• โทรศัพท์มือถือ
  • โทรศัพท์มือถือ
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว OnePlus 8T 5G มือถือตัวแรง ลื่นไหลด้วยหน้าจอ 120Hz, Snapdragon 865 พร้อม Warp Charge 65W รองรับ 5G ในราคาเริ่มต้น 24,990.-

    28 ต.ค. 63 1,576
    รีวิว OnePlus 8T 5G มือถือตัวแรง ลื่นไหลด้วยหน้าจอ 120Hz, Snapdragon 865 พร้อม Warp Charge 65W รองรับ 5G ในราคาเริ่มต้น 24,990.-
    OnePlus 8T 5G เป็นสมาร์ทโฟน T Series รุ่นล่าสุดของปีนี้ และเป็นซีรีย์ "Minor Change" ที่ทางแฟนบอยแบรนด์นี้น่าจะทราบกันอยู่แล้วว่า ในทุกปีจะมี T Series ออกมาปิดท้ายตลาดของบริษัทเสมอ ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นการจับเจ้า OnePlus 8 Series มาแต่งตัวและเติมความสามารถใหม่ๆ เข้ามา เพื่อให้มีความสดใหม่มากขึ้น รวมถึงสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดช่วงท้ายปีแบบนี้ได้สนุกมากขึ้น และยังเป็นการตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้งานของแบรนด์ ที่จะมีทางเลือกใหม่เข้ามาจากแบรนด์ที่ตัวเองชอบด้วยนั่นเอง
    OnePlus 8T 5G รอบนี้มาด้วยกันทั้งหมด 2 โมเดล 2 ราคา และ 2 สีตัวเครื่อง ไม่มีตั้งชื่อรุ่นเพื่อแบ่งรุ่นท็อปกับรองท็อปออกจากกัน แต่ครั้งนี้จะใช้ขนาดความจุของ RAM กับ ROM และสีตัวเครื่องแบ่งโมเดลออกแบบชัดเจน โดยรุ่นท็อปจะใช้สีตัวเครื่องเป็นสีเขียวทะเลสาป Aquamarine Green ให้ RAM มาที่ 12GB และ ROM 256GB ในขณะที่รุ่นรองจะใช้สีตัวเครื่องเป็นสีเทา Lunar Silver พร้อมกับ RAM 8GB และ ROM 128GB ครับ 
    ด้านจุดเด่นหรือจุดขายในรอบนี้มาภายใต้สโลแกน "Ultra Fast. Ultra Smooth." ที่นอกจากประสบการณ์ความลื่นไหลและรวดเร็วของซอฟต์แวร์ OxygenOS 11 Base on Android OS 11 ที่ส่วนตัวขอยกให้เป็น Android OS ที่นิ่ง เสถียร และลื่นบวกสมูธที่สุดในตอนนี้แล้ว ยังมีหน้าจอแสดงผล Fluid AMOLED ที่มีค่า Refresh Rate 120Hz ที่ให้ประสบการณ์การใช้งานแบบสมูธสายตาเป็นไฮไลท์หลักของรุ่นนี้ พร้อมกับเสริมความน่าสนใจให้มากขึ้นด้วยเทคโนโลยีชาร์จไว Warp Charge 65W, ชิปประมวลผล Snapdragon 865 จับคู่มากับชิปโมเด็ม X55 ที่รองรับสัญญาณ 5G ในบ้านเราแบบ B1 และ B3 ทันทีด้วยครับ ส่วนความน่าสนใจในจุดอื่นๆ จะมีอะไรบ้าง และมีจุดไหนที่เป็นข้อคิดก่อนซื้อตามผมไปสัมผัส OnePlus 8T 5G พร้อมกันด้านล่างได้เลยครับ!
    แกะกล่อง (Unbox)
    กล่องของ OnePlus 8T 5G ยังคงใช้พื้นสีเป็นสีแดงเข้มเหมือนเดิม ตัดกับตัวอักษร "8T" สีดำ ทำให้ดูเข้มมากๆ ส่วนขนาดของตัวกล่องจะมีขนาดสูงกว่ากล่องสมาร์ทโฟนทั่วไป และด้านในใส่อุปกรณ์พื้นฐานมาให้ดังนี้
    • OnePlus 8T 5G
    • คู่มือการใช้งาน
    • สติ๊กเกอร์ OnePlus
    • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ หัวต่อพอร์ต USB-C
    • สายชาร์จ USB-C to USB-C
    งานออกแบบ (Design)
    OnePlus 8T 5Gเลือกใช้คอนเซ็ปต์การออกแบบตัวเครื่องแบบ "Flowscape" ที่ตั้งใจออกแบบให้เฟรมขอบของตัวเครื่องกับขอบของหน้าจอแสดงผล Fluid AMOLED เชื่อมต่อกันแบบสนิทและเนียนตา (Edge to Edge) ถึงแม้จะไม่ใช่หน้าจอแบบโค้งก็ตาม และใช้สีเอกลักษณ์อย่างสีเขียวทะเลสาป Aquamarine Green ที่อยู่ด้านหลังของตัวเครื่อง เป็นจุดดึงดูดสายตาของงานออกแบบ ทำให้รู้สึกได้เลยว่าตัวเครื่องมีความพรีเมี่ยมและหรูหราไม่เบาเลยยิ่งตอนที่เล่นกับแสงฝาหลังจะมีการเหลือบสีฟ้าอ่อนด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกสวยสะกดตามากๆ ในขณะที่ขนาดตัวเครื่องจะมีความบางเพียง 8.4 มิลลิเมตร มีความกว้าง 74.1 มิลลิเมตร และสูง 160.7 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวเครื่องรวม 188 กรัม เท่านั้น
    ด้านหน้าของตัวเครื่อง เป็นหน้าจอแสดงผล Fluid AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด 2,400 x 1,080 พิกเซล (Full HD+) ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass ตัวหน้าจอแสดงผลให้ค่า Refresh Rate สูงสุดที่ 120Hz ซึ่งสามารถปรับการแสดงผลสลับไปมาได้ระหว่าง 60Hz กับ 120Hz ได้ และมีค่า Touch Sampling rate หรือค่าอัตราการตอบสนองต่อการสัมผัสหน้าจออยู่ที่ 240Hz 

    คุณสมบัติเพิ่มเติมของหน้าจอแสดงผล OnePlus 8T 5G
    • Aspect Ratio : 20 : 9
    • Pixel Per Inch : 402 ppi
    • ค่าความสว่าง 1,100 nits
    • ปรับระดับความสว่างแบบอัตโนมัติได้สููงสุด 8.192 ระดับ
    • รองรับขอบเขตสี : sRGB และ Display P3
    • รองรับ HDR10+
    • มีค่า Just Noticable Color Difference (JNCD) ต่ำกว่า 0.30 (ยิ่งใกล้ศูนย์ยิ่งให้ค่าสีที่ใกล้เคียงกับสีที่สายตาเห็น)
    • วัสดุหน้าจอแสดงผลผ่านเกณฑ์ E3 Material (ประหยัดพลังงาน) จาก SGS
    • Display Mate ให้คะแนนหน้าจออยู่ในระดับ A+ 
    ขยับขึ้นไปตรงมุมซ้ายบนของหน้าจอ จะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้าแบบฝังใต้หน้าจอ (Punch-hole Display) ความละเอียด 16MP (F2.4) ใช้เซ็นเซอร์กล้อง Sony IMX471 มีกันสั่น EIS ในตัว และใช้ระบบโฟกัสภาพแบบ Fixed Focus นะครับ 
    ด้านซ้ายตัวเครื่อง มีปุ่มกดปรับระดับเสียงเพิ่ม-ลด (Volume)
    ด้านขวาตัวเครื่อง มีปุ่มตั้งค่าเสียงแจ้งเตือนของตัวเครื่องแบบสไลด์ ซึ่งสามารถปรับสไลด์ได้ 3 ระดับนะครับ ระดับที่ 1 คือ ปกติ ระดับที่ 2 คือ สั่นแจ้งเตือน (Vibration) โดยใช้การสั่นแบบ Haptic Vibration (ตัวสั่นจะติดตั้งอยู่ที่ใต้หน้าจอด้านล่าง) ซึ่งจะไม่สั่นแจ้งเตือนแบบสะท้านทั้งเครื่องเหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไปนะครับ แต่จะสั่นแจ้งเตือนด้วยตัวโมชั่นเซ็นเซอร์ใต้หน้าจอ และระดับที่ 3 คือ เงียบ (Silent) ขยับลงมาเป็นปุ่มกดสำหรับเปิด-ปิดเครื่อง (Power) 
    ด้านล่างตัวเครื่อง มีช่องถาดซิมการ์ดแบบหน้า-หลัง ซึ่งตอนถอดถาดออกมาระวังซิมร่วงหน่อยก็ดีนะครับ ขยับมาเป็นพอร์ต USB-C และลำโพงเสียงตัวเครื่อง
    ด้านหลังตัวเครื่อง ฝาหลังทั้งหมดใช้กระจกกันรอย 3D Corning Gorilla Glass เป็นวัสดุครอบทับลงไปบนผิวฝาหลังเลย ในขณะที่มุมซ้ายจะเป็นตำแหน่งโมดูลกล้องถ่ายรูป Quad camera ที่ครั้งนี้ติดตั้งมาทั้งหมด 4 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 48MP (F1.7), กล้องมุมกว้างพิเศษความละเอียด 16MP (F2.2, FOV 123 องศา), กล้องเลนส์มาโครความละเอียด 5MP (Length 3cm) และกล้อง MonoChrome ความละเอียด 2MP มีไฟแฟลช Dual LED มาให้ด้วย
    สเปกตัวเครื่อง OnePlus 8T 5G
    • หน้าจอแสดงผล Fluid AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด 2,400 x 1,080 พิกเซล (FullHD+, Refresh rate 120Hz)
    • CPU Octa-core Snapdragon 865 + Ship modem 5G X55
    • GPU Adreno 650
    • RAM 12GB (LPDDR5) *รุ่น RAM 8GB ใช้เป็น LPDDR4x
    • ROM 256GB (UFS 3.1)
    • กล้องถ่ายรูป Quad camera ประกอบด้วย
        • กล้องหลักความละเอียด 48MP (F1.7)
        • กล้องมุมกว้างพิเศษความละเอียด 16MP (F2.2, FOV 123 องศา)
        • กล้องเลนส์มาโครความละเอียด 5MP (ระยะถ่ายใกล้สุด 3 ซม.)
        • กล้อง MonoChrome ความละเอียด 2MP
    • กล้องหน้าความละเอียด 16MP (F2.4, Fixed Focus)
    • OxygenOS 11 base on Android OS 11
    • WiFi 6 || 2x2 MIMO
    • Bluetooth 5.1
    • NFC Support
    • รองรับ 5G แบบ MIMO บนคลื่น B1, B3, B41
    • Fingerprint in-display
    • ระบบเสียง Dolby Atmos
    • Dual Nano SIM
    • แบตเตอรี่ 4,5000 mAh (รองรับ Warp Charge 65W)
    OxygenOS 11 Base on Android OS 11
    OnePlus 8T 5G ทำงานบนระบบปฏิบัติการ OxygenOS เวอร์ชั่น 11 ซึ่งใช้ Android OS 11 มาเป็นระบบปฏิบัติการพื้นฐานในการพัฒนาตัวซอฟต์แวร์ OxygenOS ของตัวเอง เพราะฉะนั้นความสามารถใหม่ๆ ที่ทาง Google เปิดตัวและประกาศว่าจะใส่มาบน Android 11 ทั้งหมดก็จะถูกถ่ายทอดลงสู่ OxygenOS 11 ด้วยเช่นกันครับ เพียงแต่นอกจากหน้าตาของอินเทอร์เฟซที่เป็นของวันพลัสเองแล้ว ทีมงาน Cyanogen ที่เป็นทีมผู้พัฒนาของวันพลัสยังได้ลงลึกไปในระดับโครงสร้างของ Android OS เลยทีเดียว เพื่อเข้าไปพัฒนาตัวซอฟต์แวร์ OxygenOS เวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้งานบน OnePlus 8T 5G ให้ออกมาตรงความต้องการของตัวเองมากที่สุด และสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่มีความนิ่ง เสถียร และสมูธให้กับผู้ใช้งานได้
    ซึ่งถ้าใครได้เคยลองใช้ OnePlus 7 Series หรือ 8 Series มาก่อนน่าจะเห็นภาพได้เลยว่า ตัวรอมแอนดรอยด์ของวันพลัสมอบประสบการณ์การใช้งานในระดับที่เทียบเคียงกับรอมแอนดรอยด์บน Pixel Phone ของ Google เลยก็ว่าได้ครับ เพราะฉะนั้นผู้ใช้งานที่เป็นมือใหม่ไม่ว่าจะพึ่งย้ายมาจากค่ายอื่น หรือย้ายมาจาก iOS และกังวลว่ามือถือวันพลัสจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้ได้หรือไม่? ส่วนตัวก็ขอยืนยันอีกเสียงว่า OxygenOS 11 เป็นรอมแอนดรอยด์ที่มีเสถียรมากที่สุดอีกตัวของตลาดในตอนนี้เลยล่ะครับ ดังนั้นที่กังวลเรื่องนี้อยู่ก็โยนความกังวลเหล่านั้นไปได้เลยครับ ยิ่งถ้าใครย้ายมาจาก iOS และเคยเจอประสบการณ์ด้านลบในการใช้ Android Phone มาก่อน แต่สนใจ OnePlus 8T 5G อยู่ ผมอยากให้ลองเล่นเครื่องเดโมหน้าร้านดูก่อนครับ แล้วอาจเปลี่ยน Mind Set ได้เลย
    หน้าตาอินเทอร์เฟซ OxygenOS 11
    ลูกเล่นและฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน OxygenOS 11
    • Dark mode : โหมดกลางคืน กับการเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นสีดำสนิท ลดการรบกวนคนรอบข้างในยามกลางคืนและประหยัดพลังงานมากขึ้น
    • Always on Diaplay : ลูกเล่นใหม่ในการปรับแต่งหน้าพักการแสดงผลบนหน้าจอให้มีความแปลกใหม่และไม่เบื่อดีครับ
    • Parallel app : ฟีเจอร์โคลนแอปพลิเคชั่นหรือแอปฯ คู่ขนาน ยังคงถูกใส่มาให้ด้วยนะ คนที่ต้องใช้บัญชีโซเชียลหลายแอคเคาน์น่าจะถูกใจกัน
    • OnePlus Switch : ฟีเจอร์อำนวยความสะดวกในการถ่ายโอนข้อมูลทั้งหมดจากสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าสู่ OnePlus 8T 5G ซึ่งใช้ได้ทั้ง iOS และ Android OS 
    • Zen mode : โหมดพักการใช้งานสมาร์ทโฟน ซึ่งเราสามารถตั้งเวลาได้ว่าอยากจะถอยห่างจากสมาร์ทโฟนเป็นเวลากี่นาที ผมแนะนำว่าถ้าใครติดการใช้มือถือมากๆ ตั้งเวลาน้อยๆ ไว้จะดีกว่านะครับ เพราะระหว่างที่ใช้งานโหมดนี้ตัวสมาร์ทโฟนจะล็อคการใช้งานทุกอย่างเลย ทำอะไรไม่ได้เลยล่ะ ใจไม่แข็งพออย่าได้กดเฉียว

    ระบบความปลอดภัยต่อข้อมูลบนเครื่อง
    OnePlus 8T 5G เลือกใช้เทคโนโลยีสแกนนิ้วมือบนหน้าจอแสดงผล (In-display fingerprint) เป็นระบบความปลอดภัยต่อข้อมูลหลักและใช้ยืนยันตัวตนบนเครื่อง นอกเหนือจากระบบพื้นฐานอย่างการตั้งรหัสผ่านหรือ Pin code รวมถึง Face unlock ด้วย ซึ่งตัวแป้นสแกนบนหน้าจอมีความรวดเร็วและแม่นยำสูงพอสมควรเลยล่ะ เพียงแค่แตะนิ้วลงไปก็ปลดล็อคได้ทันทีไม่ต้องกดแรง และสามารถใช้เมื่อนิ้วมือเราเปียกน้ำ(เล็กน้อย)จากเหงื่อได้ด้วยนะ 
    ประสิทธิภาพการใช้งานทั่วไป (Performance)
    สำหรับประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานบน OnePlus 8T 5G ก็คงไม่ต้องบรรยายอะไรเยอะ เพราะนี้ก็คือสมาร์ทโฟน Flagship อีกรุ่นในตลาดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการใช้งานทั้งในระดับพื้นฐานเช่น เล่นโซเชียลมีเดียทั้ง 4 แพลตฟอร์มหลัก สามารถเล่นได้ปกติและลื่นไหล หรือจะปิดหน้าต่างเฟสบุ๊กเพื่อเปลี่ยนไปเข้าแอปฯ อื่นก็สามารถทำได้ Flow เลย ไม่สะดุดหรือมีอาการหน่วงให้เห็น ซึ่งตลอดที่ผมได้ใช้งานมาเกือบจะหนึ่งอาทิตย์การใช้งานตัวแอปฯ โซเชียลต่างๆ สามารถทำงานได้ปกติ ไลน์ก็แจ้งเตือนได้ไม่มีปัญหา แต่จะไปมีปัญหาก็ตรง Instagram ที่ยังคงโพสสตอรี่แล้วเกิดนอยด์รบกวนบนวีดีโอหรือภาพที่โพสอยู่นะ ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นปัญหาของตัวแอปฯ มากกว่า
    ส่วนการใช้งานที่แอดวานซ์ขึ้นมาหน่อยเช่น การใช้แอปพลิเคชั่นตัดต่อวีดีโอหรือตกแต่งภาพที่ต้องใช้การประมวลผลและทรัพยากรบนเครื่องที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผมได้ลองโหลดแอปฯ ตัดต่อวีดีโอยอดนิยมอย่าง "KineMaster Video" มาใช้ตัดงานคลิปวีดีโอสั้นๆ ดู เจ้า OnePlus 8T 5G ก็ตอบสนองดีเยี่ยมเลยล่ะ สามารถดึงไฟล์ภาพจากตัวเครื่องมาแสดงได้เร็ว ตอบสนองต่อการแตะสั่งการเพื่อแอคชั่นกับตัวคลิป รวมถึงก็พรีเซ็นต์ตัวงานขึ้นมาดูก็ทำได้เร็วเช่นกัน สุดท้ายคือตอนเรนเดอร์คลิปตัวเครื่องก็สามารถเรนเดอร์ไฟล์วีดีโอออกมาได้จนจบ โดยที่ไม่มีอาการปิดตัวลงหรือเด้งออกแต่อย่างใดนะ ดังนั้นถ้าให้สรุปประสิทธิภาพการใช้งานทั่วไปและประสบการณ์การใช้งานบน OnePlus 8T 5G ตลอดที่ใช้งานมาประมาณ 5-6 วัน ผมสามารถให้การันตีกับเพื่อนๆ ได้เลยว่า "เร็ว ลื่น" นี้คือสิ่งที่จะได้กลับไปแน่นอนและไม่มีอะไรที่ต้องกังวลเลยครับ
    การใช้นำทาง GPS
    การใช้นำทางด้วยแอปพลิเคชั่นนำทางอย่าง Google Maps บน OnePlus 8T 5G เป็นอะไรที่รวดเร็วมากครับ สามารถจับสัญญาณและเริ่มทางได้ไวมากๆ ถึงแม้สภาพอากาศจะปิดก็ตาม แต่ในทางกลับกันถ้าหากเข้าไปใช้ในตัวอาคารหรือลานจอดรถชั้นใต้ดิน จะมีอาการรอจับสัญญาณให้เห็นอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าใครจะใช้นำทางเดินทางต่างจังหวัดอันนี้หายห่วงใช้นำทางได้ดีทีเดียว ซึ่งตอนที่ผมใช้นำทางยังไม่เจออาการตัวนำทางตรงร่องข้างทางหรือไปโผล่อีกฝากของถนนนะครับ 
    ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานด้วยแอปพลิเคชั่น Benchmark
    • ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานด้วย Antutu Benchmark ได้คะแนนทดสอบ 575,455 คะแนน 
    • ทดสอบประสิทธิภาพการเขียน-อ่าน หน่วยความจำ (ROM, UFS 3.1) ได้ค่าการอ่าน 1692.12 MB/s และค่าการเขียน 730.19 MB/s 
    • ทดสอบประสิทธิภาพทำงานของ CPU ด้วย Geekbench ได้คะแนนการทำงาน Single core 795 คะแนน และแบบ Multi-core 3128 คะแนน 
    • ทดสอบการรองรับการแสดงผล High Definition บนสตรีมมิ่ง VDO (Netflix) ผลเป็น Security Level L1 (รองรับการแสดงผล)
    การเล่นเกมและความบันเทิง (Games & Entertrainment)
    การเล่นเกม (Games)
    OnePlus 8T 5G เลือกใช้ชิปประมวลผลตัวแรงอย่าง CPU Snapdragon 865 ทำงานร่วมกับ GPU Adreno 650 และ RAM 12GB LPDDR5 รวมถึงหน่วยความจำแบบ UFS 3.1 เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพการทำงานในด้านของกราฟฟิกและการเล่นเกมเราคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรให้มากความแล้วล่ะครับ เพราะนี้คือสเปกท็อปไลน์ที่สุดในตอนนี้ของสมาร์ทโฟนเอนดรอยด์แล้ว 
    ซึ่งนอกจากจะเล่นได้ทุกเกมบน Play Store แล้ว ยังให้ประสบการณ์การเล่นเกมได้แบบเต็มอรรถรสมากๆ เมื่อรวมเข้ากับหน้าจอแสดงผล 120Hz ที่มีการให้ค่าสีที่อิ่มเอมคมชัด และค่า Sampling Rate 240Hz ทำให้สามารถทัชหน้าจอได้แม่นยำและไวมากๆ ไม่มีเพี้ยนเลย ทำให้เรารู้สึกสนุกและอินไปกับเกมได้ยาวๆ และซอฟต์แวร์ที่ผมคิดว่าทางวันพลัสทำมาดีมากๆ ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมใกล้เคียงกับการเล่นบน iOS ที่หลายคนชมว่าเล่นเกมดีเลยก็ว่าได้
    ซึ่งผมลองโหลดเกม "Genshin Impact" เกมที่โหดร้ายที่สุดสำหรับสมาร์ทโฟนในตอนนี้มาเล่น ก็ผ่านแบบสบายๆ ในการตั้งค่าแบบ High สุดทุกอย่าง โดยเกมนี้มีการใช้ทรัพยากรและสเปกตัวเครื่องสมาร์ทโฟนที่สูงมากๆ ดังนั้นถ้าสเปกและระบบจัดการบนตัวเครื่องไม่ดีพอ รับรองว่ารันไม่ขึ้นแน่นอนหรือไม่ก็มีอาการค้างและปิดตัวให้เห็น ซึ่งแน่นอนว่า OnePlus 8T 5G สามารถเล่นได้แบบสบายๆ ตอบสนองได้เร็วและลื่นเลยล่ะครับ แถมการทัชปุ่มต่างๆ ในตัวเกมเพื่อเคลื่อนที่ตัวละครหรือโจมตี ก็สามารถทำได้เนียนตามากๆ เพียงแต่ระบบระบายความร้อนตัวใหม่ของวันพลัส "Multi-layer Game Grade Cooling system" ที่มีคุณสมบัติระบายความร้อนสะสมไวและช่วยลดอุณหภูมิตัวเครื่องได้ดีกว่ารุ่นก่อน ยังเอาเกือบเอาไม่อยู่เหมือนกัน ระหว่างที่ผมเล่นไปเกือบชั่วโมง ตัวเครื่องอุณหภูมิขยับขึ้นไปแตะ 45 องศาเลยทีเดียว 
    โหมดเล่นเกมเฉพาะทาง Game space
    เป็นอีกส่วนที่ถูกปรับปรุงใหม่บน OygenOS 11 สำหรับ Game Space โหมดสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะของวันพลัส ที่ร่วมมือกับค่ายเกม E-sport ชื่อดัง Fnatic ในการพัฒนา ซึ่งการอัปเกรดในครั้งนี้มีการเพิ่มลูกเล่นป็อปอัปดิสเพลย์ให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกหน้าต่างข้อมูลตัวเครื่องได้ทันที เพียงแค่สไลด์ที่ขอบหน้าจอด้านขวาลงมา แถมยังสามารถเข้าใช้งานและอัปเดทโซเชียลมีเดียจากตรงนี้ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องออกจากหน้าต่างเกมเลย น่าจะถูกใจคอเกมแน่นอน ซึ่งปกติเราจะต้องกดสลับหน้าต่างไป-มา และบางครั้งพอกดกลับมาที่หน้าต่างเกม ตัวเกมก็ถูกรีสตาร์ทใหม่ ทำให้มีหัวร้อนกันบ้างล่ะ แต่คราวนี้หัวเย็นได้แล้วนะ 
    ความบันเทิง (Entertainment)
    สำหรับสายดูหนังฟังเพลง ด้วยสเปกหน้าจอแสดงผลบน OnePlus 8T 5G ที่เลือกใช้จอแสดงผลแบบ Fluid AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว Full HD+ มีค่า Refresh rate 120Hz น่าจะตอบรับความต้องการในการรับชมภาพยนตร์หรือคอนเทนท์ต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยอดนิยมอย่าง Netflix หรือ Youtube ได้อย่างลงตัว ซึ่งข้อดีของจอ AMOLED นอกจากให้ความคมชัดและขอบเขตของภาพที่กว้างแล้ว ยังให้สีดำที่ดำสนิทด้วยนะ และยิ่งได้จอที่มีค่า Refresh rate 120Hz ด้วย ใครที่ชอบดูหนังแอคชั่นน่าจะช่วยเพิ่มอินเนอร์ได้ดี เพราะเมื่อมีฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ภาพที่แสดงออกมาผ่านหน้าจอก็จะยิ่งสมูธมากๆ 
    ในขณะที่ด้านเสียงบนตัวเครื่อง ทางวันพลัสติดตั้งลำโพงแบบสเตอริโอมาให้ พร้อมกับปรับจูนทิศทางของเสียงให้กระจายออกเป็นแนวกว้าง ทำให้ขณะที่เราถือใช้งานจะได้ยิ่งเสียงจากลำโพงตัวเครื่องชัดเจนมากๆ นอกจากนี้บนตัวเครื่องยังใส่ EQ หรือเมนูการปรับแต่งเสียงของ Dolby Atmos มาให้ด้วยนะ สามารถเข้าไปปรับกันได้ ส่วนเสียงเริ่มต้นของลำโพงจะหนักๆ เบสจะทุ้มๆ หน่อย แนะนำว่าไปปรับสักหน่อยจะช่วยได้เยอะเลย และที่สำคัญ OnePlus 8T 5G ไม่มีรูเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรนะครับ หาหูฟังไร้สายรอกันได้เลย
    ฟีเจอร์บน OnePlus 8T 5G ช่วยเพิ่มอรรถรสสำหรับสายบันเทิง
    พลังงานแบตเตอรี่ (Battery) 4,500 mAh (Warp Charge 65W)
    สำหรับพลังงานแบตเตอรี่บนเครื่อง OnePlus 8T 5G ถึงแม้จะใส่มามากถึง 4,500 mAh แต่เมื่อใช้งานด้วยโหมดหน้าจอ Refresh Rate 120Hz ตลอดทั้งวันบอกเลยว่าแบตฯ ขนาดนี้ก็เอาไม่อยู่ ยิ่งถ้าใครแปปๆ หยิบขึ้นมาไถ่ดูโซเชียล หรือฟังเพลง เล่นเกม ตอนเย็นมีขีดแดงกันบ้างแน่นอน ถึงแม้ตัวระบบจะมีโหมดสลับไปใช้หน้าจอ Refresh Rate 60Hz ให้อัตโนมัติเมื่อพลังงานลดต่ำกว่าเกณฑ์ก็ตามก็ไม่รอดอยู่ดีนะ แต่ถ้าหากเลือกใช้ 60Hz ตลอดทั้งวันอันนี้จากที่ผมทดสอบดูลากได้ยาวยันค่ำๆ สองทุ่มเกือบสามทุ่มได้เลยนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะใช้แบบเต็มประสิทธิภาพผมแนะนำว่าพกพาวเวอร์แบงค์ไปด้วย
    ในขณะที่การชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่บน OnePlus 8T 5G มีเทคโนโลยีชาร์จไว Warp Charge 65W ใส่มาด้วย ซึ่งจากที่ผมทดลองชาร์จไฟเข้าตัวเครื่องจาก 1% จนถึง 100% ใช้เวลาชาร์จไปทั้งหมดเพียง 37 นาทีเท่านั้น!!! และชาร์จเต็ม 50% ใช้เวลาเเพียง 15 นาทีเท่านั้น ซึ่งเร็วมากๆ ทำให้เวลาไปทำงานนอกสถานที่หรือไปเที่ยวพักผ่อนช่วยลดระยะเวลาที่ต้องยืนรอชาร์จไฟได้มากที่เดียว และระหว่างที่ชาร์จตัวเครื่องก็ไม่ได้รู้สึกว่าร้อนจัดแต่อย่างใดด้วยนะครับ 
    กล้องถ่ายรูป Quad Camera 48MP
    OnePlus 8T 5G มาพร้อมกล้องถ่ายรูป Quad Camera ซึ่งประกอบด้วย กล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ IMX586 ความละเอียด 48MP (F1.7) มีระบบกันสั่น OIS และ EIS ในตัว, กล้องมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide Angle) ความละเอียด 16MP (F2.2, FOV 123 องศา), กล้องเลนส์มาโครความละเอียด 5MP สามารถถ่ายภาพมาโครห่างจากวัตถุได้ใกล้ที่สุด 3 เซนติเมตร และกล้องตัวสุดท้าย เป็นกล้อง Monochrome ความละเอียด 2MP เอามาช่วยในการถ่ายภาพ Portrait ให้มีมิติมากขึ้น และมีชุดไฟแฟลช Dual LED มาให้ด้วย
    สำหรับผลงานหลังกล้อง ส่วนตัวยังคิดว่ากล้องของสมาร์ทโฟนวันพลัสรวมถึง OnePlus 8T 5G ยังมีความเก่งกาจในเรื่องของการถ่ายภาพย้อนแสง (HDR) ที่สามารถดึงสีของวัตถุเช่นท้องฟ้า แสงแดด หรือต้นไม้ ให้กลับมาได้ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด ถึงแม้จะอยู่ในสภาพย้อนแสงรุนแรงแค่ไหนก็ตาม ในขณะที่การถ่ายภาพมุมกว้างเป็นอีกจุดที่ทำได้ดีไม่แพ้กันเลยกับเรื่องของภาพมุมกว้างที่มีความบิดเบี้ยวของภาพ (Distort) น้อยมาก และให้มุมมองภาพที่สมจริงถึงแม้จะมี FOV หรือ Filed of View มากถึง 123 องศา ก็ตาม ส่วนคาแรคเตอร์ของกล้องหลักยังคงให้ภาพที่คอนทราสต์สีได้หนักมากๆ เหมาะกับการถ่ายภาพทิวทัศน์ต่างๆ มากกว่า ลองไปดูภาพตัวอย่างจากกล้อง OnePlus 8T 5G กันครับ
    หน้าเมนูกล้องถ่ายรูปและคุณสมบัติการถ่ายภาพนิ่ง (Photo)

    คุณสมบัติการถ่ายภาพวิดีโอ (VDO)
    ภาพตัวอย่างจากกล้อง Quad Camera 48MP บน OnePlus 8T 5G
    • กล้องหลังโหมดปกติ กลางแจ้ง (Auto - Outdoor)
    • กล้องหลังโหมดปกติ ในร่ม (Auto - Indoor)
    • กล้องหลังโหมดปกติ + เปิดใช้ฟิลเตอร์ (Auto + Filters)
    • กล้องหลังโหมดภาพบุคคล (Portrait)
    • กล้องหลังโหมดภาพมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)
    • กล้องหลังโหมดมาโคร (Macro)
    • กล้องหลังโหมดกลางคืน (Nightscape)
    กล้องหน้า 16MP แบบฝังใต้หน้าจอ (Punch-hole Display)
    กล้องหน้าของ OnePlus 8T 5G รอบนี้ติดตั้งกล้องมาให้เพียงตัวเดียว โดยใช้เซ็นเซอร์กล้องเป็น IMX471 ความละเอียด 16MP (F2.4) มีระบบกันสั่นด้วยซอฟต์แวร์หรือ EIS มาให้ในตัว สำหรับใครที่เป็นสายเซลฟี่อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไรนักนะครับ เพราะด้วยพื้นฐานของสมาร์ทโฟนวันพลัสคือความเรียบง่าย และ Pure ดังนั้นลูกเล่นการถ่ายภาพเซลฟี่จึงมีไม่มากนัก มีเพียงฟิลเตอร์พื้นฐานมาให้เท่านั้น ส่วนผลงานหลังกล้องชมได้จากภาพตัวอย่างด้านล่างเลย
    ภาพตัวอย่างจากกล้องหน้า 16MP บน OnePlus 8T 5G
    • กล้องหน้าโหมดปกติ (Auto)
    • กล้องหน้าโหมดปกติ + เปิดใช้ฟิลเตอร์ (Auto + Filters)
    • กล้องหน้าโหมดภาพบุคคล (Portrait)
    สรุป
    OnePlus 8T 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่ส่วนตัวคิดว่า มีจุดเด่นในเรื่องของซอฟต์แวร์แบบเด่นชัดมากๆ ซึ่งตัวซอฟต์แวร์อย่าง OxygenOS ทำออกมาได้ดี เร็ว ลื่น และสมูธจนสามารถมอบประสบการณ์การใช้งาน Android OS ให้กับผู้ใช้งานในอีกมิติ ที่ผมเชื่อเลยว่าถ้าหากจะบอกว่านี้คือ iOS ในเวอร์ชั่นของ Android OS ก็ได้เหมือนกัน หรือจะบอกว่านี้คือ Pixel Phone ของ Google ในร่าง OnePlus ก็ไม่ต่างกันครับ ในขณะที่เรื่องของกล้องถ่ายรูป ตัวกล้องสามารถให้ผลลัพธ์หลังกล้องที่ดีและน่าประทับใจครับ ยังเก่งในเรื่องของการถ่ายภาพมุมกว้างและย้อนแสงเช่นเดิม รวมถึงการถ่ายวีดีโอก็ทำได้ดีเหมือนกันครับ ถ่ายออกมาได้สวยอยู่นะ เพียงแต่พอนำไปเทียบกับคู่แข่งในตลาดด้วยกัน OnePlus 8T 5G อาจจะมีบางจุดที่ยังต้องปรับปรุงอยู่ 
    เพราะฉะนั้นถ้าหากให้ผมสรุปว่า OnePlus 8T 5G เหมาะกับใครบ้าง? ก็ขอตอบเลยว่า น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ให้กับคนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่จะนำไปใช้งานยาวๆ ต่อเนื่อง 3 - 4 ปี หรือต้องการความเสถียรในการใช้งาน OnePlus 8T 5G สามารถให้คุณได้แน่นอน ส่วนคนที่ใช้ OnePlus 7 หรือ 8 Series อยู่ควรขยับมาไหม ตรงนี้ก็ต้องถามตัวเองล่ะครับว่าอยากใช้งาน 5G ไหม เพราะ OnePlus 8T 5G น่าจะเป็นรุ่นเดียวในตอนนี้ของวันพลัสที่สามารถใช้งานเครือข่าย 5G แบบ B1 และ B3 ได้ทันที ถ้ายังไม่ต้องการ 5G ก็แนะนำว่ารอรุ่นต่อไปก็ได้ครับ
    ส่วนจุดสังเกตที่อยากให้เป็นข้อคิดไว้ ก็คงเป็นเรื่องของของในกล่องที่ไม่มีหูฟังและตัวเคสแถมมาให้นะครับ รวมถึงที่ตัวเครื่องไม่มีพอร์ตแจ๊ค 3.5 มิลลิเมตรด้วย ดังนั้นใครที่ยังชอบใช้งานหูฟังแบบมีสายก็ผ่านไปได้เลย
    การวางจำหน่าย
    OnePlus ประเทศไทย จะวางจำหน่าย OnePlus 8T 5G ด้วยกันทั้ง 2 โมเดลในไทยแบ่งเป็น
    • รุ่นท็อป RAM 12GB | ROM 256GB : ราคา 29,990 บาท สีตัวเครื่องสีเขียว Aquamarine Green
    • รุ่นปกติ RAM 8GB | ROM 128GB : ราคา 24,990 บาท สีตัวเครื่องสีเทา Lunar Silver
    ทาง OnePlus เปิดให้สั่งจองตัวเครื่องแบบพรีออเดอร์ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2563 พร้อมรับของแถมรวมมูลค่า 15,170 บาท และสามารถซื้อเครื่องราคาพิเศษกับทางโอเปอเรเตอร์ทั้งสามค่าย AIS, Truemove H และ dtac ได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น
    • วินระพี นาคสวัสดิ์
    • วินระพี นาคสวัสดิ์
      MOBILE GURU Thailand