ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : รีวิว Mazda CX-8 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง นุ่มเงียบทุกแถว แบบ SUV แท้ๆ

รีวิว Mazda CX-8 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง นุ่มเงียบทุกแถว แบบ SUV แท้ๆ

วันที่ : 27 พ.ย. 62
เข้าดูทั้งหมด: 3,278 คน
รีวิว Mazda CX-8 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง นุ่มเงียบทุกแถว แบบ SUV แท้ๆ
ลองขับจริง เชียงราย-เชียงใหม่ รถยนต์ Mazda CX-8 รถอเนกประสงค์ SUV แท้ แบบเบาะ 3 แถว 6 และ 7 ที่นั่ง อัดแน่นเทคโนโลยี SKYACTIV และความปลอดภัย i-Activsense มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 แบบ ให้เลือกตามความชอบ คือ เบนซิน 4 สูบ 2.5 ลิตร 194 แรงม้า แรงบิด 258 นิวตันเมตร เกียร์ 6 จังหวะ และดีเซล 4 สูบ 2.2 ลิตร 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร เกียร์ 6 จังหวะ ขับเคลื่อน 2 ล้อ และในรุ่นท็อปสุด 2.2 XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D AWD ขับเคลื่อน 4 ล้อ และ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) และเป็น "Global Platform" เหมือนกันทั่วโลก


ทีมงานเช็คราคา.คอม ได้สัมผัสกับ Mazda CX-8 พร้อมกับสื่อมวลชนอีกกว่า 40 คน รถยนต์ Mazda CX-8 2.5 SP 5 คัน XDL 2 คัน และ XDL EXCLUSIVE 3 คัน รวม 10 คัน จึงอาจได้ลองขับเพียง 1 รุ่นเท่านั้น นั่นก็คือ 2.5 SP ตัวท็อปสุดของเบนซินบนเส้นทางเชียงราย-เชียงใหม่ ระยะทางราวๆ 300 กิโลเมตร พอจับความรู้สึกได้บ้าง แต่ที่แน่ๆ ได้ลองนั่งเบาะครบทุกแถว!
Mazda CX-8 2.5 SP อัตราเร่งไหลลื่น ออกตัวฉับไว เร่งแซงรอรอบนิดๆ

Mazda CX-8 ที่ได้ลองขับนั้นมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร แบบไม่มีระบบเทอร์โบ แต่ก็ให้กำลังที่เกินพอสำหรับรถครอบครัวที่ใช้เดินทางไปท่องเที่ยวกันแบบครบทั้งบ้าน โดยรถที่มีลักษณะเป็น Premium SUV มักไม่เน้นสมรรถนะการขับขี่แบบ "รถสปอร์ต" กำลัง 194 แรงม้าและแรงบิด 258 นิวตันเมตรกับเกียร์ 6 จังหวะ จึงนับว่าเกินพอสำหรับการใช้งานแล้ว 

Mazda CX-8 ใหม่นี้ถูกพัฒนาจากแพลตฟอร์ม CX-9 ผสานเทคโนโลยีโครงสร้างทันสมัยจาก CX-5 ใหม่เข้าด้วยกันจึงออกมาเป็น CX-8 เอ๊ะ งง.. เป็นเพราะ CX-8 รุ่นก่อนหน้านี้มีจำหน่ายมานานแล้วในแถบยุโรปและอเมริกา เมื่อถึงเวลาออกรุ่นใหม่จึงจับของดีๆ มาใส่เอาไว้ และที่สำคัญคนไทยได้ใช้ด้วย

Mazda CX-8 มีมิติตัวรถ กว้าง 4,900 x ยาว 1,840 x สูง 1,730 ฐานล้อ 2,930 ใต้ท้อง 200 (มม.) นับว่ายาวกว่ารถอเนกประสงค์ PPV ด้วยซ้ำหรือเกือบเท่ารถปิคอัพ!! แต่มีความกว้างเท่าๆ กันกับ CX-5 ทำให้แม้ยาวแต่คล่องตัว และยังขับง่ายจากการเซตระบบคันเร่ง พวงมาลัยและเบรกที่ลงตัว ขับรอบเดียวคล่อง 



ในทริปนี้มีสื่อนั่งในรถ 4 คนต่อ 1 คัน พร้อมสัมภาระเล็กน้อย ใกล้เคียงการใช้งานแบบเดินทางจริงๆ CX-8 ดูเหมือนจะไม่โดดเด่นเรื่องของพละกำลัง แต่เมื่อได้ลองอัตราเร่งตอนออกตัวนั้นกลับน่าประทับใจ เพราะว่าสามารถเร่งไต่ระดับได้ดีเกินคาด จากตัวรถที่หนักราวๆ 1,800 - 1,900 กิโลกรัม แต่กลับออกตัวได้ไม่ต่างจากรถเก๋งทั่วไป 


เมื่อเข้ามาในตำแหน่งคนขับเรียกว่าแทบจะยกจุดเด่นจาก CX-5 มาครบๆ ทั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น มีปุ่มระบบความเร็วแบบแปรผันและปุ่มตั้งระยะห่าง พร้อมยังโชว์ผ่าน Head-up Display สะท้อนบนกระจกบังลมหน้าเห็นชัดเจนและบนมาตรวัด ใน CX-8 ไม่มี Paddle Shift บนพวงมาลัยแต่มีให้ที่ตำแหน่งเกียร์โดยการผลักเข้าหาตัวและดันขึ้นลบ/ลงบวก ก็เล่นเกียร์ได้สนุกสนานขึ้นอีก

ช่วงเร่งแซงที่ความเร็วระดับกลางๆ ที่ 60 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังคงทำได้ดีต่อเนื่อง แต่เมื่อถึงความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและจะเร่งแซงจะมีอาการรอรอบอยู่บ้างเล็กน้อย ก่อนที่จะไต่ระดับขึ้นไป แต่ในระบบเกียร์นั้นทำได้ดี เปลี่ยนฉับไว ทั้งเร่งคิกดาวน์หรือชะลอความเร็วระบบเกียร์ก็จะปรับเปลี่ยนได้อย่างเหมาะสมมากๆ เรียกว่าได้เกียร์ที่ฉลาดกับเครื่องยนต์ที่มีกำลังเพียงพอใช้งานต่อการเดินทางแล้ว    

ระบบช่วงล่างนับเป็นจุดเด่นกว่าใครในรถระดับเดียวกัน ด้วยการใช้ตัวถังและแฟลตฟอร์มที่พัฒนาจาก CX-9 และใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก CX-5 รวมกันจนทำออกมาได้ดี ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังมัลติลิงค์ จึงทำให้การเข้าโค้งในความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในรถสไตล์ SUV นั้น เนียนและเกาะถนนดีมากกว่าระดับเดียวกัน ให้ความเงียบและนุ่มนวลเหมือนกับ CX-5 และ Mazda 3 นั่นเอง แต่ก็ยังมีเรื่องของน้ำหนักพวงมาลัยที่เมื่อขับขี่ความเร็วสูงๆ มีความ "ไว" มากไปทำให้ต้องจับแน่นขึ้นและระวังในการโยกเปลี่ยนช่องทางให้นิ่มนวล แต่ที่ความเร็วต่ำควบคุมง่ายแม้ผู้หญิงขับก็สบายๆ ครับ


ระบบเบรกไว้ใจได้และมาพร้อมกับความสะดวกสบาย เช่น ครุซคอนโทรลแบบแปรผันตามความเร็วรถคันหน้าทั้งเร่งและช่วยชะลอเบรกให้เสร็จสรรพ ที่สำคัญเมื่อระบบนี้ต้องลดความเร็วลงตามคันหน้าก็สามารถเบรกได้อย่างนุ่มนวล ไม่เบรกจนคนนั่งต้องหัวทิ่ม และมีกล้องมองรอบคัน 360 องศา ทำให้จอดได้คล่องตัวขึ้นเยอะ  

ทดลองนั่งทุกเบาะ แถว 2 ดีสุด แถว 3 นั่งได้เพราะตัวเบาะดี

ภายในเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าโดยฝั่งคนขับมีระบบเมโมรี่ 2 ตำแหน่ง นั่งสบายกระชับตัวดีมาก ต่อมาก็ต้องมาลองนั่งให้ครบทุกแถวโดยเริ่มจากการนั่งแถว 3 ก่อนเลย เพราะรถรุ่นนี้เน้นที่เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่งที่ให้พื้นที่กว้างกว่ารถระดับเดียวกับหลายรุ่น การเข้าออกเบาะแถว 3 นั้น เพียงโยกตัวปรับที่พนักพิงเบาะก็จะพับและเลื่อนไปด้านหน้า เปิดทางให้ปีนเข้าไปได้ ด้วยระดับความสูงของรถที่ไม่สูงนักจึงทำให้การก้าวขึ้น-ลงตรงนี้ไม่ลำบาก แต่ช่องทางเข้าก็ยังถือว่า "แคบ" สำหรับคนตัวใหญ่อย่างทีมงานเช็คราคาที่สูง 176 เซ็นติเมตร และน้ำหนัก... (ไม่ต้องพูดถึง)


เบาะแถว 3 นั้น กว้างขวางแต่ก็ไม่ถึงกับเทียบเท่าแถวที่ 2 แต่เมื่อต้องนั่งเดินทางก็ไม่มีปัญหานักแม้จะออกแบบมาให้สำหรับคนสูงไม่เกิน 170 เซ็นติเมตร แต่ยังนั่งได้สบาย เพราะว่าตัววัสดุเบาะที่รองรับใช้หนัง "Nappa" ทำให้รองรับท่านั่งได้สบายตัวไม่แข็ง ส่วนพื้นที่วางขานั้น หากต้องนั่งจริงๆ ควรเลื่อนเบาะแถว 2 ไปด้านหน้าเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว มีเพียงส่วนพื้นที่เหนือศรีษะที่ติดเพดานหากนั่งแบบหลังตรงแนบกับเบาะพิง จึงต้องไหลตัวลงมาแบบหลังไม่ติดพนักพิง ก็สามารถนั่งได้ไม่ติดเพดานแล้ว


เรื่องความนุ่มนวลนับว่า "ผ่านครับ" ไม่ดีด ไม่โยน ไม่โคลงเคลงเท่ารถอเนกประสงค์ที่เป็นแบบ PPV เพราะโครงสร้างที่แตกต่างกันสิ้นเชิง แม้หลังคาจะลาดเอียงลงมาจนติดหัวและระดับหัวเข่าที่สูงไปซักเล็กน้อย แต่ได้ความนุ่มสบายขณะเดินทางก็นับว่าทดแทนกันได้ 

เบาะแถวที่ 3 นี้ติดอยู่เรื่องเดียวเท่านั้น!! ขอแอร์หลังแบบอยู่เพดานหรือด้านข้างก็ได้ เพราะช่องแอร์สำหรับแถว 3 มีเพียงช่องเป่าลมใต้เบาะที่นั่งแถว 2 และต้องเลือกปรับการเป่าลมแบบเป่าพื้นจากชุดควบคุมแถวที่ 2 ดังนั้นลมเย็นก็จะผ่านจากเท้าคนนั่งแถวที่ 3 ขึ้นมา หากจอดตากแดดนานๆ คงต้องเปิดความเย็นสักพักใหญ่ก่อนจะขึ้นไปนั่งได้ แต่คงไม่มีใครซื้อไปแล้วนั่ง 7 ที่นั่งทุกวันจริงไหมครับ..?
มาถึงส่วนเบาะแถวที่ 2 นับเป็นตำแหน่ง "สบายมากที่สุดใน 3 แถวนี้เลย" เพราะว่าได้ทั้งกว้าง โปร่ง สบาย นุ่มนวลและเป็นจุดที่เงียบที่สุด แอร์เย็นที่สุดอีกด้วย และท้ายสุดที่เก็บสัมภาระหากไม่มีใครนั่งแถวที่ 3 ก็พับแบนราบเพิ่มพื้นที่ได้มากขึ้น และมาพร้อมประตูท้ายไฟฟ้าแต่ยังไม่มีระบบ "แฮนด์ฟรี"


ระบบความบันเทิงครบถ้วน

จากความบันเทิงในรุ่นเบนซิน 2.5 SP เป็นแบบธรรมดาพร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง รองรับการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่าน Center Display จอสีแบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander แต่ว่าให้เสียงที่ใสหนักแน่นครบทุกย่านความถี่นับว่าเพียงพอสำหรับการฟังเพลงในการเดินทางแล้ว 


สำหรับทริปนี้ไม่มีโอกาสทดลองขับเจ้า CX-8 รุ่นท็อปเครื่องดีเซลเทอร์โบ เนื่องจากสลับคนขับในรถคันเดียวกันก็จบทริปซะแล้ว จึงไม่ได้สลับรถ แต่ขอบอกว่าในรุ่นท็อปสุดที่ใช้ชื่อว่า EXCLUSIVE แบบ 6 ที่นั่งนั้น เบาะแถวที่ 2 มาแบบ "แยกส่วน" และ "Captain Seat" หรูหรามากขึ้น พร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ i-ACTIV AWD 



และในรุ่น EXCLUSIVE นี้เพิ่มระบบความปลอดภัย i-ACTIVSENSE เช่น ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเสียงคุณภาพ Bose รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง 

นอกจากนี้ระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่ให้ในทุกรุ่นย่อย เช่น ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360 View Monitor), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Mazda Radar Cruise Control) อีกทั้งยังช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ขณะเดินทางไกล, ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support) และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced Smart City Brake Support) ที่ได้เพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับคนเดินถนน 

Mazda CX-8 2.5 SP 7 Seat
สมรรถนะการขับขี่เครื่องเบนซิน 2.5 ไม่มีเทอร์โบ 194 แรงม้า แรงบิด 258 นิวตันเมตร 6 สปีด อัตราเร่งออกตัวดีมาก การแซงมีรอรอบแต่ไม่นานนัก ขึ้นอยู่กับระดับความเร็ว ณ ขณะเร่งแซง การควบคุมแม่นยำ 
ระบบความปลอดภัยครบท้ัง G-vectoring Control ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แปรผันตามคันหน้า กล้อง 360 องศา เป็นต้น ช่วงล่างดีมากพอๆ กับ CX-5 นุ่มนวล แน่นหนึบ มีกระเด้งบ้างบางจังหวะถนนไม่เรียบ
วัสดุเบาะดีมากนุ่มนวลรองรับสรีระได้ดี คอนโซลใช้วัสดุนุ่มมือ และแผงตกแต่งลายไม้อย่างดีและห้องโดยสาร "เงียบ" เทียบเท่ารถยุโรป
เบาะแถว 2 นั่งสบายสุด กว้างขวาง เอนเบาะได้ระดับหนึ่งพอหลับได้ เบาแถว 3 นั่งได้มีพื้นที่ขาแบบพอดี ต้องเลื่อนแถว 2 ไปแบบเผื่อๆ จะยิ่งกว้างขึ้น แต่ระบบแอร์มีแค่ใต้เบาะแถว 2 เป่าออกมา ยังไม่มีแอร์ที่เป่าตรงๆ ในแถว 3 ส่วนหัวสูงเกิน 170 ซม. หัวจะติดเพดานหน่อยๆ ต้องนั่งแบบตัวไหลๆ ไปด้านหน้า จะนั่งได้สบายกว่า 
รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ระดับพรีเมี่ยมทั้งสมรรถนะ วัสดุงานประกอบ ความสะดวกสบายภายใน และที่สำคัญเป็น SUV แท้ๆ ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ไซต์ใหญ่ขนาดนี้ในไทยยังไม่มีใครนำมาขาย คุ้มสุดๆ ไปเลย "พ่อบ้านอยากได้ แม่บ้านอยากขับ ลูกก็อยากนั่ง" CX-8 2.5 SP ราคา 1,699,000 บาท
All-New Mazda CX-8
แก้ไขล่าสุด : 27 พ.ย. 62
โดย
:
สินธนุ จำปีศรี
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด