• โทรศัพท์มือถือ
  • โทรศัพท์มือถือ
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว realme 7 Pro สมาร์ทโฟน Entry-mid ตัวจบ มีชาร์จไว 65W จอ AMOLED กล้อง Quad camera 64 MP ในราคา 10,990 บาท

    24 ก.ย. 63 3,591
    รีวิว realme 7 Pro สมาร์ทโฟน Entry-mid ตัวจบ มีชาร์จไว 65W จอ AMOLED กล้อง Quad camera 64MP ในราคา 10,990 บาท 
    realme 7 Pro สมาร์ทโฟน Entry-mid ตัวจบของ 'เรียลมี' ที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในช่วงครบรอบ 2 ปีของแบรนด์กับการทำตลาดในไทยพอดี โดยนอกจากจะมาสานต่อความสำเร็จของ realme 6 Series ที่ทำไว้ดีเมื่อปีที่แล้ว ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของตลาดไทยในพิกัดราคานี้ที่กล้าใส่เทคโนโลยีชาร์จไวระดับเรือธง Super Dart Charge 65W มาให้ พร้อมกับติดตั้งกล้องถ่ายรูป Quad camera 64MP คุณภาพสูงและให้ผลลัพธ์หลังกล้องที่น่าประทับใจมากๆ มาพร้อมกัน 
    ทำให้ realme 7 Pro มีจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่งในเรทราคาเดียวกันแบบชัดเจน ในขณะที่ด้านสเปกตัวเครื่องถ้าไม่ได้เป็นคนที่โฟกัสในเรื่องของชิปประมวลผลเพียงอย่างเดียว ก็ต้องบอกว่าทางเรียลมีเขาใส่มาให้สุดทางแล้วเหมือนกันนะ ไม่ว่าจะเป็น RAM LPDDR4x หรือ ROM UFS 2.1 ทำให้เมื่อมองภาพรวมในด้านการใช้งานแล้ว "เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟน Entry-Mid ตัวจบของตลาดในตอนนี้" เลยก็ว่าได้ครับ และไม่แปลกใจเลยว่าทำไม เรียลมี ยังคงเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดต่อเนื่องถึง 4 ไตรมาสติดต่อกันจนก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์อันดับ 7 ของโลกในปัจจุบันได้
    แต่แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนทุกรุ่นย่อมมีคาแร็คเตอร์และจุดเด่น-ข้อสังเกตที่แตกต่างกัน ดังนั้นในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกในมุมต่างๆ รวมถึงเมื่อนำไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวันแล้ว ผลลัพธ์จะเหมือนตามที่ผมได้เกริ่นมาหรือไม่ อยากให้ทุกคนตามไปร่วมสัมผัสและลองใช้งานพร้อมกันผ่านบทความรีวิวนี้ เพื่อให้ได้คำตอบว่า "สมาร์ทโฟนตัวจบ" ที่ผมเกริ่นไว้ช่วงต้นจะเหมาะกับ realme 7 Pro รุ่นนี้จริงหรือไม่ ถ้าพร้อมแล้ว ... ไปลุยกันครับ!
    งานออกแบบ (Design)
    realme 7 Pro รอบนี้มาพร้อมแนวทางการออกแบบตัวเครื่อง "Anti-Glare Split" แนวทางที่ใช้รูปทรงเรขาคณิตกับวัสดุตัวเครื่องคุณภาพดีมาผสมผสานกับเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจนออกมาเป็นโปนดักส์ที่ลงตัว ซึ่งทางเรียลมีเล่าคอนเซ็ปท์การออกแบบครั้งนี้ไว้ว่า พวกเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเงาสะท้อนบนผิวน้ำของภูเขาและธรรมชาติ โดยมีรูปทรงเรขาฯ แบ่งทั้งสองส่วนออกจากกัน รูปทรงเรขาคณิตที่ว่าก็คือ 'เส้นตรง' ดังนั้นจึงหยิบไอเดียนี้มาต่อยอดจนเกิดเป็นเส้นสายและฝาหลังของ realme 7 Pro ที่มีการแบ่งเฉดสี, ความเงา (Mirror) และความด้าน (Matte) ออกเป็นสองส่วนบนตัวเครื่อง ทำให้เกิดมุมมองของดีไซน์สองรูปแบบพร้อมกันจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมกับติดตั้งโมดูลกล้อง Quad camera ทรงสี่เหลี่ยมไว้ที่บริเวณมุมซ้ายบนระหว่างเส้นแบ่งพรหมแดนของสองส่วน (ส่วนด้านกับส่วนเงา) ได้อย่างลงตัว
    กล้อง Quad camera บน realme 7 Pro ประกอบด้วย
    • กล้องหลัก ความละเอียด 64MP (F1.8) 
    • กล้องมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 8MP (F2.3) มีค่า FOV 119 องศา
    • กล้อง Portrait Black & White (F2.4) ความละเอียด 2MP 
    • กล้อง Macro (F2.4) ความละเอียด 2MP
    ด้านหน้าตัวเครื่อง มีหน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ FullHD+ ตัวกระจกครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass มีอัตราส่วนหน้าจอแบบ 20:9 และมีค่าความสว่างอยู่ที่ 600 nits ซึ่งทาง realme เคลมว่าหน้าจอแสดงผลตัวนี้ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก TUV Rheinland องค์กรจากเยอรมันเป็นรุ่นแรกด้วยนะ ดังนั้นการันตีถึงคุณภาพในการแสดงผลได้เลย
    ขยับขึ้นไปมุมซ้ายบนของหน้าจอ จะพบกับกล้องหน้าแบบฝังใต้หน้าจอ (In-display selfie) 1 ตัว ความละเอียด 32MP (F2.5) มีค่า FOV 85 องศา ซึ่งตัวเลนส์จะให้มุมภาพแบบ Wide หน่อยๆ ดังนั้นครั้งนี้ทางเรียลมีจึงไม่ได้ใส่เลนส์ Wide แยกมาให้เหมือนครั้งก่อนนะครับ 
    ด้านขวาของตัวเครื่อง มีปุ่มกดเปิด-ปิดตัวเครื่อง (ปุ่ม Power) ตัวปุ่มเป็นสีเงิน
    ด้านซ้ายของตัวเครื่อง มีปุ่มกดปรับระดับเสียงเพิ่ม-ลด (ปุ่ม Volume) และช่องถาดซิมการ์ดแบบ 3 in 1 รองรับการใช้งานซิมการ์ดสองซิมพร้อมกับ MicroSD Card พร้อมกัน ซึ่งผมมองว่าดีนะครับ และเชื่อว่าน่าจะมีหลายคนชอบความเอนกประสงค์อยู่แล้ว ดังนั้นการใช้งานซิมการ์ดได้พร้อมกันสองเบอร์และใส่ MicroSD Card ได้ด้วย น่าจะถูกใจกันแน่นอนครับ
    ด้านล่างของตัวเครื่อง มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C, ลำโพงเสียงแบบสเตอริโอทำงานคู่กับลำโพงอีกตัวที่ซ่อนอยู่บริเวณลำโพงสนทนาด้านหน้าตัวเครื่อง และรูเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
    สำหรับมิติหรือขนาดตัวเครื่อง overall เมื่อเทียบกับ realme 6 Pro ปรากฏว่า realme 7 Pro กับมีขนาดตัวเครื่องที่เล็ก-บาง และน้ำหนักเบาลงกว่า realme 6 Pro เล็กน้อย ทั้งๆ ที่แบตเตอรี่ใหญ่กว่า น่าจะมาจากการใช้เทคโนโลยีการออกแบบของเรียลมีเข้าช่วย
    มิติตัวเครื่องเทียบกันสองรุ่น realme 7 Pro VS realme 6 Pro
    • realme 7 Pro : กว้าง 73.4 x สูง 160.9 x หนา 8.7 มิลลิเมตร น้ำหนักรวม 182 กรัม
    • realme 6 Pro : กว้าง 75.8 x สูง 163.8 x หนา 8.9 มิลลิเมตร น้ำหนักรวม 195 กรัม
    อุปกรณ์ภายในกล่อง
    • realme 7 Pro 
    • สายชาร์จ USB-C 
    • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ รองรับ Super Dart Charge 65W 
    • คู่มือการใช้งานเริ่มต้น 
    • เข็มจิ้มซิมการ์ด 
    • เคสตัวเครื่องแบบใส (Soft case)
    สเปกตัวเครื่องของ realme 7 Pro
    สเปกตัวเครื่องของ realme 7 Pro มีรายละเอียดดังนี้
    • หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2400x1080 พิกเซล (FullHD+) 
    • CPU Snapdragon 720G 
    • GPU Adreno 618 
    • RAM 8GB (LPDDR4x) 
    • ROM 128GB (UFS 2.1) Support MicroSD Card 
    • กล้องถ่ายรูป Quad camera ประกอบด้วย กล้องหลัก 64MP + กล้องมุมกว้างพิเศษ 8MP + กล้องขาว-ดำ 2MP + กล้อง Macro 2MP 
    • กล้องหน้าความละเอียด 32MP (F2.5) FOV 85 องศา
    • Android OS 10 with realme UI 
    • WiFi 802.11 a/b/g/n/ac 
    • Bluetooth 5.1 
    • ถาดซิมการ์ด 3 in 1 
    • ลำโพงสเตอริโอ Hi-Res + Dolby Atmos 
    • แบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว Super Dart Charge 65W
    Android 10 with realme UI
    ด้านซอฟต์แวร์ realme 7 Pro ทำงานบน Android OS 10 ครอบทับด้วยอินเทอร์เฟซ (UI) ของทางเรียลมีเวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ตัวอินเทอร์เฟซ, ไอคอนแอปพลิเคชั่น, เอฟเฟกต์การแสดงผลต่างๆ มีความเรียบง่าย ดูสบายตา และสามารถเข้าถึงฟีเจอร์หรือเมนูการใช้งานบนตัวเครื่องได้เพียงการแตะไม่กี่ขั้นตอน 
    ทำให้ประสบการณ์การใช้งานบน realme UI จึงราบรื่น เป็นมิตรกับผู้ใช้งานได้ทุกเพศทุกวัย สามารถเริ่มต้นใช้งานเป็นเครื่องใหม่ได้ไม่ยุ่งยาก โดยเฉพาะมือใหม่ที่พึ่งย้ายมาใช้งานมือถือของเรียลมีเป็นครั้งแรก หรือผู้สูงวัยก็สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ง่ายมาก เพราะตัวอินเทอร์เฟซมีความซับซ้อนน้อยมากๆ ปุ่มเมนูหรือไอคอนการใช้งานถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เข้าใจง่าย และเรียกใช้สะดวกมือ
    ส่วนใครที่ชอบความซุกซนหรือแอดวานซ์ขึ้นมาหน่อยคิดว่าน่าจะต้องหาตัว Launcher UI อื่นมาใช้งานแทนถึงจะตอบโจทย์นะครับ และอีกเรื่องที่อยากฝากเป็นข้อสังเกตของ realme UI ไว้ก่อนคือเรื่องของ Ads ที่ตอนนี้ทางเรียลมีเริ่มมีการนำมาแสดงผลตามส่วนต่างๆ ของอินเทอร์เฟซ realme UI บ้างแล้ว เพียงแต่การจัดวางตัว Ads ทำมาได้เรียบร้อยมากๆ ไม่ขึ้นแสดงผลให้ Annoy หรือรบกวนยูสเซอร์ขณะใช้งานจนหงุดหงิดแต่อย่างใด ดังนั้นไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ครับสบายใจได้!
    อินเทอร์เฟซ realme UI บน realme 7 Pro
    ฟีเจอร์ยอดนิยมบน realme UI ใส่มาให้ครบเลย!
    ระบบความปลอดภัยบนตัวเครื่อง
    สำหรับระบบความปลอดภัยต่อข้อมูลบนตัวเครื่องของ realme 7 Pro นอกจากการตั้งรหัส Password หรือ Pin code ที่เป็นพื้นฐานของ Android OS แล้ว ทางเรียลมียังใส่เทคโนโลยีสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ (Fingerprint In-Display) มาให้ด้วย ซึ่งการสแกนปลดล็อคทำได้รวดเร็วมากๆ เพียงแค่แตะก็ยืนยันและปลดล็อคหน้าจอทันที ดังนั้นเวลาใช้งานในช่วงเร่งรีบไม่หงุดหงิดอารมณ์เสียแน่นอนครับจะมาท่าไหนก็ปลดได้ไวเลยล่ะ
    ประสิทธิภาพการใช้งาน (Performance)
    มาพูดถึงเรื่องประสิทธิภาพการทำงานในด้านต่างๆ ของ realme 7 Pro กันบ้างครับ ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 720G ที่ทางเรียลมีเลือกใช้เป็นหัวใจหลักในการทำงานในครั้งนี้ ทำงานร่วมกับ RAM 8GB (LPDDR4x) และ ROM 128GB (UFS 2.1) ซึ่งเป็นขนาดความจุและชนิดที่ผมคิดว่า มันเพียงพอต่อการตอบสนองและให้ผลลัพธ์เรื่องของการใช้งานระดับพื้นฐานไปจนถึงความต้องการใช้งานที่สูงขึ้นมาอีกนิดได้อย่างพอดิบพอดีครับ
    ไม่ว่าจะเป็นความต้องการในการเล่นโซเชียลมีเดียยอดนิยม, การเปิดไฟล์เอกสารหรือแก้ไขงานเอกสารจำพวก MS Office, PDF รวมไปถึงการตกแต่งภาพถ่ายหรือตัดต่อวีดีโอด้วยแอปพลิเคชั่นที่มีการ Export ตัวคลิปออกมา ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรบนเครื่องในระดับหนึ่งเลย แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับ realme 7 Pro เลยล่ะครับ ทุกอย่างที่ยกตัวอย่างมาผมได้ลองทดสอบและใช้งานดู ก็พบว่าสามารถใช้งานและทำงานได้อย่างราบรื่น ตอบสนองได้รวดเร็ว และไม่มีอาการแอปฯ เด้งหรือปิดตัวให้เห็นเลยตลอดช่วงที่ได้ใช้งาน เพราะฉนั้นถ้าถามถึงประสิทธิภาพการทำงานบน realme 7 Pro สำหรับผมแล้ว ผมขอให้สามผ่านเลย!! 
    มากันที่ด้านการใช้นำทางด้วย Google Maps แอปพลิเคชั่นนำทางยอดนิยมในไทยกันบ้าง ซึ่งหลังจากที่ผมได้ลองใช้นำทางกลับบ้านนนทบุรีที่อยู่นอกเมืองออกไป ตลอดที่ใช้งานก็พบว่าตัวเครื่องเวลาใช้นำทางนอกเมือง มักจะมีอาการรอรับสัญญาณดาวเทียมสักระยะเวลานึงให้เห็นเหมือนกัน โดยเฉพาะเวลาฝนตกหนักๆ จะมีช่วงรอคิดอยู่สัก 1-3 วินาที ก่อนจะเริ่มนำทางได้ และระหว่างนำทางก็ยังมีอาการตัวนำทางตกร่องข้างทางให้เห็นอยู่ประปราย หลังจากนั้นก็จะใช้เวลารีสัญญาณใหม่เพื่อกลับมานำทาง ณ ปัจจุบันได้เร็วอยู่เหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นผมมองว่าถ้าหากนำไปใช้นำทางเดินทางต่างจังหวัดจริงๆ ไม่มีปัญหาสำหรับการใช้เป็นเครื่องนำทางหลักนะ เพียงแต่อาจจะไม่ทันใจแบบเปิดเข้าแอปฯ ปุ๊ปกดนำเลย อาจต้องรอให้น้องเขาคิดสักนิด แต่ไม่นานจนน่าเบื่อแน่นอน
    การเล่นเกม (Games)
    สำหรับคอเกมหรือสายเกมมิ่งกับ realme 7 Pro ครั้งนี้ทางเรียลมีเลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 720G มาเป็นหัวใจหลักในการทำงาน ซึ่งชิปรุ่นนี้เป็นชิปเซ็ตขนาด 8 นาโนเมตร ใช้สถาปัตยกรรม Kyro 465 ที่ใช้ CPU Cortex-A76 ความเร็วนาฬิกา 2.3GHz กับ CPU Cortex-A55 ความเร็วนาฬิกา 1.8GHz ทำงานหนัก-เบาสลับกัน และมี GPU Adreno 618 เป็นตัวประมวลผลด้านกราฟฟิก รวมทั้งยังได้ฟีเจอร์ Elite Games มาช่วยในการแสดงผลต่างๆ ทำให้ประสิทธิภาพในด้านกราฟฟิก การตอบสนองต่อการประมวลผลเฟรมเรทต่างๆ ของเกมทำออกมาได้ใกล้เคียงกับชิป Snapdragon 730G ที่ใช้ GPU แบบเดียวกันเลยล่ะ
    ดังนั้นต้องเกริ่นกันก่อนว่า ถ้าหากคุณคาดหวังในระดับความเนียนกริบเล่นเกมได้เสมือนพก PC แรงๆ ติดตัวไปตลอดทางอะไรแบบนี้แล้วล่ะก็ คุณอาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้และ segment นี้แน่นอนครับ อาจจะต้องขยับขึ้นไปเล่น realme X50 5G หรือรุ่นที่สูงขึ้นอีกสักหน่อย เพื่อให้ได้ชิปประมวลผลและทรัพยากรตัวเครื่องที่เหมาะสมขึ้น
    แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่เล่นเกมเน้นสนุกสนาน ไม่ซีเรียสว่าต้องดีมันซะทุกอย่าง เอาเล่นได้สนุกและได้อรรถรสไม่ต่างจากมือถือรุ่นท็อปอะไรแบบนี้ เจ้า realme 7 Pro จะเป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกใจคุณแน่นอนครับ เพราะนอกจากจอแสดงผล AMOLED ที่ทางเรียลมีใส่มาให้จะแสดงผลกราฟฟิกได้สวยงาม คมชัด สีสันสดจัดจ้านจนมีอินเนอร์ร่วมกับเกมนั้นๆ แล้ว การตอบสนองต่อการเล่นเกมในด้านการทัชก็ทำได้ดีเหมือนกัน ส่วนการคุม Frame rate ของชิปเซ็ตและซอฟต์แวร์ของเรียลมีทำออกได้นิ่งมากๆ และได้ระบบเสียง Dolby Atmos ผ่านลำโพงสเตอริโอคู่บนตัวเครื่องด้วย ยิ่งช่วยเพิ่มอารมณ์ขณะเล่นเกมได้มากขึ้นทำให้ภาพรวม (overall) ในด้านของการเล่นเกม ผมมองว่ามันเป็นสมาร์ทโฟน Entry-mid ที่ให้ผลลัพธ์และตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้ใช้งานในด้านนี้ได้น่าประทับใจอีกรุ่นของตลาดในตอนนี้เลยล่ะครับ




    ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานด้วยคะแนน Benchmark 
    • ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานด้วย Antutu Benchmark ได้คะแนนทดสอบ 286,859 คะแนน 
    • ทดสอบประสิทธิภาพการเขียน-อ่าน หน่วยความจำ (ROM, UFS 2.1) ได้ค่าการอ่าน 508.3 MB/s และค่าการเขียน 195.87 MB/s 
    • ทดสอบประสิทธิภาพทำงานของ CPU ด้วย Geekbench ได้คะแนนการทำงาน Single core 571 คะแนน และแบบ Multi-core 1700 คะแนน 
    • ทดสอบการรองรับการแสดงผล High Definition บนสตรีมมิ่ง VDO (Netflix) ผลเป็น Security Level L1 (รองรับการแสดงผล)
    ความบันเทิง (Entertrainment)
    • ความบันเทิง (Entertainment & Music)
    การรับชมคอนเทนท์วีดีโอผ่านบริการสตรีมมิ่งเช่น Youtube, Netflix หรือ HBO GO รวมไปถึง LineTV บน realme 7 Pro เป็นอีกสิ่งที่ realme 7 Pro สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังในด้านนี้ได้ดีพอสมควรครับ นอกจากจะรองรับการสตรีมมิ่งที่ระดับความละเอียด High definition แล้ว หน้าจอพาแนลเป็น AMOLED ยังมีเอกลักษณ์ในเรื่องของการแสดงผลเฉดสีที่สดจัดจ้านไปพร้อมกับการให้สีดำที่ดำสนิท ดังนั้นเวลามีฉากในหนังที่มืดๆ ก็จะมืดจริงๆ ทำให้เราได้อรรถรสในการรับชมสุดๆ ไปเลย และถ้าหากเรานำใช้งานกลางแจ้งเช่นต้องนั่งดูซีรีย์หรือภาพยนตร์เพื่อรอแฟน รอลูก หรือรอเข้าประชุมในรอบต่อไป ตัวหน้าจอแสดงผลของ realme 7 Pro จะช่วยให้เรายังสามารถรับชมคอนเทนท์ต่างๆ ได้ต่อเนื่องเหมือนเดิม เพราะเรายังมองเห็นรายละเอียดของคอนเทนท์ต่างๆ อยู่นะครับ โดยจะยังมองเห็นรายละเอียดบนหน้าจอได้ชัดอยู่ที่ประมาณ 30-40% ซึ่งเป็นอีกจุดเด่นของหน้าจอชนิดนี้เลย
    อย่างไรก็ตามถึงแม้จะหน้าจอแสดงผลของ realme 7 Pro จะมีคุณสมบัติพื้นฐานในการรับชมคอนเทนท์เอ็นเตอร์เทรนต่างๆ ได้ดี แต่กลับไม่รองรับการแสดงผล HDR10 หรือ HDR10+ นะครับ และเป็นหน้าจอที่มี refresh rate เพียง 60Hz เท่านั้นจะแตกต่างจาก realme 6 Pro ที่เป็นหน้าจอ refresh rate 90Hz แต่เป็นพาแนล IPS ซึ่งจุดนี้ก็คงแล้วแต่ความชอบส่วนตัวของแต่ละคนว่าชอบโทนสีของจอแบบไหน? แต่ถ้าถามว่าจอ realme 7 Pro กับด้านความบันเทิงเป็นอย่างไร? ผมก็ขอตอบเลยว่า "มันเพียงพอ" กับการรับชมให้ได้อรรถรสและมีความสุขในช่วงวันพักผ่อนครับ แต่ถ้าต้องการอรรถรสในการรับชมที่มากขึ้นเหมือนอัปเกรดเก้าอี้ในโลกหนัง ยังไงจอ 90Hz ก็น่าสนใจกว่าอยู่ดีนะ
    คุณสมบัติหน้าจอแสดงผลของ realme 7 Pro
    • AMOLED Panel 
    • ขนาด 6.4 นิ้ว 
    • ความละเอียด 2400x1080 พิกเซล (FullHD+)
    • ค่าความสว่าง 600 nits
    • อัตราส่วน 20:9
    • ขอบเขตสี NTSC 98%
    • พื้นที่หน้าจอให้ใช้งาน 90.8%
    • เสียง (Sound)
    ประสิทธิภาพด้านเสียงของ realme 7 Pro ในรอบนี้ถือว่าทำได้ดีขึ้น ตัวเครื่องมาพร้อมลำโพงคู่สเตอริโอบน-ล่าง มีทิศทางพุ่งเข้าตัวผู้ใช้งานบางส่วน ทำให้เสียงที่ออกมามีความโอบล้อมตัวผู้ฟังหน่อยๆ ให้เสียงสเตจที่กว้าง เสียงดนตรีเบาบาง เสียงนักร้องออกใสๆ และเบสไม่หนัก ภาพรวมโทนเสียงจะออกไปแนว Flat ซะมากกว่าครับ ดังนั้นแนะนำว่าให้ลองไปปรับแต่งเสียงด้วยซอฟต์แวร์บนเครื่องอีกครั้ง น่าจะช่วยด้านเสียงให้ถูกใจแต่ละคนมากขึ้นอีกหน่อย เพราะทางเรียลมีใส่ซอฟต์แวร์ Dolby Atmos มาเป็น EQ พื้นฐานบนตัวเครื่อง พร้อมกับการรองรับการเล่นไฟล์เสียง High-res ในตัวด้วย 
    ฟีเจอร์ด้านความบันเทิงบน realme 7 Pro
    • พลังงาน (Battery)
    มากันที่เรื่องของพลังงานหรือแบตเตอรี่บน realme 7 Pro ที่เป็นจุดเด่นหรือจุดขายหลักของรุ่นนี้ ที่ครั้งนี้ทางเรียลมีได้ตัดสินใจนำเทคโนโลยีชาร์จไวของแบรนด์อย่าง Super Dart Charge 65W ใส่เข้ามาให้ด้วย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการชาร์จระดับมือถือเรือธงเลยก็ว่าได้ครับ เพราะถ้าเรามองไปในตลาดมือถือของไทยตอนนี้จะเห็นเลยว่า มือถือเรือธงบางแบรนด์ยังชาร์จไม่ได้เร็วขนาดเลยนี้ แต่เรียลมีกลับเลือกใส่มาให้บนมือถือราคาหมื่นต้นๆ อย่าง realme 7 Pro ซะอย่างนั้น ใจสุดๆ!!
    สำหรับเทคโนโลยีชาร์จไว Super Dart Charge 65W มีหลักการทำงานร่วมกับแบตเตอรี่แบบ Dual 3C Cells ที่เป็นแบตเตอรี่ขนาด 2250 mAh จำนวน 2 ก้อน (รวมเป็น 4500 mAh) และชาร์จด้วยกระแส 6.5A ผ่านการชาร์จแบตเตอรี่โดยตรง ด้วยอะแดปเตอร์ 10V6.5A ที่มีมาให้ในกล่อง ระหว่างที่กระแสไฟเริ่มชาร์จเข้าสู่แบตเตอรี่ ก็จะถูกควบคุมด้วยอัลกอริธึมและเซ็นเซอร์มากถึง 10 ตัว ในการควบคุมการจ่ายกระแสไฟ และควบคุมอุณหภูมิขณะชาร์จไม่ให้ร้อนจนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ 
    โดยทางเรียลมีเคลมความเร็วในการชาร์จไว้ว่า ถ้าหากชาร์จพลังงานจาก 0% ไปถึง 100% จะใช้เวลาเพียง 34 นาทีเท่านั้น หรือถ้าเราเล่นเกมบนเครื่องไปด้วยและชาร์จไปด้วย ก็สามารถชาร์จไฟได้ 43% ในเวลาเพียง 30 นาที โดยที่ตัวเครื่องไม่ร้อนจัดและสามารถเล่นได้อย่างปลอดภัย
    ผมได้ลองทดสอบเล่นเกมออนไลน์และใช้งานทั่วไป เช่น เปิดโซเชียลมีเดีย, ดู Youtube, ฟังเพลงสตรีมมิ่งที่ความละเอียดระดับสูงจาก Sportify ตามไลฟ์สไตล์ปกติในแต่ละวัน ก็พบว่าจากแบตเตอรี่ 100% ในตอนเช้าที่ออกจากบ้านระหว่างวันก็ใช้งานตามที่ว่ามา จนตกเย็นประมาณ 5-6 โมงเย็น หยิบเครื่องขึ้นมาดูแบตเตอรี่จะเหลืออยู่ที่ประมาณ 30-40% ดังนั้นเมื่อหักลบความคลาดเคลื่อน ก็การันตีได้ว่าเรื่องของพลังงานใน 1 วันของ realme 7 Pro สามารถตอบรับความต้องการในการใช้งานได้สบายๆ ครับ ส่วนการชาร์จพลังงานกลับเข้าเครื่องด้วย Super Dart Charge 65W อันนี้ขอยกมือยืนยันว่า สิ่งที่เรียลมีเคลมไว้เป็นเรื่องจริง! เพราะสามารถชาร์จไฟจาก 0-100% ได้ในระยะเวลาไม่เกิน 35-40 นาทีแน่นอน!!!
    กล้องถ่ายรูป Quad camera 64MP 
    realme 7 Pro มาพร้อมกล้องถ่ายรูป Quad camera โดยกล้องหลักมีความละเอียดสูงถึง 64MP และรอบนี้เลือกใช้เซ็นเซอร์ตัวใหม่อย่าง IMX682 ของ SONY ที่ใช้เทคโนโลยี Quad Bayer Pixel ในการจัดเรียงเม็ดพิกเซลใหม่ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บรายละเอียดของภาพได้ดีและแม่นยำมากขึ้น พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพในการรับแสงได้ดีขึ้น ช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อย ถ่ายได้สนุกและให้ผลลัพธ์หลังกล้องที่คมชัดขึ้นอย่างชัดเจนครับ 

    กล้องหลังทั้ง 4 ของ realme 7 Pro ประกอบด้วย
    • กล้องหลัก (SONY IMX682) ความละเอียด 64MP (F1.8)
    • กล้องเลนส์ ultra wide-angle ค่า FOV 119 องศา ความละเอียด 8MP (F2.3)
    • กล้องเลนส์ Marco (ระยะ 4 เซนติเมตร) ความละเอียด 2MP (F2.4)
    • กล้องเลนส์ Portrait Black&White ความละเอียด 2MP (F2.4)

    หน้าเมนูกล้องถ่ายรูป
    คุณสมบัติการถ่ายวีดีโอและภาพนิ่ง

    ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Quad camera 64MP ของ realme 7 Pro
    • Outdoor (กลางแจ้ง)




    • Portrait (ภาพบุคคล)



    • ภาพมุมกว้าง (FOV 119 องศา)



    • กลางคืน (NightScapre)
    การถ่ายโหมดกลางคืนบน realme 7 Pro สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งแบบ Auto ผ่านโหมด NightScape และแบบ Manual ผ่านโหมด Pro NightScape ที่เราจะสามารถเลือกปรับค่า ISO (6400), Speed Shutter, White Balance และ Auto Focus ได้ตามต้องการ





    • Macro (ถ่ายภาพระยะใกล้ 4 ซม.)



    • AI DAZZLE (เร่งสี)
    • Ultra Clear 64MP (ภาพถ่ายความละเอียดสูง)
    • ฟิลเตอร์สี Cyberpunk, Flamingo และ Modern Gold
    กล้องของ realme 7 Pro เป็นกล้องที่ถ่ายสนุก คุณภาพดีไว้ใจได้ ด้วยฟีเจอร์โหมดถ่ายภาพมากมายที่เรียลมีใส่มาให้เราเลือกปรับใช้ตามสถานการณ์ต่างๆ ได้ยืดหยุ่นมากๆ มีโหมดที่ถ่ายรูปยอดฮิตต่างๆ มาให้ครบถ้วน และยังเลือกเปลี่ยนไปปรับแต่งค่าการถ่ายตามความต้องการของเราเองก็ได้ด้วยโหมดโปรฯ 
    ส่วนคาแร็คเตอร์ของภาพจากกล้องหลัก 64MP จะให้รายละเอียดของภาพที่คมมากๆ ซึ่งถ้าหากซูมภาพที่ถ่ายแล้วเข้าไปดูจะเห็นเลยว่ารายละเอียดของวัตถุหรือบุคคลที่เราถ่ายด้วยกล้อง realme 7 Pro จะให้รายละเอียดที่คมชัด แต่ในขณะที่เรื่องของโทนสีของภาพถ่ายจะออกตุ๋นๆ หน่อยถ้าไม่ได้เปิดโหมดเร่งสีนะครับ ถ้าใครที่ชอบสีสันสดๆ แนะนำว่าเปิดโหมด AI Dazzle ทิ้งไว้เลยก็ได้ 
    ด้านวีดีโอด้วยการที่มีฟีเจอร์กันสั่น UIS และ UIS MAX ทำให้เราสามารถถือถ่ายภาพวีดีโอแบบ Vlog ได้เลย นิ่งขึ้นมากๆ แต่ก็แลกกับการที่ภาพจะถูกครอปเข้าไปด้วย อย่าลืมดูก่อนถ่ายกันด้วยนะครับ ส่วนลูกเล่นขณะถ่ายวีดีโอผมค่อนข้างชอบเลยล่ะ ทางเรียลมีเหมือนคิดมาให้เราเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็น real time Bokeh เลือกปรับการละลายพื้นหลังด้วยตัวเองได้ตลอดการถ่ายวีดีโอ, โหมด NightScape สำหรับถ่ายวีดีโอทำให้เราไม่ต้องกลัวเรื่องแสงหมด ถ่ายกันได้ยาวๆ ยันมืดเลย และมีอีกหลายโหมดที่ส่วนตัวรู้สึกว่า ทำให้เราสนุกกับการถ่ายภาพและใช้งานง่ายถึงแม้จะไม่มีความรู้ด้านการถ่ายภาพเลยก็ตาม
    กล้องหน้าความละเอียด 32MP
    กล้องหน้าของ realme 7 Pro เป็นกล้องความละเอียดสูง 32MP (F2.5) และเป็นแบบซ่อนใต้หน้าจอแสดงผล (In-Display) ซึ่งตัวเลนส์เป็นมุมกว้างในตัว มีค่า Field of View (FOV) ที่ 85 องศา รองรับการถ่ายวีดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 1080P @30fps มีโหมดถ่ายภาพกลางคืน Nightscape ให้ในตัว และมีระบบกันสั่นไหว UIS ของเรียลมีใส่มาให้ด้วย ช่วยให้การถ่ายภาพเซลฟี่ทั้งภาพนิ่งและภาพวีดีโอในยามค่ำคืนหรือในที่แสงน้อย เรื่องของการสั่นไหวจากมือถือที่ถือถ่ายจนทำให้ภาพเบลอไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป และจากที่ได้ลองทดสอบไปพร้อมกับน้องโมเดล ผลที่ได้ก็ทำเอาประหลาดใจพอสมควร เพราะถ่ายออกมาได้สวยและไม่ต้องกลัวแสงน้อยอีกต่อไปเลยล่ะครับ ลองไปชมภาพตัวอย่างจากกล้องหน้าพร้อมกัน
    ภาพตัวอย่างจากกล้องหน้า 32MP ของ realme 7 Pro
    • สภาพแสงปกติ (กลางวัน)
    • สภาพแสงกลางคืน (แสงน้อย)
    บทสรุป
    หลังจากที่มีโอกาสอยู่กับ realme 7 Pro เป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ ได้ลองเล่นและลองใช้งานในมิติการใช้งานต่างๆ ดู ก็ทำเอาประหลาดใจหลายจุดเหมือนกันครับ เพราะส่วนตัวคิดว่าสมาร์ทโฟนในเรทราคาหมื่นต้นๆ แบบนี้ มักจะตั้งโจทย์ไว้ให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ทำมาตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้งานที่อยากขยับมือถือจาก Entry phone Segment ขึ้นมา เพื่อให้ได้เทคโนโลยีนวัตกรรม รวมไปถึงงานออกแบบที่ดีขึ้น และการตอบสนองในระดับเริ่มต้นของมือถือเรือธงเท่านั้น แต่ realme 7 Pro นอกจากจะได้ทั้งหมดที่ว่ามาแล้ว ยังมีหยิบของดีบางอย่างจากมือถือรุ่นบนมาใส่เพิ่มให้อีกด้วย 
    ดังนั้นถ้าหากถามผมว่าภาพรวมของ realme 7 Pro เป็นอย่างไรและเหมาะกับใคร? ผมก็ขอตอบเลยว่า realme 7 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้มีความหวือหวา เร้าใจ แต่เป็นสมาร์ทโฟนที่ดูจะตั้งโจทย์มาให้เป็นมือถือที่ตอบรับความต้องการในการใช้งานในแต่ละวันของผู้ใช้ได้ดีเยี่ยม ไปพร้อมๆ กับมอบประสบการณ์ในระดับมือถือ Mid-range ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายกว่า เพราะฉะนั้นถ้าหากคุณต้องการสมาร์ทโฟนที่สามารถตอบรับกับความต้องการในการใช้งานทั่วไปของชีวิตประจำวันได้ครบถ้วน ไปพร้อมๆ กับมีกล้องถ่ายรูปคุณภาพสูงสามารถหวังพึ่งพาได้ และได้เทคโนโลยีชาร์จไวหนึ่งเดียวของตลาดที่ใส่มาให้ถึง 65W ทั้งหมดนี้ realme 7 Pro คือคำตอบครับ
    การวางจำหน่าย
    realme เปิดวางจำหน่าย realme 7 Pro ในราคาเพียง 10,990 บาท พร้อมรับของแถมเป็นกระเป๋า realme 7 Pro Jet Black Bag (เฉพาะช่วง Pre-order จะได้รับสิทธิ์ VIP Card ประกันจอแตก 1 ปี รวมมูลค่า 5,890 บาท) สำหรับช่องทางออนไลน์ จำหน่ายผ่านทาง Lazada, Shopee ,This Shop และ JD Central นอกจากนี้ยังมีวางจำหน่ายพร้อมโปรโมชั่นร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายทั้งสาม AIS, truemoveH และ dtac ในราคาเริ่มต้นเพียง 3,990 บาท 

    รีวิวโทรศัพท์มือถือล่าสุด