สไตล์ที่ว่ามานั้นมาใช้งานบน Vivo V20 SE ที่มีแบตเตอรี่ขนาด 4,100 mAh ส่วนตัวคิดว่า "ปกติ" ของสมาร์ทโฟนในยุคนี้นะครับ เพราะพอตกเย็นสักประมาณ 5-6 โมงเย็น แบตเตอรี่ก็เหลืออยู่ประมาณ 30-40% พอใช้เดินทางกลับบ้านมีเปิดฟังเพลงสตรีมและเปิดอ่านข่าวสารบนโซเชี่ยลไปตลอดทาง ถึงบ้านก็สักประมาณ 4 ทุ่มหน่อยๆ หยิบขึ้นมาดูก็พบว่าแบตเตอรี่เหลือ 5-10% ก็ถึงเวลาชาร์จพอดี ดังนั้นใครที่มีไลฟ์สไตล์ใช้งานหนักกว่าผมและไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งปลั๊กไฟ แนะนำให้พกพาวเวอร์แบงค์ติดตัวไว้ด้วยก็ดีครับ ไม่งั้นไม่รอดแน่นอน
    และถ้าหากเลือกเป็นแบบรองรับชาร์จเร็วได้จะดีมากๆ เพราะเจ้า Vivo V20 SE มีระบบชาร์จไว Vivo FlashCharge 33W ในการชาร์จประจุไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ด้วย ซึ่งจากที่ทดสอบชาร์จด้วยไฟบ้านมาก็พบว่า แบตเตอรี่ขนาด 4,100 mAh บน V20 SE จะใช้เวลาชาร์จไฟกลับจาก 1% - 100% ประมาณ 50-60 นาที เท่านั้น
    สรุป (Summary)
    มาถึงตรงนี้สำหรับผมแล้วถ้าให้ผมพูดถึง Vivo V20 SE แบบสรุปเลย ผมก็ตอบได้เลยว่าน้องเล็กคนใหม่คนนี้ของวีโว่ เป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นในเรื่องของกล้องถ่ายรูปค่อนข้างชัดเจนมากๆ ครับ ด้วยลูกเล่นฟีเจอร์กล้องต่างๆ ที่ทางวีโว่ใส่เข้ามายกระดับความสนุกในการถ่ายภาพรวมเข้ากับคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้จากกล้อง Triple Camera 48MP บนเครื่อง จึงทำให้เป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นของวีโว่ในปีนี้ ที่น่าจะตอบโจทย์ให้กับแฟนคลับหรือคนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนถ่ายภาพสวยๆ สามารถฝากความหวังในยามออกทริปได้ในราคาที่ไม่สูงมากนัก 
    ในขณะที่ประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องในภาพรวม ผมคิดว่า Vivo V20 SE ถึงแม้สเปคตัวเครื่องและซอฟต์แวร์ที่ใส่มาให้นั้นจะสามารถตอบสนองในระดับแอดวานซ์ยูสเซอร์ได้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำได้ดีขนาดที่จะสร้างความประทับใจในระดับเอ็กซ์ตรีมหรืออิ่มเอมได้นะครับ เพราะถ้าหากคุณเป็นคนที่ต้องการศักยภาพของสมาร์ทโฟนแบบเต็มที่ เพื่อใช้ทำงาน ใช้พักผ่อนในยามว่าง หรือเป็นสายเกมมิ่งที่แท้ทรู ผมคิดว่าการเลือกเพิ่มงบเพื่อขยับขึ้นไปหาพี่ๆ เขาอย่าง Vivo V20 Pro หรืออย่างน้อยๆ Vivo V20 เป็นอะไรที่ดีกว่าเยอะเลย เพราะสำหรับในด้านนี้ผมคิดว่า V20 SE ยังไม่สามารถให้ประสบการณ์ในระดับที่สูงกว่าพื้นฐานได้เต็มที่นัก น่าจะเหมาะกับการใช้งานของยูสเซอร์ทั่วไปมากกว่ายูสเซอร์ที่เน้นไปที่ด้านใดด้านในหนึ่งเป็นพิเศษ
    สรุปจุดเด่นของ Vivo V20 SE
    • กล้องถ่ายรูป Triple camera 48MP ให้คุณภาพของภาพถ่ายที่ดี
    • มีฟีเจอร์และลูกเล่นถ่ายรูปเยอะมากๆ 
    • ชาร์จไว Vivo Flash Charge 33W
    • มีโหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Night Mode ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
    • Design สวยบาง น้ำหนักเบา งานประกอบแน่นหนา
    • กล้องหน้าความละเอียดสูง 32MP
    • ถาดซิมการ์ดแบบ 2 + 1 ทำให้ใช้งานซิมการ์ดสองซิมได้พร้อมกับ MicroSD Card
    การวางจำหน่าย
    Vivo ประเทศไทย วางจำหน่าย Vivo V20 SE ในราคา 8,699 บาท โดยมีสีเครื่องให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีฟ้า Oxygen Blue และสีดำ Gravity Black วันเวลาวางจำหน่ายติดตามได้เร็วๆ นี้
    • วินระพี นาคสวัสดิ์
    • วินระพี นาคสวัสดิ์
      MOBILE GURU Thailand