ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : ฮอนด้า - รีวิว เปรียบเทียบ Honda Civic, Mazda 3 และ Toyota Altis 3 รถยนต์นั่งยอดฮิต คันไหนโดนใจคุณ!

รีวิว เปรียบเทียบ Honda Civic, Mazda 3 และ Toyota Altis 3 รถยนต์นั่งยอดฮิต คันไหนโดนใจคุณ!

วันที่ : 22 ต.ค. 62
เข้าดูทั้งหมด: 37,806 คน

รีวิว เปรียบเทียบ Honda Civic, Mazda 3 และ Toyota Altis 3 รถยนต์นั่งยอดฮิต คันไหนโดนใจคุณ!

ใครที่รู้ตัวตนว่าเป็นคนที่ซื้อรถนอกจากจะดูเรื่องความคุ้มค่า และออฟชั่นที่เยอะแบบสุดๆ แต่สิ่งสำคัญที่เป็นช้อยส์หลักคือดีไซน์ภายนอกต้องโฉบเฉี่ยวและดูสปอร์ต ขับไปที่ไหนใครเห็นเป็นต้องเหลียว นั่นคือคุณมีรสนิยมที่ดี หรือถ้าจะให้เทียบเป็นผู้ชายก็คงเป็นชายวัยทำงานมาดเข้ม ชอบกิจกรรม แถมยังรักสนุก และไม่ยอมแก่แน่ๆ 

ช้อยส์ที่เลือกเราได้คัดหน้าตาและออพชั่นที่ครบองค์ มาจากกองประกวด (เช็คราคา) นั่นคือ Honda Civic, Toyota Altis และ Mazda 3 ซึ่งแต่ละคันเป็นรถยนต์นั่งเซกเม้นท์เดียวกันและเป็นรุ่นยอดฮิตตลอดกาล ทั้ง 3 รุ่น ถูกผลิตออกมาแล้วหลายเจเนอเรชั่น และปี 2019 ทั้ง 3 ก็ยกขบวนปรับดีไซน์ และเพิ่มความทันสมัยกับออพชั่นแบบจุกๆ ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป มีเอกลักษณ์ของตัวเองที่เป็นตัวเรียกความสนใจให้กับกลุ่มที่กำลังมองหาพาหนะที่ถูกตา ถูกสไตล์ และใช้งานได้คุ้มค่า มาดูกันว่า 3 รุ่นนี้มีอะไรเด่นๆ โดยเราจะมาวัดรุ่น Top ทั้ง 3 ค่าย 

Honda Civic รุ่น Turbo RS ราคา 1,219,000 บาท

Honda Civic รุ่น Turbo RS ท๊อปสุดจากค่าย H แดง เป็นเจนเนอร์เรชั่นที่ 10 และได้กระแสตอบรับจากกลุ่มลูกค้าดีพอสมควร แม้เครื่องยนต์รุ่น Top จะเพียงแค่ 1.5 (รุ่น EL และ E เครื่องยนต์ 1.8) แต่ให้เครื่อง VTEC Turbo พละกำลังเหลือเฟือในการใช้งาน และเด่นเรื่องดีไซน์ความสปอร์ต ทั้งฟังก์ชั่นภายใน และระบบความปลอดภัยก็ถือว่ามีครบ แม้จะไม่ใหม่แกะกล่องเท่าอีก 2 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ แต่ยอดขายของเจ้า Honda Civic ก็ไม่เคยตก 

ดีไซน์ภายนอก : ในเรื่องดีไซน์ค่ายนี้ไม่เคยน้อยหน้า เพราะออกแบบถูกตาต้องใจกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานที่ยังเฟี้ยวฟ้าว และสำหรับรุ่นท็อปสุด Honda Civic Turbo RS ที่มาพร้อมชุดแต่ง RS เซทพรีเมียม กันชนและกระจังหน้ามีเคริฟ พร้อมโคมไฟหน้าดีไซน์สปอร์ตแบบ LED  ล้ออัลลอย 17 นิ้ว กันชนหลังตกแต่งโครเมียม ไฟท้ายรูปตัว C สัญลักษณ์ที่โดดเด่นเห็นแต่ไกลต้องใช่แน่ๆ (Honda Civic) บอดี้ตัวฐานรถที่ขยายเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสาร แต่ลู่ลมให้รับกับดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อความสปอร์ตและพร้อมจะทะยานตัว มีกล้องข้างกระจกแสดงผลมุมอับสายตา

ดีไซน์ภายใน : ใครที่ชอบห้องโดยสารกว้างๆ นั่งสบายยิ่งตัวใหญ่ขายาว ขอบอกว่าการออกแบบภายในของ Honda Civic Turbo RS แม้รูปทรงจะออกสปอร์ต แต่ Space กับการขยายฐานล้อให้กว้างขึ้นกว่ารุ่นก่อน ก็ยิ่งตอกย้ำความคุ้มค่าที่ได้มาครอบครอง ในห้องโดยสารของ Honda Civic Turbo RS ความสปอร์ตที่มาพร้อม Speed & Space 

โดยเฉพาะด้านหลัง คนตัวใหญ่ก็ไม่รู้สึกอึดอัด เบาะนั่งคู่หน้าคนขับโอบกระชับให้อารมณ์การขับเหมือนอยู่สนามแข่ง เบาะหนังเย็บด้วยด้ายแดง พร้อมวัสดุคุณภาพระดับพรีเมี่ยมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นน้ำหนักเบาควบคุมง่าย เครื่องเสียงหน้าจอทัชกรีน 7 นิ้ว พร้อมลำโพง 8 จุด และมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ใส่ของกันแบบจุกๆ ไปเลยทีเดียว

เครื่องยนต์และระบบความปลอดภัย: สำหรับ Honda Civic รุ่น Turbo RS ความสปอร์ตที่ไม่ได้แรงแค่ดีไซน์ แต่แรงถึงเครื่องยนต์ และประหยัดกับเครื่องยนต์ขนาด 1.5L VTEC TURBO 173 แรงม้า สมรรถนะเทียบเท่ากับเครื่อง 2.4L แต่อัตราประหยัดน้ำมันเท่าเครื่อง 1.8L เกียร์อัติโนมัติ CVT เห็นเป็นสปอร์ตแต่มีการเซ็ทช่วงล่างให้นิ่มนวลทุกการขับขี่ เกาะถนน มี ECON Mode ลดการใช้พลังงานในเครื่องยนต์

และที่สำคัญความสปอร์ตต้องมาพร้อมความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยี Honda SENSING  ที่มีกล้องหน้าทำงานร่วมกับเรดาร์ มีระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนน พร้อมระบบช่วยเบรก CMBS (Collision Mitigation Braking System), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ LKAS (Lane Keeping Assist System) หรือจะเป็นระบบ ACC with LSF (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ และมีรีโมท Engine Start สตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดแอร์ที่รีโมทได้อีกด้วย ฯลฯ


สำหรับราคา Honda Civic

MAZDA 3  รุ่น SP ราคา 1,198,000 บาท

อีก 1 แบรนด์ที่ส่งตัวแทนลงประชันคือใน เจเนอเรชั่นที่ 7 และปล่อยออกมา 2 แบบ คือแบบซีดานและแฮตช์แบ็ก ล่าสุดกับการเปลี่ยนใหม่หมดของเจ้า Mazda 3 เครื่องยนต์ SKYACTIV 2.0 ที่ออกมาบ่งบอกเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้ชัดเจน กับดีไซน์ KODO แบบ Vision Coupe ตอบโจทย์คนที่ชอบความเรียบหรู แต่แฝงความสปอร์ต 

ดีไซน์ภายนอก : ในรุ่นท๊อปสุด Mazda 3 รุ่น SP จุดเด่นที่เห็นชัดคือกระจังหน้าขนาดใหญ่รับกับกันชนที่เนียนสมูท มาพร้อมไฟหน้า LED ที่บางเฉียบ ด้านท้ายยังคงมีความสปอร์ตด้วยสปอย์เลอร์ที่ติดกับด้านหลัง ไฟท้าย LED ดวงตาคู่รับกับทรวงทรงตัวถังที่ออกแบบมาให้ลู่ลม เรียบ ดูหรู พร้อมท่อไอเสียคู่ เพิ่มความสปอร์ตไปอีกขั้น

ดีไซน์ภายใน: สำหรับภายใน Mazda3 กับออพชั่นความทันสมัย แฝงเทคโนโลยีสุดล้ำ แผงหน้าปัดและมาตรวัดดิจิตอลแบบ TFT LCD หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า การเชื่อมต่อสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วย Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay จอ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander

แต่หลายคนอาจจะต้องขัดใจตรงพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังที่แคบไปสักนิดเพราะผลิตให้บั้นท้ายดูสปอร์ต แต่ถ้าดูจากออพชั่นและการนั่งขับปรับกับเบาะคู่หน้าที่ปรับได้ 10 ทิศทาง ก็เฉลี่ยกันไป

เครื่องยนต์และระบบความปลอดภัย:  มาสด้า3 ใหม่ รุ่นนี้ยังใช้เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเช่นเดิมเพิ่มคือ การปรับจูนใหม่ เครื่องยนต์เบนซินสกายแอคทีฟ 4 สูบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6AT มาพร้อมช่วงล่างโครงสร้างใหม่แบบทอร์ชั่นบีมแต่เป็นลักษณ์กึ่งอิสระ มีระบบความปลอดภัยไม่น้อยหน้าเช่นกัน เช่น ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus ให้ดีขึ้น เทคโนโลยีความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360 View Monitor)

ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane Keep Assist System) ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse) ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support) ที่สามารถควบคุมความเร็วของรถ ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ได้

มาสด้า3 ใหม่ มี 3 รุ่นย่อยสำหรับรุ่น Sedan คือ

Toyota Corolla Altis รุ่น Hybrid High ราคา 1,099,000.-

เปิดตัวมาเป็นเจเนอร์เรชั่นที่ 12 สำหรับ Toyota Corolla Altis แต่เจ้านี้ไม่เน้นความสปอร์ตแต่ออกแบบใหม่ให้ดูเรียบหรู ภูมิฐาน เน้นใช้งานในชีวิตประจำวันหรือเป็นรถครอบครัว อาจจะเน้นตอบโจทย์กลุ่มแม่บ้าน หรือคนวัยทำงานที่พร้อมสร้างฐานะ แต่ที่แน่ๆ กินขาดในเรื่องประหยัดน้ำมัน เพราะจัด Hybrid สวมคู่มากับเครื่องยนต์ ให้เลือกกันถึง 3 รุ่นย่อย 

ดีไซน์ภายนอก : โฉบเฉี่ยวตั้งแต่ไฟคู่หน้า LED พร้อมไฟเดย์ ไทม์ รับกระจังหน้าแบบใหม่ ดวงตารุ่นไฮบริดมีเส้นสายสีฟ้าข้างใน บ่งบอกเอกลักษณ์ ด้านหน้าช่วงฝากระโปรงต่ำลง ด้านท้าย LED Rear Lamps รับกับบั้นท้ายท้วมโด่งให้ดูลู่ลม ออกแนวลักชูรี่ มีราคา แฝงความสปอร์ตนิดๆ แต่หากติดชุดแต่งเพิ่มเข้าไปก็จะได้ในอีกคาแรคเตอร์  

ดีไซน์ภายใน: แน่นอนว่านอกจากเครื่องยนต์ที่พัฒนาเป็นรุ่นไฮบริด ภายในก็มีการปรับเปลี่ยนแล้วเพิ่มออพชั่นทั้งไฟ Head Up Display แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้ารถ (มีครั้งแรกของรุ่น)  Push Start จอแสดงผล 7 นิ้ว จอสีแบบดิจิตอล 

เครื่องเสียงเป็นหน้าจอทัชสกรีน 8 นิ้ว มี Navigator และยังมี Wifi ให้เชื่อมต่อเล่นในรถ และมีม่านบังแดดกระจกหลังเหมือนแคมรี่พร้อมแอร์ปรับอากาศด้านหลัง เบาะนั่งแบ่งโซนโอบกระชับคนนั่ง ปรับเบาะไฟฟ้าได้ทั้ง 2 ข้าง และมีแท่นชารจ์ไฟไร้สายใต้เครื่องเสียง

เครื่องยนต์และระบบความปลอดภัย: Toyota Corolla Altis รุ่นนี้ทำเครื่องยนต์มา 2 แบบคือ 1.6 และ 1.8 (รุ่น Hybrid และ GR) ใช้เกียร์เป็นแบบ E-CVT (Hybrid) พวงมาลัยน้ำหนักเบา ช่วงล่างปรับเซ็ทใหม่เป็น Double Wishbone Suspension อิสระปีกนกคู่ ให้เกาะถนนกว่าเดิมและควบคุมรถได้ขึ้นหากเสียการทรงตัว

บวกกับเทคโนโลยี TNGA ของทางโตโยต้าที่เริ่มจับใช้ตั้งแต่ CH-R ก็จับมายัดไว้ให้ใน Corolla Altis เจนนี้ ในเรื่องระบบความปลอดภัย Corolla Altis เจนฯ นี้ ก็จับยัดมาให้ไม่น้อยหน้า เช่น Adaptive Cruise Control ขับตามคันหน้าเซ็ทค่าได้แม้กระทั่งรถหยุดหรือความเร็วต่ำ, มีระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจก, ระบบ VSC (Vehicle Stability Control) ควบคุมการทรงตัว, ระบบแจ้งเตือนลมยางผิดปกติ (Tire Pressure Monitoring System) แสดงที่หน้าจอ พร้อมถุงลม 7 ตำแหน่ง อีกด้วย ฯลฯ

Toyota Corolla Altis มี 6 รุ่น

สรุปทั้ง 3 รุ่น

หากคุณเป็นคนที่ชอบรถเครื่อง 1.5 เทอร์โบ ไม่มากไม่มาย แต่ออพชั่นแน่น ขับได้ฟิลลิ่งสปอร์ต และประหยัดน้ำมัน พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารกว้าง ซึ่งตอบโจทย์วัยทำงาน และเพื่อนเยอะต้องการความเร้าใจ ชอบทำกิจกรรม ถ้าหารถตอบโจทย์แบบนี้ก็จัด Honda Civic รุ่น Turbo RS ที่มาพร้อมเซทชุดแต่งพรีเมี่ยม แต่งเพิ่มก็หล่อ ไม่เพิ่มก็ดูดี และระบบความปลอดภัยก็มีครบ
แต่ถ้าชอบหรูหรา ดูดี เรียบๆ แบบไฮคลาส  ฟิลลิ่งสปอร์ตจ๋า ช่วงล่างนุ่มแน่น เหยียบมันเน้นใช้งานช่วงล่างเป็นหลัก ออพชั่นเด่นไม่แพ้กัน แต่ห้องโดยสารอาจขัดใจไปนิด (แต่ Never mind ) เครื่อง 2.0 ก็จัด มาสด้า 3 SP ไปหล่อๆ 
แต่ถ้าชอบเน้นใช้ไม่ขับซิ่ง ไปแบบนุ่มนวลประหยัดน้ำมันสุดๆ เพราะเป็น ไฮบริด หรูหราลักชูรี่ในราคารถตลาด ห้องโดยสารเงียบ ก็จัด Toyota Corolla Altis รุ่น Hybrid High เครื่อง 1.8 กำลังดี แต่จะออกแนวผู้ใหญ่ใช้งาน หล่อหรูตามพรีเซนเตอร์

ทั้งหมดก็อยู่ที่ความชอบส่วนบุคคลและการใช้งานเป็นหลัก เพราะรถก็เหมือนคนในครอบครัวและมีมูลค่าหากคุณซื้อมาแล้วกต้องดูแลรักษา ถึงเวลาก็ต้องปรับเปลี่ยนอะไหล่ ดูแลเหมือนคนใกล้ชิด จะได้อยู่คู่กันไปอีกยาวนาน
แก้ไขล่าสุด : 22 ต.ค. 62
โดย
:
ศุภินทรา รุกขสุวรรณ
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด