• พรีวิว Huawei P40 สมาร์ทโฟน 5G พร้อมกล้องหน้าคู่ และกล้องหลัง 3 เลนส์ คุณภาพสูงจาก Leica

    17 เม.ย. 63 4,232
    พรีวิว Huawei P40 สมาร์ทโฟน 5G พร้อมกล้องหน้าคู่ และกล้องหลัง 3 เลนส์ คุณภาพสูงจาก Leica
    มาอยู่ในมือผมแล้ว กับสมาร์ทโฟนที่จะมาสานต่อความสำเร็จของตระกูล Huawei P Series กับ Huawei P40 Series แม้ว่าในมือของผมตอนนี้จะน้องเล็ก อย่าง HUAWEI P40 แต่ก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายจุดเลยครับ ไม่ว่าจะรองรับ 5G, WiFi 6, ดีไซน์สวยงามดูพรีเมี่ยม, หน้าจอ OLED สวยงาม ความสว่างสูง และไม่โค้ง ช่วยให้สามารถติดฟิล์มกันรอยได้ง่ายยิ่งขึ้น (ตัวเครื่องมีการติดฟิล์มมาให้ตั้งแต่โรงงานแล้วนะครับ), กล้องหน้าคู่แบบ Dual Punch-hole Camera และกล้องหลัง 3 เลนส์ จาก Leica, แบตเตอรี่อึดมากๆ ใช้งานได้ยาวนาน รองรับชาร์จเร็ว 22.5W รวมไปถึงรองรับมาตรฐาน IP53
    ตอนนี้ผมว่าจะต้องอยากรู้ราคากันแล้วอย่างแน่นอน ซึ่งก็ต้องอดใจรอกันซักหน่อยนะครับ สำหรับในประเทศไทยทางหัวเว่ย จะจัดงานเปิดตัวในเร็วๆ นี้ คาดว่าจะผ่านทางออนไลน์ ส่วนรายละเอียต่างๆ ของ Huawei P40 เรามาดูไปพร้อมกันได้เลยครับ
    อัปเดตราคาและการวางจำหน่ายในไทย
    ล่าสุดก็เปิดตัวในประเทศไทยเรียบร้อยแล้วนะครับ Huawei P40 5G และ Huawei P40 Pro 5G รวมไปถึงกองทัพสินค้ารุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Huawei Nova 7i, Huawei MatePad Pro และ Huawei Watch GT 2e ราคาเปิดตัวมีดังนี้ครับ
    • Huawei P40 5G ราคา 22,990 บาท
    • Huawei P40 Pro 5G ราคา 31,990 บาท
    • Huawei Nova 7i ราคา 8,990 บาท
    • Huawei MatePad Pro (WiFi) ราคา 16,990 บาท
    • Huawei MatePad Pro (4G) ราคา 19,990 บาท
    • Huawei Watch GT 2e ราคา 4,990 บาท
    โดยทั้งหมดจะวางจำหน่ายพร้อมกัน 1 พ.ค. 63 นี้ ยกเว้น Huawei Watch GT 2e ที่มีให้เลือกซื้อตั้งแต่วันนี้เลยครับ ใครสนใจไปจัดกันได้เลย สำหรับโปรโมชั่นสั่งจองล่วงหน้า เร้าใจเร้าใจมากๆ ไม่ว่าจะเป็น
    • Huawei P40 5G รับฟรี Huawei FreeBuds 3 มูลค่า 4,990 บาท + Excrusive Service มูลค่า 7,520 บาท
    • Huawei P40 Pro 5G รับฟรี Huawei FreeBuds 3 มูลค่า 4,990 บาท, Huawei Wireless Car Charger มูลค่า 1,790 บาท + Excrusive Service มูลค่า 7,520 บาท
    • Huawei Nova 7i รับฟรี Huawei Band 4 Pro มูลค่า 2,490 บาท + VIP Service มูลค่า 2,200 บาท
    • Huawei MatePad Pro รับฟรี อุปกรณ์เสริม และแอปพลิเคชั่น พร้อมทำงาน มูลค่า 9,000 บาท
    เปิดจองตั้งแต่วันนี้ - 30 เม.ย. 63 ไม่ควรพลาดเลยครับ โปรโมชั่นจุใจมากๆ 
    นอกจากนี้ หากซื้อ Huawei P40 5G และ Huawei P40 Pro 5G กับทาง AIS, TrueMove H, dtac พร้อมแพ็กเกจ มีของแถมพร้อมส่วนลดสูงสุด 22,000 บาท! พร้อมประกัน Covid-19 นาน 1 เดือน ใครที่สนใจไม่ควรพลาดนะครับ
    จุดเด่นต่างๆ ที่น่าสนใจ
    Huawei P40 มาพร้อมดีไซน์ที่สวยงาม วัสดุโลหะและกระจก ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 175 กรัม จับถือได้กะทัดรัดและมีน้ำหนักเบาทีเดียว หน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ 1080 x 2340 pixels (422 ppi) อัตราส่วน 19.5:9, หน้าจอไม่โค้งครับ ช่วยให้หาติดฟิล์มกันรอยได้ง่าย, กล้องหน้าคู่ Dual Punch-hole Camera ความละเอียดสูง 32MP + IR
    Huawei P40 ในวันนี้ผมได้เครื่องสี Deep Sea Blue มาทดสอบครับ สีสันสวยงามมากๆ เป็นสีน้ำเงินออกเฉดม่วง วัสดุฝาหลังเป็นกระจก และกล้องหลัง 3 เลนส์จาก Leica ประกอบด้วย 8MP + 50MP + 16MP พร้อมไฟแฟลชคู่ LED กล้องเป็นทรงสี่เหลี่ยม และนูนขึ้นมาพอสมควรเลยครับ ต้องระวังกันหน่อย
    ขอบตัวเครื่องเป็นโลหะเคลือบเงา สีเดียวกับฝาหลัง สวยงามและกลมกลืน รอบตัวเครื่องประกอบด้วย ด้านบนมีไมค์ตัดเสียงรบกวน, ด้านล่างมีถาดใส่ซิม, ไมโครโฟน, พอร์ท USB Type-C และลำโพง, ด้านซ้ายเรียบๆ ส่วนด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power มีขีดสีแดง
    ในกล่องมีอะไรบ้าง?
    Huawei P40 มาพร้อมกล่องดีไซน์เรียบหรู มีเขียนกำกับว่า "Ultra Vision Triple Camera Leica" ด้วยนะ เท่มากๆ เลยครับ ภายในกล่องจะมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
    • ตัวเครื่อง Huawei P40
    • อะแดปเตอร์ Huawei SuperCharge
    • สาย USB Type-C
    • หูฟังแบบ Earbud
    • เข็มจิ้มซิม
    สเปค และการเชื่อมต่อ
    Huawei P40 มีรายละเอียดสเปค และการเชื่อมต่อดังต่อไปนี้
    • หน้าจอ OLED รูปแบบ Dual Punch-hole Display ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ 1080 x 2340 pixels (422 ppi) อัตราส่วน 19.5:9
    • มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ Black, Deep Sea Blue, Ice White, Silver Frost และ Blush Gold
    • ชิปเซ็ต HiSilicon Kirin 990 5G
    • CPU Octa-core (2x2.86 GHz Cortex-A76 & 2x2.36 GHz Cortex-A76 & 4x1.95 GHz Cortex-A55)
    • GPU Mali-G76 MP16
    • RAM 8GB LPDDR5
    • ROM 128GB UFS 3.0 รองรับ Nano Memory 256GB
    • เซ็นเซอร์ Infrared face recognition, fingerprint (under display, optical), accelerometer, gyro, proximity, compass, color spectrum
    • ทำงานบน Android 10 (AOSP + HMS) ครอบทับด้วย EMUI 10
    • แบตเตอรี่ความจุ 3,800 mAh รองรับชาร์จเร็ว Huawei SuperCharge 22.5W
    • GSM 850 / 900 / 1800 / 1900
    • HSDPA 800 / 850 / 900 / 1700(AWS) / 1900 / 2100
    • LTE band 1(2100), 2(1900), 3(1800), 4(1700/2100), 5(850), 6(900), 7(2600), 8(900), 9(1800), 12(700), 17(700), 18(800), 19(800), 20(800), 26(850), 28(700), 32(1500), 34(2000), 38(2600), 39(1900), 40(2300), 41(2500)
    • 5G band 1(2100), 3(1800), 28(700), 38(2600), 41(2500), 77(3700), 78(3500), 79(4700) : SA/NSA
    • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
    • Bluetooth 5.1, A2DP, LE
    • GPS, A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO, QZSS, NavIC
    • NFC
    • USB Type-C 3.1, USB On-The-Go
    • รองรับมาตรฐาน IP53
    สเปคกล้อง
    Huawei P40 มาพร้อมกล้องหน้าคู่ Dual Punch-hole Camera ความละเอียด 32MP F2.0 26 มม. Wide + IR และกล้องหลัง 3 เลนส์ จาก Leica ประกอบด้วย
    • 8MP F2.4, 80 มม. (Telephoto), PDAF, OIS, 3x optical zoom, 5x hybrid zoom, 30x digital zoom
    • 50MP F1.9, 23 มม. (Ultra Vision, Wide), RYYB, omnidirectional PDAF, OIS
    • 16MP F2.2, 17 มม. (Ultra Wide)
    • เซนเซอร์ Colour Temperature Sensor ช่วยให้สีสันเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น
    • สามารถดัน ISO ได้สูงถึง 204800
    • บันทึกวีดีโอความละเอียด 4K 60FPS, Super Slow Motion บนความละเอียด HD 7680FPS
    นี่ขนาดรุ่นน้องนะครับเนี่ย Huawei P40 ยังจัดกล้องมาเทพเจ้าขนาดนี้! รอชมตัวอย่างภาพถ่ายในรีวิวตัวเต็มนะครับ
    สรุป
    Huawei P40 คือสมาร์ทโฟนรุ่นน้อง ที่มองข้ามไม่ได้เลยครับ รายละเอียดสเปคทุกอย่างคือระดับเรือธง ดีไซน์สวยมากๆ วัสดุและงานประกอบคุณภาพสูง หน้าสวยจริงๆ แถมจอไม่โค้งด้วย น่าจะถูกใจหลายๆ คน หาติดฟิล์มกันรอยกันง่ายแล้ว แต่ส่วนตัวผมชอบหน้าจอโค้งนะครับ มันให้ความรู้สึกที่พรีเมี่ยมกว่า ซึ่งถ้าอยากได้จอโค้งต้องขยับไป Huawei P40 Pro หรือ Huawei P40 Pro+ เลยครับ จะได้หน้าจอโค้ง 4 ด้าน Overflow Display 
    ใครที่มองหาสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม ที่มีขนาดพกพาสะดวก รองรับ 5G และ WiFi 6 แถมมีกล้องคุณภาพสูง ที่ได้รับความร่วมมือกับแบรนด์กล้องระดับตำนานอย่าง Leica แถมยังมีแบตเตอรี่ที่อึดมากๆ ใช้งานได้ยาวนานชนิดที่ลืมชาร์จกันได้เลย ผมว่า Huawei P40 คือตัวเลือกที่ใช่มากๆ เลยครับ
    สำหรับคนที่กังวลว่า Huawei ไม่สามารถใช้บริการ Google Mobile Service (GMS) ได้ จะต้องอัปเดต Security Patch ผ่านทาง EMUI 10 รวมทั้งแอปพลิเคชั่นต่างๆ ก็ต้องดาวน์โหลดผ่านทาง AppGallery และบริการต่างๆ จะมาในนามของ Huawei Mobile Service (HMS) ซึ่งก็ต้องปรับตัวกันซักหน่อยนะครับ ถ้าใครที่ใช้งานมาตั้งแต่ Huawei Mate 30 Pro ไม่น่าจะมีปัญหาแล้วละ ปรับตัวกันได้แล้ว ไม่ก็จริงๆ สามารถลงเองได้นะครับสำหรับ GMS แต่ส่วนตัวผมก็ไม่แนะนำนะครับ เพราะมันไม่ถูกต้อง เรามาปรับตัว และเปิดใจรับ HMS กันดีกว่าครับ การมีอยู่ของขั้วที่ 3 ผมว่าจะช่วยให้ไม่เกิดการผูกขาด เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างเราในระยะยาว ไม่อยากให้พลาดสมาร์ทโฟนคุณภาพยอดเยี่ยมแบบนี้จริงๆ
    อ่านบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    • ธีระ อังรัตนันท์
    • ธีระ อังรัตนันท์
      MOBILE GURU Thailand

    รีวิวโทรศัพท์มือถือล่าสุด

    รีวิวล่าสุดอื่นๆ