ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : NIDE : Go Anywhere วัดใจ นิสสัน 3 รุ่นใหม่ กว่า 3,000 กม. (กรุงเทพฯ-เมียนมาร์)

NIDE : Go Anywhere วัดใจ นิสสัน 3 รุ่นใหม่ กว่า 3,000 กม. (กรุงเทพฯ-เมียนมาร์)

วันที่ : 9 พ.ค. 62
เข้าดูทั้งหมด: 3,957 คน

ขับลุยกว่า 3,000 กม. วัดใจ! นิสสัน เอ็กซ์เทรล, เทอร์ร่า และนาวาร่า แบล็ค อิดิชั่น (กรุงเทพฯ-เมียนมาร์)
นิสสัน ประเทศไทย เชิญสื่อมวลชนร่วมขบวนทดสอบขับขี่วัดใจกับรถยนต์ 3 รุ่น เป็นเวลา 11 วัน 10 คืน บนเส้นทางที่มีระยะทางรวมทั้งหมดกว่า 3,000 กม. ทั่วประเทศเมียนมาร์ ในกิจกรรมที่จัดขึ้นด้วยแนวคิด "Nissan Intelligent Driving Experience (NIDE) Go Anywhere" เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของรถกระบะอัจฉริยะอย่าง นาวารา แบล็ค เอดิชั่น ปี 2019 ใหม่ รถเอสยูวีอัจฉริยะสำหรับชีวิตในเมือง อย่าง เอ็กซ์เทรล ใหม่ และ เทอร์ร่า ใหม่ รถอเนกประสงค์อัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซี

กิจกรรมทดสอบขับขี่ภายใต้กิจกรรม NIDE Go Anywhere และยังเป็นครั้งแรกที่เป็นการเดินทางกันแบบคาราวานจากภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือของประเทศเมียนมาร์ ประสบการณ์การเดินทางที่นิสสันประเทศไทย จัดมาแบบครบรสกันทั้ง 3 กรุ๊ป (ทีมงานเช็คราคา เดินทางกรุ๊ปที่ 3  4 คืน 5 วัน  มัณฑะเลย์ - ทะเลสาบอินเล - เมืองน้ำจ๋าง - เมืองเชียงตุง- ท่าขี้เหล็ก จ.เชียงราย) ได้ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์นิสสันทั้ง 3 รุ่นแบบเต็มรูปแบบ ได้ลองขับกันทุกสภาพถนนในประเทศเมียนมาร์ ทั้งร้อน ทั้งฝุ่น ซ้ายเหว ขวาเขา กับการเดินทางครั้งนี้ที่ทีมงานของเราบอกเลยว่าประทับใจกับบททดสอบนี้แบบสุดๆ

ทำความรู้จัก นิสสัน เทียร์ร่า น้องใหม่ไซส์ SUV
ก่อนที่จะพาทุกท่านเดินทางเที่ยวพม่า 4 คืน 5 วัน เราขอพามารู้จักกับรถยนต์ นิสสัน เทอร์ร่า กันให้ดียิ่งขึ้น นิสสัน เทอร์ร่า SUV น้องใหม่ โดดเด่นด้วยช่วงล่างหลังแบบ 5 ลิ้งก์ และเทคโนโลยี ความสะดวกสบายครบครัน 

ความพิเศษของเทอร์ร่า อยู่ที่ เป็น SUV ที่ถูกถ่ายทอด DNA มาจากรุ่นในตำนานอย่าง เพโทรล (Patrol) เทอร์ร่า ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหม่ 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ 7 สปีด 190 แรงม้า และมีแรงบิดสูงถึง 450 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 พร้อมระบบล๊อกไฟฟ้าเพื่อใช้งานตามสถาพถนน 

ระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบ 5 ลิ้งค์ ช่วยลดอาการโคลงของตัวรถ หรือ Body Rolling ด้วยรูปทรงสไตล์ SUV วิสัยทัศน์ในการมองรอบคันอาจเป็นอุปสรรคสำหรับใครหลายคน แต่! เทอร์ร่ามีกล้องอัจฉริยะมองรถรอบทิศทางที่กระจกมองหลัง สามารถปรับมองได้ทั้งด้านหน้า รอบๆ คัน หรือมองรถทางด้านหลังได้ 



มีเทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อมีวัตถุอยู่ในจุดอับสายตา และเทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกเลน เบาะหลังพับได้เพียงกดปุ่มตรงคอนโซลกลางข้างล่างเกียร์ และที่ชอบที่สุด ก็คือระบบครูซ คอนโทรล ที่กดปุ่มเปิด-ปิดได้ง่ายๆ และเซท หรือลดความเร็วได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสตรงพวงมาลัย ขับสบายๆ ไม่ต้องใช้เท้ากดคันเร่งให้เมื่อย... ที่นั่งด้ายหลังมีแอร์ปรับแยก และบนเพดาน พร้อมจอให้ดูหนังฟังเพลงเพลินๆ อีกด้วย


เทอร์ร่า ใหม่ ยังมาพร้อมอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยมาตรฐาน เสริมความปลอดภัยในการขับขี่ทั้งแบบ Active Safety ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และแบบ Passive Safety ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของผู้โดยสารขณะเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ถุงลมนิรภัย 6 จุด ที่ตำแหน่งด้านหน้า ด้านข้างของเบาะแถวหน้า และม่านถุงลมในทุกรุ่น เข็มขัดนิรภัยที่เบาะคู่หน้า เบาะนั่งแถวที่สอง และเบาะแถวที่สามเป็นเข็มขัดสามจุด ELR ปรับระดับเพื่อให้พอเหมาะกับขนาดร่างกายของผู้ขับและผู้โดยสารที่สามารถยืดหรือหดกลับได้อัตโนมัติ 

นอกจากนี้ ยังมีการป้องกันความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารที่เป็นเด็กด้วยจุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX เทคโนโลยีเบรก Brake Limited Slip Differential (B-LSD) ช่วยเพิ่มแรงเบรกเมื่อล้อลื่นไถล ให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพถนน ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี หรือ Traction Control System (TCS) เมื่อเกิดเหตุล้อหมุนฟรี ระบบจะทำการลดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ผู้ขับสามารถควบคุมรถ และเดินทางต่อได้อย่างปลอดภัย 


สำหรับนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ มี 3 รุ่นย่อย คือ
  • 2.3 2WD 7AT = 1,316,000 บาท
  • 2.3VL 2WD 7AT = 1,349,000 บาท
  • 2.3VL 4WD 7AT = 1,457,000 บาท
Day1-2 : เริ่มต้นการเดินทางจาก มัณฑะเลย์ สู่ ทะเลสาบอินเล 44 กม. 
หลังจากที่เราตรงดิ่งจากสนามบินมัณฑะเลย์ในคืนวันที่ 26 เพื่อมาพักผ่อนเอาแรงก่อนจะเดินทางยาวๆ ในวันรุ่งขึ้น (วันที่ 27 ) ซึ่งระยะทางราวๆ 255 กม. ช่วงเช้าไกด์พม่าสุดหล่อที่แอดหมิวพอจะคุ้นเคย พาเราแวะชมความงดงามของ เจดีย์กุโสดอร์ เจดีย์ที่มีชื่อเสียง ในเมืองมัณฑะเลย์


เจดีย์กุโสดอ เป็นเจดีย์สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศพม่า ซึ่งใช้รูปแบบการสร้างแบบเดียวกับเจดีย์ชเวซิกอง ในเมืองพุกาม และยังเป็นที่ตั้งของหนังสือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จากการสังคายนาพระไตรปิฏก และได้มีการจารึกข้อความทั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์ ลงบนแผ่นหินอ่อนขนาดใหญ่จำนวน 729 แผ่น ซึ่งตั้งอยู่รายล้อมพระเจดีย์ ตั้งอยู่ในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า (ข้อมูลจากเวป palanla.com)


วันแรกในการเดินทางจะขับรถกันยาวๆ ก่อนเข้าเขตที่ต้องผ่านเขา และทางลูกรังที่ยังสร้างไม่เสร็จ ถนนของพม่าจะไม่มีไหลทาง ซึ่ง 2 ข้างทางก็จะเป็นทั้งเหว และทางโค้ง ถนนที่ขรุขระ ซึ่งก็ให้เราได้ทดสอบสมรรถนะทของรถทั้ง 3 รุ่นกันอย่างเต็มที่



วันนี้เราถึงที่หมายกันช่วงเย็นๆ และพักกันที่ Hu Pin Hotel & Resort ซึ่งพรุ่งนี้เราจะออกล่องทะเลสาบกัน ณ จุดนี้ ขอบอกว่าห้ามพลาดเชียวค่ะ สำหรับใครที่ยังไม่เคยมายังทะเลสาบอินเลแห่งนี้ 

Day 3 : อินเลไม่โลเล ท่องทะเลอินเลกับการตกปลาขาเดียว 
เช้าของการเดินทางอากาศที่นี่แจ่มใส และเย็นสบาย อาจจะเพราะเป็นที่พักติดริมทะเลสาบ ทำให้อุณหภูมิของไอน้ำช่วยให้หลับสบาย จากที่รับปากไว้จะพาเที่ยวทะเลสาบอินเล วันนี้มาเที่ยวกันต่อค่ะ



ทะเลสาบอินเล อีกหนึ่งความ Unseen In เมียนมา อย่างที่บอกที่นี่มีชื่อเสียงในด้านการประมงที่แปลกที่สุด ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ท่ามกลางหุบเขาที่สวยงามของรัฐฉาน อยู่ห่างจากเมืองตองยีประมาณ 25 กิโลเมตร การทำประมงในทะเลสาบ โดยเฉพาะวิธีการหาปลานั้น เรียกได้ว่าไม่มีชาวประมงที่ใดในโลกสามารถเลียนแบบได้ 



ไกด์บอกกับเราว่าที่นี่ เด็กเล็กๆ ตั้งแต่ 5 ขวบ ก็สามารถหัดใช้เท้าข้างเดียวภายเรือได้แล้ว อุปกรณ์จับปลาก็ใช้ชะลอมอันใหญ่ 2 ชั้นในการดักจับ และสาหร่ายใต้น้ำของที่นี่ก็เป็นประโยชน์ สามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยได้

ต่อจากชมการจับปลา ก็นั่งเรือยาวๆ ไปไหว้พระที่มีประวัติความเป็นมาที่น่าอัศจรรย์ ณ วัดผ่องด่ออู่ ที่มีพระบัวเข็มอายุกว่า 1,000 ปี ตั้งแต่สมัยพุกาม โดยองค์พระทำจากไม้ แต่เดิมรูปทรงเป็นทรงพระพุทธรูปปกติ ด้วยการปิดทองคำเปลวเป็นระยะเวลานานมากๆ ทำให้รูปทรงเปลี่ยนไป (ดังรูป) ปัจจุบันห้ามปิดทองไปแล้ว 




ไหว้พระขอพรกันเรียบร้อย ก็ตรงมาดูอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของชุมชนชาวอินคา ก็คือการทอผ้าโดยใช้ ใยบัวหลวง (ตัดบัวอย่าให้เหลือใย ก็ทีนี้แหละ หึหึ) การทักทอด้วยมือ และย้อมด้วยสีธรรมชาติ ราคาไม่ต้องพูดถึง ผ้าทอผืนนึงอยู่ที่ราวๆ 200 - 300 ดอลล่า หรือราวๆ 6-7 พันบาทไทย ต่อ 1 ผืน แพงเอาเรื่อง แต่งานเค้าละเอียดดีมากเชียวหละ



หลังจากขึ้นฝั่งก็กลับมาขบวนเพื่อเดินทางต่อให้ทันพลบค่ำ ที่เมืองน้ำจ๋าง ในรัฐฉาน ที่นี่ยังมีกลิ่นอายของการทำสงคราม อยู่เป็นเนืองๆ การเดินทางวันนี้เราเปลี่ยนพาหนะมาเป็น นิสสัน นาวาร่า แบล๊ค อิดิชั่น ใหม่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร คอมมอนเรล 4 สูบ 163 แรงม้า 7 สปีด (เกียร์ธรรมดา 6 สปีด) วันนี้เราประจำเป็นผู้โดยสารทั้งหน้า และหลัง 


แม้ช่วงล่างมาในสไตล์ของปิกอัพที่เน้นลุยงานหนัก เพราะจับอาการถึงความแข็งกร้าวได้มากกว่าเทอร์ร่า แต่ด้วยเครื่องยนต์และแรงม้าที่ให้มาพร้อมดันกำลังให้รถผ่านช่วงโค้งของเขา และทางฝุ่นลุยผ่านมาได้ไม่ปัด ไม่โยกอย่างที่คิด บวกกับออพชั่นความสะดวกสบายภายใน (เครื่องเสียงในความรู้สึกจะดีกว่าเทอร์ร่านะ) ก็พอให้ลืมอาการพะอืดพะอมได้ชั่วขณะ

เราเดินทางมาถึงเมืองน้ำจ๋างในช่วงค่ำ เมืองนี้ไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเท่าไหร่ เพราะเป็นเหมือนเมืองผ่าน อยู่ฝั่งหัวเมืองทางใต้ของรัฐฉาน ซึ่งใครจะเดินทางต่อไปเข้าเขตเชียงตุงจะต้องแวะพักกันที่นี่ เพราะด้วยสถาณ์การณ์ที่ยังมีสงคราม และภูมิทัศน์ที่ยังเป็นป่าเขา ก็ควรเดินทางกันช่วงเช้าเห็นจะเหมาะกว่า เพื่อความปลอดภัย

ราคา นิสสัน นาวารา แบล็คอิดิชั่น ใหม่
  • นิสสัน นาวารา แบล็คอิดิชั่น ดับเบิ้ลแค๊บ = 877,000 บาท
  • นิสสัน นาวารา แบล็คอิดิชั่น  คิงแคีบ = 790,000 บาท
Day 4 : น้ำจ๋าง ไปเชียงตุง ดูพระอาทิตย์ไข่แดง (334 กม.)
จากทะเลสาบอินเล เข้ามาเมืองเชียงตุง ที่ยังเป็นเขตปกครองของเมืองรัฐฉาน รวมระยะทางทั้งหมดราวๆ 334 กม. แต่ไฮไลท์ของวันนี้จะเป็นช่วงเย็นที่เราจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม เหมือนดูภาพยนตร์ในหนังแนวโรแมนติกเลยก็ว่าได้ค่ะ

พาหนะวันนี้ถึงคิวของรถอเนกประสงค์ นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ SUV สุดหรูที่แบ่งเป็น 2 รุ่น แบบตัวธรรมดา 7 ที่นั่ง ขนาด 2.5 ลิตร และแบบไฮบริด 5 ที่นั่งขนาด 2.0 ลิตร

คันที่เราขับเป็นตัวธรรมดา 2.5 ลิตร โฉมใหม่ ที่ปรับภายนอกรูปลักษณ์แข็งแกร่งขึ้น ซุ้มล้อใหญ่ขึ้น ฝากระโปรงโค้งมน กระจังหน้าตัววีมีสไตล์ขึ้น กันชนท้ายใหม่ รับกับไฟท้ายแบบบูมเมอแรง ล้ออัลลอยใหม่ 19 นิ้ว และระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่ให้ผู้โดยสารได้นั่งสบาย และที่สำคัญ ยังมีหลังคาพาโนรามิกซันรูฟไว้เปิดรับลมอีกด้วย


