ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : โตโยต้า - รีวิว โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทริป ท่องเส้นทางอีสาน - AEC พิสูจน์ความแกร่งกว่า 3,400 กม.

รีวิว โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทริป ท่องเส้นทางอีสาน - AEC พิสูจน์ความแกร่งกว่า 3,400 กม.

วันที่ : 1 พ.ย. 59
เข้าดูทั้งหมด: 16,430 คน

โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทริป ท่องเส้นทางอีสาน - AEC พิสูจน์ความแกร่งกว่า 3,400 กม.
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัด "คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่ ทริป...ผู้นำทุกเส้นทาง" โดยเชิญสื่อมวลชนสายรถยนต์ร่วมพิสูจน์ความแข็งแกร่งของ ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่ ไปกับเส้นทางมหัศจรรย์สุวรรณภูมิ แหล่งอารยธรรมอีสานเชื่อมต่อเส้นทางเศรษฐกิจ AEC ด้านตะวันออก  เริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร สู่ บุรีรัมย์ - อุบลราชธานี - ลาว - เวียดนาม - เขมร แล้วกลับสู่เมืองไทย จบทริปที่ กรุงเทพมหานคร ใช้ระยะเวลารวม 10 วัน ระหว่าง 7-16 มกราคม 2558 คิดเป็นระยะทางรวมกว่า 3,400 กิโลเมตร นับเป็นการพิสูจน์สมรรถนะอันท้าทายอย่างแท้จริง ร่วมติดตามความเคลื่อนไหวทุกเส้นทาง ในแต่ละวันไปกับทีมงานเช็คราคา.คอม 


\

วันที่ 1 กรุงเทพฯ - บุรีรัมย์ "เยือนปราสาทหินพนมรุ้ง"
ขบวนคาราวาน โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ เตรียมพร้อมกัน ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อเริ่มต้นเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรู่ มุ่งสู่จังหวัดบุรีรัมย์ ใช้เส้นทางผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีเป้าหมายที่ปราสาทหินพนมรุ้ง นับเป็นการเริ่มต้นด้วยระยะทางไกลมากที่สุดถึง 544 กม. ทีมงานเช็คราคา.คอม ร่วมขับกับ 2 สื่อมวลชนสายรถยนต์สลับมือขับตามความเหมาะสม

รีโว่ คาราวาน ทริป ปล่อยตัวกันแต่เช้าตรู่จากลานคนเมือง กทม. สู่ บุรีรัมย์

ขบวน ไฮลักซ์ รีโว่ มีทั้งพรีรันเนอร์และ 4x4 ตัวถังดับเบิ้ลแค็บ กว่า 20 คัน

ขับสบายทุกเส้นทางไปกับ รีโว่




วันที่ 2 บุรีรัมย์ - โขงเจียม
จาก บุรีรัมย์ ขบวนคาราวานมุ่งหน้าสู่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เพื่อแวะชมและบันทึกภาพโดยรอบ จากนั้นจึงแวะศูนย์คชศึกษา จังหวัดสุรินทร์ เพื่อชมการแสดงช้าง ก่อนที่ช่วงบ่ายจึงเดินทางต่อไปยังจังหวัดอุบลราชธานี แวะอุทยานแห่งชาติผาแต้ม และเข้าที่พักเตรียมข้ามไป สปป.ลาว ในวันรุ่งขึ้น โดยนับเป็นคืนที่ 2 ของคาราวานที่อยู่ฝั่งไทย 

ฝูงรีโว่มาเยือนสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตก่อนอำลาบุรีรัมย์สู่สุรินทร์

สมาชิกคาราวานรีโว่ได้แวะชมความสามารถต่างๆ ของช้างที่ศูนย์คชศึกษาในหมู่บ้านช้างตากลาง อ.ท่าตูม

จากบุรีรัมย์ สู่ สุรินทร์ ผ่าน ศรีสะเกษ สู่ อุบลราชธานี สิ้นสุดการเดินทางในไทย

กองทัพรีโว่จอดเรียงรายบนผาแต้ม เพื่อชมความงามมุมสูงยามเย็น


สำหรับในช่วงทดสอบ 2 วันแรก ขบวนรีโว่ 20 กว่าคัน ขับผ่านหลายจังหวัดในดินแดนอีสานใต้ สร้างความสนใจให้กับผู้คนได้มากมาย พร้อมกับสมาชิกในขบวนฯ ได้มีโอกาสบันทึกภาพตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอันน่าประทับใจ
วันที่ 3 ช่องเม็ก-วัดภู-น้ำตกผาส้วม-ปากเซ
ขบวนคาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่ เคลื่อนทัพไปด่านช่องเม็ก เพื่อมุ่งสู่ เมืองจำปาสัก สปป.ลาว พร้อมตะลุยเส้นทางออฟโร้ดฝุ่นตลบกว่า 40 กิโลเมตร นับเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของรีโว่ได้เป็นอย่างดี จนถึง ปราสาทหินวัดภู สมาชิกขบวนคาราวานได้ลงไปบันทึกภาพสวยๆ จากนั้นเดินทางต่อสู่ น้ำตกผาส้วม และพักแรมกันที่โรงแรมแกรนด์จำปาศักดิ์ นับเป็นค่ำคืนแรกที่ลาว

การควบรีโว่ท่ามกลางเส้นทางออฟโร้ด เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ฝุ่นตลบ นับเป็นการพิสูจน์ความแข็งแกร่งได้ดี

โตโยต้า ไฮลักซ์ กว่า 20 คัน ผ่านฉลุยได้หมด


ระบบช่วยเหลือต่างๆ ในรีโว่รองรับการขับอันหนักหน่วงบนเส้นทางฝุ่นได้เยี่ยม

ปราสาทวัดภู แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ ปากเซ ที่รีโว่คาราวานได้มาเยือน


น้ำตกผาส้วม อยู่ห่างจากปากเซไป 30 กว่ากม. นับเป็นอีกจุดชมวิวสำคัญ

ขบวนรีโว่ผ่านโรงงานกาแฟดาว เจ้าใหญ่สุดใน สปป. ลาว ล่าสุดเริ่มทำตลาดในเมืองไทยด้วย

บาแก็ต ขนมปังฝรั่งเศสชิ้นโตพร้อมเครื่องเต็มๆ ขายในปั๊มปตท. ชิ้นละ 60 บาท

มุมมองเมืองปากเซจากโรงแรมแกรนด์จำปาสัก
วันที่ 4 ปากเซ-อัตตะปือ-ยาลาย
เช้าแรกที่เมืองลาว เรามีเป้าหมายอยู่ที่เมืองยาลาย ซึ่งต้องขับรถข้ามแดนด้วย แต่ช่วงแรกหลังออกจากปากเซไม่นาน ขบวนฯ ได้แวะชมน้ำตกตาดฟาน พร้อมดื่มกาแฟสดๆ ที่เก็บจากไร่ เนื่องจากเส้นทางและพื้นที่บริเวณนี้ ซึ่งผ่านเมืองอัตตะปือและที่ราบสูงโบโรเวน เป็นแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงของสปป.ลาว ช่วงบ่ายเราได้ขับผ่านขุนเขาต่างๆ และได้แวะไร่ธนาทร ชิมน้ำส้มคั้นสด จากนั้นก็มาถึงด่านข้ามแดนพร้อมอำลา สปป. ลาว มุ่งหน้าสู่เมืองยาลาย เพื่อเริ่มต้นการเดินทางวันใหม่ที่เวียดนาม


ถนนสู่ชายแดนคับแคบ ไม่มีไหล่ทาง ต้องระวังมากเมื่อขับผ่านชุมชน


ปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่มีไว้แวะพักเติมน้ำมันเท่านั้น

เส้นทางขึ้น-ลงเขา มีทั้งโค้งซ้าย-ขวา สลับไปมาตลอดทาง รถสวนเลนน้อย ส่วนมากเป็นมอเตอร์ไซค์ชาวบ้าน


ขบวน คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่ เดินทางถึงด่านลาว-เวียดนาม เพื่อเดินทางเข้าเมืองยาลาย

เมืองยาลาย เจริญ สวยงาม ทันสมัย ธุรกิจส่วนใหญ่เป็นของ HAGL-ฮอง อัน ยา ลาย กรุ๊ป

ภาพขนาดใหญ่ของอดีตทีมฟุตบอลฮอง อัน ยา ลาย 
ยุคที่ ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มาเล่นให้ ติดผนังอยู่ในห้องอาหารโรงแรมฯ 
วันที่ 5 ยาลาย-บวนเมทวด-ดาลัด 
เส้นทางของเช้าวันแรกในเวียดนามมีปลายทางอยู่ที่เมือง ดาลัด อันเป็นเมืองตากอากาศชื่อดังของเวียดนาม โดยระยะทางวันนี้เกือบ 400 กม. เส้นทางหลายช่วงใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 60 กม. และมีทั้งขึ้น-ลงเขา ทางแคบ สารพัดสภาพถนน ทำให้ไม่มีโปรแกรมแวะที่ไหน นอกจากแวะพักรถ ทานอาหารกลางวัน และให้สมาชิกทำธุระส่วนตัวระหว่างทางขบวนมาถึงดาลัดในช่วงเย็น พร้อมกับสัมผัสอากาศเย็นสบายประมาณ 20 องศาเซลเซียส สมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โรแมนติกแห่งหนึ่ง โดยในช่วงกลางคืนสมาชิกคาราวานฯ ได้ออกมาเดินตลาดกลางคืนเพื่อสัมผัสการใช้ชีวิตของผู้คนเมืองนี้  

บรรยากาศยามเช้ากลางเมืองยาลาย

ฝูงรีโว่ เดินทางกันต่อ เป้าหมายคือ เมืองดาลัด


แม้มอเตอร์ไซค์ขี่กันวุ่นวายทุกแห่งในเวียดนาม อุบัติเหตุกลับมีน้อย แต่ก็พอมีให้เห็นบ้าง

จุดพักระหว่างทาง อาศัยพื้นที่ปั๊มน้ำมันกันเกือบตลอด


ขบวนฯ ถึงที่พักในเมืองดาลัด ตอน 18.00 น. ไม่ทันชมพระอาทิตย์ตกดิน แต่ก็นับว่าทำเวลากันได้ดี

เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ของเมืองดาลัตได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับให้กับคณะฯ ด้วยอาหารและการแสดงท้องถิ่น

มาถึง ดาลัด ย่อมไม่พลาดการเดินไนท์มาร์เกต แหล่งรวมนักท่องเที่ยวยามค่ำคืน

วันที่ 6 ดาลัด-มุ่ยเน่ 
เช้าวันใหม่ในเวียดนาม ขบวนฯเดินทางมาถึงครึ่งทริปโดยจุดหมายวันนี้คือ เมืองมุ่ยเน่ ระหว่างทางผู้จัดได้เตรียมกิจกรรมสุดท้าทายอันเป็นไฮไลท์ของทริปกับการขับรีโว่ตะลุยไปบนพื้นทรายของทะเลทรายสองสี พร้อมสัมผัสความงดงามของทะเลทรายชายฝั่งทะเลจีนใต้ ถนนสายที่ใช้ไปมุ่ยเน่เป็นถนนตัดใหม่ มึความสวยงามมาก โดยเฉพาะช่วงเส้นเลียบชายฝั่ง แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เชื่อว่าอนาคตจะเป็นถนนสายที่สวยเส้นหนึ่งของอาเซียน ขบวนฯถึงมุ่ยเน่ในช่วงหัวค่ำ ก็เจอกับบรรยากาศคล้ายป่าตอง, เกาะสมุย, พัทยา ฯลฯ


ขบวนคาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่ เตรียมพร้อมลาจากเมืองดาลัดมุ่งสู่มุ่ยเน่

ดาลัด เมืองสวย อากาศดี ใครมาเยือนมักติดใจ

การทดสอบอันท้าทายสำหรับผู้ที่อยากลองประสิทธิภาพ ไฮลักซ์ รีโว่ กับการขับตะลุยทะเลทรายสองสี

บรรยากาศทะเลทรายติดทะเลยาวไปถึง Phuoc Dinh

ทีมงานเช็คราคา.คอม ร่วมทดสอบการขับแบบไฮสปีดออฟโร้ด ด้วยรีโว่ 2.8L 4X4 สุดเร้าใจ


จากทะเลทราย ขบวนฯ ใช้ถนนเลียบชายฝั่งมุ่งสู่มุ่ยเน่ ต่อไปจะเป็นถนนสวยที่สุดเส้นหนึ่งของอาเซียน

บรรยากาศเมืองริมทะเล มุ่ยเน่ คึกคักเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดูคล้ายป่าตอง ภูเก็ต หรือ พัทยา
วันที่ 7 มุ่ยเน่-โฮจิมินห์ 
วันนี้เราเดินทางสู่โฮจิมินห์ กับระยะทางไม่ไกลมากนัก 220 กิโลเมตร โดยก่อนเข้าตัวเมืองได้ขบวนบิ๊กไบค์นำเข้าไปด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความสนใจให้กับผู้คนรอบข้าง ก่อนเข้าที่พักตั้งแต่กลางวัน แล้วออกชมเมือง พร้อมสถานที่ สำคัญต่างๆ ด้วยรถบัสในช่วงบ่าย จากการสังเกตไซ่ง่อน หรือโฮจิมินห์ ในปัจจุบัน ขับรถยากมาก เพราะมอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามาหาได้ทุกทิศทาง เช่นเดียวกับการข้ามถนนที่บางคนบอกว่าเดินก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ยังปลอดภัยกว่าเดินมองรถ

ขบวนฯ อำลาเมืองมุ่ยเน่ในช่วงเช้า พร้อมมุ่งสู่ความเจริญในเมืองใหญ่โฮจิมินห์

เริ่มเข้าไซ่ง่อนก็สัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผดเผาระดับมากกว่า 35 C สวนความรู้สึกกับเมืองที่ผ่านมาจริงๆ

ไซง่อน วันนี้ดูทันสมัย สะอาดตา สายไฟฟ้ากลางเมืองอยู่ใต้ดินหมด
ฟุตบาทอาจมีรถจอดบ้าง แต่แทบไม่มีการขายของบนทางเท้า

ตึกสูงดีไซน์ทันสมัยสะท้อนให้เห็นทิศทางความเจริญของเมืองนี้

ไปรษณีย์กลาง อยู่อีกฝั่งถนนของวิหารนอร์ธเธอดาม ก็เป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยม

นอร์ธเธอดามแห่งเวียดนาม เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของนักท่องเที่ยว

ถนนคนเดินจากหน้าโรงแรม REX ที่พักมีอนุสาวรีย์ลุงโฮเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนเดินชมไฟประดับสองข้างทาง
ที่สวยงามทอดยาวไปพร้อมกับเห็นวิถีการใช้ชีวิตพักผ่อนของคนเมืองยามค่ำคืน

จตุรัสโฮจิสมินห์ นับเป็นศูนย์กลางความเจริญของเมืองนี้ ยามค่ำมักมีคู่รักออกมานั่งหามุมสร้างโลกส่วนตัวกัน

ถนนคนเดินทอดยาวสู่ริมแม่น้ำไซ่ง่อน ถูกประดับไฟสองข้างทางสวยงามกว่าบางเมือง
วันที่ 8  โฮจิมินห์-พนมเปญ
ขบวนคาราวานฯ ใช้เวลาช่วงเช้าในเวียดนามกับการแวะชมอุโมงค์กูจี ซึ่งสร้างในสมัยสงครามเวียดนาม จากนั้นจึงอำลาเวียดนามมุ่งสู่กัมพูชาต่อ โดยเดินทางไปยังชายแดนหมอบ่าย-บาเวต เพื่อข้ามไปยังเมืองสวายเรียง โดยปลายทางอยู่ที่เมืองพนมเปญ 

ขบวนฯ อำลาเมืองโฮจิมินห์ด้วยความอาลัยเพราะมีเวลาเพียงคืนเดียว

ชมรมบิ๊กไบค์โฮจิมินห์คอยอำนวยความสะดวกให้ขบวนคาราวานฯ ตอนเข้า-ออกเมือง

ขบวนฯ ได้แวะชมการจำลองเหตุการณ์ กลวิธี ของทหารเวียดที่ใช้ต่อสู้กับอเมริกาในช่วงสงคราม
ดูน่าทึ่งมาก โดยเฉพาะการขุดอุโมงค์ใต้ดินพลางตาทหารอเมริกัน

การเปลี่ยนรูปแบบผ้าพันคอในแต่ละวันเป็นการกรองข้าศึกที่อาจแฝงกายมาปะปน

นี่คือ หนึ่งในกับดักหลากหลายรูปแบบที่นำมาใช้หน่วงทัพทหารอมริกันในช่วงสงคราม

การนำอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่ทำงานของฝ่ายอเมริกันมาชำแหละเอาดินปืนเป็นหน้าที่พร้อมพลีชีพ

ยางรั่วเป็นเรื่องธรรมดากับการขับแบบขบวนฯ คาราวานข้ามประเทศ
แต่การมีรถและทีมเซอร์วิสตามไปด้วยแบบนี้ ไม่ธรรมดาแน่นอนถ้าไม่ใช่โตโยต้า

จากหน้าด่านสวายเรียง ขบวนฯ ขับไปบนสภาพถนนและทิวทyศน์คล้ายไทย
และนี่คือ ซึบาสะ สะพานที่ญี่ปุ่นมาลงทุนสร้างให้

ถนนช่วงเข้าเมืองกำลังปรับปรุงและขยายเลนทำให้สภาพการจราจรเป็นอย่างที่เห็น

ท่านรมต.การท่องเที่ยวกัมพูชาและท่านฑูตไทยร่วมเป็นประธานงานเลี้ยงต้อนรับรีโว่คาราวานฯ
วันที่ 9 พนมเปญ-เสียมเรียบ
เช้าวันแรกของขบวนคาราวานฯ ในกัมพูชา จุดหมายต่อไปคือ เมืองเสียมเรียบ โดยการเดินทางวันนี้สามารถทำความเร็วได้ดีหลายช่วง และมีบางจังหวะถนนโล่ง ไฮลักซ์ รีโว่ หลายคันสามารถทำความเร็วแตะ 180 กม./ชม ขบวนฯ มาถึงเสียบมเรียบในช่วงบ่าย แวะรับประทานอาหารและเข้าชม นครธม-นครวัด ตกเย็นกลุ่มนักข่าวรถยนต์ได้แวะทานข้าวที่ร้าน Cafe Indochine อันเป็นร้านสุดชิค และมีอาหารอร่อยถูกปากมากที่สุด ใครมาเสียมเรียบขอแนะนำร้านนี้ จากนั้นกลุ่มนักข่าวฯ ได้นั่งรถสกายแล็ปออกชมเมืองยามค่ำคืนก่อนเข้าพักผ่อนเตรียมเดินทางกลับเมืองไทยเช้าวันรุ่งขึ้น

การจราจรในกรุงพนมเปญวุ่นวายตั้งแต่ช่วงเช้า

ระหว่างทางไปเสียมเรียบ บางเส้นทางดีจนทำความเร็วได้ถึง 180 กม./ชม. 

บรรยากาศสองข้างทางนอกเขตเมืองหลวงของกัมพูชา ดูแตกต่างจากเวียดนามและลาวอย่างชัดเจน

การเข้าชมนครวัด-นครธมทุกคนต้องถ่ายรูปติดตั๋วเข้าไปแบบนี้

ความอลังการและชื่อเสียงของนครวัด-นครธมเรียกนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้ตลอด

การมีเวลาแวะชมสถานที่เที่ยวต่างๆ อย่างจำกัด ทำให้ภาพแห่งความทรงจำดูเลือนราง

การเดินทางในเมืองเสียมเรียบที่สะดวกสุดสำหรับนักท่องเที่ยวคือ ใช้บริการรถสกายแล็ป

ร้านอาหาร Cafe Indochine ในเมืองเสียมเรียบ เก๋กู๊ดทั้งบรรยากาศและรสชาติอาหาร แนะนำผัดกะเพรา และหมูสะเต๊ะ

วันที่ 10 เสียมเรียบ-กรุงเทพฯ
หลังจากห่างเมืองไทยมาหลายวัน วันนี้เราได้เวลาเดินทางกลับสู่มาตุภูมิ โดยต้องขับไกลกว่า 453 กม. ขบวนฯ ใช้เส้นทาง ปอยเปต ผ่านเข้าเมืองไทยที่ อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว แม้มีปัญหาด้านเอกสารผ่านแดน ทำให้เสียเวลาไม่ต่ำกว่าชั่วโมง แต่สุดท้ายด้วยการจัดการและนำทางของ ทีมงานทริพเพิล ดีแมก ทำให้ขบวนฯ มาถึงที่หมายปลายทางที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ทันเวลาที่กำหนด พร้อมได้รับเกียรติให้การต้อนรับจากทาง โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จบการเดินทางอย่างชื่นมื่น

ขบวนฯ เดินทางกลับด้วยใจอาลัยทริปและคิดถึงครอบครัว
สภาพถนนสู่ปอยเบตดีเหมือนถนนในไทย เอื้อให้ทำความเร็วได้ดีต่อเนื่อง

จุดพักสุดท้ายก่อนข้ามแดน 

ถึงวันสุดท้าย ไฮลักซ์ รีโว่ ทุกคันในขบวนแข็งแกร่งมาก แม้บุกตะลุยเส้นทางโหดแค่ไหนก็ยังผ่านได้ด้วยดี และไร้ปัญหารบกวนตลลอดทริป เว้นเรื่องยางแบนเพราะสุดวิลัย

เมืองไทยอู่ข้างหน้า รู้สึกคิดถึงทุกคนขึ้นมาทันทีอยากเจอ อยากเล่าประสบการณ์ดีๆ กับ รีโว่ ให้ฟัง

ขบวนโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ถึงจุดหมายปลายทางทันเวลา จบทริปอย่างชื่นมื่น

บทสรุป คาราวาน โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ทริป "ไฮลักซ์ รีโว่ ทริป...ผู้นำทุกเส้นทาง"

ด้วยระยะทางรวมกว่า 3,400 กิโลเมตร จากการขับ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ผ่าน 3 ประเทศเพื่อนบ้าน รวม 10 วัน นับเป็น ประสบการณ์สุดมหัศจรรย์ ที่ได้สัมผัสสมรรถนะความแข็งแกร่ง ทรหด และสะดวกสบายภายในห้องโดยสารของ ไฮลักซ์ รีโว่ พร้อมกับแวะชมวิถีชาวบ้าน แหล่งอารยธรรม โบราณสถาน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ของจังหวัดบุรีรัมย์, อุบลราชธานี, ปากเซ ในลาว, ยาลาย-ดาลัด-มุ่ยเน่-โฮจิมินห์ ในเวียดนาม และพนมเปญ-เสียมเรียบ ในกัมพูชา 

การเดินทางครั้งนี้คือ ทริปคาราวานที่สะท้อนความเป็นผู้นำทุกเส้นทางของ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ อย่างแท้จริง ร่วมพิสูจน์ความเป็นที่สุดของรถกระบะอันดับ 1 เมืองไทย ได้ที่โชว์รูมโตโยต้า ทั่วประเทศ 
แก้ไขล่าสุด : 1 พ.ย. 59
โดย
:
ชลัคร ช่วยชู
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด