ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : มาสด้า - รีวิว ลองของ มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ดับเบิ้ล แค็ป ใหม่ ปิกอัพพรีเมี่ยมสไตล์เก๋ง

รีวิว ลองของ มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ดับเบิ้ล แค็ป ใหม่ ปิกอัพพรีเมี่ยมสไตล์เก๋ง

วันที่ : 15 ม.ค. 62
เข้าดูทั้งหมด: 12,091 คน
รีวิว ลองของ มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ดับเบิ้ล แค็ป ใหม่ ปิกอัพพรีเมี่ยมสไตล์เก๋ง ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ดับเบิ้ล แค็ป ใหม่ (New Mazda BT-50 PRO Double Cab) ได้ถูก มาสด้า ให้คําจํากัดความว่าเป็นปิกอัพพรีเมี่ยมสไตล์เก๋ง ตอบโจทย์การใช้งานทั้งชีวิตประจำวันและท่องเที่ยวกับครอบครัว พร้อมฟังก์ชันการใช้งานพื้นฐานที่จำเป็นครบครัน มีให้เลือกทั้งแบบดับเบิ้ล แค็ป และฟรีสไตล์ แค็ป สำหรับรุ่นที่นำมาทดสอบครั้งนี้เป็นแบบดับเบิ้ล แค็ป โดยลองการใช้งานจริงทั้งในเมืองและเดินทางต่างจังหวัด ผลการใช้งานตลอด 3 วันกับ มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ดับเบิ้ล แค็ป ใหม่ เบื้องต้นพบว่าเป็นปิคอัพ 4 ประตูที่ขับง่ายแม้ใช้งานในเมือง ให้อัตราเร่งดีพอ มั่นใจต่อการขับทางไกล และนั่งสบายได้นานไม่เหนื่อยล้า
ภายนอก

มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ใหม่ ออกแบบกันชนหน้าและกระจังหน้าใหม่ให้ดูหรูหราขึ้น และยังช่วยเสริมด้านหน้าให้สปอร์ต และกลมกลืนไปกับรถรุ่นอื่นๆ ของมาสด้ามากขึ้น โดยเฉพาะกระจังหน้า Signature Wing เอกลักษณ์ของมาสด้า ที่เพิ่มเติมภายนอกยังมีสติ๊กเกอร์เอกลักษณ์บ่งบอกรุ่นธันเดอร์ และล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว ส่วนสีตัวถังมี 4 สีให้เลือก ได้แก่ ขาวมุก สโนว์เฟลก (Snowflake White Pearl), เงิน อลูมินัม เมทัลลิค (Aluminum Metallic), ดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black) และขาว คูล ไวท์ (Cool White) ส่วนรถที่นำมาทดสอบเป็นสีดำเจ็ทแบล็ก
ภายใน

ภายในยังคงแบบเดิม ให้ความรู้สึกเหมือนภายในห้องโดยสารรถยนต์ คุณภาพวัสดุโอเค การวางตำแหน่งดี รายละเอียดการประกอบเรียบร้อย แต่สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น พอร์ต USB ควรมีหลายจุดเพื่อรองรับการใช้งานอุปกรณ์ยุคใหม่ที่กลายเป็นความจำเป็นไปแล้ว ตัวเบาะโอบกระชับแบบสปอร์ต วัสดุหนังสังเคราะห์นั่งสบาย เสียดายไม่ได้ปรับไฟฟ้า ส่วนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน จับกระชับมือ ใช้งานง่าย
สมรรถนะ

ด้วยขุมพลังยังเป็นเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ Di-THUNDER PRO 2.2 ลิตร คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมเทอร์โบแปรผัน (Variable-Nozzle Turbocharger) และอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดใหญ่ รวมทั้งระบบการหมุนเวียนไอเสียไหลกลับที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยลดอุณหภูมิการเผาไหม้และปริมาณการปล่อยไนโตรเจนออกไซด์ (NOX) ให้กำลังสูงสุดถึง 150 แรงม้า (110kw) ที่ 3,700 รอบ แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบ เพียงพอต่อการใช้งานรอบด้าน และเด่นด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด คุณภาพสูง เสริมด้วย ระบบ SSC (Sequential Shift Control) ที่ให้ผู้ขับเลือกเปลี่ยนเกียร์เองได้เสมือนการขับขี่แบบเกียร์ธรรมดา และระบบ AAS (Active Adaptive Shift) ที่ช่วยคุมการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับ
สิ่งอำนวยความสะดวก

สำหรับรุ่นดับเบิ้ล แค็ป เกียร์อัตโนมัติ ตัวเฮดยูนิตเป็นเครื่องเล่นดีวีดี พร้อมจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว แบบ Anti-Glare Screen ช่วยลดแสงสะท้อนหน้าจอ ให้มุมมองคมชัด นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น Auto-Dimmer ปรับลดความสว่างอัตโนมัติ เมื่อเปิดไฟหน้า พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB สำหรับเชื่อมต่อ iPod, iPhone และชาร์จแบตเตอรี่ นอกจากนี้ ยังมีซีดีจำลอง Virtual discs CDC (มี Memory บันทึก CD ได้ถึง 6 แผ่น ให้ผู้ขับสามารถฟังเพลงและวิดีโอไปพร้อมๆ กับการใช้งานระบบนำทางไปด้วย โดยจะแยกเสียงนำทางดังที่ลำโพงหน้าขวาฝั่งคนขับ) ซึ่งผู้เขียนให้ความสำคัญไปที่การเชื่อมต่อบลูทูธเพื่อเล่นเพลงที่บันทึกไว้หรือผ่านแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนมากกว่า เช่นเดียวกับระบบนำทางติดรถที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป เพราะส่วนใหญ่ใช้ระบบนำทางผ่าน Google Map จากสมาร์ทโฟนมากกว่า ขอแค่เชื่อมต่อบลูทูธได้ง่าย ไม่ซับซ้อน
พื้นที่ช่องเก็บสัมภาระที่มีมากมายตลอดทั้งห้องโดยสาร ทำให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถจัดเก็บของใช้ส่วนตัวได้มากมาย ช่องเก็บสัมภาระด้านผู้โดยสารด้านหน้าออกแบบให้มีขนาดใหญ่ ช่องวางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่งในคอนโซลกลาง และช่องเก็บสัมภาระแบบ 2 ชั้นที่คอนโซลกลาง ที่แผงประตูหน้าสามารถวางขวดน้ำขนาด 1 ลิตร สำหรับรุ่นดับเบิ้ล แค็ป 4 ประตู และรุ่นฟรีสไตล์ แค็ป มีช่องเก็บสัมภาระใต้เบาะนั่งด้านหลัง

พื้นที่ของกระบะบรรทุกให้พื้นที่บรรจุสัมภาระมากที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะยี่ห้ออื่นๆ ในตลาด โครงสร้างเหล็กแบบสองชั้นให้ความทนทานสูง ภายในกระบะบรรทุกผนังด้านข้างออกแบบให้เป็นร่องหลายชั้นเพื่อให้สะดวกสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่จะกั้น หรือแยกพื้นที่เก็บของในกระบะบรรทุกเป็นส่วนๆ นอกเหนือจากความจุในการบรรทุก ความสามารถในการลากจูงหรือ Towing Capacity เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน ช่วยให้ภาระการลากเรือหรืออุปกรณ์และสัมภาระอื่นในการเดินทางทำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว
ความปลอดภัย

มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ใหม่ มีเทคโนโลยีและอุปกรณ์อันทันสมัยหลากหลาย โดยเฉพาะสมรรถนะด้านความปลอดภัยเชิงป้องกันที่มาสด้าให้ความสำคัญและระบบสำคัญ อย่าง เบรก ABS 4 ล้อ (Antilock Braking System, 4W-ABS), ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรกฉุกเฉิน Emergency Brake Assist (EBA) : เมื่อมีการเบรกฉุกเฉินระบบจะช่วยเพิ่มแรงเบรกให้มากพอในการหยุดรถ, Brake Override System (BOS) :  ระบบอัตโนมัติที่จะตัดการทำงานของคันเร่งในกรณีที่แป้นเบรกและคันเร่งถูกเหยียบในเวาลาเดียวกัน, ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉิน กะพริบเมื่อเบรกฉุกเฉิน Emergency Stop Signal (ESS) : เมื่อมีการเบรกในสถานะการณ์ฉุกเฉินเมื่อใช้ความเร็วสูงสัญญาณไฟฉุกเฉินจะปรากฏขึ้น และมีกล้องมองหลังแสดงภาพในกระจกมองหลังเพื่อความสะดวกและปลอดภัย 

ส่วนไฟหน้าสามารถเปิด-ปิด แสงอัตโนมัติ เช่นเดียวกับที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และมีกระจกมองหลังตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติช่วยลดแสงไฟหน้าของรถตามหลัง

ด้านสมรรถนะความปลอดภัยเชิงปกป้องแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างห้องโดยสารและโครงสร้างแชสซีเหล็กที่รับแรงได้สูงพิเศษ (High-tensile Steel) แบบหลายชั้น โครงสร้างเหล็กถูกออกแบบให้ดูดซับแรงปะทะจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งโครงสร้างห้องโดยสารและแชสซีช่วยให้ผู้โดยสารปลอดภัยจากการชนปะทะในทุกทิศทาง สมรรถนะความปลอดภัยเชิงปกป้องภายในห้องโดยสารประกอบด้วยเข็มขัดนิรภัย 3 จุด ELR สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และเข็มขัดนิรภัย 3 จุด ELR สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 3 ตำแหน่งของรุ่นดับเบิ้ล แค็ป ถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ช่วยให้สบายใจมากขึั้น
*ระบบความปลอดภัยบางรายการเป็นออพชั่นในบางรุ่น
การทดสอบ

จากวันแรกที่รับรถออกมาก็นำมาใช้งานในเมืองแบบชีวิตประจำวันทั่วไป สัมผัสแรกที่ชอบคือ ความสบายของเบาะนั่งที่ใช้หนังแท้ผสมสังเคราะห์ และทันสมัยกับการเชื่อมต่อเฮดยูนิตผ่านบลูทูธ ที่ให้รับโทรศัพท์และเลือกฟังเพลงจากสมาร์ทโฟนได้ง่าย การขับในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นสำหรับรถปิคอัพอาจเป็นเรื่องที่สร้างความลำบากกับผู้ที่ไม่ค่อยได้ขับรถประเภทนี้ โดยเฉพาะผู้ที่เปลี่ยนจากการขับรถยนต์นั่งทั่วไปมาขับปิคอัพยกสูง แต่สำหรับ มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ใหม่ ขับง่ายด้วยมุมมองที่สูงและวงเลี้ยวที่ไม่กว้างเกินจนเป็นภาระ การตอบสนองคันเร่งอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ไม่ไวหรือช้าเกินไป ทำให้กะน้ำหนักง่าย เพราะจังหวะรถหยุด-ไปในเมือง รถปิคอัพที่มีน้ำหนักมาก มักส่งผลกับการเร่งและเบรกที่ต่างจากรถทั่วไป
การขับทางไกลแบบนั่ง 2 คน ไร้น้ำหนักบรรทุก ได้ลองทั้งอัตราเร่งแซงและวิ่งที่ความเร็วระดับ 140-160 กม./ชม. ในบางช่วงก็พบว่าเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร พลัง 150 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตร ตอบสนองได้อย่างน่าพึงพอใจ ไม่ได้หวือหวา แต่ก็ไม่ช้าจนน่ากังวล ทั้งนี้เป็นการขับแบบรถเปล่าไร้บรรทุก ซึ่งปิคอัพรุ่นขับ 2 ยกสูง หลายคนมักนำไปใช้กับครอบครัวมากกว่าเชิงพาณิชย์ งานบรรทุกจึงไม่หนักเหมือนปิคอัพขนของ สมรรถนะโดยรวมจัดว่าผ่านไม่มีอะไรติดใจ สิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนดี แต่คิดว่ารายละเอียดภายในห้องโดยสารบางจุด น่าทำได้ดีกว่านี้เช่นวัสดุแผงประตูหลังกับหน้าที่ต่างกัน หรือ พื้นผิวตอนโซลกลางที่ดูเปลือยเปล่าเป็นรอยง่าย ส่วนหนึ่งเพราะโมเดลนี้อยู่ในตลาดมาหลายปีแล้ว คาดว่าโมเดลต่อไปของ บีที-50 เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สวยงามขึ้น เพราะรถมาสด้ายุคนี้ล้วนแต่ออกแบบได้สวย ลงตัวทุกรุ่น

ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองรวมทั้งในและนอกเมืองบนหน้าจอคิดได้ราว 9 กม./ล.

บทสรุป
มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ใหม่  เป็นรถปิคอัพที่ใช้งานได้ดีรอบด้านทั้งขุมพลังและความสะดวกสบาย ด้วยดีไซน์ใหม่ แม้ปรับแบบเฟสลิฟท์ เขียนคิ้วทาปากใหม่ แต่ก็ดูสวยพรีเมียมมากขึ้นชัดเจน ด้วยราคา 952,000 บาท ถูกกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกันอยู่หลักหมื่น นับเป็นอีกตัวเลือกสำหรับผู้ที่ชอบปิคอัพขับสบาย นั่งได้นานไม่ล้า สมรรถนะช่วงล่างดี และดีไซน์สวยไม่ซ้ำใครง่ายๆ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นและเงื่อนไขพิเศษต่างๆ จะช่วยให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายกว่าแค่ไหน

แก้ไขล่าสุด : 15 ม.ค. 62
โดย
:
ชลัคร ช่วยชู
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด