ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : ฟอร์ด - รีวิว ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะตัวใหญ่ ไปได้ทุกที่จริงๆ ขอบอก!

รีวิว ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะตัวใหญ่ ไปได้ทุกที่จริงๆ ขอบอก!

วันที่ : 22 เม.ย. 62
เข้าดูทั้งหมด: 6,359 คน

รีวิว ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะตัวใหญ่ ไปได้ทุกที่จริงๆ ขอบอก!  
รถยนต์กระบะที่มีมิติตัวใหญ่อย่าง Ford Ranger Raptor ถูกวางการโปรโมทเอาไว้ว่า "เกิดมาแกร่ง"  หรือ "กระบะบินได้"  แต่ความจริงนั้นเราคงไม่ได้เอามาไว้ "บิน" จริงๆ หรอก ซึ่งในครั้งนี้ทีมงานเช็คราคา.คอม ได้นำเจ้าไดโนเสาร์ยักษ์รุ่นนี้มาใช้งานในเมืองในชีวิตประจำวันดูบ้าง แม้จะดูว่าคันใหญ่ขับในเมืองทางแคบๆ หรือจอดในห้างลำบาก แต่ความจริงนั้น เจ้าแร็พเตอร์ ไม่ได้ใหญ่จนขับลำบากอย่างที่เห็น
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ขับในเมืองได้ทุกที่ที่มีทาง

การนำรถกระบะคันใหญ่โตมาขับใช้งานในเมืองโดยเฉพาะเข้า-ออกที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้า อาจดูว่า "ลำบาก" แต่เมื่อพิจารณาดูดีๆ ก็จะพบว่า ขนาดตัวรถนั้นแทบไม่แตกต่างจากรถ PPV ทั่วไป และมีความยาวใกล้เคียงกับรถกระบะ เพียงแค่ซุ้มล้อที่ดูใหญ่ขึ้นจากรุ่นปกติกว้าง 1,860 มม. เจ้าแร็พเตอร์ 2,038 มม. เพิ่มมาเพียง 178 มม. ความยาวจากรุ่นปกติ 5,362 มม. เป็น 5,398 มม. เพิ่มเพียง 36 มม. แต่มีฐานล้อเท่ากันที่ 3,220 มม. และความสูงที่เพิ่มขึ้นจากเรนเจอร์รุ่นปกติ 53 มม. เดิม 230 มม. เป็น 283 มม. เท่านั้น 
เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยาว 5,398 มม. กว้าง 2,038 มม. ฐานล้อ 3,220 มม. ความสูงใต้ท้อง 283 มม.
เรนเจอร์ ยาว 5,362 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,815 มม. ความสูงใต้ท้อง 230 มม.
ส่วนต่าง 36 มม. 178 มม. 58 มม. 53 มม. 

เมื่อได้ลองเข้าตึกที่จอดรถหรือทางลอดกลับรถกลับรถใต้สะพานที่มีความาสูง 1.90 เมตรขึ้นไป แร็พเตอร์นับว่าสามารถไปได้ทุกที่เรียกว่าใช้งานได้ทั่วไป โดยเฉพาะหากเมื่อขับขี่ในเส้นทางที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าหรือถนนที่กำลังอยู่ในช่วงซ่อมแซมจนสถาพเละ เป็นหลุมเป็นบ่อ และในบางครั้งก็มีฝาท่อระบายน้ำโผล่ขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อขับแร็พเตอร์สามารถขับผ่านไปได้โดยไม่ต้องกังวลว่ารถจะพังหรือไม่ 

นอกจากนี้ระบบช่วงล่วงของเรนเจอร์แร็พเตอร์นั้น ตอบสนองทั้งความทนทานและนุ่มนวลในคราวเดียวกัน ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนก และด้านหลังใช้ระบบคอยล์สปริงพร้อมกับโช้คอัพ "FOX" ทำให้ได้ทั้งเกาะ หนึบ ทนทานและนุ่มนวล 

ในการทดลองขับขี่ผ่านถนนที่ขรุขระตามแนวรถไฟฟ้าหรือที่กำลังซ่อมแซมนั้น เมื่อเลือกโหมดการขับขี่ "Baja" ยิ่งให้ความนุ่มนวลและขับได้สนุกมากขึ้น ช่างเหมาะกับถนนเมืองไทยอย่างแท้จริงเลยครับ  

แร็พเตอร์แม้จะใช้ล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว และใส่ยาง BFGoodrich 285/70 ที่ทั้งหนาและสูง แต่การควบคุมพวงมาลัยและน้ำหนักในการหมุนเมื่อขับความเร็วต่ำๆ นั้นเบาสบายโดยเฉพาะเมื่อต้องหักเลี้ยวจอดรถในที่แคบๆ หมุนง่ายและประกอบกับวงเลี้ยวที่แคบเมื่อเทียบกับรถที่ล้อโต ตัวใหญ่ทั่วไปนับว่าแร็พเตอร์ให้ความสะดวกสบายไม่แพ้รถกระบะทั่วไปเลย

แร็พเตอร์กระบะสุดยอดแห่งการเดินทางตัวจริง

เมื่อนำแร็พเตอร์ทดสอบขับก็อดใจไม่ได้ที่จะต้องเดินทางออกต่างจังหวัด เพื่อสัมผัสทั้งสมรรถนะของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Bi-Turbo 213 แรงม้า กับแรงบิด 500 นิวตัน และเกียร์ 10 จังหวะ ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่วงล่างระเทพ "FOX" ออกแบบสำหรับแร็พเตอร์โดยเฉพาะ

เป็นที่ทราบกันดีว่าเส้นทางต่างจังหวัดในประเทศไทยนั้นบางช่วงมักมีสภาพไม่ต่างจากโลกพระจันทร์ นั่นคือ หลุม บ่อ ฝาท่อ รอยต่อ หรือทางกรวดในช่วงกำลังปรับปรุงผิวถนน ซึ่งจะต้องค่อยๆ ขับหรือใช้ความเร็วต่ำๆ เพื่อเป็นการถนอมระบบช่วงล่าง แต่ในบางครั้งเป็นถนนเรียบๆอยู่ดีๆ ก็มีถนนพังอยู่ตรงหน้าอย่างไม่คาดฝันและต้องเบรกอย่างรุนแรงหรือหักหลบกะทันหัน อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้ 



แต่เมื่อขับเรนเจอร์แร็พเตอร์ แม้จะมีหลุมลึกหรือเน้นกระดก โดยเฉพาะคอสะพานในทางหลวงขนาดเล็กๆ หรือทางหลวงชนบท ก็สามารถ "รูด" ผ่านไปได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องหักหลบหรือเบรกอย่างรุนแรงจนรถเกิดการเสียหลัก นับเป็นข้อดีของรถที่มีช่วงล่างระดับเทพพร้อมปรับโหมดการขับขี่ตามสภาพถนนได้ตรงกับการขับขี่จริง  

สำหรับในรถกระบะหรือรถ SUV/PPV ทั่วไปนั้นก็สามารถลุยได้เช่นกัน แต่จะให้ความนุ่มนวลและความเกาะถนนไม่เท่ากัน นี่จึงเป็นข้อแตกต่างระหว่างเรนเจอร์ แร็พเตอร์ที่มีค่าตัวแพงขึ้นอีกหลายแสน แต่เจ้าของรถจะได้รับประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่างขึ้นอีกระดับ อย่างที่รถกระบะธรรมดาไม่สามารถเลียบแบบได้  

ระบบซิงค์ 3 (FORD SYNC 3) ใช้งานง่าย

โดยปกติระบบการเชื่อมต่อโทรศัพท์เข้ากับระบบหน้าจอในรถยนต์บางรุ่นมักมีขั้นตอนเยอะและอาจไม่ทันใจ แต่ในระบบความบันเทิงจองฟอร์ดนั้นเพียงแค่ต่อสาย USB จากโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเท่านั้น หน้าจอแบบ Mirror link ก็พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อเปิด "Google Map" เพื่อนำทาง นอกจากนี้ยังฝังเพลงเพลินๆ ได้สะดวกอีกด้วย โดยรองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto 


ข้อด้อยในแร๊พเตอร์ 

แม้รถ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จะมีดีในด้าน การตกแต่งตัวรถที่บึกบึน โป่งซุ้มล้อที่ใหญ่และเป็นเหล็กชนิดพิเศษ ความกว้างของฐานล้อมากขึ้น ชุดช่วงล่างจาก "FOX" ที่ชาว Off-Road ต่างเข้าใจในประสิทธิภาพ และมาพร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 6 รูปแบบ แต่ก็ยังมีข้อติอยู่บ้างนั่นคือ

  •  ไม่มีระบบความปลอดภัยอย่างในเรนเจอร์รุ่น Wildtrack มี เช่น ระบบควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างรถคันหน้า, ระบบเตือนรถออกนอกเลน, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินพร้อมตรวจจับคนเดิน 

  • ความประหยัดไม่โดดเด่นนัก เนื่องจากรถคันใหญ๋โตและมีน้ำหนักมากทะลุ 2 ตันไปเยอะ แต่ก็ได้ความแรง ความลุย สมรรถนะต่างๆ ความพิเศษในคอนเซ็ปต์ "Ford Performance" และความปลอดภัยในการใช้งานกลับมาแทน 

  • อัตราเร่งในช่วงต้น, ออกตัว, อาจไม่หวืดหวานัก แม้จะใช้โหมด "Sport" โดยมีการการรอรอบหรือรอการเปลี่ยนจังหวะเกียร์อยู่บ้าง แต่หลังจากนั้นก็เร่งทะยานไต่ระดับความเร็วได้ทันใจ ซึ่งน่าเป็นผลมาจาก "น้ำหนักตัว" ที่เยอะกว่ารุ่นปกติอยู่หลายกิโลกรัม แต่ก็มี "Paddle Shift" ไว้ให้เปลี่ยนเกียร์เองตามต้องการ พอให้ขับได้สนุกมากขึ้น

  • ควรมีกล้องมองรอบคัน จะช่วยให้ขับขี่ในทางแคบๆ หรือเข้าจอดได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งมีแต่กล้องมองหลังเท่านั้น  

  • ไฟหน้ามีการขยับตัวเมื่อกระเทื่อนแรงๆ อาจเป็นเพราะกลไกของระบบปรับตั้งไฟหน้าได้ จึงทำให้มีการขยับตัวของโคมไฟ

นับเป็นข้อแนะนำคร่าวๆ หากเจ้า "แร็พเตอร์" ปรับโฉมหรือมีรุ่นปรับปรุงในครั้งต่อไป ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยดึงดูดให้ผู้สนใจตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นอีกเยอะ

Ford Ranger Raptor นับเป็นรถกระบะที่อยู่ในระดับ "High Performance" ที่ฟอร์ดนำมาเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ชื่นชอบความแตกต่าง ท้าทาย สมรรถนะที่เกินคำว่า "รถกระบะ" ขึ้นไปไกลทั้งเทคโนโลยีต่างๆ ที่รวมไว้ในเครื่องยนต์และช่วงล่าง นับว่าราคา 1,699,000 บาท ไม่แพงเลย เมื่อได้สมรรถนะมากมายขนาดนี้ 
แก้ไขล่าสุด : 22 เม.ย. 62
โดย
:
สินธนุ จำปีศรี
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด