ค้นหา รถมอเตอร์ไซค์ใหม่ motorcycle
รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ : รีวิว ฮอนด้า CBR250RR ใหม่ สปอร์ตไลท์เวทกับการวิ่งถนน (Test Ride Review)

รีวิว ฮอนด้า CBR250RR ใหม่ สปอร์ตไลท์เวทกับการวิ่งถนน (Test Ride Review)

วันที่ : 31 ก.ค. 62
เข้าดูทั้งหมด: 4,233 คน

รีวิว ฮอนด้า CBR250RR ใหม่ สปอร์ตไลท์เวทกับการวิ่งถนน (Test Ride Review)
Honda CBR250RR หลังจากที่ทีมงาน MotorBikeGuru ได้เคยทดสอบขี่ CBR250RR ในสนามแข่งจริง อย่าง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กันไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หนนี้ได้โอกาสนำมาขี่จริงบนถนน เสมือนการใช้งานในชีวิตประจำวัน มาดูกันว่า สปอร์ตไลท์เวท งานเมดอินเจแปน ที่มีราคาค่าตัวไม่เกินสามแสนบาทจะตอบสนองขี่บนถนนเมืองไทยที่ไม่เหมือนที่ใดในโลกได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น

สเปคและจุดเด่น

Honda CBR250RR ขุมพลังความแรงจากญี่ปุ่นเป็นเครื่องยนต์พิกัด 249 ซีซี DOHC 4 วาล์ว 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 38 แรงม้า ที่ 12,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 23 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบต่อนาที ตัวเครื่องขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด ลงยางหน้าแบบทูปเลส 110 / 70R17, หลัง 140 / 70R17 โดยมีน้ำหนักตัว 168 กก. เบาะสูง 790 มม.








การเดินทางและสมรรถนะ

Honda CBR250RR หลังจากได้ทดลองขี่จริงในสนามแข่งมาแล้ว วึ่งตอนนั้นไม่คิดว่า CBR250RR จะตอบสนองการใช้งานในเมืองได้ดีดั่งใจเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ได้นำมาขี่จริงบนถนนก็ดูเหมือนจะเป็นการด่วนตัดสินใจสรุปเกินไป จึงทำให้เราลองนำสปอร์ตไบค์รหัสร้อน เมดอินเจแปน มาลองขี่ในเมืองให้รู้กัน 
หลังจากได้รับรถมาก็แทบไม่ต้องทำความรู้จักอะไรกันมาก เพราะคุ้นเคยกันมาพอสมควร แต่การขี่ครั้งนี้จะต่างไปจากครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง เพราะตัวแปรบนถนนทำให้การขี่นั้นไม่เหมือนในสนาม ผู้เขียนเริ่มจากวิ่งในเมืองย่านชิดลมมุ่งหน้าถนนแจ้งวัฒนะที่การจราจรช่วงกลางวันไม่หนาแน่นเท่าไหร่ โดยเริ่มกับโหมด Comfort ที่ไม่ได้ใช้เลยตอนทดสอบในสนาม หลังจากขี่มาหาที่เก็บภาพแถวโลคัลโรด ความรู้สึกกับโหมด Comfort คือ อดทนไว้ เป็นโหมดที่ชวนอึดอัดในการใช้งาน แม้จะต้องขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่นก็ตาม เดี๋ยวจะบอกให้อีกทีว่าโหมดนี้ควรใช้ตอนไหน ผู้เขียนขี่มากว่า 2 ชั่วโมงก็ทนไม่ไหวเปลี่ยนไปเป็นโหมด Sport แทน พร้อมเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปถนนพหลโยธินที่กำลังสร้างแนวรถไฟฟ้า นับเป็นการใช้งานเสมือนจริงแบบคนเมือง 
หลังจากวนเวียนขี่ไปตามเส้นพหลโยธินเก็บภาพไปเรื่อยๆ จนใกล้เย็นก็พอบอกความแตกต่างจากช่วงเช้าได้ว่าโหมด Sport ตอบสนองการใช้งานในเมืองได้อย่างยอดเยี่ยม การเปิดคันเร่งเพื่อออกตัวเป็นไปอย่างกระฉับกระเฉง ผสานกับความคล่องตัว น้ำหนักรถที่เบา ทำให้เลาะเลี้ยวไปตามจังหวะการเคลื่อนตัวได้อย่างใจ หรือช่วงที่ถนนมีจังหวะโล่งก็สามารถเร่งทำความเร็ว สนุกไปกับอัตราเร่งได้ทันที การขับเคลื่อนเกียร์ต่อเกียร์ CBR250RR ทำได้อย่างราบรื่น เมื่อวิ่งบนถนนหลวง นับเป็นความประทับใจปนแปลกใจไม่น้อย ส่วนโหมด Sport+ นั้นได้ลองช่วงสั้นๆ พอสรุปได้ว่าเหมาะกับการขี่ทางไกล เดินทางไปตามถนนเขาที่มีความคดเคี้ยวก็คงสนุกไม่น้อย สำหรับโหมด Comfort ที่เกริ่นไว้ว่าเหมาะสมกับการขี่ช่วงไหน สำหรับผู้เขียนมันเหมาะกับการขี่ชิลตอนเดินทางไกลแบบอยากสัมผัสธรรมชาติทั้งสองข้างทาง หรือไปเรื่อยๆ แบบขี่ไปคิดไป เป็นช่วงพักเบรกการเดินทางโดยที่ไม่ต้องหยุด
หลังจากนั้นได้ขี่กลับเข้าในเมืองเพื่อวิ่งกลางคืนเส้นทางคือ ถนนสีลม การเลาะเลี้ยวฝ่ารถติดช่วงหัวค่ำของสีลมด้วย CBR250RR เป็นงานที่ไม่ได้สร้างความลำบากใจเหมือนกับการขี่บิ๊กไบค์ และก็ไม่น่าเบื่อเหมือนมอเตอร์ไซด์คลาสเล็ก นอกจากนี้รูปลักษณ์ที่โดดเด่น สปอร์ตสวยงาม แถมยังสะดุดตาด้วยไฟหน้าคู่ส่องสว่างแบบฟูลแอลอีดี ทำให้เห็นรายละเอียดบนถนนด้านหน้าชัดเจน นอกจากนี้ดีไซน์ของตัวรถยังเรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้างให้หันมามองได้ จนถึงเวลาเกือบ 21.00 น. ผู้เขียนมาจอดแวะทานมื่อเย็นเหมือนคนเมืองทั่วไปและขี่กลับบ้านด้วยความพึงพอใจใน CBR250RR กว่าเดิม นับเป็นรถอีกรุ่นที่อยู่ในลิสต์มอเตอร์ไซด์ประทับใจของปี 2019 







บทสรุปและความคุ้มค่า

Honda CBR250RR เป็นที่ฮือฮานับตั้งแต่เปิดตัวเพราะเป็นมอเตอร์ไซด์สปอร์ตตัวแรงในคลาสไม่เกิน 300 ซีซี และนำเข้าจากญี่ปุ่น เปิดตัวด้วยราคา 249,000 บาท สามารถจับต้องเป็นเจ้าของได้ไม่ยากสำหรับหลายคน แต่ด้วยราคาที่เกินรุ่นพี่อย่าง CBR500R อยู่ราว 3 หมื่นบาท ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า จริงๆ ก็เปรียบเหมือนบุฟเฟ่ต์บางครั้ง เราอาจไม่จำเป็นต้องกินเยอะขนาดนั้น ขอเลือกกินที่อร่อยจริงๆ และอิ่มเหมือนกัน จ่ายเท่ากันหรือแพงกว่าหน่อยก็อาจมีความสุขมากกว่าด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับ CBR250RR ที่ทดสอบในสนามแข่งแล้วว่าให้ความสนุก และได้อารมณ์รถแข่งชัดเจนกว่าถ้าเทียบกับ CBR500R อีกทั้งเมื่อมาลองขี่บนถนนเสมือนการใช้งานจริงในครั้งนี้ก็รู้สึกได้ถึงความคล่องตัวและใช้งานง่าย ทั้งยังมีโหมดการขี่ให้เลือกได้ตามความชอบ ด้านเทคโนโลยีต่างๆ หลายจุดนำมาจากรุ่นพี่ราคาแพงอย่าง CBR1000R 
สรุป แค่มองรูปลักษณ์ภายนอกก็รู้สึกได้ถึงความพรีเมียมที่เหนือกว่ารถระดับเดียวกัน ด้วยรายละเอียดการประกอบ ตลอดจนวัสดุที่ใช้ตามมาตรฐานงานผลิตญี่ปุ่น และขุมเครื่องยนต์ที่ตอบรับการขี่ได้อย่างสนุกสนานทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ก็น่าจะทำให้หลายคนตัดสินใจอยากจะได้เจ้า CBR250RR มาไว้ในครอบครอง ถ้าคิดว่าต้องเช่าซื้อ เมื่อคำนวณสินเชื่อโดยกรุงศรี ออโต้ เพื่อเป็นแนวทางการซื้อ ลองใช้เงินดาวน์ราว 4 หมื่นปลาย ก็สามารถผ่อน 48 งวด ได้ที่ 4 พันกว่าบาทต่อเดือนเท่านั้น 
แก้ไขล่าสุด : 31 ก.ค. 62
โดย
:
ชลัคร ช่วยชู
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ล่าสุด