วันนี้อย่างที่บอกกันค่ะว่าการเดินทางของเราในวันที่ 3 จะยาวนาน กว่าสามร้อบกิโล ผ่านโค้งที่ดูราวๆ จะเกือบ 100 กว่าโค้งก็ว่าได้ เราจึงเก็บบรรยากาศระหว่างทางที่ ซ้ายเหว ขวาเขา และทางข้างหน้าที่เป็นฝุ่นตลบ เรียกว่าทั้งโหด หิน และต้องทำเวลาให้ทันข้ามด่านมาเชียงตุง 


ระหว่างทางเราแวะพบปะเยี่ยมชมวิถีชีวิตชนเผ่าปะหล่อง ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยหนึ่งใน 56 กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีชาวปะหล่องอาศัยอยู่ในประเทศพม่า และมีบางส่วนที่อพยพเข้ามาประเทศไทยบริเวณชายแดน ซึ่งจะสังเกตุเห็นหญิงชาวปะหล่องคาดเอวด้วยสายเข็มขัดเงินหลายๆ ชั้น นั่นบ่งบอกถึงฐานะทางบ้านของคนนั้นๆ 




แต่ก็ถือว่าคุ้มสุดๆ กับจุดชมวิว ที่ทีมงานบังเอิญสำรวจพบ ขณะเดินทางไปเชียงตุง โดยให้ขบวนคาราวานได้แชะภาพ สำผัสอากาศ 24 องศา เพราะเราขับขึ้นเขา ข้ามเขากันมาหลายลูก แต่พอมองย้อนกลับไป...นี่เราขับผ่านกันมาได้ยังไง? 



สำหรับราคา นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ มี 5 รุ่น
  • 2.5S 2WD ราคา 1,350,000 บาท  
  • 2.5V 2WD ราคา 1,460,000 บาท 
  • 2.5VL 4WD ราคา 1,660,000 บาท 
  • 2.0V 4WD Hybrid ราคา 1,537,000 บาท 
  • 2.0VL 4WD Hybrid ราคา 1,617,000 บาท
Day 5 : กลับสู่บ้านเกิด
4 คืน 5 วัน ที่พม่า (เช้าวันที่ 30) เราออกเดินทางจากโรงแรม Amazing Keng Tung (โรงแรมที่เป็นวังเก่า) ทานข้าวเช้ากันเรียบร้อยก็ขับเป็นขบวนเพื่อเยี่ยมชมเมืองเชียงตุง ที่เมืองเชียงตุงคนส่วนมากจะเป็นชาวไทใหญ่ แต่ก็มีศิลปวัฒนธรรมคล้ายๆ ล้านนามาผสมกับศิลปะของพม่า คนที่นี่บางคนฟังภาษาไทย พูดภาษาไทยได้ ก็ไม่ลำบากสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยว


เราขับรถกันเป็นขบวนเพื่อเดินทางไปชมเจดีย์และมีพระพุทธรูปอายุกว่า 1000 ปีที่ วัดพระธาตุจอมคำ ก่อนเดินทางไปไหว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ยืนชี้นิ้วหันหน้าเข้าเมืองกันที่ วัดจอมสัก พระพุทธรูปปางพุทธทำนาย 


ประวัติวัดจอมสัก ชาวไทใหญ่เชื่อกันว่าหากพระพุทธยืนชี้นิ้วไปทางใดจะทำให้เมืองนั้นมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง (วัดจอมสัก ตั้งอยู่เนินเขาอีกฝากหนึ่งของหนองตุง เป็นหนึ่งใน 3 จอม (จอม คือ เนินเขา เชียงตุงประกอบด้วย จอมคำ จอมมน และจอมสัก) มีพระยืนชี้นิ้วที่ใหญ่มี่สุด 

เป็นพระพุทธรูปศิลปะพม่า ถือเป็นจุดเด่นของเชียงตุงอีกแห่งหนึ่ง พระพุทธรูปยืนองค์ยักษ์ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์เมืองเชียงตุง บริเวณฐานพระมีรูปปั้นแสดงพระพุทธประวัติและประวัติการนำพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้ามาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้อีกด้วย (ขอบคุณข้อมูลจาก : bloggang.com)


หลังจากเราแวะสักการะไหว้พระเป็นที่เรียบร้อยก็ได้เวลาเดินทางกันต่ออีก 217 กม. เพื่อข้ามด่านไปยังท่าขี้เหล็ก จ.เชียงราย ระยะทางยังมีหุบเขาสลับโค้งไปมา แต่เป็นถนนที่สร้างเสร็จ และขับได้ดีกว่า 2 วันแรก ทางขบวนเดินทางมาถึงท่าขี้เหล็กกันช่วงบ่ายๆ ทีมงานดำเนินการนำรถและสื่อทั้งหมดข้ามด่านไปยังฝั่งไทย ทำให้เรามีเวลาช็อปปิ้ง กันได้ 1 ชั่วโมง...ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานมาก บวกกับเอกสารที่เตรียมพร้อมมาอย่างดีของทีมงาน ต้องขอขอบพระคุณมากๆ ค่ะ 



สรุปผลการขับขี่รถยนต์นิสสัน 3 รุ่น

นิสสัน เทอร์ร่า เปรียบเสมือนกึ่งกลางของรถทั้ง 2 รุ่น (เอ๊กซ์เทรลกับนาวาร่า) ออกตัวเรียกกำลังยังมีอืดบ้าง เครื่องเสียงยังไม่หนึบเท่าไหร่ พวงมาลัยใหญ่ไปนิด แต่ช่วงล่าง 5 ลิ้งค์ ที่ออกแบบใหม่ถืออันนี้ดีในการขับในลุย (ลดอาการโคลงหรือช่วยให้เข้าโค้งได้ดี) นั่งข้างหลังไม่ค่อยรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน จุของได้เยอะและมีปุ่มกดให้เบาะพับเบาะ อันนี้ถือว่าอำนวยความสะดวกมากๆ ไม่ต้องออกแรงพับเอง ระบบครูซคอนโทรลชอบมาก ลองเล่นแล้วทำงานดี (ใครซื้อไปใช้ลองใช้งานดูช่วยลดอาการเมื่อยเท้าได้หากขับทางไกล)

- นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ สำหรับแอดที่สุดของความลงตัว ขับดี ดนตรีเพราะ ยกให้ นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ 2.5VL 4wd ประหยัดน้ำมัน นั่งสบาย ของอำนวยความสะดวกเยอะ และได้ฟิวโรแมนติกเปิดหลังคาพาโนรามิคได้ขอยกให้คันนี้เลยค่ะ

- นิสสัน นาวาร่า แบล๊คอิดิชั่น สำหรับปีนเขาเก่ง ขับสนุก บรรทุกของหนักๆ ปีนเขาสบายๆ ขอยกให้ นิสสัน นาวาร่า แบล๊ค อิดิชั่น แต่ผู้โดยสารตอนหลังอาจจะไม่นิ่มนวลเท่าไหร่ แต่เป็นปิคอัพที่นั่งสบาย ให้อัตราเร่งดีกว่าเวลาเรียกกำลัง ไม่อืดไม่ย้วย 

สุดท้ายท้ายซื้อรถก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล และกำลังทรัพย์ของแต่ละท่าน รักชอบแบบไหนลองไปทดลองขับที่โชว์รูมดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจนะคะ (แอดแอบชอบนิสสันเพราะเครื่องอึด! และกว้างนี่แหละค่ะ) ทริปนี้ทางเช็คราคา.คอม ขอขอบพระคุณ นิสสัน ประเทศไทย และทีมงานมากๆ เป็นทริปเปิดประสบการณ์ และได้ลุยกันสุดๆ จริงๆ! 


แก้ไขล่าสุด : 9 พ.ค. 62
โดย
:
ศุภินทรา รุกขสุวรรณ
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด