ค้นหา แท็บเล็ต tablet

รีวิวแท็บเล็ต : รีวิว เปรียบเทียบสเปค iPad Pro VS iPad 2018 เลือกอะไรดี?

รีวิว เปรียบเทียบสเปค iPad Pro VS iPad 2018 เลือกอะไรดี?

วันที่ : 3 พ.ค. 61
เข้าชม : 10,014 ครั้ง

เปรียบเทียบสเปค iPad Pro VS iPad 2018 เลือกอะไรดี?
ถ้ากล่าวถึงแท็บเล็ตยอดนิยม ไม่ว่าจะวัยเรียนหรือวัยทำงาน ในตอนนี้ iPad น่าจะเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ของหลายคน เพราะหากมองไปในตลาดตอนนี้ฝั่ง Android เอง ก็ดูเบาๆ ลงไป แต่กลับกันกลายเป็นฝั่ง iOS ของ Apple ที่ยังคงเพิ่มความสดใหม่ให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง หลังจากล่าสุดวางจำหน่าย iPad 2018 ซึ่งเป็น iPad เจนเนอเรชั่นล่าสุดอย่างเป็นทางการในหลายประเทศ และการมาของ iPad รุ่นใหม่นี้ ก็น่าจะทำให้หลายคนต้องปวดหัวกันขึ้นไปอีก เพราะจากความสามารถที่ใกล้เคียงกับ iPad Pro แต่ราคาต่างกันเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว ดังนั้นลองมาดูกันว่ารุ่นไหนจะเหมาะกับตัวเรามากที่สุดผ่านบทความนี้กัน
ดีไซน์และงานประกอบ

iPad 2018 ยังคงมาพร้อมงานออกแบบดั้งเดิมตามสไตล์ iPad ที่เราคุ้นตามาจากรุ่นก่อนๆ ซึ่งมีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ กว้าง 169.5 x สูง 240 x หนา 7.5 มิลลิเมตร มีน้ำหนักรวมทั้งหมดโดยประมาณที่ 478 กรัม โดยวางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 3 สี คือ สีทอง, สีเทา และสีเงิน Space Gray

ในขณะที่ iPad Pro วางจำหน่ายด้วยกันสองขนาดหน้าจอคือ ขนาด 10.5 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว โดยทั้งสองรุ่นมีการปรับดีไซน์ให้มีขอบหน้าจอที่บางลง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับหน้าจอ ทำให้ขนาดตัวเครื่องไม่ขยับมากนัก ซึ่ง iPad Pro รุ่น 10.5 นิ้ว มีขนาดตัวเครื่อง กว้าง 250.5 x สูง 174.1 x หนา 6.1 มิลลิเมตร น้ำหนักรวม 477 กรัม ส่วน iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว มีขนาดตัวเครื่อง กว้าง 305.7 x สูง 220.6 x หนา 6.9 มิลลิเมตร น้ำหนักรวมอยู่ที่ 692 กรัม
จอและการแสดงผล

ด้านการแสดงผลและขนาดหน้าจอนั้น iPad 2018 จะมาพร้อมหน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล ในขณะที่ iPad Pro ทั้งสองรุ่นจะมีขนาดหน้าจอแสดงผลที่ต่างกันไปตามรุ่น คือ ขนาด 10.5 นิ้ว ความละเอียด 2224x1668 พิกเซล และ ขนาด 12.9 นิ้ว ความละเอียด 2732 x 2048 พิกเซล 
โดย iPad Pro ทั้งสองรุ่น จะมาพร้อมคุณสมบัติการแสดงผลที่เหมือนกัน คือ เป็นจอภาพแบบ Full Lamination มีเทคโนโลยี ProMotion ช่วยในการแสดงผล 3D หรือภาพเคลื่อนไหวให้สมจริง รวมทั้งยังมีการเคลือบสารกันสะท้อนแสงที่หน้าจอ ช่วยให้ใช้งานกลางแจ้งได้ดี และรองรับการแสดงผลของเม็ดสีภายใต้พื้นฐานขอบเขตสีแบบ P3 ที่ใช้ในวงการภาพยนตร์ โดยทั้งหมดนี้?... iPad 2018 ไม่มี!
การประมวลผล

มากันที่หัวใจในการทำงานของ iPad อย่างชิพประมวลผลกันบ้าง โดย iPad 2018 มีการปรับมาใช้ชิพประมวลผล Apple A10 Fusion (ตัวเดียวกับ iPhone 7 | 7 Plus) ให้ทำงานร่วมกับ Co-Processor Motion M10 ใส่ RAM มาให้ 2GB และมีหน่วยให้ความจำให้เลือกใช้เพียงสองขนาดคือ 32GB และ 128GB เท่านั้น ด้าน iPad Pro ทั้งสองรุ่นใส่ CPU รุ่นล่าสุดอย่าง Apple A10x Fusion ที่เป็น CPU ระดับ Laptop มาให้ ทำงานร่วมกับชิพ Co-Processor M10 และใส่ RAM มาให้ที่ 4GB และมีหน่วยความจำภายในให้เลือกกันทั้งหมด 3 รุ่น คือ 64GB, 256GB และ 512GB

ขอขอบคุณ Youtube จาก AppleInsider
จากการเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่า การทำงานทั่วไปในภาพรวมของ iPad Pro กับ iPad 2018 แทบจะไม่ต่างกันเลย แต่ถ้าหากลงลึกในระดับทำงานกราฟฟิก จุดนี้จะเห็นได้ชัด เพราะแน่นอนว่า วัตถุประสงค์การใช้งานของทั้งสองรุ่น แตกต่างกัน โดย iPad 2018 เน้นตอบโจทย์ด้านทำงานทั่วไป และใช้เรียนในห้องเรียนของน้องๆ นักเรียน นักศึกษา ส่วน iPad Pro ก็จะเป็นสำหรับวัยคนทำงานโดยเฉพาะ
กล้องถ่ายรูป

ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่เข้าถึงได้เร็ว จึงทำให้กล้องถ่ายรูปเป็นอีกสิ่งที่ควรถูกติดตั้งไว้บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วย เพื่อใช้ถ่ายภาพสำหรับทำงาน ดังนั้นแน่นอนว่าทั้ง iPad 2018 และ iPad Pro ต่างก็มีกล้องถ่ายรูปมาให้ในตัว
  • โดย iPad 2018 มาพร้อมกล้องถ่ายรูปความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F2.4) รองรับการบันทึกภาพวีดีโอความละเอียดสูงสุดที่ FullHD และกล้องหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล รองรับการบันทึกวีดีโอและ Live VDO ที่ความละเอียดระดับ HD (720P)
  • ด้าน iPad Pro เลือกใช้กล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F1.8) รองรับการบันทึกภาพวีดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 4K ส่วนกล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รองรับการบันทึกวีดีโอและ Live VDO ที่ความละเอียดระดับ FHD (1080P)
ฟีเจอร์อื่นๆ 

ภาพรวมของ iPad 2018 กับ iPad Pro ทั้งสองรุ่นนั้น มีความสามารถและมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ให้มาเหมือนกันเกือบทั้งหมด โดยมีจุดแตกต่างกันดังนี้
สิ่งที่ iPad Pro มี แต่ iPad 2018 ไม่มี
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในกล้องหลัง
  • ไฟแฟลชแบบ True tone 4 ดวง
  • รองรับคีย์บอร์ด Bluetooth Smart Keyboard
  • ลำโพงเสียงตัวเครื่อง 4 ตัว (iPad 2018 2 ตัว )
สิ่งที่ iPad 2018 มีเหมือน iPad Pro
  • รองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Pencil
  • Touch ID 
ราคาวางจำหน่าย
สำหรับ iPad 2018 วางจำหน่ายแล้ว ในราคาเริ่มต้น 11,500 บาท (สำหรับรุ่น 9.7 นิ้ว) ส่วนทางด้าน iPad Pro วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 24,500 บาท (สำหรับรุ่น 10.5 นิ้ว) โดยสามารถเลือกซื้อเป็นเจ้าของกันแล้ว
บทสรุป

เมื่อมองภาพรวมของ iPad 2018 กับ iPad Pro แล้ว ก็ต้องบอกว่า คงขึ้นอยู่กับความต้องการ และงบของผู้ใช้แต่ละคนซะมากกว่า จริงๆ ก็ต้องบอกถ้าเน้นใช้งานทั่วไป iPad 2018 ก็เพียงพอ และมีประสิทธิภาพที่ครอบคลุมแล้ว เพราะถ้าหากเรามองตามเป้าหมายทางการตลาดแล้ว 
สำหรับ iPad 2018 ทาง Apple ตั้งใจนำมาเจาะตลาดในกลุ่มระดับน้องๆ นักเรียน นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไป ที่มองหาอุปกรณ์สำหรับใช้งานเอกสาร หรืองานทั่วไปแทนการพกคอมพิวเตอร์หรือ Notebook ได้ ในขณะที่  iPad Pro ก็จะเน้นเข้าถึงกลุ่มคนในระดับวัยทำงานที่ต้องการอุปกรณ์สักอย่าง ที่สามารถใช้งานได้คล้ายหรือใกล้เคียงกับโน็ตบุ๊คในยามที่ต้องออกไปข้างนอก หรือใช้พกพาแทนได้
แก้ไขล่าสุด : 3 พ.ค. 61
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม