ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : รีวิว Hyundai H-1 Elite จะไปกับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้หมด..นุ่มสบายด้วยช่วงล่างใหม่

รีวิว Hyundai H-1 Elite จะไปกับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้หมด..นุ่มสบายด้วยช่วงล่างใหม่

วันที่ : 5 มิ.ย. 61
เข้าดูทั้งหมด: 8,196 คน

Hyundai H-1 Elite จะไปกับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้หมด..นุ่มสบายด้วยช่วงล่างใหม่
Hyundai H-1 Elite (ฮุนได เอช-วัน อีลิท) รถยนต์เอนกประสงค์สไตล์ MPV ขนาด 11 ที่นั่ง เป็นรถยนต์รุ่นขายดีของ Hyundai เหตุผลที่ H-1 ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนั้นก็มาจากอรรถประโยชน์ของตัวรถที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็นนักธุรกิจ และกลุ่มลูกค้าครอบครัวที่ต้องการรถยนต์สักคันที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย นอกจากความสะดวกสบายจากเบาะที่นั่งด้านหลังแบบ 3 แถว ที่สามารถปรับเลื่อนเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้หลากหลายตามต้องการแล้ว ประตูสไลด์ขนาดใหญ่ทั้งซ้ายและขวา (รุ่น Elite ยังไม่ใช่แบบสไลด์ไฟฟ้า) ยังช่วยให้การขึ้น-ลงรถเป็นไปอย่างสะดวก 
ด้านสมรรถนะ Elite ให้กำลัง 175 แรงม้า จากเครื่องยนต์ ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบ แบบ 4 สูบ ขนาด 2,497 ซีซี ที่ได้รับมาตรฐานไอเสีย Euro 4 พร้อมไปถึงทุกจุดหมายในราคา 1,499,000 บาท แต่สำหรับท่านที่ต้องการระบบช่วงล่างใหม่ที่ตอบโจทย์ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้บรรทุกหนัก หรือไม่ได้นั่งเต็มความจุ 11 ที่นั่งแล้วล่ะก็ ก็มีระบบช่วงล่างที่ทาง Hyundai ร่วมกับ Profender ผลิตระบบช่วงล่างมาเพื่อ H-1 โดยเฉพาะในราคา 24,880 บาท (ราคารวมติดตั้ง) หลังปรับเซ็ทช่วงล่างแล้วจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น...ไปดูกัน
รูปลักษณ์ภายนอก

Hyundai H-1 Elite (ฮุนได เอช-วัน อีลิท) รถยนต์เอนกประสงค์ที่มีดีไซน์ภายนอกค่อนข้างคล้ายกันในหลายๆ รุ่น แตกต่างกันที่รายละเอียดการตกแต่งตามรุ่นย่อย ส่วนโครงสร้างหลักๆ นั้นไม่ต่างกันนัก สำหรับคนทั่วไปจะเรียกว่าเป็นรถตู้ก็ดูจะไม่ผิดเท่าไหร่ ทั้งทีจริงแล้วเป็นรถอเนกประสงค์แบบ MPV ขนาด 11 ที่นั่ง กับขนาด ยาว 5,125 มม. กว้าง 1,920 มม. สูง 1,925 มม. เลยทีเดียว จากจำนวนที่นั่ง และรูปแบบการปรับเปลี่ยนที่นั่งที่หลากหลายทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกกับการเลือกไว้เป็นรถครอบครัวจริงๆ

กระจังหน้าขนาดใหญ่ใช้วัสดุโครเมียมช่วยเสริมให้ดูหรูหราและโดดเด่นถึงแม้จะเป็นรุ่น Elite (อีลิท) ก็ตาม 

ไฟหน้าเป็นแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ขนาดใหญ่ ตรงบริเวณชายกันชนด้านล่างจะมี ไฟ Daytime Running Lights แบบ LED อยู่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นทุกช่วงเวลาของการขับขี่สามารถเปิดหรือปิดได้ตามต้องการด้วยสวิตช์ควบคุมที่อยู่ทางด้านขวามือของผู้ขับ

ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ลาย 12 ก้าน ให้ความเรียบหรูมาพร้อมยางขนาด 215/70 R16

กระจกมองข้างขนาดใหญ่ช่วยให้ทัศนวิสัยชัดเจน สามารถปรับและพับด้วยระบไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัวแบบ LED

ประตูเป็นบานเลื่อนขนาดใหญ่ ทั้งซ้ายและขวา ในรุ่นนี้ยังไม่ใช่ระบบไฟฟ้า แต่ก็สามารถเปิด-ปิดได้ง่ายๆ ขึ้นลงได้สะดวกจากทั้งสองฝั่ง

กระจกแบบ Flush Glass สามารถเปิดได้โดยไม่ต้องเปิดประตูเลื่อนทั้งบาน เวลาปิดกระจกจะเรียบสนิทไปกับตัวรถ

สปอยเลอร์หลังติดตั้งไฟเบรกดวงที่ 3 มาด้วย

กันชนท้ายติดตั้งระบบสัญญาณกะระยะถอยหลัง ทำงานทันทีเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง โดยจะส่งเสียงเตือน 3 ระดับเมื่อเข้าใกล้สิ่งกีดขวาง

นุ่มนวลด้วย โช้คอัพและสปริงหลัง Profender ที่อัพเกรดความสะดวกสบายให้กับ H-1
รูปลักษณ์ภายใน
Hyundai H-1 Elite (ฮุนได เอช-วัน อีลิท) ได้รับการออกแบบภายในทุกๆ ด้านให้ตอบสนองการใช้งานสะดวกที่สุด ทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน ไม่เพียงแต่ผู้โดยสารที่ได้รับความสะดวกสบาย ยังรวมถึงผู้ขับขี่ด้วยเช่นกัน

พวงมาลัยสามารถปรับสูง-ต่ำ ได้ตามสรีระของผู้ขับพร้อมปุ่มควบคุมการทำงานของระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย

หน้าปัดแบบ Supervision Meters มองเห็นได้ชัดเจนพร้อมแสดงผลข้อมูลที่จำเป็นต่อการเดินทาง

ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วนด้านหนัาและหลัง ห้องโดยสารเย็นสบายอย่างทั่วถึงด้วยช่องลมสำหรับเบาะนั่งแถว 2,3,4  

เบาะนั่งหนังออกแบบให้รองรับศรีษะ และสรีระ เพื่อความผ่อนคลายรองรับการเดินทางทั้งใกล้และไกล

ห้องโดยสารกว้างขวางสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานของเบาะได้หลายรูปแบบทั้งแบบ ปกติ, พับเบาะกลาง, เบาะที่นั่งแถว 2 สามารถปรับหมุนได้ 180 องศา, พับเบาะท้าย 

และโหมดบรรทุกของ จากการปรับเปลี่ยนเบาะหลายรูปแบบทำให้ H-1 สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย

เครื่องเสียง สำหรับตัว H-1 Elite รองรับการใช้งาน CD 1 แผ่น แบบ 2 Din รองรับไฟล์ MP3 มีช่องต่อสำหรับ USB และ AUX เสียงดังฟังชัดรอบคันผ่านลำโพง 6 จุด 
เครื่องยนต์

Hyundai H-1 Elite (ฮุนได เอช-วัน อีลิท) ใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบ รหัส D4CB ขนาด 2,497 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที กับแรงบิด 441 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 - 2,250 รอบต่อนาที ทั้งยังผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro4 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดพร้อม Sequential Shift การตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นให้อัตราเร่งดี ส่วนการประหยัดน้ำมันนั้นก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ด้วย
การขับทดสอบ

สำหรับการทดลองขับ Hyundai H-1 Elite (ฮุนได เอช-วัน อีลิท) ในครั้งนี้ ก็มีทั้งแบบการขับขี่ในเมืองและนอกเมืองผสมกันไป โดยเส้นทางในเมืองส่วนใหญ่ก็ขับใช้ในชีวิตทำงานประจำวัน เช้าไป-เย็นกลับ กับย่านเมืองอย่าง ชิดลม, อโศก

ในเรื่องของความคล่องตัวนั้น แน่นอนตัวรถมีขนาดใหญ่แต่ก็มีมุมมองที่สบายด้วยตำแหน่งนั่งของผู้ขับที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับกระจกมองข้างขนาดใหญ่การจะเปลี่ยนเลนไปมาตามจังหวะนั้นไม่ยากแต่ก็ต้องเผื่อระยะให้ดีๆ ด้วยเท่านั้นเอง ส่วนการเข้าจอดตามสถานที่ต่างๆ นั้น ถ้ารุ่น Deluxe จะมีกล้องมองภาพรอบคันติดตั้งมาให้ แต่รุ่น Elite นั้นจะมีระบบสัญญาณกะระยะถอยหลังติดตั้งมาตรงกันชนหลังจะทำงานทันทีเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลังโดยจะส่งเสียงเตือน 3 ระดับเมื่อเข้าใกล้สิ่งกีดขวาง แรกๆ ก็อาจจะต้องทำความเข้าใจกับการส่งสัญญาณเตือนหน่อยว่าระดับไหนคือยังถอยได้อีกระดับไหนคือชิดมากแล้ว ส่วนเรื่องผู้โดยสารคงไม่ต้องพูดถึงจะในเมืองนอกเมืองก็ดูจะสะดวกสบายตลอดการเดินทาง


การเดินทางนอกเมืองในการทดลองขับในครั้งนี้ก็ไปแถวๆ เส้นพระราม 2, บางขุนเทียน, คลองโคน ก็มีทั้งการใช้ความเร็วบนทางด่วน รวมถึงการขับระยะทางไกลๆ มีจังหวะเร่งแซง ซึ่งเครื่องยนต์และเกียร์ของ H-1 ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างที่ต้องการจริงๆ ยิ่งผ่านการปรับเซ็ทช่วงล่างมาด้วยแล้วผู้โดยสารที่เคยมีอาการเมารถอยู่บ่อยๆ ยังบอกว่า ช่วงล่างให้การตอบสนองดีไม่มีอาการเมารถเหมือนที่เคย นั่นก็เพราะช่วงล่างเดิมติดรถมานั้นจะกระด้างกว่าเพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกเต็มที่จากผู้โดยสาร 11 ที่นั่ง แต่เมื่อปรับใช้ช่วงล่างที่ Hyundai ร่วมกับ Profender พัฒนามานั้นก็ให้การตอบสนองที่ดีขึ้น

โช้คอัพแบบมาตรฐานจะเป็นแบบ Twin Tube ที่มีแรงดันน้อยกว่า 80 PSI มีน้ำมัน 80% แก๊สไนโตรเจน 20% กับสปริงที่มีค่า K อยู่ที่ 415 ปอนด์ต่อนิ้ว แต่ของใหม่ที่ติดตั้งเข้าไปจะเป็นโช้คอัพระบบ Mono Tube ที่มีลูกสูบใหญ่กว่า สามารถบรรจุน้ำมันได้มากกว่า มีการแยกห้องบรรจุแก๊สกับน้ำมันไม่ให้ผสมกัน ให้การตอบสนองที่แม่นยำกว่าเดิม โดยโช้คอัพรองรับแรงดันได้ 80-350 PSI ลูกสูบเป็นแบบ High Flow ขนาด 46 มม มีระบบซีล 2 ชั้น ป้องกันน้ำมันรั่วไหล กับสปริงหลังที่มีค่า K 340 ปอนด์ต่อนิ้ว High Flow ขนาด ปอนด์ต่อนิ้ว น้อยกว่าสปริงรุ่นมาตรฐาน ถ้าชื่นชอบความนุ่มนวลก็น่าจะชื่นชอบช่วงล่างชุดนี้
อีกอย่างที่ค่อนข้างประทับใจกับการลองขับ Hyundai H-1 Elite (ฮุนได เอช-วัน อีลิท) คันนี้ก็คือเรื่องของระบบปรับอากาศ ที่ถึงแม้ห้องโดยสารจะมีขนาดใหญ่ ต้องขับผ่านแดดที่ร้อนมากๆ ของเมืองไทย แต่ก็ยังได้รับความเย็นภายในห้องโดยารอย่างต่อเนื่อง เรียกว่า แอร์ฉ่ำได้ใจ จนผู้โดยสารต้องขอให้เบาแอร์ให้หน่อยกันเลยทีเดียว


สิ่งอำนวยความสะดวก

เรื่องของจุดที่ช่วยอำนวยความสะดวกภายในรถ Hyundai H-1 Elite (ฮุนได เอช-วัน อีลิท) ก็ดูจะมีชุดเครื่องเสียง วิทยุ/CD 1แผ่น แบบ 2 DIN ที่สามารถรองรับไฟล์ MP3 กับช่องต่อ USB และ AUX ที่ให้เสียงดังฟังชัดเจนผ่านลำโพง 6 จุด

สำหรับผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้าก็มีที่วางแก้วเพื่อให้ง่ายต่อการหยิบขึ้นดื่มเครื่องดื่มระหว่างเดินทาง

ส่วนผู้โดยสารแถวหลังก็มีที่วางแก้วมาให้ด้วยเช่นกัน

ระบบความปลอดภัย

Hyundai H-1 Elite (ฮุนได เอช-วัน อีลิท) ก็เป็นหนึ่งในรถที่เน้นเรื่องของความปลอดภัยเช่นกัน โดยได้ทำการติดตั้งระบบเพื่อความปลอดภัยขั้นพื้นฐานมาให้ผู้ขับและผู้โดยสารเพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบป้องกันล้อล็อค (ABS), ถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ SRS, เข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหน้าฝั่งติดกับประตูแบบ ELR 3 จุด, เข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหลังและที่นั่งด้านหน้าตำแหน่งกลางแบบ 2 จุด, ระบบป้องกันการหนีบสำหรับกระจกไฟฟ้า, สัญญาณเตือนขณะถอยหลัง, สัญญาณกันขโมย และ โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ Four Rings
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา

ราคาค่าตัวของ Hyundai H-1 Elite (ฮุนได เอช-วัน อีลิท) ที่ 1,499,000 บาท นั้นถือว่าเป็นราคาที่รับได้ ถ้าคุณไม่ได้เป็นครอบครัวสายลุยที่ต้องบุกฝ่าเส้นทางทุรกันดารบ่อยๆ การเลือกใช้รถ MPV แทนที่จะไปซื้อ PPV หรือ SUV ก็ดูจะเหมาะสมกว่า ส่วนใหญ่มักซื้อแบบเผื่อใช้ เผื่อลุย แต่ถ้ามั่นใจแล้วว่าการใช้งานกว่า 90% เป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันไม่ได้ลุยอะไรการเลือกใช้รถแบบ H-1 ก็ดูจะเหมาะสมกว่า เพราะสมาชิกในครอบครัวรวมถึงเพื่อนๆ ก็ได้รับความสะดวกสบาย หากใช้งานในครอบครัวขนาดใหญ่ก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าเป็นครอบครัวขนาดกลาง ก็เสียเงินอัพเกรดช่วงล่างชุดใหม่ที่จำหน่ายในราคา 24,880 บาท (ราคารวมติดตั้ง) ที่ได้รับการเซ็ทอัพมาให้เหมาะกับ H-1 โดยเฉพาะ มั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพภายใต้แบรนด์ Profender แบรนด์โช้คอัพของไทยที่ได้มาตรฐานจำหน่ายไปยังหลายประเทศทั่วโลก เมื่อรวมๆ แล้วจะเท่ากับเสียเงิน 1,523,880 บาท ก็ได้จะ H-1 คันนี้ไปเป็นรถประจำครอบครัวแล้ว 
แก้ไขล่าสุด : 5 มิ.ย. 61
โดย
:
วโรดม อิ้วลันตา
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด