ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : มาสด้า - รีวิว Mazda CX-5 มีดียังไง? กับค่าตัว 1.7 ล้านบาท

รีวิว Mazda CX-5 มีดียังไง? กับค่าตัว 1.7 ล้านบาท

วันที่ : 26 เม.ย. 61
เข้าดูทั้งหมด: 7,459 คน

Mazda CX-5 มีดียังไง? กับค่าตัว 1.7 ล้านบาท
Mazda CX-5 ใหม่ (มาสด้า ซีเอ็กซ์-5) รถยนต์อเนกประสงค์สไตล์ SUV แท้ที่มาแบบตัวถังโมโนค็อค ไม่มีแชสซีส์ จึงให้ความนุ่มนวล คล่องตัวพร้อมเทคโนโลยีอีกเพียบ สำหรับคันที่ทีมงานเช็คราคา.คอมนำมาทดสอบขับครั้งนี้เป็นรุ่นท็อปสุด Mazda CX-5 2.2 XDL AWD จะคุ้มกับค่าตัว 1,770,000 บาทหรือไม่มาชมกัน
จุดเด่น

MAZDA CX-5 2.2 XDL AWD ภายนอกไฟหน้าทรงใหม่แบบ LED ปรับระดับอัตโนมัติและมีฟังก์ชั่นเปิด-ปิดอัตโนมัติ กระจังหน้าแบบ 5 เหลี่ยม DNA ของมาสด้าที่ตรงกลางติดด้วยโลโก้ตัวใหญ่ยักษ์ ไฟตัดหมอกทรงกลมเล็ก LED เช่นกัน ไฟท้าย LED ทรงคล้ายรุ่นเดิมแต่ลวดลายใหม่สวยเด่นมากขึ้น กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED แบบแนวยาว ด้านข้างเส้นสายถูกปรับให้เพรียวมากขึ้น โดยเฉพาะหลังคาที่ดูแบนลงกว่าเดิม ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า และท่อไอเสียออกคู่เช่นเดิม ล้อแม็ก 19 นิ้วลายใหม่ที่ดูออกไปทางหรูมากกว่าสปอร์ต











ภายในเป็นการปรับใหม่หมดเริ่มจากคอนโซลหน้าสไตล์ยุโรป โดดเด่นด้วย WINDSHIELD ACTIVE DRIVING DISPLAY แสดงข้อมูลสําคัญในการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้ารถ ในระดับสายตาผู้ขับ เทคโนโลยีเชื่อมต่อโลกโซเชียล MZD CONNECT พร้อมจอแสดงผลตรงคอนโซลกลางขนาด 7 นิ้ว รองรับการสั่งงานด้วยเสียง Voice Command ช่อง USB 2.1 แอมป์ ระบบเสียง BOSE รอบทิศทาง ลำโพง 10 ตำแหน่ง เชื่อมต่อ Bluetooth พร้อม Infotainment และระบบนำทาง Navigator   












เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกตําแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ที่สามารถบันทึกได้ 2 ตําแหน่ง เบาะหลังพับได้ 40:20:40 ส่วนเก็บสัมภาระกว้างขวางพร้อมแผ่นปิดที่ถอดออกได้ ช่องแอร์ด้านหลัง ช่อง USB บริเวณที่เท้าแขนเบาะหลัง และเท่ด้วยซันรูฟไฟฟ้า    






หน้าจอแสดงผลระบบ MZD Connect CX-5 
 







สมรรถนะและการทดสอบ

มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 (Mazda CX-5) นอกจากความอเนกประสงค์แล้วยังให้ความรู้สึกดั่งขับรถเก๋งสปอร์ต เพราะเมื่อนั่งตำแหน่งคนขับ ด้วยดีไซน์ต่างๆ ภายในและระดับความสูงคอนโซลหน้า และจอภาพสะท้อนบนกระจก ทำให้เกิดความรู้สึกว่ากำลังขับรถเก๋งอยู่ รวมถึงระบบควบคุมต่างทั้งพวงมาลัยที่เฉียบคม บังคับทิศทางง่ายและเบา อัตราทดวงเลี้ยวน้อยยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนขับรถคาร์ท แต่ทั้งนี้เมื่อความเร็วสูงๆ พวงมาลัยอาจเบาไปสักหน่อย

อัตราเร่งของเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ SKYACTIV-D 2-STAGE TURBOCHARGER แบบ 2 ขั้น 16 วาล์ว พร้อมระบบไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT ความจุ 2,191 ซีซี กำลัง 175 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิด 420 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ผ่านระบบเกียร์ขั้นเทพอย่าง SKYACTIV-DRIVE อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมแมนนวลโหมด Activematic เปลี่ยนตำแหน่งเองได้ด้วยการโยก +/- ที่คันเกียร์ ราวรถสปอร์ตออกตัวได้อย่างรวดเร็วด้วยแรงบิดมหาศาลจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ แม้จะไม่ค่อยรู้สึกถึงการทำงานของระบบ 2-STAGE TURBOCHARGER มากนัก แต่ก็ดึงหลังติดเบาะไต่ระดับความเร็วได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะอัตราเร่งแซงที่ทันใจมากๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะไหน ก็เร่งแซงได้สบาย 


แม้พลังเครื่องยนต์จะแรงและให้อัตราเร่งที่จัดจ้าน แต่ก็มีข้อจำกัดของเครื่องยนต์ดีเซลที่รอบสูงสุดนั้นมีให้เล่นไม่มากนัก รอบเครื่องยนต์เพียง 5,000 กว่ารอบ/นาที เปลี่ยนเกียร์แล้วทำให้ฟีลลิ่งสปอร์ตลดลงไปบ้าง แต่ว่าความเร็วยังคงไหลลื่นได้เรื่อยๆ     

การควบคุมและการเข้าโค้งของ Mazda CX-5 ตอบสนองได้ดีเกินรถตัวสูงใหญ่แบบ SUV จากช่วงล่างที่หนึบออกทางกระด้าง แต่จัดว่าการเปลี่ยนเลนการเข้าโค้ง กระโดดคอสะพาน มั่นใจมากๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องเบรกและหักเลี้ยวอย่างแรง CX-5 ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ซึ่งระบบเบรกที่ให้ความรู้สึกนุ่มเท้าและออกแรงไม่มากนัก ก็สามารถเบรกได้อยู่ไม่ต้องใช้แรงมาก เรียกว่าระบบเบรกคล้ายกับรถยุโรปก็ว่าได้

ความประหยัด สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ถ้านำไปเทียบกับเครื่องยนต์เบนซินในรุ่นย่อยอื่นๆ นับว่าประหยัดในระดับที่เกินคุ้ม แต่ถ้านำไปเทียบกับรถเครื่องยนต์ดีเซลในระดับเดียวกันนั้น ดูยังไม่ค่อยน่าประทับใจมากนัก อาจเป็นเพราะความจุถังน้ำมันเพียง 58 ลิตรที่เล็กกว่ารถประเภท PPV จึงรู้สึกว่าน้ำมันลดระดับลงเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ แต่เมื่อเทียบระยะทางที่วิ่งได้ของน้ำมันที่มีในถังก็นับว่าได้ระยะทางเยอะพอตัว เช่นระดับน้ำมันเต็มวิ่งได้ 555 กม.ทีเดียว และก็ยังมีไม้ตายเด็ดคือระบบ i-Stop (Idling Stop System) ที่ดับเครื่องทุกครั้งที่จอดนิ่ง แม้จะเข้าเกียร์ "N" แล้วก็ตาม ระบบนี้หากรำคาญก็สามารถกดปิดได้ที่ปุ่มด้านขวามือของคอนโซลหน้า
ความปลอดภัย

Mazda CX-5 รุ่นที่ทดสอบนี้มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ (i-ACTIV AWD) ให้ความมั่นใจได้มากยิ่งขึ้นขณะขับขี่ผ่านเส้นทางที่เปียกลื่น นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane-Keep Assist System (LAS) , ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน Lane Departure Warning System (LDWS) , ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ Smart City Brake Support (SCBS) , ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง Smart City Brake Support-Revers) , ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (HLA) , ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ (G-VECTORING CONTROL) 


ในการใช้งานจริงนั้นระบบความปลอดภัยในมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ที่โดดเด่นมากที่สุดคือ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane-Keep Assist System (LAS) , ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน Lane Departure Warning System (LDWS) ในเวลาขับทางไกล แม้เผลอก้มหยิบของเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจทำให้รถเอียงออกนอกเลน ระบบนี้ช่วยได้ดีมากแถมดึงกลับมาเข้าเลนเดิมอีกต่างหาก และอีกระบบหนึ่งคือ ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และสุดท้าย RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง เพราะได้ใช้บ่อยตลอดเวลาที่ทดสอบขับเจ้า CX-5 คันนี้   

บทสรุป
Mazda CX-5 ใหม่ รถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่ต้องการความเร้าใจ สนุกทุกการขับขี่ และมีความชื่นชอบไปทางสปอร์ตนิดๆ เนื่องจากให้ความหนึบของช่วงล่างที่ออกไปทางกระด้างกว่านุ่มนวลแต่มั่นใจกว่า และเครื่องยนต์ดีเซลที่แรงเอาเรื่อง อัตราเร่งทันใจ ความประหยัดยังไม่ประทับใจมากนักแต่ก็ประหยัดกว่ารุ่นเบนซินอยู่หลายขุม เบาะนั่งโอบกระชับรับสัดส่วนจนบางครั้งขาดความนุ่มนวลของสัมผัสลงไปบ้าง นับว่า CX-5 เน้นชัดเจนให้เป็นสปอร์ต SUV ที่ขับสนุกเทียบเท่ารถยนต์สปอร์ต ที่ยกสูง ลุยน้ำได้ ขับขี่ได้ทุกสภาพถนน ใครชอบแนวนี้นับว่าไม่แพง ยิ่งแลกกับเทคโนโลยี Skyactiv เต็มคันของซีเอ็กซ์-5 คันนี้ หากคุณต้องการมีรถที่ให้อารมณ์และความรู้สึกใกล้เคียงรถยุโรปในราคาเอื้อมถึงสบายๆ เพียง 1,770,000 บาท Mazda CX-5 นี่ไงคือคำตอบ!... 

ความรู้สึกผู้ทดสอบขับ
สิ่งที่ชอบ - กำลังเครื่องยนต์แรงสะใจ ช่วงล่างเกาะถนน ระบบความปลอดภัยมีให้ครบและคุ้ม เครื่องเสียงชั้นเยี่ยม 
สิ่งที่ไม่ชอบ - เบาะนั่งใช้วัสดุแข็งเกินไปไม่สบาย ช่วงล่างกระด้างที่ความเร็วต่ำ น้ำหนักพวงมาลัยเบาเกินไปที่ความเร็วสูง
แก้ไขล่าสุด : 26 เม.ย. 61
โดย
:
สินธนุ จำปีศรี
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด